“เพลงกระบี่สังหาร กระบวนท่าที่4 พริบตาต่อเนื่อง!!! เอาไปใช้ให้หมดเลยพลังปราณของข้าน่ะ!!!"
“ตายไปซะ!!!!”
ชิ้ง ชิ้ง ชิ้ง ๆๆๆๆๆๆ….
ตุบ ตุบ ตุบๆๆๆๆๆๆ
ชักกระบี่หนึ่งครั้ง สังหารหนึ่งครั้ง เก็บกระบี่เข้าฝักหนึ่งครั้ง วนเวียนต่อเนื่องไม่รู้จบ…
หัวทหารร่วงหล่นลงบนพื้นก่อนที่จะหายไปพร้อมร่างกายของพวกมัน ที่ละคน ที่ละคน ควบคู่ไปกับพลังปราณที่หายไปอย่างรวดเร็วมหาศาลของเซียวเย่
หกลมหายใจผ่านไป
ตุบ…
หัวทหารคนสุดท้ายร่วงหล่นลงสู่พื้นดิน ก่อนจะค่อยๆหายไป เซียวเย่เก็บกระบี่เข้าฝักได้ ก็ถึงกับพยุงตัวเองไม่ไหว ร่างกายไร้เรี่ยวแรง ได้แต่ปล่อยให้ตัวเองนอนลงสู่พื้นดินอย่างช่วยไม่ได้
ตุบ…
“แฮ่กๆๆๆ…..เห้อออ เหนื่อยเป็บ้า!!"
เซียวเย่ หอบหายใจอย่างรุนแรง เพราะพลังปราณของตนเองถูกใช้ไปจนหมดเกลี้ยงอย่างรวดเร็ว แต่ยังไม่ทันที่จะหายเหนื่อย อยู่ๆก็ปรากฎวงแหวนบางอย่าง ใต้พื้นของเซียวเย่
วูบบบบบ
“ก-เกิดอะไรขึ้นน!!”
สนามพื้นที่ารอบๆตัวเซียวเย่ก่อนหน้านี้ ค่อยๆเลือนลางหายไปช้าๆ ก่อนที่จะเปลี่ยนเป็อีกสถานที่อีกแห่ง
เซียวฝืนให้ตัวเองลุกขึ้นมานั่งบนพื้น หันหน้ามองสังเกตบริเวณโดยรอบตนเองพบหว่าเป็เพียงห้องสี่เหลี่ยมที่กว้างใหญ่ห้องหนึ่งเท่านั้น แต่พลังปราณโดยรอบพื้นที่ช่างหนาแน่นกว่าโลกภายนอกหลายเท่าตัว
“นี่ข้าอยู่ที่ไหนกัน….แล้วทำไมพลังปราณโดยรอบในที่แห่งนี้ถึงได้มากมายเช่นนี้”
“ก็อยู่ที่ชั้นที่แปดนั่นแหละ แต่เพราะว่าเ้าสามารถพิชิตชั้นที่แปดได้แล้ว ก็เลยกลายเป็เช่นนี้ไป….”
ระหว่างที่เซียวเย่กำลังงุนงงสงสัยอยู่นั้น ก็มีเสียงปริศนามาให้คำตอบ เซียวเย่ใพยายามมองรอบข้างว่ามีใครอยู่หรือไม่
แต่ก็ไม่พบเจออะไรเลย
“ผู้ใด!!!”
ทันใดนั้นก็มีบางอย่างปรากฎขึ้นที่ด้านหน้าเซียวเย่ เซียวเย่มองไปเห็นสิ่งนี้มีลักษณะคล้ายลูกแก้วสีฟ้าขนาดเท่าฝ่ามือและมีพลังปราณห่อหุ้มเอาไว้อยู่ มันลอยมาใกล้เซียวเย่ช้าๆ ก่อนที่เซียวเย่จะได้ยินเสียงปริศนาขึ้นอีกครั้งจากตัวมัน
“ข้าคือจิติญญาหอคอยพิสูจน์ตน ข้าจะปรากฎขึ้นก็ต่อเมื่อมีผู้ที่สามารถพิชิตชั้นที่แปดขึ้นไปได้เท่านั้น”
“จิติญญาหอคอยพิสูจน์ตน!! ที่หอคอยแห่งนี้มีจิติญญาอยู่ด้วยอย่างนั้นหรือ?”
“ไม่ใช่ว่าข้าก็ปรากฎตัวให้เ้าเห็นอยู่ไม่ใช่หรือไง เอาล่ะ…ที่ข้าปรากฎขึ้นมาก็เพื่อมอบรางวัลให้แก่ผู้ที่พิชิตชั้นที่8ได้ ข้าเห็นว่าเ้าอยู่ขอบเขตปราณสะสมขั้นสูงสุดแล้วกำลังจะขึ้นเป็สะสมเต๋า ข้าจะมอบโอกาสนั้นให้เ้าเลยดีหรือไม่..”
"ช้าก่อน!!"
เซียวเย่รีบเบรกจิติญญาหอคอยเอาไว้ก่อน
“ทำไม..หรือเ้าไม่อยากขึ้นเป็ขอบเขตเต๋าสะสมอย่างนั้นหรือ?”
“ไม่ใช่ๆๆ ขอบเขตเต๋าสะสมน่ะ ข้าอยากขึ้นไปถึงอยู่แล้ว และมันไม่ได้ยากเย็นสำหรับข้าด้วย แต่ก่อนอื่นข้า้าความรู้เกี่ยวกับมันเสียก่อน ท่านพอมีความรู้เกี่ยวกับการบ่มเพาะขั้นเต๋าสะสมให้ข้าหรือไม่ และต้องให้ข้าฟรีๆด้วยนะ แค่ความรู้ไม่ใช่ของวิเศษเสียหน่อย จิติญญาหอคอยคงไม่ขี้งกความรู้กระมัง”
“ความรู้?…เ้าหมายถึงความรู้เกี่ยวกับการบ่มเพาะเต๋าทั้งหมดที่ข้ามีอย่างงั้นหรือ”
“ตามนั้น ทำไมท่านหวงมันอย่างนั้นหรือไง”
"ไม่ใช่…แต่ความรู้ที่ข้ามีนั้นมากอยู่พอสมควร เ้าจะรับมันได้ไหวหรือ เ้าไม่กลัวที่จะอยู่ที่นี่นานเกินไปบ้างหรือไง"
"ฮ่า ฮ่า ใครสนกัน!! มาเถอะ เอาตำรามาให้ข้า ข้ารับมันไหวได้อยู่แล้ว"
เซียวเย่หัวเราะลั่น ก็จะแบมือเพื่อหวังขอตารำเกี่ยวกับการบ่มเพาะเต๋า จากจิติญญาหอคอย
"ไม่จำเป็…"
อยู่ๆจิติญญาหอคอยก็เคลื่อนไหวด้วยความเร็วสูงยิ่งพุ่งเข้าไปในหัวของเซียวเย่อย่างรวดเร็ว
“ห-เห้ย เ้าจะทำอะไรน่ะ!!!”
เซียวเย่ใมาก แต่ก่อนจะถามให้กระจ่างก็รับรู้ได้ถึงความรู้ค่อยๆออกมาให้ซึมซับมันมากขึ้นเรื่อยๆ เซียวเย่รีบนั่งสมาธิ รวบรวมสติสมาธิถึงขีดสุด ซึบซับความรู้มากขึ้นเรื่อยๆ
จิติญญาหอคอยที่ตอนแรกกะว่าจะค่อยๆส่งความรู้ออกมาทีละน้อยเพราะกลัวว่าเซียวเย่จะรับไม่ไหว แต่เมื่อเห็นว่าสิ่งที่ส่งไปให้มากเท่าไหร่เซียวเย่ก็สามารถซึมซับมันได้อย่างรวดเร็วผิดมนุษย์มนา ก็ตัดสินใจส่งความรู้ที่ตนเองมีไปให้เร็วขึ้น เร็วขึ้นไปเรื่อยๆ
3 วันผ่านไป ในหอคอยพิสูจน์ตน
จิติญญาหอคอยกำลังลอยอยู่ตรงหน้าเซียวเย่เงียบๆ มองไปที่เซียวเย่ที่กำลังนั่งสมาธิซึมซับความรู้อยู่ด้วยความรวดเร็ว จิติญญาหอคอยหลังจากที่ส่งความรู้ไปจนหมดก็ออกมาจากหัวของเซียวเย่ั้แ่เมื่อสองวันก่อนแล้ว ลอยอยู่ตรงหน้าคอยมองเซียวเย่ที่ซึมซับอยู่อย่างนั้น
‘ความรู้เื่การบ่มเพาะที่ข้ามี ถ้าข้าส่งต่อความรู้ไปให้เพื่อประหยัดเวลาเรียนรู้ ต่อให้ผู้มีพร์อย่างน้อยก็คงต้องใช้เวลาหลายเดือนหรืออาจถึงหนึ่งปี แต่เ้าหนูนี่ใช้เวลาแค่สามวัน…พิทักษ์อยู่ที่นี่มาตั้งหลายร้อยปี พึ่งเคยเจออัจฉริยะแบบนี้เป็คนแรก…’
เซียวเย่นั่งขัดสมาธิอยู่นั้น ซึมซับความรู้ด้วยความรวดเร็ว และพยายามหาข้อบกพร่องของการบ่มเพาะไปด้วยในเวลาเดียวกัน
ความรู้เื่การบ่มเพาะเต๋าที่หอคอยส่งต่อมาให้ มีประโยชน์มากกว่าความรู้ที่เซียวเย่เคยศึกษาจากตำรามาทั้งหมดเลยก็ว่าได้ สมแล้วที่อยู่พิทักษ์ที่นี่มาหลายร้อยปี เซียวเย่ได้ความรู้เื่การบ่มเพาะขั้นเต๋าสะสมมาว่า…
การที่ผู้อยู่ขอบเขตปราณสะสมจะขึ้นไปยังขอบเขตใหม่เต๋าสะสมนั้น ผู้ฝึกยุทธ์จะต้องสร้างเต๋าขึ้นมาล้อมรอบตันเถียนตนเองเสียก่อน สร้างได้หนึ่งเต๋า ก็จะเป็เต๋าสะสมขั้นที่ 1 ตามจำนานเต๋าที่สร้างออกมาได้ ถ้าสร้างเต๋าได้ 9 เต๋าก็จะเป็เต๋าสะสมขั้นสูงสุด
การจะสร้างเต๋าขึ้นมา จะต้องใช้ตันเถียนดึงดูดพลังปราณธาตุที่้าเข้ามา แล้วบีบอัดมันขึ้นมาในตันเถียน เมื่อบีบอัดมันขึ้นมาได้สำเร็จ สิ่งนั้นก็จะเคลื่อนย้ายจากภายในตันเถียนออกมาอยู่ภายนอก เหมือนองครักษ์พิทักษ์ตันเถียน ลอยวนไปมารอบๆตันเถียน
การจะสร้างเต๋าให้รวดเร็วนั้นจำเป็ต้องใช้ปราณธาตุนั้นๆ เช่น หินปราณอัคคี หรือหินปราณวารี หากบ่มเพาะโดยเพียงดึงดูดปราณรอบตัว ก็สามารถกระทำได้แต่ต้องไปสถานที่่มีปราณธาตุนั้นด้วย อย่างเช่น อยากดูดปราณธาตุอัคคี ก็ต้องไปทีู่เาไฟ เป็ต้น
เซียวเย่ได้พบเข้ากับจุดอ่อนของผู้ฝึกเต๋าสะสม ขึ้นมาได้ นั้นก็คือ เต๋าของคนแต่ละคนที่สร้างขึ้นมามีขนาดไม่เท่ากัน เหมือนกับขนาดตันเถียนที่เซียวเย่ค้นพบเมื่อหลายปีก่อน ความกว้างใหญ่ของตันเถียน และความกว้างใหญ่ของเต๋า เป็สิ่งที่บอกได้ถึงพร์ของคนผู้นั้นได้เป็อย่างดี
ด้วยเคล็ดบ่มเพาะที่เซียวเย่คิดค้นขึ้น มันได้ฉีกกฎตามบ่มเพาะเดิมๆ เพราะว่ามันมีส่วนช่วยในการขยายตันเถียนได้ ผู้มีพร์ส่วนมาก ถ้าอยู่ขั้นปราณสะสมขั้นสูงสุดจะมีขนาดความกว้างตันเถียนโดยประมาณ 100 จั้ง(ประมาณ300เมตร)แต่ว่าขนาดของตันเถียนของเซียวเย่ที่บ่มเพาะด้วยเคล็ดบ่มเพาะมารทมิฬ นั้น กว้างถึง 300 จั้ง ถ้าสู้แบบยืดเยื้อจะไม่มีคำว่าแพ้ เพราะได้เปรียบเื่กำลังปราณ
ด้วยความรู้ที่มากมายมหาศาลของจิติญญาหอคอยส่งต่อมาให้ทำให้เซียวเย่สามารถทำให้เคล็ดบ่มเพาะมารทมิฬก้าวหน้าไปได้อีกขั้น
‘เคล็ดบ่มเพาะ ระดับพิภพ ขั้นกลาง!!’
‘ยอดเยี่ยม!!’
เซียวเย่กู้ร้องในใจ ก่อนจะลืมตาขึ้นมา พบเห็นจิติญญาหอคอยยังคงลอยอยู่ข้างหน้าตนเอง จึงกล่าวขึ้น
“อ-แฮ่ม!! จิตวิญาณหอคอย ตอนนั้นเ้าบอกจะช่วยให้ข้าขึ้นสู้ขั้นเต๋าสะสมได้ใช่หรือไม่ สิ่งนั้นมันคืออะไรอย่างงั้นหรือ”
เซียวเย่พูดขึ้นมาด้วยใบหน้าที่เหมือนตัวเองยังขาดทุนอยู่ ทั้งๆที่ตอนนี้ไม่ได้อะไรอีกก็ไม่ถือว่าขาดทุนเลยแม้แต่น้อย
“ตอนแรกข้าว่าจะให้ของวิเศษที่สามารถช่วยในการดูดซับพลังเต๋าเพื่อช่วยให้เ้าสามารถสร้างเต๋าได้รวดเร็วกว่าผู้ใดมาก แต่ตอนนี้ข้าเปลี่ยนใจแล้ว”
"……"
เซียวเย่ยังคงเงียบ รอว่าจิติญญาจะพูดอะไรต่อไป
“เ้าคงจะทราบแล้วว่า เต๋าที่มนุษย์สามารถสร้างขึ้นมาได้มีอะไรบ้างแล้ว แต่มันก็มีเต๋าบางชนิดที่มนุษย์ที่ไม่สามารถสร้างได้อยู่เช่นกัน ยกตัวอย่างเช่น อสูร ที่สามารถสร้างเต๋าแห่งอสูรขึ้นมาได้อย่างไรล่ะ ตอนที่ข้าเข้าไปหัวของเ้า ข้าแอบเห็นว่าเคล็ดบ่มเพาะของเ้ามันมีส่วนหนึ่งที่คล้ายเต๋าชนิดนั้นอยู่ มันสามารถเกื้อหนุนกันได้….”
"เ้าหมายถึง…"
"ใช่แล้ว มันคือ เต๋าแห่งการกลืนกิน….ของสิ่งนี้มีคนส่งต่อมาถึงข้าให้ดูแล และได้ตายลงในที่สุด คนผู้นั้นก็คือผู้สร้างหอคอยแห่งนี้คิดมา ต่อมาก็มีคนที่สามารถขึ้นมาถึงชั้นที่8ได้ เมื่อหลายร้อยปีก่อน คนคนนั้นจึงได้สร้างสำนักพิทักษ์ธรรมขึ้นมา ณ ที่แห่งนี้ เพื่อปกป้องหอคอยตามคำขอร้องของข้าอย่างไรล่ะ "
"คนที่ขึ้นไปถึงชั้นที่8เมื่อหลายร้อยปีก่อนคือ ผู้ก่อตั้งสำนักอย่างงั้นหรือ!!!"
"อืมมม"
เซียวเย่เมื่อได้ฟังก็ยังมีข้อสงสัยอยู่ จึงกล่าวถามต่อทันที
“เ้าบอกว่าคนที่ฝากของสิ่งนั้นให้เ้าดูแลต่อ แล้วก็ตายลงหน่ะ คนผู่นั้นก็น่าจะแข็งแกร่งมากไม่ใช่หรือ ทำไมเค้าถึงได้ตายลงกัน แล้วทำไมเมื่อคนผู้นั้นมีของวิเศษอยู่กับตัวถึงไม่เอาไปใช้เสียเอง ฝากให้เ้าดูทำไมกัน…”
จิติญญาหอคอยเมื่อได้ยินเช่นนั้น เงียบไปสักพักก็กล่าวออกมา
“อย่างแรก เพราะว่า เค้าถูกไล่ล่าสังหาร จึงต้องหนีตายออกมา เพราะของสิ่งนี้ อย่างที่สองก็เพราะว่าคนผู้นั้นไม่สามารถที่จะหลอมกับมันได้ เพราะาเ็ร้ายแรงจากการหนีเอาชีวิตรอด ต่อให้ผสานกับสิ่งนั้นได้ ก็คงเทียบเ้าไม่ได้อยู่ดี ถ้าตอนนั้นท่านผู้นั้น มีเคล็ดบ่มเพาะที่คล้ายกันกับเ้า ก็อาจจะไม่ตายก็เป็ได้”
เซียวยิ่งได้ฟังก็ยิ่งสงสัย กล่าวถามต่อทันที
“หนีตายออกมา…จากที่ใดกัน”
“……”