“์... นี่มันมิได้ล้างมือมานานเท่าใดกันแล้วเนี่ย?”
เซี่ยฝูคุนจ้องมองกรงเล็บปีศาจขนาดมหึมาที่ยื่นออกมาจากรอยแยกด้วยสีหน้าขยะแขยง
พูดตามจริง หากจะให้หาคำมาบรรยายกรงเล็บปีศาจนี้ละก็
สิ่งแรกที่ผุดขึ้นมาในหัวของเซี่ยฝูคุนก็คือ——
ตีนไก่พะโล้?
แน่นอนว่านั่นไม่ใช่ประเด็นสำคัญ
กรงเล็บปีศาจยื่นออกมาจากรอยแยกแล้วตะปบลงบนพื้นดินอย่างมั่นคง
พร้อมกับเสียงกู่ร้องคำราม เงาร่างสีดำทะมึนขนาดมหึมาก็พุ่งทะยานออกมาจากรอยแยกนั้น
ใช่แล้ว เซี่ยฝูคุนตาไม่ฝาด เงาร่างั์นี้มีเพียงแขนเดียว
“นึกไม่ถึงเลยว่าจะเป็ปีศาจแขนเดียว”
เซี่ยฝูคุนรู้สึกหมดคำพูด ไฉนปีศาจตนนี้ถึงได้ดูเหมือนหยางกั้วยิ่งกว่าตัวหยางกั้วเองเสียอีก? อย่างน้อยหมอนี่ก็แขนเดียวเหมือนกัน นับว่ามีลักษณะเด่นที่ตรงกันอยู่บ้าง
และในวินาทีนั้นเอง เงาร่างที่พุ่งออกมาจากรอยแยกก็สะบัดหัวไปมา
คอของมันยาวมาก เพียงแค่ลำคอ เซี่ยฝูคุนก็รู้สึกว่ายาวกว่าหนึ่งเมตรแล้ว ด้วยส่วนสูงรวมกว่าสี่เมตร ลำคอของมันปาเข้าไปหนึ่งในสี่ของความยาวทั้งหมด อีกทั้งิัตามร่างกายยังดูราวกับหินที่แตก มีของเหลวเน่าเหม็นคล้ายกับลาวาไหลซึมออกมาจากรอยแตกเ่าั้ไม่ขาดสาย เป็ภาพที่น่าขยะแขยงอย่างแท้จริง
“โฮก——”
“ผู้ใดเป็ผู้เรียกข้าผู้เป็ปีศาจระดับแนวหน้าออกมาจากนรก”
ปีศาจระดับแนวหน้าตนนี้กวาดสายตามองไปรอบด้าน เมื่อพบว่าที่นี่คือทวีปจิ่วโยว มันก็ถึงกับชะงักไปครู่หนึ่ง
“ท่านระดับแนวหน้า! ข้าเองขอรับ!”
เย่าตู๋จิ่วเมื่อเห็นปีศาจระดับแนวหน้าที่ตนอัญเชิญออกมา แม้ในใจเดิมทีไม่้าอัญเชิญปีศาจระดับแนวหน้า แต่ปรารถนาจะอัญเชิญระดับราชันมากกว่า ทว่าเพราะการขัดขวางของเซี่ยฝูคุนก่อนหน้านี้ เขาจึงจำต้องอัญเชิญปีศาจระดับแนวหน้าออกมาแก้ขัดไปก่อน
ปีศาจระดับแนวหน้านั้นมีพละกำลังโดยพื้นฐานอยู่ในขอบเขตอานุภาพเทพ ทว่าหากต้องปะทะกับผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตครึ่งก้าวต้นกำเนิด์ ก็ยังพอจะต้านทานห้ำหั่นกันได้
ยิ่งไปกว่านั้น...
อาจจะเป็เพราะรสนิยมส่วนตัว เย่าตู๋จิ่วจ้องมองปีศาจที่อัปลักษณ์ตรงหน้า กลับยิ่งมองก็ยิ่งรู้สึกพึงพอใจยิ่งนัก
“มนุษย์รึ?”
ปีศาจระดับแนวหน้าตนนั้นกวาดตามองเย่าตู๋จิ่วแวบหนึ่ง และพบว่าในมือของเย่าตู๋จิ่วถืออักขระยันต์ไว้
“เ้าปรารถนาจะทำสัญญาผูกมัดกับข้าอย่างนั้นรึ? หากเป็เช่นนั้น ในภายภาคหน้า เ้าจักต้องรับใช้ขุมนรกเพียงอย่างเดียวเท่านั้น”
เมื่อได้ยินคำพูดของปีศาจระดับแนวหน้า เย่าตู๋จิ่วก็ไม่ได้ลังเลเลยแม้แต่น้อย
“ท่านระดับแนวหน้า เื่นั้นมิใช่ปัญหา เย่าตู๋จิ่วเตรียมใจไว้พร้อมแล้ว!”
เมื่อเห็นเย่าตู๋จิ่วยืดอกยอมรับอย่างภาคภูมิ เซี่ยฝูคุนก็ขมวดคิ้วมุ่น เ้าบ้านี่ดูอย่างไรก็เหมือนพวกฏขายชาติชัดๆ ไม่ได้การ คนเช่นนี้ไม่ควรปล่อยให้มีชีวิตอยู่
“ดีๆๆ ฮ่าๆๆ ทวีปจิ่วโยว นานแล้วนะที่ข้ามิได้มาเยือนที่นี่”
ปีศาจระดับแนวหน้าแลบลิ้นยาวเหยียดออกมา เลียของเหลวเน่าเฟะที่ไหลอาบแก้มของตนเอง ใบหน้าเต็มไปด้วยความคลุ้มคลั่งและตื่นเต้น
“ทว่าท่านระดับแนวหน้า ก่อนหน้านั้น ข้าหวังว่าท่านจะช่วยจัดการกับปัญหาเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้ก่อนขอรับ”
เย่าตู๋จิ่วชี้ไปยังเซี่ยฝูคุนและพยัคฆ์อสรพิษอัคคีที่อยู่ตรงหน้าพลางเอ่ยกับปีศาจระดับแนวหน้า
“หือ? สัตว์อสูรระดับแปดรึ?”
ปีศาจระดับแนวหน้าไม่แม้แต่จะมองเซี่ยฝูคุนเลยแม้แต่น้อย เพราะในสายตาของมัน ผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตชั้นยอดก็ไม่ต่างอะไรจากมดปลวก สิ่งที่มันสนใจมากกว่าคือพยัคฆ์อสรพิษอัคคีที่เซี่ยฝูคุนอัญเชิญมา ซึ่งอยู่ในระดับแปดขั้นสูงสุด หากเทียบพลังแล้ว ย่อมอยู่ในขอบเขตอานุภาพเทพ ทัดเทียมกับระดับพลังของมันพอดี
“ถอยไปก่อนเถิด ปีศาจระดับแนวหน้าตนนี้มีพละกำลังถึงขอบเขตอานุภาพเทพขั้นสูงสุด แม้ตอนนี้จะอยู่ใน่อ่อนแอ ทว่าก็มิใช่สิ่งที่เราจะรับมือได้ ถอยไปก้าวหนึ่งก่อน แล้วค่อยไปเชิญท่านลุงชิงมู่มาจัดการปัญหานี้”
เมื่อได้ยินเยี่ยชิงหว่านกระซิบเตือนข้างหู เซี่ยฝูคุนก็แสยะยิ้มออกมา
หากต้องรอให้ชิงมู่ตวนหรือท่านราชครูมาถึง ตอนนั้นเ้าปีศาจระดับแนวหน้ากับเย่าตู๋จิ่วคงหนีเตลิดไปไหนต่อไหนแล้ว อีกทั้งต่อให้ชิงมู่ตวนจะมาถึงที่นี่จริงๆ ก็เกรงว่า การจะรับมือกับปีศาจระดับแนวหน้าตนนี้ก็คงไม่ใช่เื่ง่าย
ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อครู่เซี่ยฝูคุนก็เฝ้ารอคอยการมาถึงของปีศาจระดับแนวหน้าตนนี้อยู่ตลอด ตอนนี้จะให้ถอยหรือ? ไร้เหตุผลสิ้นดีสหายเอ๋ย!
เซี่ยฝูคุนไม่รอช้า ก้าวไปเบื้องหน้าหนึ่งก้าวทันที
“เ้า!”
เยี่ยชิงหว่านไม่เข้าใจว่าเซี่ยฝูคุนคิดจะทำสิ่งใด ในสายตาของนาง เซี่ยฝูคุนมุทะลุเกินไปแล้ว สถานการณ์เช่นนี้เห็นได้ชัดว่าควรจะถอยเพื่อรักษาชีวิตไว้ก่อน!
และยิ่งไปกว่านั้น—
ในวินาทีต่อมา สิ่งที่ทำให้เยี่ยชิงหว่านต้องอึ้งจนพูดไม่ออกก็เกิดขึ้น
เซี่ยฝูคุนกลับเรียกพยัคฆ์อสรพิษอัคคีกลับคืนไปเสียอย่างนั้น
“เอ๊ะ?”
เมื่อเห็นพยัคฆ์อสรพิษอัคคีกลายเป็แสงสีแดงพุ่งเข้าสู่ร่างของเซี่ยฝูคุน ปีศาจระดับแนวหน้าก็ชะงักไปครู่หนึ่ง
“สัตว์อสูรระดับแปดตนนั้น ที่แท้ก็เป็สัตว์อัญเชิญ?”
ในตอนนี้เองที่มันยอมหันมามองเซี่ยฝูคุนอย่างเต็มตา ทว่าเพียงครู่เดียวมันก็ต้องขมวดคิ้ว
ผู้อัญเชิญระดับสี่?
ผู้อัญเชิญระดับสี่ จะอัญเชิญสัตว์อสูรระดับแปดออกมาได้อย่างไร?
หรือว่า... ยามนี้ทวีปจิ่วโยวจะมีการเปลี่ยนแปลงไปแล้ว? มิใช่ทวีปจิ่วโยวที่มันเคยรู้จักเมื่อก่อนหรืออย่างไร?
“เ้าคือ...”
ยังไม่ทันที่ปีศาจระดับแนวหน้าจะได้อ้าปาก เซี่ยฝูคุนก็ชิงหัวเราะออกมาและชี้นิ้วใส่หน้ามัน
“เ้าตัวอัปลักษณ์”
ปีศาจระดับแนวหน้า: “???”
เยี่ยชิงหว่าน: “...”
หลังจากนั้นไม่นาน ปีศาจระดับแนวหน้าจึงดึงสติกลับมาได้ ใบหน้าของมันบิดเบี้ยวดูเหี้ยมเกรียมยิ่งกว่าเดิม
“เมื่อครู่เ้ากำลังพูดกับข้าอย่างนั้นรึ ไอ้เ้ามดปลวก”
“แล้วจะให้ข้าพูดกับสุนัขที่ไหนเล่า?”
เซี่ยฝูคุนพูดด้วยท่าทีไม่ทุกข์ร้อน
“ดีๆๆ! พอดีเลยที่ข้ามิได้ลิ้มรสชาติของมนุษย์มานานหลายพันปีแล้ว วันนี้ข้าจะใช้เ้ามาเป็เครื่องเคียงล้างปากเสียเลย!”
หลังจากปีศาจระดับแนวหน้าตนนี้แค่นหัวเราะเย็นเยียบ ทั่วทั้งลานบ้านตระกูลปู้เฝิงก็เกิดพายุหมุนอันรุนแรงพัดกระหน่ำ
ร่างของเซี่ยฝูคุนถูกแรงดึงดูดมหาศาลฉุดกระชากเข้าไปหาอีกฝ่ายโดยไม่อาจควบคุมได้
“เซี่ยฝูคุน!”
เยี่ยชิงหว่านได้แต่จ้องมองเซี่ยฝูคุนถูกปีศาจระดับแนวหน้าดูดเข้าไป ทว่าร่างกายของนางในตอนนี้กลับถูกกดทับจนไม่อาจขยับได้เลยแม้แต่น้อย!
“ไอ้คนโง่เง่า บังอาจไปท้าทายท่านระดับแนวหน้า”
เย่าตู๋จิ่วเห็นเซี่ยฝูคุนถูกดูดเข้าไป และกำลังจะตกลงสู่ปากมหึมาของปีศาจระดับแนวหน้า เขาก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยเยาะเย้ยถากถางออกมา
และในวินาทีนั้นเอง
เขากลับสังเกตเห็นว่า มุมปากของเซี่ยฝูคุนกลับหยักโค้งเป็รอยยิ้มดูแคลนออกมา
เ้าเด็กนี่เสียสติไปแล้วหรือ? ความตายอยู่ตรงหน้ายังจะยิ้มออกมาได้อีก? หรือว่าจะเป็รอยยิ้มขมขื่นที่ไร้ทางสู้?
ยังไม่ทันที่เย่าตู๋จิ่วจะจินตนาการไปไกลกว่านั้น ริมฝีปากของเซี่ยฝูคุนก็ขยับเอ่ยออกมาเบาๆ
“ไอ้โง่”
เย่าตู๋จิ่ว: “???”
นั่นมันคำติดปากของเขาเอาไว้ใช้ด่าคนอื่นมิใช่รึ? ไฉนจึง...
และในวินาทีต่อมา
ในตอนที่ทุกคนต่างคิดว่าปีศาจตนนั้นกำลังจะเขมือบเซี่ยฝูคุนลงไป
เซี่ยฝูคุนกลับยื่นมือข้างหนึ่งออกไปแตะลงบนหัวของปีศาจตนนั้น
“จ๊วบ——”
เสียงประหลาดที่ฟังดูน่าขำดังขึ้นคราหนึ่ง
ภาพเหตุการณ์อันพิสดารพันลึกพลันบังเกิดขึ้นต่อสายตา
ปีศาจระดับแนวหน้าตนนั้น กลับถูกเซี่ยฝูคุนดูดกลืนหายวับไปในทันที
“ติ๊ง ติ๊ง ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ที่ดูดกลืนปีศาจระดับแนวหน้าได้หนึ่งตน เนื่องจากพละกำลังของโฮสต์เอง ปีศาจระดับแนวหน้าจึงถูกเปลี่ยนเป็แต้มหลอมรวมห้าสิบแต้ม”
ยอดเยี่ยม!
ดวงตาของเซี่ยฝูคุนทอประกายเจิดจ้า ในตอนนี้เขารู้สึกเหมือนตัวลอยได้เลยทีเดียว
ประการแรก เขาได้รับรู้แล้วว่า ปีศาจนั้นสามารถดูดกลืนได้จริงๆ!
ประการที่สอง ก่อนหน้านี้อสรพิษแสงทองแลกได้เพียงหนึ่งร้อยแต้ม ทว่าปีศาจระดับแนวหน้าตนนี้ตนเดียว กลับแลกได้ถึงห้าสิบแต้ม! นี่มันกำไรมหาศาลชัดๆ!
ลองจินตนาการดูสิ หากวันใดวันหนึ่งเขาได้ไปเดินเล่นในขุมนรก แล้วกลับออกมาพร้อมกับแต้มหลอมรวมที่สามารถอัญเชิญสัตว์อสูรระดับแปดออกมาเป็กองทัพนับพันนับหมื่นเดินตามหลังละก็ ให้ตายเถอะ ทั่วทั้งทวีปจิ่วโยวจะยังมีใครกล้าดูแคลนเขาอีก?
เซี่ยฝูคุนครุ่นคิดพลางเกิดความลำพองใจเล็กๆ ในส่วนลึกของจิตใจ
ในขณะที่เซี่ยฝูคุนกำลังฝันหวานอยู่นั้น เย่าตู๋จิ่วที่อยู่ด้านข้างกลับมีสีหน้าประหนึ่งเห็นผี
เขาตรากตรำแทบตายเพื่ออัญเชิญปีศาจระดับแนวหน้าออกมา ทว่าผลสุดท้ายกลับอยู่ไม่ถึงหนึ่งตอนเสียด้วยซ้ำ? แบบนี้มันจะดูไร้เหตุผลเกินไปหน่อยกระมัง?
เย่าตู๋จิ่วถึงกับหน้าถอดสี ใช้นิ้วที่สั่นเทาชี้ไปทางเซี่ยฝูคุน
“เ้า... เ้าๆๆ! เ้าใช้วิชามารอันใด? ท่านระดับแนวหน้าอยู่ที่ใดกัน?!”