ตอนที่ 4 — รสจูบใต้เงาสัญญา
รสจูบแรกบนระเบียงกว้างริมน้ำทิ้งความฝาดขมปนหวานของสุราและหยาดฝนไว้ที่ปลายลิ้น ละอองเย็นกระทบไหล่บางของณิชารินทร์ ขณะที่มือหนาของคิรินทร์ปิดรอบเอวแล้วดึงร่างซึ่งเป็ฝ่ายเข้าหาให้แนบกับความร้อนจากแผงอก แววตาคมกริบจ้องลึกเข้ามาในดวงตากลมโตสีนิล ปลายนิ้วอีกข้างเชิดคางมนขึ้นช้า ๆ เกลี่ยหยดน้ำบนแก้มเนียนอย่างเบามือ แต่แรงกดตรงปลายคางเตือนว่าเขากำลังจะเป็ฝ่ายกำหนดจังหวะต่อจากนี้
“เธอใจกล้าดี... ณิชารินทร์” น้ำเสียงทุ้มต่ำกระซิบชิดเรียวปาก ลมหายใจร้อนเป่ารดผิวแก้มจนปลายเท้าภายในรองเท้าส้นสูงกดแน่นกับพื้นเปียก
“ฉันไม่ได้มาที่นี่ด้วยข้อเสนอครึ่งเดียวค่ะ และนี่เป็เพียงก้าวแรกเท่านั้น” หญิงสาวตอบเสียงนิ่ง แม้ร่างกายจะสั่นจากลมหนาวและแรงกดดันที่เขาจงใจเพิ่มขึ้น เธอยืนสบตาเขาตรง ๆ โดยไม่ลดสายตา
มาเฟียหนุ่มขยับมุมปากยิ้มพึงใจ แววตาคมจดจ้องความหยิ่งทนของร่างบางซึ่งยังพยายามคุมเกม ก่อนโน้มใบหน้าลงมารับจูบที่เธอเป็ฝ่ายเริ่ม คราวนี้ไม่ใช่เพียงการแตะริมฝีปาก แต่เป็การบดเบียดตอบรับอย่างรุนแรง เขาดึงร่างเธอเข้าแนบชิดแผงอกกว้างจนกลิ่นดอกซ่อนกลิ่นจากผิวที่เปียกชื้นแทรกผ่านกลิ่นสุรา เรียวลิ้นหนา่ชิงลมหายใจจนความคิดของเธอขาดห้วง ริมฝีปากถูกกดหนักจนหญิงสาวเบิกตากว้าง ร่างกายเกร็งขึ้นเมื่อรับรู้ความต่างของพละกำลัง รอยยิ้มบางตรงมุมปากเขาบอกว่าอาการสั่นไหวเพียงเสี้ยววินาทีนั้นไม่รอดพ้นสายตา ณิชารินทร์จึงเลื่อนมือทั้งสองขึ้นกุมบ่ากว้างเพื่อประคองตัว แล้วปรับจังหวะตอบรับอย่างสุขุมแทนการปล่อยให้เขาเป็ฝ่ายควบคุมทั้งหมด วงแขนที่รัดเอวเธอกระชับขึ้นอีกครั้ง ก่อนจูบรุนแรงจะทอดยาวเกินกว่าการทดสอบมัดจำธรรมดา
เมื่อชายหนุ่มยอมถอนริมฝีปากออกช้า ๆ แววตาคมปลาบของเขาฉายประกายเข้มขึ้น ริมฝีปากอิ่มของเธอแดงเจ่อและสั่นระริกจากรสจูบรุนแรง ชายหนุ่มหัวเราะเสียงต่ำในลำคอ หยิบเสื้อโค้ตสูทสีเข้มซึ่งพาดอยู่บนเก้าอี้ริมประตูกระจกมาคลุมไหล่บางเพื่อกันละอองฝน ก่อนดึงตัวเธอกลับเข้ามาในห้องรับรอง VIP ที่อบอุ่นและเงียบสงัด
มาเฟียหนุ่มนั่งลงบนโซฟาหนังตัวใหญ่ ปลดกระดุมคอเสื้อเชิ้ตสีดำออกอีกเม็ด ขณะที่เธอทรุดตัวลงนั่งฝั่งตรงข้าม เสื้อโค้ตของเขายังคงคลุมอยู่บนบ่าบาง กลิ่นยาสูบจาง ๆ ผสมไม้ซีดาร์จากเนื้อผ้าห่อหุ้มกายเธอไว้ราวกับเครื่องหมายแสดงอาณาเขตชิ้นแรก
พายุ มือขวาคนสนิทซึ่งยืนคอยอยู่บริเวณมุมห้องรับรอง ค้อมศีรษะลงเล็กน้อยอย่างรู้งานก่อนจะเอ่ยรายงานด้วยน้ำเสียงสุภาพเป็ธรรมชาติตามหน้าที่
“บอสครับ ทนายความกับนายทะเบียนพร้อมสำหรับพรุ่งนี้เช้าแล้วครับ แบบคำร้องกับร่างสัญญาเบื้องต้นเตรียมไว้ครบ เหลือเงื่อนไขจากการเจรจาคืนนี้ครับ”
ชายหนุ่มพยักหน้ารับคำสั่งเงียบเชียบ พายุจึงโค้งตัวถอยออกไปจากห้องอย่างนิ่มนวล
หลังจากประตูปิดลง ความเงียบงันปะปนแรงดึงดูดทางเพศสูงลิ่วก็แผ่กระจายปกคลุมคนทั้งสอง หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ พยายามขจัดความสับสนปั่นป่วนในใจที่เพิ่งเกิดจากรสจูบป่าเถื่อนของเขาเมื่อครู่ เธอสบประสานสายตากับั์ตาสีนิลล้ำลึกที่จ้องมองมาอย่างมีอำนาจคุมเกม
ชายหนุ่มนั่งพิงพนักโซฟาหนังแท้ตัวใหญ่ด้วยท่าทีสง่าผ่าเผย สายตาคมกริบกวาดมองใบหน้าสวยและริมฝีปากเจ่อแดงสั่นระริกของเธอ คล้ายพอใจในผลงานของตนเอง ก่อนที่มุมปากจะหยักยิ้มร้ายกาจอย่างมีเล่ห์เหลี่ยม
“จูบเมื่อครู่ถือเป็มัดจำ...” น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงพลังของเขาดังขึ้นทำลายความเงียบงัน “ในเมื่อเธอยอมจ่ายมัดจำและรับข้อตกลงของฉัน ฉันก็จะทำตามข้อตกลง... เริ่มจากวางแผนจัดการพวกมัน และตอนนี้เธอต้องบอกข้อมูลทั้งหมดที่เธอมี”
คำถามของเขาช่วยดึงสติของหญิงสาวกลับมาสู่โหมดธุรกิจที่เธอคุ้นเคย เธอสูดลมหายใจเพื่อรวบรวมความเยือกเย็น หยิบแท็บเล็ตออกจากกระเป๋าถือที่นำติดตัวมา แล้วเปิดเอกสารข้อมูลบนหน้าจอขึ้นมาสบตาเขาตรง ๆ
“ที่ดินท่าเรือน้ำลึกศิริกุลวานิชผืนนี้ กำลังจะถูกอัครพล... ลูกพี่ลูกน้องของฉัน แอบโอนขายเพื่อใช้หนี้พนันภายในอีกสองวันข้างหน้าค่ะ” เธอบอกข้อมูลเสียงเรียบ สะท้อนความสุขุม
“อัครพลไม่มีสิทธิในมรดกของพ่อค่ะ หุ้นส่วนน้อยที่มันถืออยู่เป็มรดกจากอารอง พ่อของมันเอง หลังอารองเสีย พ่อฉันสงสารจึงดึงมันเข้ามาเป็ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารทรัพย์สิน มันเลยเข้าถึงตราบริษัท ตัวอย่างลายเซ็น และแฟ้มที่ดินได้” ณิชาเลื่อนภาพตั๋วเงินขึ้นมา “มันใช้ข้อมูลพวกนั้นปลอมว่าพ่อกู้เงินระยะสั้นจากบริษัทนอมินีของมัน แล้วลงวันที่ย้อนหลังไปสามวันก่อนเกิดอุบัติเหตุ ลายเซ็นถูกเลียนแบบจนแทบแยกไม่ออก แต่เอกสารอ้างว่าพ่อเซ็นต่อหน้าพยานที่สำนักงานใหญ่ในกรุงเทพฯ ทั้งที่วันนั้นพ่อประชุมอยู่สิงคโปร์”
เธอเลื่อนข้อมูลการเดินทาง รายการใช้บัตร และภาพจากห้องประชุมซึ่งมีเวลาบันทึกชัดเจนขึ้นมาบนหน้าจอ “อัครพลไม่รู้เื่ทริปนี้ค่ะ พ่อเดินทางกะทันหันและไม่ลงกำหนดการบริษัท เพราะเริ่มสงสัยว่ามีคนในส่งข่าวให้คู่แข่ง มีเพียงแม่ เลขาส่วนตัว และคู่เจรจาที่สิงคโปร์เท่านั้นที่รู้ มันคงคิดว่าหลักฐานส่วนตัวพวกนี้หายไปพร้อมพ่อแล้ว จึงสร้างตัวเองเป็เ้าหนี้แทนการอ้างสิทธิทายาท แต่ก็ไม่กล้ายื่นฟ้องตามกระบวนการ เพราะการพิสูจน์ตั๋วเงินและบังคับคดีต้องใช้เวลาหลายเดือน ขณะที่มันติดหนี้พนันก้อนโตและรอไม่ได้ จึงข่มขู่ให้ฉันลงชื่อยอมความแล้วโอนที่ดินชำระหนี้ เพื่อเอาทรัพย์ไปขายต่อทันทีค่ะ”
มาเฟียหนุ่มมองแผนที่พิกัดบนหน้าจอ แววตาคมกริบหยุดตรงแนวเขตซึ่งเชื่อมกับท่าเรือตู้สินค้าหลักของอัศวภาคินกรุ๊ป นิ้วที่เคยเคาะพนักโซฟานิ่งลง ณิชารินทร์รู้ว่าเขาจำที่ดินผืนนี้ได้ บิดาของเธอเคยปฏิเสธข้อเสนอซื้อจากอัศวภาคินกรุ๊ปหลายครั้ง หากวัชรไพศาลได้พื้นที่ไปสร้างท่าเรือแข่งขัน เส้นทางเดินเรือและธุรกิจโลจิสติกส์ของคิรินทร์จะถูกบีบจากด้านข้างทันที รอยยิ้มเย็นค่อย ๆ ปรากฏตรงมุมปากของชายหนุ่ม ก่อนปลายนิ้วจะเคาะลงบนตำแหน่งที่ดินหนึ่งครั้ง
“ดีลนี้เธอจะได้สิ่งที่้า... เพราะฉันวางแผนเอาไว้แล้ว” เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงของคนที่ตัดสินผลลัพธ์เสร็จสิ้นไปก่อนทุกฝ่าย “พรุ่งนี้เช้าทันทีที่เราจดทะเบียนสมรสและประกาศความเป็พันธมิตร ทีมทนายความของฉันจะยื่นคำร้องต่อศาลแพ่งในนามของเธอในฐานะทายาทผู้มีส่วนได้เสีย ขอให้อายัดธุรกรรมการโอนที่ดินศิริกุลวานิชทั้งหมด อัศวภาคินกรุ๊ปจะวางหลักทรัพย์ค้ำประกันให้ศาลเอง จากนั้นคนของฉันจะไล่แกะบริษัทนอมินี เส้นทางเงิน และผู้ถือหุ้นที่อัครพลซื้อไว้ทีละคน ไม่ใช่แค่หยุดการขายที่ดิน แต่จะลากทุกคนที่ร่วมทำลายตระกูลเธอออกมารับผลของมัน”
“แต่ฉันไม่ใช่พ่อพระที่จะยกอำนาจทั้งองค์กรให้เธอใช้แก้แค้นฟรี ๆ ณิชารินทร์...” ชายหนุ่มโน้มตัวมาข้างหน้า แววตาดำสนิทตรึงเธอไว้ราวกับกำลังปิดทางถอย “ก่อนจดทะเบียน เธอต้องเซ็นสัญญาและโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินท่าเรือน้ำลึกให้บริษัทฉัน แลกกับทีมกฎหมาย เครือข่ายข่าว และอำนาจของอัศวภาคินกรุ๊ปที่จะช่วยเธอขุดรากพวกมันขึ้นมาทั้งหมด เมื่อเธอยืมมือฉันเปิดาแล้ว ทุกก้าวของการล้างแค้นต้องอยู่ภายใต้คำสั่งของฉัน”
ดวงตาคู่สวยวับไหววูบหนึ่ง ณิชารินทร์สบตากับเขาตรง ๆ อย่างไม่มีความเกรงกลัว แม้หัวใจจะเต้นระทึกอย่างรุนแรง
“ไม่มีทางค่ะ... ที่ดินผืนนี้คือมรดกชิ้นสุดท้ายของตระกูลที่ฉันจะไม่มีวันยกกรรมสิทธิ์ให้ใครเด็ดขาด” น้ำเสียงของเธอหนักแน่นและเย็นเฉียบ “แต่ฉันสามารถเสนอสัญญาเช่าระยะยาวและสัญญาร่วมทุนพัฒนาท่าเรือน้ำลึกให้คุณได้ บริษัทของคุณจะมีสิทธิ์ขาดในการบริหารจัดการและพัฒนาพื้นที่ทั้งหมดแต่เพียงผู้เดียว ส่วนฉันจะยังคงถือครองกรรมสิทธิ์ที่ดินและรับส่วนแบ่งผลประโยชน์ร่วมทุนตามสัดส่วนที่เหมาะสม... นี่คือขีดสุดที่ฉันยอมถอยให้ได้ คุณคิรินทร์”
มาเฟียหนุ่มนิ่งไปอึดใจ แววตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาเด็ดเดี่ยวของหญิงสาว ก่อนที่มุมปากหยักลึกจะจุดยิ้มร้ายกาจอย่างพึงพอใจในความกล้าและสมองอันเฉียบแหลมของคู่เจรจาตรงหน้าที่กล้าแข็งข้อต่อรองกับเขา
“ใจกล้าดีนี่ ณิชารินทร์... ตกลงตามนั้น ฉันยอมรับข้อเสนอร่วมทุนของเธอ”
คิรินทร์กดปุ่มอินเตอร์คอมเรียกทนายความส่วนตัวของอัศวภาคินกรุ๊ปที่สั่งการให้สแตนด์บายรอไว้ก่อนหน้าทันที ประตูเปิดออกพร้อมทนายความวัยกลางคนในชุดสูทสีเข้มที่เดินเข้ามาพร้อมค้อมตัวลงอย่างเคารพนบนอบ ชายหนุ่มสั่งการเสียงเฉียบขาด “แก้เงื่อนไขสัญญาก่อนสมรสและสัญญาร่วมทุนตามข้อเสนอเช่าระยะยาวที่เธอระบุเมื่อครู่ซะ... แล้วนำเอกสารที่ปรับปรุงแล้วกลับมาให้ฉันในสิบนาที”
ไม่ถึงสิบนาที ทนายความก็นำเอกสารฉบับปรับปรุงใหม่มาวางตรงหน้าหญิงสาว คิรินทร์จับจ้องมองเธอนิ่ง “เซ็นชื่อซะ... แล้วพรุ่งนี้เช้าเธอจะได้เห็นว่ากรงเล็บของฉันจะบดขยี้ญาติของเธอยังไง”
“ค่ะ... คุณคิรินทร์” หญิงสาวจ้องมองเอกสารก่อนจะจรดปากกาลงนามตกลงเบื้องต้นทันทีโดยไม่มีการลังเล แววตาสงบนิ่งแต่แฝงประกายท้าทายยอมก้าวเข้าร่วมานี้อย่างไม่มีวันถอยกลับ
หลังจากดีลสัญญาได้รับการลงนามร่วมกันก้าวแรก ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนเต็มความสูงร้อยแปดสิบแปดเิเ ส่งสัญญาณให้บอดี้การ์ดเตรียมรถลีมูซีนสำหรับเดินทางออกจากคลับ VIP ริมแม่น้ำไปยังที่พักปลอดภัยของเขา พร้อมสั่งคนอีกชุดไปรับสัมภาระซึ่งณิชาฝากไว้ที่โรงแรมแล้วนำไปส่งรอที่เพนท์เฮาส์
สายฝนยังคงโปรยปรายตกกระหน่ำไม่ขาดสายตลอดทาง รถยนต์หรูแล่นแหวกม่านฝนผ่านถนนสายหลักของกรุงเทพมหานครก่อนจะเลี้ยวเข้าสู่เขตพื้นที่ของตระกูลอัศวภาคิน หญิงสาวนั่งเอนกายพิงเบาะหนังนุ่ม สายตามองทอดผ่านกระจกหน้ารถไปยังสายฝนภายนอกอย่างเงียบงัน ความรู้สึกกังวลใจเลือนหายไปชั่วขณะ แต่ความรู้สึกมั่นใจและสงบเสงี่ยมกลับก่อตัวขึ้นในจิตใจแทน เธอรู้ดีว่าก้าวต่อไปคือการเผชิญหน้ากับความดุดันของชายหนุ่มในถิ่นของเขาเอง
เวลาผ่านไปราวครึ่งชั่วโมง รถยนต์จอดเทียบชั้นจอดพิเศษ ลิฟต์ความปลอดภัยระบบสแกนลายนิ้วมือส่วนตัวนำพาคนทั้งสองพุ่งทะยานขึ้นสู่ชั้นสูงสุดอย่างรวดเร็ว
`ปี๊บ—` เสียงสัญญาณลิฟต์ส่วนตัวแตะบัตรและสแกนความปลอดภัยดังขึ้นช้า ๆ ก่อนที่ประตูลิฟต์กระจกบานใหญ่จะเลื่อนเปิดออกเผยห้องโถงกว้างใหญ่ตระการตาของที่พักอาศัยสูงสุด
ร่างบางเดินเหยียบลงบนพื้นหินอ่อนขัดมันเงาวับของเพนท์เฮาส์หรูเป็ครั้งแรกในชีวิต ดวงตากลมโตสอดส่องมองรอบกายอย่างละเอียดลออภายใต้ความเงียบสะกดและแสงไฟสีเหลืองนวลสลัว สถานที่แห่งนี้กว้างขวางตระการตา วิวทิวทัศน์ของคุ้งน้ำเ้าพระยาและแสงไฟของเมืองหลวงยามราตรีจรดกระจกใสสูงจากพื้นขึ้นไปจรดเพดานสูงลิ่ว ดูหรูหราอลังการสมฐานะเ้าของเพนท์เฮาส์ แต่กลับแฝงไปด้วยความรู้สึกเงียบเหงา วังเวง และโดดเดี่ยวประหนึ่งกรงทองขนาดมหึมาที่ไร้ซึ่งชีวิตชีวา
ร่างสูงเดินตามหลังเข้ามา เขารับเสื้อโค้ตที่คลุมบ่าเธอไปวางบนเคาน์เตอร์หินอ่อน ก่อนขยับนิ้วปลดกระดุมคอเสื้อเชิ้ตสีดำเพิ่มอีกเม็ด แล้วหันกลับมาจับจ้องหญิงสาวซึ่งยืนอยู่กลางห้องโถง ข้างกายมีกระเป๋าเดินทางที่คนของเขานำมาวางรอไว้เรียบร้อยแล้ว
“ยินดีต้อนรับสู่กรงของฉัน... ณิชารินทร์” ชายหนุ่มเอ่ยเสียงต่ำเ็า ขยับสืบเท้าเข้ามาใกล้ร่างบางจนกลิ่นไม้ซีดาร์ผสมยาสูบแผ่ขยายล้อมรอบตัวเธอไว้ “ที่นี่คือพื้นที่ส่วนตัวของฉัน ฉันไม่เคยอนุญาตให้คนนอกคนไหนเข้ามาเหยียบที่นี่เลยสักครั้ง... และเธอเป็คนแรกที่ได้รับสิทธิ์นั้น แต่นับจากนี้ กฎเหล็กของเธอคือห้ามติดต่อกับคนภายนอกโดยไม่ได้รับอนุญาตจากฉัน ห้ามออกนอกเขตห้องชุดนี้เด็ดขาดเว้นแต่จะได้รับความยินยอม และต้องรายงานกิจกรรมทุกอย่างให้ฉันทราบ”
น้ำเสียงเฉียบขาดและแววตาดำมืดตอกย้ำให้ร่างบางรับรู้ถึงขอบเขตกรงขังนี้จนรู้สึกเสียวสันหลังวูบ แต่ใบหน้าสวยสง่ากลับฉายรอยยิ้มราบเรียบไม่สะทกสะท้าน แววตานิ่งสงบสบประสานแววตาเขม็งของเขาอย่างไร้การยอมจำนน
“ฉันรับทราบกฎและเงื่อนไขทุกข้อค่ะ... คุณคิรินทร์” หญิงสาวตอบรับแ่หวาน ทอดสายตามองข้ามไหล่กว้างไปยังบานกระจกซึ่งสะท้อนร่างของเขายืนซ้อนอยู่เื้ั ราวกับเงาัที่ปิดทางออกของหงส์ไว้ทุกด้าน
มาเฟียหนุ่มจ้องมองความนิ่งลึกของเธออย่างพึงพอใจ ชายหนุ่มขยับนิ้วแตะสั่งการระบบบนหน้าจอนาฬิกาสมาร์ทวอทช์หรูสีดำด้านของเขาช้า ๆ ก่อนจะหมุนตัวเดินหายเข้าไปในห้องนอนใหญ่ฝั่งปีกขวาโดยไม่มีแม้คำเอ่ยบอกห้องพัก ทิ้งให้เธอยืนอยู่ตามลำพังกับกระเป๋าเดินทางท่ามกลางความเงียบงันและความมืดสลัวของห้องชุดหรูยามดึก ทันทีที่เขาลับสายตา ประตูลิฟต์ส่วนตัวเื้ัของเธอก็ปิดตัวลงพร้อมเสียงล็อกกลไกนิรภัยระดับสูงดัง `คลิก—` เป็สัญญาณแจ้งเตือนระบบล็อกแ่าขั้นเด็ดขาดจากเจตนาของมาเฟียหนุ่ม ยืนยันเป็ทางการว่าปีกหงส์ขาวได้เข้ามาอยู่ในกรงเล็บัเรียบร้อยแล้วในค่ำคืนนี้ และไฟแห่งการล้างแค้นเพิ่งจะเริ่มต้นปะทุขึ้นเงียบ ๆ ในเงามืด