ตอนที่ 3 ทะลุมิติ
โลกปัจจุบัน
กลางเวหาสีครามเหนือผืนแผ่นดิน
เสียงเครื่องยนต์คำรามก้องเหนือฟากฟ้า เครื่องบินลำเลียงทางยุทธวิธีของกองทัพปลดแอกประชาชนจีน (PLA) กำลังแล่นผ่านชั้นบรรยากาศด้วยความเร็วคงที่ ท่ามกลางแรงลมที่กระหน่ำผ่านตัวเครื่อง ในห้องโดยสารท้ายลำ กลุ่มนายทหารจากหน่วยรบพิเศษในเครื่องแบบพรางทะเลทรายกำลังยืนเรียงแถวเป็ระเบียบ ตาสีดำสนิทฉายแววแน่วแน่ ใบหน้าเ็าไร้ความลังเล
พวกเขากำลังฝึกซ้อมะโร่มแบบ HAHO (High Altitude, High Opening) ซึ่งเป็ยุทธวิธีที่ใช้ในการลักลอบส่งกำลังเข้าสู่ดินแดนข้าศึกโดยไม่ให้ถูกตรวจจับ เมื่อคำสั่งถูกส่งผ่านหูฟัง โคมไฟสัญญาณสีแดงเปลี่ยนเป็สีเขียว ประตูท้ายของเครื่องบินค่อย ๆ เปิดออก เผยให้เห็นท้องฟ้ากว้างและผืนดินเบื้องล่างที่อยู่ห่างออกไปกว่าหมื่นฟุต
ทันใดนั้นเสียงฟ้าคำรามดังสนั่น ชนิดที่ไม่มีสัญญาณเตือนให้รู้ล่วงหน้า
กลางเวหาสีเทาหม่นเหนือแผ่นดินเบื้องล่าง เมฆฝนดำทะมึนปกคลุมทั่วฟากฟ้า พายุฤดูร้อนที่ไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้าเริ่มก่อตัวขึ้น ลมกรรโชกแรงพัดโหมกระหน่ำ เสียงเครื่องยนต์คำรามกลบเสียงฟ้าคำรามที่กำลังแผดก้องอยู่ในระยะไกล
"เตรียมตัวะโ!"
เมื่อออกจากเครื่องบินมาได้ไม่กี่วินาที พวกเขารีบเปิดร่มชูชีพแบบพิเศษที่สามารถควบคุมทิศทางได้ เขาและเพื่อนๆ ลอยอยู่กลางอากาศสูงกว่าระดับ 30,000 ฟุต ปรับองศาร่มให้มุ่งหน้าไปยังจุดลงจอด เป้าหมายคือการร่อนลงโดยไม่มีใครตรวจพบ
สายตาของพวกเขากวาดมองแนวป่าและูเาเบื้องล่าง ทุกการเคลื่อนไหวต้องคำนวณอย่างแม่นยำ ทั้งแรงลม ทิศทาง และระยะห่างจากพื้นดิน การสื่อสารผ่านสัญญาณมือเป็สิ่งจำเป็ ทุกคนต้องรักษาระยะห่างที่เหมาะสม ป้องกันการชนกันกลางอากาศ
นาทีผ่านไปอย่างช้า ๆ แต่สำหรับพวกเขา ทุกเสี้ยววินาทีคือการตัดสินความเป็ความตาย หากเกิดข้อผิดพลาดเพียงเล็กน้อย ร่มอาจไม่กางออก อาจร่วงสู่พื้น หรือถูกตรวจพบก่อนถึงจุดหมาย แต่ไม่มีใครหวั่นเกรง นี่คือภารกิจที่พวกเขาฝึกฝนมาเป็เวลาหลายปี
หลี่เฟยเทียน นายทหารหน่วยรบพิเศษย่อตัวต่ำ จับสายรัดให้แน่น ออกซิเจนในหน้ากากไหลเวียนอย่างมั่นคง หัวใจเต้นเป็จังหวะนิ่งสงบ ชายหนุ่มคนหนึ่งก้าวออกจากประตูท้ายเครื่อง เขาดิ่งลงสู่ความเวิ้งว้างของเวหาโดยไม่ลังเล
แรงลมพัดกระแทกใบหน้ารุนแรง เสื้อผ้าแนบกับร่างราวกับถูกเหวี่ยงอยู่ในกระแสพายุ แขนทั้งสองกางออก รักษาสมดุลร่างกาย รอจังหวะที่เหมาะสมก่อนจะปล่อยร่มชูชีพ ในระยะสูงเหนือพื้นดินนับหมื่นฟุต ร่มกางออกทันทีหลังจากเขาดึงสาย ร่างของเขาชะลอความเร็ว ลอยตัวเหนือป่าทึบที่ทอดยาวสุดสายตา
แต่แล้ว...มันเกิดขึ้น
ทันทีที่ร่มชูชีพกางออก ร่างของเขากลายเป็จุดเด่นกลางอากาศ ท่ามกลางพายุที่ก่อตัวขึ้นอย่างเงียบงัน สายฟ้าสีขาวสว่างวาบขึ้นในชั่วพริบตา เสียงฟ้าร้องคำรามดังกึกก้องไปทั่วฟากฟ้า เปลวเพลิงแห่งพลังงานฟาดลงมาจากเบื้องบนราวกับมีดาบแห่ง์ตวัดฟันเป้าหมายของมัน
"เปรี้ยงงง!!!"
ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วเกินกว่าจะทันตั้งตัว ประกายไฟพุ่งกระจายไปทั่ว เส้นลวดของร่มชูชีพสั่นสะท้าน ร่างของชายหนุ่มกระตุกอย่างรุนแรง ดวงตาเบิกกว้างก่อนที่ทุกอย่างจะดับวูบ ความเ็ปพุ่งทะลุทุกเส้นประสาท ราวกับร่างกายของเขาถูกเผาไหม้จากภายใน
แรงะเิจากสายฟ้าทำให้ร่มชูชีพฉีกขาดเป็ชิ้น ๆ ร่างของเขาหมุนคว้างอยู่กลางอากาศ ไร้การควบคุม ลมพายุพัดกระหน่ำร่างที่ไร้เรี่ยวแรงของเขา เสียงหวีดหวิวของอากาศแปรเปลี่ยนเป็เสียงกรีดร้องที่ไม่มีใครได้ยิน
แล้วร่างนั้นก็ร่วงหล่น...
ดิ่งลงสู่โลกเบื้องล่าง ดวงจิตของเขาหลุดลอยออกจากร่างขณะที่ยังไม่ถึงพื้น ทุกสิ่งค่อย ๆ มืดลง ความทรงจำสุดท้ายเลือนหายไปท่ามกลางสายลม และในชั่วขณะเดียวกัน ดวงจิตของเขาก็ถูกแรงบางอย่างดึงไปสู่สถานที่ที่ไม่เคยเห็นมาก่อน
ดวงจิตของหลี่เฟยเทียนเหมือนล่องลอยอยู่ในอากาศกลางความมืดและสับสน ภาพของท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยเมฆหมอกปกคลุม ความรู้สึกของการลอยตัวระหว่างฟ้ากับพื้นดินช่างเหมือนการทดสอบความกล้าหาญที่เขาเคยทำมาก่อน แต่ทว่าทุกอย่างเปลี่ยนไปในพริบตา ขณะที่เขากำลังร่อนกลางอากาศ บรรยากาศสงบถูกทำลายด้วยเสียงฟ้าร้องคำรามดังลั่น ฟ้าแลบสว่างจ้าราวกับไฟฟ้าเผาผลาญทุกสิ่งที่ขวางหน้า
ในชั่ววินาทีที่เกิดขึ้น ดวงจิตของเขาถูกดูดเข้าไปในกระแสไฟฟ้าที่พุ่งลงมาอย่างรุนแรง จากความรู้สึกของการร่อนลงอย่างช้า ๆ กลับกลายเป็ความว่างเปล่าอันแปลกประหลาด ความรู้สึกของการลอยตัวหายไป ปรากฏการณ์ของโลกภายนอกและอากาศที่เคยรู้สึกได้หมดสิ้นหายไปในความมืดมิดสุดขั้ว เขารู้สึกเหมือนถูกดูดเข้าไปในอุโมงค์อันมืดมิด อันมีแต่ความว่างเปล่าและพลังบางอย่างที่ดึงเขาไปอย่างแรง
แล้วมันก็เกิดขึ้น ภาพและเสียงจากโลกปัจจุบันค่อย ๆ สลายไป และท่ามกลางความมืดนั้น เขากลับรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงบางอย่างในตัวเขา ดวงจิตของเขาผ่านทะลุเวลาจากโลกนี้ไปยังโลกที่เขาไม่เคยรู้จักมาก่อน ร่างกายของเขารู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลง เขาไม่สามารถควบคุมได้ว่าเหตุใดตัวตนของเขาจึงมาอยู่ที่นี่ ร่างกายของเขาไม่ใช่ร่างของทหารนาวิกโยธินอีกต่อไป แต่มันกลับเป็ร่างของชายหนุ่มผู้บอบช้ำจากการตกลงไปในหุบเหว
“เขายังไม่ตาย เขาฟื้นแล้ว”
เสียงร้องอย่างตื่นเต้นของหญิงสาว ปลุกให้หลี่เฟยเทียนค่อยๆ ลืมตาขึ้นอีกครั้ง เขาสะดุ้งเมื่อเห็นใบหน้าเปื้อนโลหิตเกรอะกรังของหญิงสาวที่กำลังประคองร่างเขาอยู่
ความรู้สึกเ็ปจากาแยังคงฝังลึกอยู่ในร่าง เขากลับััได้ถึงความเย็นเยียบและแผ่ซ่านไปทั่วทุกส่วนของร่างกาย เขาเหลือบมองเห็นมือที่ไม่คุ้นเคย ร่างที่แตกต่างไปจากเดิม สิ่งแรกที่เขารู้สึกได้คือความสับสนสุดขีดในใจ เขาเหมือนเป็คนแปลกหน้าที่ถูกทิ้งอยู่ในสถานที่ที่ไม่รู้จัก
ความทรงจำของการเป็ทหารยังคงมีอยู่ในจิตใจ แต่เมื่อเขาหันมองรอบตัว ก็พบว่าไม่ใช่สนามฝึกของทหารที่เขาคุ้นเคย ดวงตาของเขาจับจ้องไปที่ท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยหมอกและป่าไม้หนาทึบ ร่างของเขาอยู่ในสภาพที่ถูกาเ็หนักจากการตกเหว ภาพจากโลกเดิมค่อย ๆ ผสมผสานกับความทรงจำใหม่ ความจริงที่ใหม่และแปลกประหลาดก่อตัวขึ้นในจิตใจของเขา
“อา…ที่นี่ ที่ไหนกัน”
เขาะโถามออกไป แต่ความจริงมันเป็เสียงอันแหบแห้งในลำคอเท่านั้น
“ไม่ต้องพูดแล้ว ดื่มโอสถนี้ก่อน”
เลือนลางแว่วยินเสียงของหญิงสาวอีกนางหนึ่งพร้อมกับรู้สึกถึงปลายคางที่ถูกบีบให้อ้าปากบังคับให้ดื่มยา
โปรดติดตามตอนต่อไป