เกือบหนึ่งชั่วโมงที่คนบอกว่าจะรีบอาบน้ำ รีบนอนพักใช้เวลาไป ม้วยถูกร้องเรียกเป็คนแรก เพราะจากที่ตั้งใจว่าจะใส่ชุดนอนในห้องน้ำเลยนั้น เป็อันว่าทำไม่ได้ เพราะกลัวชุดจะเปียกน้ำเสียก่อน เลยบอกม้วยเอาเสื้อคลุมมายื่นให้ ขณะที่ตัวเองมีเพียงผ้าขนหนูหุ้มกายอันขาวโพลนเอาไว้
“ม้วยไปตามพี่ดินให้น้องดาวทีจ้ะ”
ม้วยรีบทำตามทันที ไม่กี่อึดใจ ก็ได้ยินเสียงคนเป็พี่ดังอยู่นอกห้องแล้ว
“แล้วตอนนี้วดีอยู่ไหนครับ อ้อๆ ๆ เอ่อ...เดี๋ยวแค่นี้ก่อนนะครับวดี ผมทำธุระแป๊บหนึ่งครับ”
ไม่รู้ทำไมใบหน้าสวยใสและไร้สิ่งแต่งแต้ม ที่แย้มยิ้มอยู่เมื่อครู่ถึงได้หุบลงทันที เมื่อรับรู้ว่าคนอยู่ปลายสายเป็ใคร แต่คนถูกเรียกไม่ทันสังเกตเห็น ด้วยมัวแต่ยัดมือถือใส่ในกระเป๋ากางเกง จากนั้นก็รีบตรงมาช้อนร่างเล็กๆ ขึ้นอย่างง่ายดาย
“น้ำถูกแผลหรือเปล่าครับ”
ปากก็ถามไปด้วยความห่วงใยยิ่ง ทว่าคนถูกถามนั้นไม่ใคร่อยากจะตอบสักนิด เลยปิดปากเงียบกริบ ขณะเขาอุ้มไปส่งถึงเตียง มีม้วยเดินหอบชุดนอนบางเบา แต่หนาสุดที่เขาเห็นมีในตู้ตามมาไม่ห่าง
“เอาล่ะ ใส่เสื้อผ้าแล้วนอนพักนะครับ เดี๋ยวอีกหน่อยยาจะมาพร้อมมื้อเย็น คุณน้องดาวตะ...”
ยังไม่ทันจะได้พูดจบ มือถือในกระเป๋ากางเกงก็ดังขึ้น ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าเป็ใคร ปัถพีเลยรีบกดรับทันที
“ครับวดี...”
จากนั้นก็กรอกน้ำเสียงที่ฟังดูจะเอื้ออาทรและห่วงใยคนปลายสายไม่น้อย ในความคิดของคนนั่งอยู่บนเตียง ใบหน้าที่งอน้อยๆ เริ่มงอมากขึ้น เมื่อคนพี่เดินออกจากห้องไปแบบไม่สั่งลา
“เอาชุดนอนมาให้น้องดาวแล้วม้วยจะไปทำอะไรก็ไปเถอะ น้องดาวจะนอนพัก”
เลยส่งเสียงห้วนนิดๆ ให้คนยืนละล้าละลังอยู่ไม่ห่าง ด้วยไม่เคยเห็นคุณหนูเล็กของเ้านายใหญ่สักครั้ง หรือถ้าจะพูดให้ถูกจริงๆ ก็คือ คนงานที่นี่แทบไม่มีใครได้เห็นบรรดาลูกแท้ๆ ของเ้านายใหญ่เลยด้วยซ้ำ จะมีก็แค่คุณดินที่เพิ่งเข้ามาสับเปลี่ยนตำแหน่งกับคุณปารณเมื่อไม่นานมานี้เท่านั้น
“ค่ะ ถ้าคุณน้องดาวจะเอาอะไรก็เรียกม้วยได้นะคะ ม้วยจะอยู่แถวๆ นี้ล่ะค่ะ”
“ขอบใจจ้ะ”
แม้คนหน้างอง้ำจะมีคำถามในใจ ว่าถ้าเรียกจริงๆ แล้วม้วยจะได้ยินยังไง ในเมื่อห้องก็ปิดประตูไว้ แต่ตอนนี้ไม่อยากคุยกับใคร แผลก็ปวดหนึบๆ เลยอยากนอนมากกว่า
“ม้วยช่วยเอากระปุกครีมตรงโต๊ะเครื่องแป้งมาให้น้องดาวตรงนี้ด้วย”
แม้จะป่วยแต่ก็ไม่ทิ้งอาการห่วงสวยเอาเสียเลย พอม้วยจัดการตามคำขอแล้วก็ออกไป ส่วนคนอยู่ด้านในก็รีบใส่ชุดนอน ต่อด้วยการประโคมเครื่องประทินผิวจนครบชุด ก่อนจะมุดตัวไปอยู่ใต้ผ้าห่มด้วยความน้อยใจนิดๆ ไม่พอใจหน่อยๆ ที่พี่ต่างสายเืเห็นสาวดีกว่า พอโทรมาหน่อยเดียวก็ทิ้งไปแบบไม่เหลียวหลังเลย
ความเหนื่อยกับการเดินก่อนจะเกิดเื่ ทำให้คนปวดแผลหลับไปได้อย่างง่ายดาย สะดุ้งตื่นอีกทีเพราะมีม้วยมาเขย่าตัวหลายครั้ง พอมองไปดูนาฬิกาก็รู้ว่าหลับไปได้ชั่วโมงนิดๆ แล้ว กลิ่นหอมๆ โชยมาแตะจมูก จนอยากรู้ว่าในถาดที่ม้วยยกมานั้นคืออะไร
“พี่ดินไปไหนเหรอม้วย” แต่ไม่รู้ทำไมถึงปากไวถามหาอีกคนก่อน
“ไม่รู้ค่ะ ม้วยลงไปก็ไม่เห็นแล้ว แต่คุณดินเข้าไปบอกป้าจ่อยให้ทำข้าวต้มอร่อยๆ ไว้ให้คุณน้องดาวค่ะ เห็นป้าจ่อยว่า สั่งแล้วก็รีบออกไป คุยโทรศัพท์ไปด้วยนะคะ”
“เหรอ”
“ค่ะ คุณน้องดาวจะกินเลยมั้ยคะ กำลังร้อนๆ คุณนพให้ยามาแล้วด้วยค่ะ”
“ไม่เอาอะ น้องดาวไม่หิว”
ความหิวนั้นเหมือนจะหดหาย เมื่อได้รู้ว่าถูกพี่ชายต่างสายเื จัดให้อยู่ในอันดับรองจากแฟนสาว แม้นี่เป็เื่ธรรมดาทั่วไป แต่ไม่รู้ทำไมใจถึงไม่เป็สุขเอาเสียเลย ด้วยเพราะไม่เคยถูกใครมองข้าม หรือถูกผลักให้หลุดจากการได้เป็แต่ที่หนึ่งมาก่อน
“แต่นี่ค่ำแล้วนะคะคุณน้องดาว ไม่กินข้าวแล้วจะกินยาได้ยังไงคะ”
ม้วยแนะนำด้วยท่าทีกล้าๆ กลัวๆ ด้วยไม่รู้อุปนิสัยใจคอของคุณหนูเล็กเลย
“ไม่หิว แล้วก็ไม่อยากกินด้วย ม้วยเอาออกไปเลย น้องดาวจะนอนต่อ”
เมื่อเห็นว่าจะไม่อาจทำให้คุณหนูเล็กยอมได้แล้ว ม้วยก็เดินหน้าม่อยประคองถาดออกจากห้องไปเงียบๆ ในใจก็สุดแสนจะเสียดายข้าวต้มกุ้งตัวเขื่อง ที่ป้าจ่อยเป็คนออกไปเลือกในตลาดด้วยตัวเองเลยทีเดียว พอเข้าไปในครัวก็บอกตามความจริงทุกอย่าง
“งั้นแกก็เอาไปกินเลยม้วย มันเริ่มจะไม่ร้อนแล้ว ทิ้งไว้ก็ไม่อร่อย ไว้ถ้าคุณน้องดาวหิวเมื่อไหร่ป้าจะมาทำใหม่เอง”
“จ้ะป้า”
ม้วยเปลี่ยนหน้าม่อยๆ เป็ระรื่นทันที เมื่อได้ไฟเขียวจากแม่ครัวตัวผอมจนเกินความจำเป็ ซึ่งแตกต่างจากคนอยู่กับอาหารทั้งวี่วันทั่วไปไม่น้อย
“เอ...ว่าแต่คุณดินจะกินมาจากข้างนอก หรือจะกลับมากินข้าวบ้านกันนะ ป้าก็ลืมถามไปเลย”
เพราะป้าจ่อยกำลังจะยกอาหารอย่างสุดท้ายออกไปให้ทีมงาน เลยเดาไม่ถูกว่าจะต้องทำยังไง
“ลืมอะไรครับป้า...”
“ว๊าย!!! อีพออีแม่หอยข่อยเฮีย!!!”
เพราะคนที่ป้าจ่อยกำลังพูดถึงอยู่นั้น เดินเข้ามาในครัวแบบกะทันหัน แถมส่งเสียงดังจนป้าจ่อยเผลอออกภาษาบ้านตัวเอง ปัถพีหัวเราะร่วน ขณะมองของในหม้อที่ป้าจ่อยกำลังจะตักใส่ชาม
“เฮียก็รีบเก็บสิครับป้า เดี๋ยวบ่มีให้ลุงใช้เด้อ”
เขาล้อภาษาเดียวกับป้าจ่อยด้วยความอารมณ์ดี ในมือมีถุงหิ้วด้วย ตาก็จ้องมองของในหม้อไป ทว่าใจนั้นกลับห่วงคนเจ็บข้างบนไม่น้อย เลยเอ่ยถามเป็เื่แรก
“เอาข้าวต้มไปให้คุณน้องดาวหรือยังครับป้า”
“เอาไปแล้วค่ะ แต่คุณน้องดาวไม่ยอมกิน ไล่ให้ม้วยเอากลับมา ป้าเลยบอกให้ม้วยกินค่ะ ถ้าคุณน้องดาวจะกินเดี๋ยวป้าทำใหม่ก็ได้ แต่เห็นม้วยว่าแกจะนอนนะคะ ว่าแต่คุณดินจะไปกินข้าวรวมกับหนุ่มๆ ข้างนอกมั้ยคะ ป้าจะจัดจานชามไปให้พร้อมแกงชามนี้เลย”
“ได้ครับ เดี๋ยวผมยกออกไปเอง ระหว่างผมกินอยู่ ป้าก็ทำข้าวต้มไว้นะครับ อิ่มแล้วผมจะมาเอาขึ้นไปให้คุณน้องดาว”
“ค่ะๆ”
ปัถพีวางถุงไว้เคาน์เตอร์ แล้วรับชามแกงกับจานข้าวของตัวเอง เดินออกไปหานพกรกับลูกน้องคนอื่น ที่ต่างกำลังจัดการกับอาหารอย่างเอร็ดอร่อย เพราะลุยงานั้แ่บ่ายจรดค่ำ
“ผมแยกกับข้าวไว้ให้คุณดินด้วยครับ คิดแล้วว่าคุณดินจะต้องรีบมากินกับพวกเรา”
นพกรเอ่ยเสียงนุ่มนวล ท่าทีนอบน้อม มือก็รับชามแกงจากเ้านายมาวาง แล้วรีบขยับอาหารที่แยกไว้ไปให้ทันที แม้ในใจนั้นอยากจะบอกว่า
อันที่จริงเ้านายคงไม่ได้รีบมากินข้าวด้วยสักเท่าไหร่ น่าจะห่วงคุณหนูเล็กมากกว่า แต่คนอย่างเขานั้น ถนัดคิดและอ่านใจคน ไม่ค่อยถนัดถ่ายทอดออกมามากมายนัก ยกเว้นเื่งาน
ส่วนคนเป็เ้านายนั้นก็ไม่ค่อยได้คุยอะไร นอกจากรีบตักมื้อเย็นเข้าปาก แล้วฟังลูกน้องคุยกันเื่นั้นเื่นี้ พออิ่มก็ตรงเข้าครัว แล้วกลับออกมาพร้อมถุงหิวกับถาดข้าวต้มพร้อมยา
“อ้อ! ป้าครับ คืนนี้ผมจะวานให้ขึ้นไปนอนเป็เพื่อนคุณน้องดาวหน่อย กลัวจะมีไข้กลางดึก ไม่รู้ป้าสะดวกมั้ยครับ”
เขาหันกลับมาหาป้าจ่อย ที่กำลังเดินออกจากครัวตามหลังมาไม่ห่าง
“สะดวกค่ะ งั้นป้าไปอาบน้ำแล้วก็รีบขึ้นไปนะคะ”
“ขอบคุณครับ”
ปัถพียิ้มให้ป้าจ่อยแล้วก็รีบก้าวยาวๆ ตรงไปหาลิฟต์ ด้วยห่วงคนอยู่บนห้องไม่น้อย ไม่รู้ทำไมไม่อยากกินมื้อเย็นอีกต่างหาก จะว่าอิ่มจากมื้อเที่ยงก็ไม่น่าจะใช่ เพราะใช้แรงงานตอนเดินไปจนหมดแล้ว เขาเคาะเบาๆ สองสามครั้ง แล้วเปิดประตูเข้าไปได้อย่างสบาย มองไปบนเตียง ก็เห็นคนบอกว่าจะหลับยังเล่นมือถืออยู่
“พี่เอาข้าวต้มชามใหม่มาให้น้องดาวครับ กินแล้วจะได้กินยาด้วย เดี๋ยวคืนนี้น่าจะปวดแผล และเผลอๆ ก็อาจจะมีไข้ด้วยนะครับ”
เขาเอ่ยยืดยาวเกินความจำเป็ในความคิด แต่ก็เพราะห่วงจริงๆ ถุงในมือถูกวางไว้ตรงปลายเตียง ส่วนตัวเขานั้นเดินไปลากสตูลตรงตู้เครื่องแป้งด้วยมือเพียงข้างเดียว เพราะอีกข้างยังมีถาดอยู่
“น้องดาวไม่กิน”
คนหน้างอยังคงนั่งเอาหลังพิงหัวเตียง ตาก็จ้องมือถืออยู่ มือก็พิมพ์ส่งข้อความไปหาพิชชาภาเพื่อนรัก ที่เพิ่งทักทายเข้ามาเมื่อไม่นานนี้
“ไม่หิวก็ต้องกินครับ น้องดาวจะทำให้ป้าจ่อยเสียใจเหรอครับ แกอุตส่าห์ทำข้าวต้มให้รอบสองแล้ว”
ให้ขัดใจไม่น้อย เมื่ออีกคนถือวิสาสะนั่งลงบนเตียงของตัวเอง ส่วนคนพี่นั้นปากก็เอ่ยเสียงนุ่มไป มือนั้นก็เปิดชามข้าวต้มไป ส่งกลิ่นหอบตลบอบอวลไปทั้งห้อง
“หอมจังเลย น้องดาวมากินก่อนดีกว่าครับ”
“ใครใช้ให้เรียกน้องดาวเฉยๆ อย่าเอาความสัมพันธ์ส่วนตัวมาใช้ในเวลางานนะ ชิ!”
แค่นี้คนเป็พี่ต่างสายเืก็รู้แล้วว่าอีกฝ่ายงอน ส่วนจะด้วยเื่อะไรนั้นยังเดาไม่ออก
“ก็ได้ครับคุณน้องดาว ทีนี้จะกินได้หรือยังครับ อย่าทำให้ผมเป็ห่วงนักเลย แค่นี้ผมก็ไม่รู้จะบอกคุณพ่อคุณแม่ยังไงแล้ว”
“ห่วง! แต่หนีไปั้แ่เย็นนี่นะ น้องดาวคงเชื่อหรอก”
มือถือถูกวางไว้อย่างไม่สนใจทิศทาง เมื่อเห็นว่าคนพี่ไม่คิดจะหนีไปไหนง่ายๆ แน่ แต่ก็อดเหน็บแนมไม่ได้
“หนีที่ไหนกันครับ ผมไปซื้อของใช้มาให้คุณน้องดาวในเมืองโน่นเลยนะครับ นั่นไง! ในถุง เต็มไปหมด”
คนพูดเอี้ยวตัวไปดึงถุงมาส่งให้คนหน้างอดู แล้วหันไปสนใจข้าวต้มในชามต่อ เห็นกุ้งตัวเขื่องนอนแอ้งแม้งอยู่ ก็รู้ว่าจะต้องอร่อยอย่างแน่นอน และคงน่าเสียดายแย่ถ้ามันจะไม่ได้รับการเหลียวแลจากคนกำลังเปิดดูของในถุง
“ชุดนอนน้องดาวมีตั้งเยอะ พี่ดินไปซื้อมาทำไมอีก”
คนหน้างอคว้าชุดนอนผ้าคอตตอน ที่เป็กางเกงขายาว เสื้อแขนยาวทั้งสี่ชุดมาดู แถมยังมีรองเท้าแตะ กับรองเท้าใส่ในบ้านอีกอย่างละคู่ มีกางเกงขาสั้นแต่ไม่มากอีกห้า ทำให้รู้ว่าคนไปซื้อหามานั้นใส่ใจไม่น้อย อาการงอนเมื่อครู่เลยลดน้อยถอยลงมาอีกระดับ
“ผมให้ป้าจ่อยมานอนเป็เพื่อน เพราะกลัวคุณน้องดาวจะมีไข้ตอนกลางคืน ต่อให้แกเป็ผู้หญิง คุณน้องดาวก็ต้องใส่ชุดรัดกุมหน่อยนะครับ ชุดแบบนี้เอาไว้ใส่อยู่บ้านเราดีกว่า มาต่างบ้านต่างเมือง เราต้องระมัดระวังไว้หน่อย”
“นี่ก็บ้านเรา”
คนงอนเถียงแล้วเบ้ปากน้อยๆ มือก็จับของยัดลงไปใส่ถุงตามเดิม คนเป็พี่เลยไม่คิดจะว่าอะไร งานที่จะต้องทำให้สำเร็จก็คือ ให้ข้าวต้มชามนี้เข้าไปอยู่ในกระเพาะน้อยๆ ก่อนเป็อันดับแรก
“ใช่ครับ บ้านเรา! ข้าวต้มจะเย็นหมด ผมว่าน้องดาวกินก่อนดีกว่านะครับ เดี๋ยวผมจะเอาชุดไปซักในห้องน้ำให้ จะได้มีใส่พรุ่งนี้ไงครับ”
“ไม่เอา น้องดาวเหนื่อย ไม่มีแรง อยากจะนอน”
“งั้นผมป้อนก็ได้ คุณน้องดาวแค่นั่งแล้วก็กินพอ นะครับคนดี พูดง่ายๆ จะได้โตไวๆ”
ไม่ว่าเปล่า คนอาสาจะป้อนยังตักข้าวต้มมาจ่อใกล้ๆ ปากบางอีก ทว่าเ้าของปากก็ไม่ยอมอ้ารับ
“ไม่เอา! น้องดาวไม่กิน พี่ดินไม่ต้องมาทำดีกับน้องดาวเลย เพราะพี่ดินนั่นล่ะ น้องดาวถึงได้เป็แบบนี้ไง”
“ผมยอมรับผิดทุกอย่างครับ จะลงโทษผมยังไงก็ได้ แต่ตอนนี้คุณน้องดาวอ้าปากรับข้าวต้มไปชิมสักคำก่อนนะครับ”
“ไม่!”
“ถ้าไม่อ้าปาก ผมจะเป็คนทำให้อ้าเองนะเอ้า รู้นะว่าผมจะใช้วิธีไหน ตอนนี้เราก็อยู่ไกลจากกรุงเทพฯ มากด้วย แถมอยู่ในห้องสองต่อสองอีก ผมมีเวลาทำอะไรต่อมิอะไรได้ถึงเช้าเลยนะ”
“ไอ้พี่ดินบ้า! ทุเรศ! น้องดาวจะฟ้องคุณพ่อ”
“ต่อให้ฟ้องคุณยายอีกคนผมก็ไม่กลัว ว่าไงครับ จะอ้าปากรับข้าวต้มเอง หรือจะให้ผมใช้วิธีของผม นับหนึ่งถึงสามแค่นั้นนะครับ หนึ่ง สอง...”
“ก็ได้ๆ”
ยังไม่ทันต้องนับสาม คนหน้างอก็อ้าปากรอรับข้าวต้มอย่างไม่เต็มใจนักแล้ว และนั่นทำให้คนขู่แอบยิ้มกริ่มอยู่ในใจ แต่ก็จำเป็ต้องปั้นหน้าดุ แสดงให้เห็นว่าจะเอาจริงแค่ไหน มือก็ตักข้าวต้มช้อนต่อไปรอ
“ไหนบอกว่าช้อนเดียวไงคะ”
“ผมไม่ได้บอกแบบนั้นสักหน่อย ไม่รู้ล่ะ ถ้าคุณน้องดาวไม่กินคำต่อไป ผมก็จะใช้วิธีที่บอกไว้นั่นล่ะ เลือกเอานะ”
คนหน้างอจำต้องรับของในช้อนเข้าปากอีกคำอย่างเสียไม่ได้ ทว่ากลับเป็สุขใจอยู่ลึกๆ เมื่อมีพี่ต่างสายเืมาคอยเอาใจใส่แบบนี้ แถมที่คิดว่าพี่หนีไปหลีสาว แท้จริงแล้วก็ไม่ใช่ แต่ไปซื้อข้าวของมาให้นี่เอง บวกกับรสชาติข้าวต้มอร่อยล้ำ คำที่สาม สี่ห้าเลยตามมาโดยคนพี่ไม่ต้องขู่
“น้องดาวอิ่มแล้วค่ะ”
เมื่อข้าวต้มพร่องไปครึ่งชาม คนถูกป้อนเลยส่ายหน้า คนป้อนเห็นว่ากระเพาะน้อยๆ ก็คงรับได้แค่นี้ เลยไม่ฝืนใจ แต่รีบจัดยากับยื่นแก้วน้ำให้เป็รายการต่อไป ประจบเหมาะกับเสียงเคาะประตูดังขึ้น ปัถพีเป็คนหันไปยิ้มให้ป้าจ่อย ซึ่งหอบเครื่องนอนเข้ามาด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม
“ให้ป้าปูนอนตรงไหนได้บ้างคะคุณดิน”
“ถามคุณน้องดาวได้เลยครับป้า งั้นผมจะปล่อยให้สาวๆ อยู่ด้วยกันแล้วนะครับ ถ้ามีอะไรไปเรียกผมที่ห้องได้ทุกเวลานะครับป้า”
ปัถพีรีบลุกขึ้นเตรียมออกจากห้อง ในมือยังมีถาดกับถุงชุดนอน ป้าจ่อยเลยรีบถาม แล้วพอรู้ว่าเขาจะเอาไปซัก ก็รีบอาสาจะทำให้พรุ่งนี้ พร้อมกับจะรีบให้อย่างเรียบร้อย ดุจดาริกาก็อยากให้เป็แบบนั้นเช่นกัน ด้วยรู้ดีว่างานเหล่านี้ไม่ใช่งานผู้ชาย ต่อให้พี่ต่างสายเืเต็มใจจะทำให้ก็ตาม
“โอเคครับ งั้นผมฝากป้าจ่อยช่วยหน่อยก็แล้วกันนะครับ ฝันดีทั้งสองคนครับ”
เอ่ยเสียงนุ่มแล้วเขาก็วางถุง แล้วยกถาดเดินออกจากห้อง แต่ก็ไม่วายหันกลับมามองคนเจ็บที่นั่งอยู่บนเตียง รอยยิ้มที่เขาส่งให้นั้น ทำให้เกิดแรงสะท้านะเืในหัวใจดวงน้อยๆ เข้าอย่างจัง
จนต้องรีบไถตัวลงนอน ดึงผ้าห่มมาคลุมถึงต้นคอ โดยไม่รู้สักนิด ว่ามันกำลังส่งสัญญาณอะไรมาให้ แต่ที่รู้ๆ คือหัวใจให้เป็สุขไม่น้อย เมื่อััได้ถึงความห่วงใยของพี่ต่างสายเืที่มี
=======================
E-Book พร้อมโหลดแล้วค่ะ
****** ขออนุญาตแจ้งอีกทีนะคะ ว่านิยายทุกเื่จะลงให้อ่านได้ราว 70% เท่านั้นค่ะ ต้องขอโทษด้วยนะคะถ้าทำให้ค้างคา แต่กันเกราเชื่อว่านักอ่านที่น่ารักทุกท่านจะเป็กำลังใจต่อให้ด้วยการตามหาหนังสือมาไว้ในอยู่แล้วค่ะ ******
ยิ้มมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม
และหนึ่งคอมเม้นต์ของท่าน คือหนึ่งแรกผลักดันและกำลังใจของคนเขียนนะคะ แต่ก็ยินดีต้อนรับและขอบคุณนักอ่านเงาทุกท่านด้วยค่ะ
รู้งี้แล้วอย่าลืมเม้นท์ให้เค๊าหลังอ่านด้วยนะตะเอง
========================
ตามเพจด้านล่างนี้เลยนะคะ
ยินดีต้อนรับทุกๆ ท่านค่ะ และยินดีรับฟังทุกความคิดเห็นค่ะ
สงวนลิขสิทธิ์ตามกฎหมาย
สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗
ห้ามหยิบยก คัดลอก หรือดัดแปลงส่วนใดส่วนหนึ่งของหนังสือเล่มนี้ รวมทั้งถ่ายทอด ถ่ายเอกสาร สแกน ในรูปแบบใดๆ ทั้งสิ้น เว้นเสียแต่จะได้รับอนุญาตจากผู้ประพันธ์เป็ลายลักษณ์อักษร ยกเว้นเพื่อการประชาสัมพันธ์อันเป็ประโยชน์แก่หนังสือเล่มนี้เท่านั้น
========================
