สายวันต่อมาป้องเขตนอนเอกเขนกอยู่ที่ศาลาริมแม่น้ำ ลมโกรกเย็นสบายเหมาะสำหรับนอนอ่านหนังสือผ่อนคลายในวันหยุดยิ่งบนโต๊ะข้างๆ ตัวมีจานขนมกลิ่นหอมกรุ่น รสชาติหวานละมุน มือใหญ่ของเขาหยิบขนมสีอ่อนในถ้วยเล็กส่งเข้าปากไม่หยุดกลิ่นน้ำลอยดอกมะลิหอมผสานกับความลื่นละมุนที่ไหลลื่นลงคอคำแล้วคำเล่าจนเขาเผลอลืมว่ามืออีกข้างถือหนังสือกางเอาไว้อยู่
กลิ่นและรสชาติขนมทำให้เขานึกไปถึงดวงหน้าหวานของคนทำชื่อของมันที่ข้างกล่องยังตราตรึง ‘ขนมลืมกลืน’
“ใครกันช่างตั้งชื่อ ขนมลืมกลืนช่างสมกับชื่อจริงๆ” ชายหนุ่มรำพึงออกมาเสียงเบา มุมปากหยักยิ้มออกมาเล็กน้อยเมื่อนึกถึงใบหน้าของเธอกับน้ำเสียงเจื้อยแจ้ว
“เอ๊ะ... นี่ฉันจะคิดถึงเด็กคนนั้นทำไมกัน”ชายหนุ่มบอกพร้อมกับวางขนมที่อยู่ในมือชิ้นสุดท้ายลงบนจานเหมือนเดิมและเปิดหนังสือหน้าต่อไปพยายามเพ่งสมาธิจดจ่อกับหน้าหนังสือ หากแต่อ่านได้เพียงไม่กี่บรรทัดเขาก็ต้องคว้ามือไปหยิบขนมในจานอีกครั้ง
ขนมชั้นกลีบกุหลาบมันวาวถูกส่งเข้าปากมันอยู่ในถ้วยพลาสติกใบเล็กขนาดพอดีคำ เหมาะสำหรับหยิบส่งเข้าปากได้เรื่อยๆไม่ติดมือ รสชาติไม่หวานมาก แต่นุ่มละมุนแทบไม่ต้องเคี้ยวทำให้เขาต้องหยิบอีกชิ้นส่งเข้าปากเพื่อเน้นย้ำรสชาติ
“วันนี้เป็วันอะไรกันนะลูกชายของแม่ถึงได้นอนเอกเขนกส่งขนมเข้าปากอย่างอารมณ์ดีแบบนี้” เสียงของนางวรากุลเอ่ยทักในจังหวะที่นางทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ที่อยู่ไม่ห่างจากลูกชาย
“วันนี้ไม่มีงานเหรอ” นางถามต่อ เพราะไม่เคยเห็นว่าลูกชายจะอยู่ติดบ้านแบบนี้สักครั้งในระยะหลังที่ผ่านมาแม้ว่าจะเป็วันหยุดสุดสัปดาห์ก็ตาม
“วันหยุดก็อยู่บ้านบ้างสิครับคุณแม่”
“แล้วนั่นขนมที่ป้องให้พี่พินไปซื้อมาให้เหรอจำได้ว่าแม่ไม่ได้ซื้อเข้ามา” นางแกล้งถามต่อหยั่งเชิงคำตอบของลูกชายแม้จะเห็นเขาหอบหิ้วกลับมาเองั้แ่เมื่อวาน
“ผมซื้อมาจากร้านขนมไทยที่ไปมาเมื่อวานอร่อยดีนะครับคุณแม่” เขาตอบกลับไปตามความจริง ดวงตาของชายหนุ่มส่งประกายเมื่อพูดถึงร้านขนมร้านนั้น
“ขนมร้านนั้นรสชาติไม่หวานมากแม่ก็ชอบอุดหนุน เ้าของร้านเป็เด็กรุ่นใหม่ที่เข้าใจคิด เข้าใจทำประยุกต์รูปแบบการนำเสนอขนมไทยโบราณหลายอย่างให้ดูสวยงาม เพิ่มมูลค่าให้มากขึ้น”นางวรากุลสนับสนุนคำพูดของลูกชาย ชายหนุ่มพยักหน้าคล้อยตามเป็ครั้งแรกที่เขาให้ความสนใจเื่ที่มารดาเล่า
นางวรากุลซ่อนยิ้มเมื่อเห็นท่าทีสนใจของลูกชายนางจึงเสริมต่อ โยนหินถามทางความรู้สึกของเขา
“เ้าของร้านสวยด้วยนะป้องคงยังไม่เห็น”
“คุณแม่จะเริ่มเข้าเื่อีกแล้วใช่ไหมครับเ้าของร้านขนมไทยคงไม่เหมาะกับผมหรอก” ชายหนุ่มบอกตัดบทแต่ผู้เป็แม่กลับหัวเราะออกมาอย่างอารมณ์ดี หยอกเย้ากระเซ้าแหย่ลูกชาย
“แม่แค่บอกว่าเธอสวยเท่านั้นเองป้องคงไม่มีโอกาสได้เจอ เพราะเธอยุ่งมากจนแทบไม่มีเวลาอยู่ร้าน วันนี้ป้องไม่ไปไหนใช่ไหม”
“เปล่าครับ... คุณแม่มีอะไรหรือเปล่า”
“พอดีว่าแม่สั่งหม้อแกงเผือกที่ร้านขนมศกุนตลาเอาไว้แล้วลืมสนิทว่าพี่พินไม่อยู่ ส่วนแม่ก็ต้องรีบไปงานด้วยป้องมีเวลาแวะไปเอาให้แม่สักครู่ได้ไหม”
“ได้สิครับ” ชายหนุ่มตอบรับทันทีโดยที่ไม่รู้ตัวว่าเผลอยิ้มออกมาให้คนเป็แม่ได้เห็น
“ป้องกำลังอารมณ์ดีอยู่หรือเปล่าหรือว่าอยากเห็นเ้าของร้านที่แม่พูดถึงเสียแล้ว” คนเป็แม่เย้าอีกครั้ง
“คุณแม่ก็โยงเข้าเื่ของคุณแม่จนได้ผมไม่อยากรู้จักใครหรอกอยากมีวันหยุดที่ได้นอนอยู่บ้านรีแลกซ์แบบไม่คิดอะไรอย่างนี้มากกว่า”
“ปิดทางแม่อีกแล้ว” นางวรากุลบอก
“ปิดทางอะไรครับ”
“คือแม่กำลังจะถามป้องว่าว่างวันไหนแม่อยากชวนหนูตลามารับประทานอาหารที่บ้านและทำความรู้จักกันไว้ ป้องคงไม่ลืมเื่ที่เราคุยกันไว้วันก่อนนะ”คราวนี้นางวรากุลเข้าเื่อย่างจริงจัง หลังจากหยั่งเชิงความรู้สึกของ ลูกชายมาหลายรอบ
สีหน้าของชายหนุ่มเปลี่ยนไปทันทีเมื่อนึกถึงเื่ที่เขาคุยกับมารดาค้างเอาไว้วันก่อนเพราะกำลังหาเหตุผลและยกข้ออ้างเพื่อล้มเลิกคำพูดของท่าน
“ผู้หญิงอะไรชื่อกะลา” ชายหนุ่มชักสีหน้าถามกลับเสียงห้วน แค่ได้ยินชื่อของเธอเขาก็พานหงุดหงิดขึ้นมาทันที
เมื่อเห็นอาการของลูกชายนางก็เลี่ยงที่จะบอกให้เขารู้ว่าผู้หญิงที่นางหมายปองเป็เ้าของร้านขนมไทยที่ชื่อศกุนตลาเพราะเมื่อครู่เขายังอารมณ์ดี
ป้องเขตเกลียดการถูกยัดเยียดและเมื่อนางรู้ว่าเขาตั้งป้อมรังเกียจที่จะทำความรู้จักหญิงสาว นางก็จะทำให้เขารู้สึกดีกับเธอโดยที่ไม่บอกข้อมูลใดๆ
“เธอชื่อว่า ตลา” มารดาย้ำ มองหน้าลูกชายเป็เชิงตำหนิ
“จะชื่ออะไรก็ช่าง ผมไม่อยากรู้จัก”
“แต่ป้องก็ต้องทำให้เธอท้องและมีหลานให้แม่ตามคำสัญญา”
“ฮึ!” ชายหนุ่มแค่นเสียงเยาะในลำคอเมื่อนึกถึงนามสกุลเก่าแก่ของตัวเองและทรัพย์สมบัติมูลค่ามหาศาลของมารดามันคงเป็เหตุผลที่ทำให้ผู้หญิงพวกนั้นวิ่งแจ้นอยากมาเป็แม่พันธุ์ลูกของเขาโดยที่ยังไม่รู้จักเขาด้วยซ้ำ
“แม่พันธุ์เป็สัดแล้วเหรอครับ”
ประโยคที่หลุดออกมาจากปากของชายหนุ่มทำให้นางวรากุลหันกลับไปจ้องมองหน้าลูกชายด้วยความไม่พอใจในแววตาไม่สามารถซุกซ่อนความรู้สึกข้างในเอาไว้
“แม่ไม่นึกว่าคำพวกนี้มันจะหลุดออกมาจากปากข้าราชการระดับสูงที่มีตำแหน่งหน้าที่การงานดีอย่างป้องนะถ้าไม่ให้เกียรติเธอ ก็เหมือนไม่ให้เกียรติแม่ด้วยเพราะแม่เป็คนเลือกคนที่มีคุณสมบัติเพียบพร้อมที่จะเป็แม่ของหลานของแม่”
“ถึงแม้ว่าคุณแม่จะบังคับให้ผมทำในสิ่งที่คุณแม่้าได้แต่คุณแม่ก็ไม่สามารถบังคับความรู้สึกและความคิดของผมได้นะครับ” เขาปิดหนังสือวางลงบนโต๊ะ และขยับลุกขึ้นจากเก้าอี้
“ผมขอตัวนะครับคุณแม่” เขาเอ่ยปากบอกกับมารดาและก้าวออกไปโดยไม่รอคำตอบจากนาง
นางวรากุลมองตามแผ่นหลังลูกชายด้วยแววตาติดกังวลหากแต่ยังหลงเหลือประกายแห่งความหวังเอาไว้ นางรู้ดีว่าเขาเกลียดการถูกยัดเยียดด้วยความไร้เหตุผลเป็ที่สุดเหตุผลนี้ทำให้เขามีความรู้สึกต่อต้านและสร้างกำแพงขึ้นมา และเมื่อมีกำแพง นางจะไม่มีวันใช้ค้อนอันแข็งแกร่งทุบทลายกำแพงอันหนาทึบของเขาเพราะถ้าทำอย่างนั้น เรี่ยวแรงและพลังงานของนางจะไม่มีวันชนะเขาได้เลย
หากแต่นางจะใช้สายน้ำแทรกซึมค่อยๆทลายกำแพงไปอย่างช้าๆโดยที่กำแพงหนาทึบจะไม่มีวันรู้ตัวว่ามีน้ำเข้าไปอยู่ในตัวกำแพงและพร้อมที่จะกัดกร่อนให้กำแพงพังทลายลง
แววตาของนางมีความหวังมากขึ้นเมื่อนึกถึงสายน้ำเย็นฉ่ำหญิงสาวรูปร่างเล็ก ผิวเนียนละเอียด ดวงตากลมโตรอยยิ้มของเธอหวานละมุนเหมือนอาชีพที่เธอทำ นางเชื่อว่าป้องเขตจะตกหลุมรักเธอได้ไม่ยากหากได้ััตัวตนของศกุนตลา