2……
เปมิกาผลักประตูห้องสินเชื่อเข้าไปก็มีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นที่โต๊ะทันที ส่วนเพื่อนพนักงานที่นั่งกันอยู่อีกสามโต๊ะต่างก็ง่วนอยู่กับการตอบคำถามลูกค้าทางโทรศัพท์
“สวัสดีค่ะ แผนกสินเชื่อค่ะ..”
เปมิกากรอกเสียงพูด
“อุ๊ย..คุณป่านหรือเปล่าคะ..นี่แมวเองนะ”
เสียงคนโทรมาให้ความเป็กันเอง
“สวัสดีค่ะคุณแมว...มีอะไรให้ป่านรับใช้คะ..”
“แมวทราบข่าวจากทีวีเื่แบ็งก์บีบีซี.เจ๊ง..เอ๊ย..ที่ถูกปิดน่ะค่ะ..แมวเสียใจด้วยนะคะ”
“ขอบคุณมากค่ะคุณแมว..”
เปมิการู้สึกซึ้งใจกับคำพูดของนภาพรซึ่งถือเป็ลูกค้าที่สนิทกันพอสมควร เนื่องจากนภาพรมาติดต่อขอให้เปมิกาทำหนังสือค้ำประกันเพื่อประมูลงานของบริษัทเป็ประจำ และทุกครั้งที่นภาพรมาติดต่องานกับเปมิกาก็มักจะมีของกินติดไม้ติดมือมาฝากทุกครั้ง
“วันนี้คุณธีม..เ้านายของแมวจะเข้าไปคุยกับหัวหน้าคุณป่านที่แบ็งก์ไม่รู้ว่าไปถึงหรือยัง.”
“ยังไม่เห็นเลยค่ะ..”
“งั้นก็แค่นี้ก่อนนะคะคุณป่าน..แมวโทรมาเป็กำลังใจให้คุณป่านอย่าท้อนะคะ..สู้ๆ”
เปมิกาวางสายจากนภาพรแล้ว หล่อนก็ต้องรับสายอื่นที่โทรศัพท์เข้ามาอีกหลายสาย
“ป่าน..ช่วยรับสายที่โต๊ะพี่แทนด้วยนะจะไปห้องน้ำหน่อยนี่รับโทรศัพท์ั้แ่เปิดแบ็งก์มายังไม่ได้ขี้ได้เยี่ยวเลยทั้งวันสงสัยจะต้องใส่แพมเพิร์สแทนซะแล้วเนี่ย..”
คำพูดของสุรพล ทำให้ลูกน้องอย่างไกรสิทธิ์นิกร และเปมิกา อดหัวเราะไม่ได้
“สวัสดีครับ..พี่พล…”
เสียงทักพร้อมเรียกชื่อสุรพลดังขึ้นพร้อมกับประตูห้องสินเชื่อถูกผลักเข้ามา ทำให้สุรพลหันไปรับไหว้ชายหนุ่มมาดดีในชุดสูทสีเข้มที่กำลังส่งยิ้มให้เขา และมีชายหนุ่มรุ่นราวคราวเดียวกันอีกคนเดินตามเข้ามาทำให้ทุกคนในแผนกยกมือไหว้ชายหนุ่มทั้งสองที่เข้ามาภายในห้องสินเชื่อ
“คุณธีม...คุณชัย ..เชิญนั่งครับ ”
สุรพล ผายมือให้กับลูกค้าคนสนิท
“สงสัยพี่พลจะต้องหาแพมเพิร์สมาใส่จริงๆ แล้วล่ะ..”
นิกรเพื่อนร่วมงานรุ่นน้องของเปมิกาแอบมากระซิบทำให้เปมิกาต้องอมยิ้ม
“คุณธีมคนที่มากับคุณชัยนั่นเป็หุ้นส่วนกันใช่ไหมพี่ป่าน..” นิกรกระซิบถามเปมิกา
“ใช่มั้ง..พี่ก็เพิ่งเคยเห็นหน้าคุณธีมครั้งแรกเหมือนกันได้ยินแต่ชื่อ”
“ปกติเขาไม่เคยเข้ามาที่แบ็งก์ มีแต่คุณศรชัยกับคุณแมวเลขาของเขามาแทนแต่วันนี้เดินทางมาเองคงมีอะไรพิเศษ...” นิกรชวนคุย
“ก็ต้องพิเศษสิ...แบ็งก์เราจะเจ๊งแล้วนี่..ลูกค้าก็ต้องหาทางย้ายไปแบ็งก์อื่นก็ต้องเข้ามาหารือกับหัวหน้าเราน่ะสิ...”
“ป่าน..ช่วยไปค้นแฟ้มที่ตู้เอกสารให้พี่หน่อย..เอ๊านี่หมายเลขแฟ้ม..”
สุรพลเดินมายื่นกระดาษแผ่นเล็ก ๆ ส่งให้เปมิกา
เปมิกา เถลไถลอยู่ที่ตู้เอกสารหล่อนถือโอกาสเปิดดูแฟ้มลูกหนี้ที่สุรพลใช้ให้มาค้นหาลูกค้าชื่อ บริษัททีวายบิวตี้โฮม จำกัด เป็บริษัทที่รับสร้างบ้านและออกแบบตกแต่งภายใน โดยมีธีรยุทธกับ ศรชัย มีอำนาจ ในการสั่งจ่ายเช็คและทำธุรกรรมต่าง ๆ กับธนาคาร
เปมิกา คุ้นเคยกับศรชัยเพราะเขามักจะมาติดต่องานกับสุรพลบ่อย ๆ ส่วนธีรยุทธนั้น เปมิกาได้ยินแต่ชื่อของเขาจากที่นภาพรเอ่ยถึงบ้าง และสุรพลพูดให้ฟังบ้าง
“เพิ่งจะมาเจอตัวจริงของเ้านายคุณแมวก็ตอนที่แบ็งก์เจ๊งพอดี..หน้าตาหล่อยังกะพระเอกหนังเกาหลีเลยแฮะ...แต่ก็หล่อน้อยกว่าบุรินทร์แฟนเราอยู่ดี…”
เปมิกาพูดกับแฟ้มประหนึ่งว่าเป็ชายชื่อธีรยุทธก่อนจะถือแฟ้มนั้นเดินไปยื่นส่งให้กับสุรพลที่โต๊ะทำงาน
“หายไปซะนาน นึกว่าแอบงีบหลับอยู่ที่ห้องเก็บเอกสารกำลังจะให้นิกรไปตามพอดี..”
สุรพลพูดเป็เชิงสัพยอกเปมิกาเมื่อได้รับแฟ้มเอกสารแล้วสุรพลก็หันไปสนทนากับลูกค้าหนุ่มทั้งสองคนต่อ
เปมิกากลับมานั่งที่โต๊ะทำงานของตัวเองก็ได้รับโทรศัพท์จากบุรินทร์ ทำให้หล่อนตื่นเต้นที่ได้ยินเสียงเขา
“รินเหรอคะ…”
เปมิกาพยายามระงับเสียงไม่ให้อีกฝ่ายจับได้ว่าหล่อนรอคอยเขาอยู่
“โทษทีนะป่านที่ไม่ได้ติดต่อมาเมื่อวานพอดีว่าผมไปทำงานด่วนที่ต่างจังหวัด แล้วไอ้มือถือก็ดันลืมเอาไว้ที่ออฟฟิศ”
บุรินทร์ให้เหตุผลที่เขาไม่ติดต่อเปมิกาเมื่อวาน
“ไม่เป็ไรค่ะ…ป่านเข้าใจ…วันนี้ทานข้าวเย็นด้วยกันดีไหมคะป่านเลี้ยงรินก็ได้ค่ะ”
เปมิกา เสนอหล่อนอยากจะเล่าชีวิตที่กำลังจะตกงานให้บุรินทร์รับฟังบ้าง
“่นี้ผมงานเยอะมากคงไม่มีเวลา…แต่ที่โทรมานี่เพราะเพิ่งนึกได้”
“นึกได้ว่ายังมีป่านอยู่บนโลกนี้หรือไงคะ..”
เปมิกา แกล้งแซวหล่อนลืมความน้อยใจเมื่อวานไปหมดสิ้น หลังจากได้ยินเสียงของเขาในวันนี้
“โธ่ป่าน…ไม่ใช่อย่างนั้น..”
บุรินทร์ทำน้ำเสียงออดอ้อน
“งั้นก็ว่ามาค่ะ…”
เปมิกาแกล้งทำน้ำเสียงขึงขังล้อเลียนเขา
“ป่านจำได้ไหมว่ายังค้างเงินผมอยู่”
บุรินทร์รีบเข้าประเด็นด้วยการทวนความจำเปมิกานิ่งอึ้งไปครู่ใหญ่ ความอิ่มเอมใจลดลงไปกว่าครึ่งหล่อนตั้งใจที่จะฟังคำพูดแสดงความห่วงใยจากเขาเป็ประโยคแรกมากกว่าคำกล่าวทวงหนี้ั้แ่วันเงินเดือนหล่อนยังไม่ออก
“วันนั้นไง..ที่ผมจ่ายบัตรเครดิตรูดของใช้ให้ป่านไป..”
“ป่านจำได้ค่ะ…ทั้งหมดหนึ่งพันห้าร้อยบาทห้าสิบสตางค์ใช่ไหมคะ..”
“จำแม่นดีจัง แต่ผมคิดป่านแค่หนึ่งพันห้าร้อยถ้วนเท่านั้นแหละ..ลดให้ห้าสิบสตางค์แล้วนี่ป่านจะต้องทำงานไปถึงวันไหนครับ…”
เปมิกา นึกว่าเขาจะไม่ถามถึงความเป็ไปในชีวิตของหล่อนเสียอีก
“ถึงสิ้นเดือนนี้ค่ะ…อีกไม่นานป่านก็จะตกงานแล้วนะริน…ไม่รู้ว่าจะหางานใหม่ได้หรือเปล่า”
“ไม่ต้องกังวลนะป่าน….”
เสียงทุ้มของเขาเหมือนแสดงความห่วงใย ทำให้หัวใจเปมิกาชุ่มฉ่ำขึ้นมาจนอดยิ้มกับโทรศัพท์ไม่ได้ หล่อนปรารถนาที่จะได้รับฟังคำปลอบโยนจากเขาอยู่แล้วจึงตั้งใจที่จะฟังประโยคต่อไปที่จะสร้างขวัญ และกำลังใจให้หล่อนสู้กับปัญหาชีวิตในวันข้างหน้า
“คือผมไม่อยากให้ป่านกังวล..เื่หนี้ของผมน่ะครับ เอาไว้ใบแจ้งหนี้มา ป่านก็ค่อยโอนเงินเข้าบัญชีให้ผมก็ได้…ผมไม่ได้เร่งรัดหรอก พอดีนึกออกก็เลยโทรมาบอกไว้ก่อนกลัวป่านลืม”
บุรินทร์พูดคล้ายเ้าหนี้ใจดี แต่คนที่ถูกทวงหนี้รู้สึกหดหู่ในหัวใจสิ้นดี
“ป่าน…ฟังอยู่รึเปล่าครับ..”
“ค่ะ…” เปมิกานึกอะไรไม่ออกเมื่ออีกฝ่ายวนเวียนจะพูดแต่เื่หนี้สิน
“งั้นแค่นี้ก่อนนะป่าน..”
บุรินทร์วางสายไปนานแล้ว แต่เปมิกา ยังมีอาการเบลออยู่หล่อนคงจะคาดหวังในตัวของบุรินทร์มากเกินไปก็ได้ หล่อนจึงรู้สึกเหมือนผิดหวังที่เขาไม่ได้แสดงความเป็ห่วงเป็ใยหล่อนเท่าที่ควร
เปมิกานั่งซึมอยู่นานก่อนจะรวบรวมพลังใจลุกขึ้นเพื่อกลับบ้าน
“ป่าน….เดี๋ยว….”
เสียงของสุรพลร้องเรียก เปมิกาเพิ่งสังเกตเห็นว่าลูกค้าหนุ่มทั้งสองคนของเขาออกจากห้องไปแล้วคงจะ่ที่เปมิกามัวแต่นั่งเศร้าอยู่นั่นเอง
“ว่าไงพี่..อย่าบอกนะว่าให้ป่านไปเก็บแฟ้มนั่น พี่วางไว้บนโต๊ะก็ได้ พรุ่งนี้ป่านจะเก็บให้”
“แหม..ไอ้ป่านแกเห็นพี่เป็คนชอบใช้นักรึไงวะ…ทำไมหน้าตายังกะคนถูกทวงหนี้มาวะ”
“รู้ได้ไง…อ๋อ..ปากคุยกับลูกค้าแต่หูแอบฟังลูกน้องคุยโทรศัพท์…เสียมารยาทชะมัด”
“พี่ไม่ต้องแอบฟังหรอกดูหน้าเธอก็รู้แล้ว เห็นมีอาการเหมือนคนเบื่อโลกแบบนี้ก็เลยจะชวนไปกินอาหารอร่อยๆ แถมฟรีด้วย” สุรพลหัวเราะตบท้าย
“พี่จะเลี้ยงป่านเหรอ…”
“เปล่า…คุณธีมเลี้ยง..เขาให้ชวนลูกน้องไปด้วยกันตอนนี้เขาจองห้องคาราโอเกะไว้แล้วด้วย”
“ป่านกำลังเซ็งกับชีวิตอยู่พอดีเลยงั้นขอกดโทรศัพท์ลงไปชวนยัยตาอีกคนนะคะ....”
“พี่ชวนเรียบร้อยแล้ว..ตอนนี้ยัยตาพร้อมกินฟรีอยู่แล้ว…”
เปมิกาหัวเราะขึ้นมาได้ หล่อนรีบเดินออกจากห้องเพื่อลงไปหาสิตาที่รออยู่ข้างล่าง หล่อนจะใช้เวลาที่เหลืออีกไม่นานกับการเป็พนักงานที่นี่ให้กับมิตรภาพของความเป็เพื่อนร่วมงานให้มากที่สุด
“สั่งอาหารเลยครับคุณป่านคุณตา…”
ธีรยุทธ ยื่นเมนูให้เปมิกาขณะนี้พวกเขากำลังอยู่ในห้องวีไอพีของภัตตาคารแห่งหนึ่ง
“เต็มที่เลยนะยัยป่าน ..นาน ๆ จะมีคนหลงมาเลี้ยงพวกเราทั้งกลุ่มแบบนี้”
สุรพลหันไปพูดสัพยอกเปมิกาและสิตา
“ว่าแต่พี่พลเถอะยังไงก็อย่าเมาจนให้พวกเราหามไปส่งบ้านเหมือนทุกทีก็แล้วกัน”
สิตาแซว
“ไม่กล้ารับปากว่ะ..”
สุรพลพูดเสียงอ่อย ๆ พลอยทำให้สองหนุ่มหัวเราะไปด้วย
“ไม่เป็ไรครับถ้าเกิดพี่พลขับรถไม่ได้ผมจะอาสาขับไปส่งให้เอง เพราะวันนี้ไม่ได้เอารถมา ผมอาศัยรถนายธีมมาครับ…” ศรชัยรับอาสาอย่างเต็มใจ
“งั้นวันนี้พี่ก็เต็มที่ได้น่ะสิ….” สุรพลกล่าวอย่างอารมณ์ดี
“เต็มที่เลยร้านไม่ปิดไม่เลิก…ว่าแต่คุณป่านกับคุณตาจะอยู่ได้นานหรือเปล่าครับ”
ธีรยุทธ หันไปถามทั้งสองสาวในเชิงเริ่มต้นสนทนาเสียมากกว่า
“โอ้ย..สองคนนี่ไม่มีปัญหาหรอกครับไอ้ป่าน เอ๊ย..ยัยป่านเป็ตัวชงเหล้าชั้นเซียนต้องหนีบให้อยู่นาน ๆ.”
สุรพลพูดเสียงดังเปมิกาเสียอีกที่หน้าแดงเพราะรู้สึกอายธีรยุทธ ก็หัวหน้าของหล่อนนำเสนอลูกน้องเสียราคาตกั้แ่ยกแรกแบบนี้ ไม่รู้ว่าธีรยุทธจะคิดว่าหล่อนเป็คนอย่างไร อาจจะคิดว่าหล่อนเป็ยัยเมรีขี้เมาเสียก็ได้
“อ้าว..คอเดียวกันก็ไม่บอก…คุณป่านชอบดื่มเหล้าหรือเบียร์ครับ”
ศรชัยดูกระตือรือร้นขึ้นมาทีเดียวเหมือนกับว่าได้พบคนรสนิยมเดียวกัน
“ดื่มเป็เสียที่ไหนล่ะคุณชัย…เป็ได้แต่ชงเหล้าเก่งแต่ยัยป่านกับยัยตาไปที่ไหนกับแกล้มจะวายวอดที่นั่นแล้วก็น้ำเปล่าอีกอย่างพอเช็คบิล ขวดเปล่าน้ำดื่มพอ ๆ กับจำนวนขวดเบียร์ของพวกเรา”
ทั้งสองหนุ่มมองหน้าสองสาวแล้วก็หัวเราะขบขัน
เปมิกากับสิตาจึงหันไปสั่งอาหารและเลือกกดเพลงร้องเปมิการ้องเพลงไทยสากลที่กำลังเป็ที่นิยม หล่อนได้รับเสียงปรบมือจากหนุ่ม ๆ พอเป็พิธี
ธีรยุทธกับศรชัยหันมาเปิดฉากคุยกับสุรพลด้วยการเกริ่นถึงสภาพเศรษฐกิจก่อนจะวกมาถึงเื่ธุรกิจของเขาที่กำลังเป็อยู่
“แบ็งก์พี่ไม่ยอมเพิ่มวงเงินสินเชื่อให้ผม ทำให้บริษัทผมขยายงานเพิ่มไม่ได้เลย โครงการต่าง ๆที่กำลังทำอยู่ก็พลอยหยุดชะงักกันไปหมด ถูกฟ้องร้องระเนระนาด”
ธีรยุทธบอกสุรพลด้วยสีหน้ากลัดกลุ้ม
“่หลังรู้สึกบริษัทคุณธีมมีปัญหาบัญชีติดลบตัวแดงบ่อยด้วย ก็เลยขอวงเงินเพิ่มยาก”
สุรพลบอกตามตรง
“จะไม่ให้มีปัญหาได้ไงครับก็ลูกค้าที่จ่ายเช็คมาเด้งกันเป็ทิวแถว บางที่ก็ถือโอกาสจะไม่จ่ายโดยหาข้อผิดพลาดว่าทางบริษัทไม่ทำตามสัญญาต้องมีการฟ้องร้องกันอีก..เฮ้อ..”
ธีรยุทธมีท่าทีหนักใจกับปัญหานี้มาก
“พอจะได้เงินชัวร์ ๆจากลูกค้าที่เป็หน่วยราชการและรัฐวิสาหกิจ ก็ดันมาติดปัญหาเื่เงินทุนหมุนเวียนนี่ถ้าแบ็งก์พี่ไม่มองบัญชีที่ติดลบแต่เพิ่มสินเชื่อให้ บริษัทก็ยังพอมีศักยภาพไปได้ แต่ผมคงไม่พูดถึงอดีตอีกแล้วล่ะเพราะยังไงแบ็งก์พี่ก็มาถูกสั่งปิดไปซะแล้ว แต่ผมอยากให้พี่ช่วยในเื่ต่อไป..พี่พอมีลู่ทางที่จะให้บริษัทผมย้ายไปสถาบันการเงินอื่นได้หรือเปล่าครับ…”
ธีรยุทธพูดเข้าประเด็นทันที ทำให้สุรพลเริ่มเข้าใจถึงการที่ธีรยุทธมาเลี้ยงอาหารในครั้งนี้