เควินขับรถเข้าไปจอดในลานจอดรถของสถานีตำรวจก่อนจะเดินลงมาพร้อมกับเทอรี่ทั้งคู่เข้ามาในสถานีตำรวจแล้วกวาดสายตามองไปรอบๆ ในที่สุดเควินก็มองเห็นเป้าหมาย เขาเดินจ้ำอ้าวเข้าไปหาเธโอซึ่งกำลังนั่งรออยู่บนเก้าอี้มุมหนึ่งในห้องโถงสำหรับผู้มาติดต่อภายนอกเธโอรู้สึกถึงรังสีอำมหิตที่ใกล้เข้ามาก่อนจะลุกขึ้นยืนแล้วหันไปสบตาอีกฝ่ายอย่างรู้สึกผิด
“คุณเควินขอโทษครับ”
เควินที่ถลึงตากำลังจะต่อว่าพอได้ยินแบบนั้นก็ชะงักพูดไม่ออกเทอรี่ที่รีบเดินตามหลังมาเห็นท่าทางของเธโอเหนื่อยล้าก็ถามขึ้นแทนเควิน “เธอเป็อะไรหรือเปล่าเนี่ย”
“ไม่เป็ไรครับแค่ถูกปรับแล้วก็ถูกสอบปากคำนิดหน่อย”
“ไปทำอะไรมาถึงได้ถูกปรับล่ะ”เควินที่ใจเย็นลงแล้วเริ่มพูดด้วยน้ำเสียงที่เป็ปกติ
“โดนเื่ปรับแต่งระบบรถแบบผิดกฎหมายน่ะครับแต่เื่สร้างความวุ่นวายบนถนนเห็นคุณตำรวจบอกว่ามีเหตุผลพอจะลดโทษได้ก็เลยไม่ได้เอาความ”
“ปรับแต่งระบบรถงั้นหรืออย่าบอกนะว่าเป็ฝีมือของสกอเลอร์ที่ติดต่อกับเธอทางแท็บเลตน่ะ”
เธโอสะดุ้งเฮือกเควินรู้เื่ที่สกอเลอร์รู้จักกับเธโอั้แ่ตอนพักรักษาตัวในโรงพยาบาลหลังจากได้รับาเ็ที่ศีรษะอย่างหนักแต่เธโอไม่เคยบอกว่าสกอเลอร์ช่วยเขาหลายเื่โดยเฉพาะเื่เกี่ยวกับการเจาะระบบเพื่อหาข้อมูลเธโอจึงลองเกริ่นถามอย่างกล้าๆ กลัวๆ
“คุณเควินรู้เื่ที่สกอเลอร์ช่วยผมหรือครับ”
“รู้สิ อเล็กซ์พ่อของเธอบอกฉันว่าหลังผ่าตัดที่ศีรษะเธอแทบจะพูดหรือเดินไม่ได้เลยจนกระทั่งได้เพื่อนคุยคนแรกในแท็บเลตก็คือสกอเลอร์หลังจากนั้นพวกเธอก็เป็เพื่อนกันไม่ใช่หรือ ทำอย่างกับเพื่อนเธอเยอะนักนี่”
เธโอแทบหายใจไม่ทั่วท้องโชคดีที่เควินไม่รู้ว่าสกอเลอร์เป็แฮ็คเกอร์ เขาพยักหน้ายอมรับจำใจโกหกบางส่วน“ใช่ครับ สกอเลอร์ช่วยให้ผมฟื้นฟูการใช้ภาษาพูดได้ หลังจากนั้นก็ช่วยหลายๆอย่างรวมถึงหาคนมาปรับแต่งระบบรถด้วย”
“แล้วปรับแต่งระบบรถไปเพื่ออะไรล่ะ”
เธโอเม้มปากในสมองคิดหาข้อแก้ตัวก่อนจะตอบเควิน“เขากลัวผมจะวูบระหว่างขับรถน่ะครับ ก็เลยติดตั้งระบบขับขี่อัตโนมัติที่มีฟังค์ชั่นพิเศษกว่าของที่ขายในตลาดผมก็พึ่งรู้ว่ามันทำได้ขนาดนี้”
“วูบหรือเธอยังมีอาการผิดปกติหลังผ่าตัดหรือ” น้ำเสียงของเควินแสดงความกังวลมากกว่าทำให้เธโอรีบโบกมือปฏิเสธไม่อยากให้อีกฝ่ายเป็ห่วง
“ไม่มีแล้วครับแค่เผื่อเอาไว้”
เควินยังลอบสังเกตท่าทีของเธโออย่างไม่ไว้ใจเทอรี่เกรงว่าบรรยากาศจะแย่ลงอีกจึงรีบเปลี่ยนเื่คุย “พวกคุณสนใจเื่คดีดีมั้ยครับเ้าหน้าที่ตำรวจเขามารออยู่นั่นแล้ว”
เทอรี่พยักพเยิดไปทางชายวัยกลางคนผมสีเข้มที่กำลังยืนรอว่าเมื่อไรทั้งสองคนจะจัดการปัญหาครอบครัวเสร็จเขามายืนอยู่นานทั้งหาที่นั่งก็แล้วยืนมองก็แล้ว เควินจึงละสายตาจากเธโอไปทางเ้าหน้าที่คนนั้น
“สวัสดีครับผมเควิน เคดจ์ สารวัตรจากกองสืบสวนกลาง คุณใช่เ้าหน้าที่ที่คุยกันทางโทรศัพท์หรือเปล่าครับ”
“ครับผมชื่อ เกร็น นอยเลอร์ อยู่ฝ่ายสืบสวนของสถานีนี้ครับ”เขาแนะนำตัวก่อนจ้องมองเควินแล้วถามเพื่อความแน่ใจ “สารวัตรเควินกองสืบสวนกลางที่เป็ตำนานคนนั้นหรือเปล่าครับผมชื่นชมคุณมานานแล้ว”
เควินกะพริบตานิดหนึ่งไม่แน่ใจกับท่าทีของอีกฝ่ายแต่ก็พยักหน้าตามน้ำไป “ขอบคุณครับ ว่าแต่เกิดเื่อะไรขึ้นงั้นหรือครับ”
เกร็นชี้ไปที่เธโอซึ่งยืนหลบสายตาอยู่ข้างหลังเควิน“หลานของคุณมีหลักฐานอัดเสียงในรถไว้ตอนถูกผู้ชายที่นั่งมาด้วยกันล่อลวงมาทำร้ายน่ะครับ”
“ถูกผู้ชายล่อลวงงั้นหรือ”เควินเผลอพูดเสียงดังพลางหันขวับไปมองเธโออย่างไม่อยากเชื่อสายตาทำให้คนทั้งโรงพักหันมามองทางพวกเขาเป็ตาเดียวเควินเห็นสายตาแต่ละคนที่มองมาก็เลิ่กลั่กก่อนกระแอมแก้เขิน เขาถามเธโออย่างมีน้ำโหแต่ต้องข่มเสียงให้เบาเข้าไว้“ทำไมถูกผู้ชายล่อลวงได้”
“คนที่ถูกล่อลวงคือเพื่อนผมครับแต่ผมมาแทนเธอเพราะรู้สึกว่าคนๆ นี้ไม่น่าไว้ใจ”
“ไอ้คนที่ล่อลวงมันชื่ออะไรล่ะ”
“เขาชื่ออาร์ท ฮอบส์”
“อย่าบอกนะว่าเพื่อนที่ถูกล่อลวงคนนั้นคือเฟรน่ะ”
เธโอไม่อยากดึงเฟรเข้ามาเกี่ยวข้องจึงพูดเข้าประเด็นแทน“เอาเป็ว่าผมสงสัยคนที่ชื่อ อาร์ท ฮอบส์ ก็เลยลองสืบประวัติเขาดูแล้วก็พบว่าเขาเคยนัดพบกับผู้หญิงที่ใช้เตาถ่านฆ่าตัวตายในรถผ่านแอปหาคู่น่ะครับ”
“แล้วเธอมีหลักฐานหรือว่าเขาเคยนัดพบกับผู้ตายผ่านแอปหาคู่”
เกร็นที่ยืนฟังอยู่นานจึงเป็ฝ่ายแทรกขึ้นบ้าง“หลานของคุณเอาหลักฐานให้เราดูแล้วครับ เป็ภาพประวัติของผู้ตายทั้งสามรายกับประวัติของคนที่ชื่ออาร์ท ฮอบส์ ในแอปหาคู่ที่ชื่อโซลแมชชิ่งน่ะครับ”
“ขอดูหน่อยได้มั้ยครับ”
เทอรี่กล่าวก่อนที่ทั้งเควินและเทอรี่จะเดินตามเกร็นเข้าไปดูเอกสารให้ห้องทำงานของฝ่ายสืบสวนหลังจากคุยกันอยู่พักใหญ่เควินก็ขอเก็บเอกสารทั้งหมดไว้แล้วเดินกลับมาหาเธโอพร้อมกับซองเอกสารสีน้ำตาลในมือ
“ถ้ามีหลักฐานขนาดนี้ทำไมไม่บอกฉันรู้ไม่ใช่หรือว่าฉันรับผิดชอบคดีนี้อยู่”
เธโอเห็นว่าเ้าหน้าที่เกร็นไม่ได้ตามออกมาด้วยจึงยอมตอบตามความเป็จริง“ผมคิดว่าจะรอให้มีหลักฐานมากกว่านี้แล้วค่อยบอก แต่พึ่งรู้กะทันหันว่า อาร์ทฮอบส์ นัดกับเฟรวันนี้ก็เลยรีบมาช่วยเธอก่อน”
“สืบข้อมูลเก่งเหลือเกินนะเราแล้วได้อะไรอีกบ้างล่ะ” เทอรี่กล่าวขึ้นบ้างหลังจากเงียบฟังอยู่นาน
“ตอนอยู่ในรถอาร์ท ฮอบส์ หลุดปากออกมาว่าเขาพาผู้หญิงไปที่จุดพักรถบนทางด่วนครับแต่ไม่รู้ว่าจะมีหลักฐานเหลือหรือเปล่า”
“จะไม่มีได้ยังไงข่าวลงกันว่าเป็การฆ่าตัวตาย คนร้ายไม่จำเป็ต้องทำลายหลักฐานนี่”
“ฉันถามเ้าหน้าที่เกร็นแล้วเขาบอกว่าจุดพักรถบนทางด่วนนั่นมีที่เดียวและกล้องวงจรที่จุดพักรถก็เสียด้วย”เควินกล่าวตอบเทอรี่แทนเธโอ แล้วอธิบายต่อ “แต่ถ้ารู้ว่าผู้ตายถูกนัดให้แวะรับอาร์ท ฮอบส์ ที่ริมถนนเราอาจจะหาภาพจากกล้องวงจรที่แสดงว่าผู้ตายทั้งสามรายนัดพบกับ อาร์ท ฮอบส์ในวันเดียวกับที่พวกเธอเสียชีวิตได้”
“โอเคครับหัวหน้าถ้าได้ภาพจากกล้องวงจรแล้วเราค่อยมาสอบสวน อาร์ท ฮอบส์ อีกครั้งกัน”เทอรี่กล่าวในขณะที่เควินหันไปมองสำรวจเธโอก่อนจะถามขึ้นอย่างเป็ห่วง
“แล้วทานข้าวหรือยังขับรถกลับคนเดียวไหวมั้ยเนี่ย”
“ทานแล้วครับคุณตำรวจข้างในสั่งมาให้” เธโอชี้ไปทางเ้าหน้าที่เกร็นในห้องสอบสวนแล้วกล่าวต่อ “ผมกลับคนเดียวได้ครับคุณลุงไปทำงานต่อเถอะ”
“อย่าลืมตั้งค่าจำกัดความเร็วในการขับรถด้วยล่ะ”เทอรี่แซวทำให้เธโอเริ่มไม่สบอารมณ์ เขาแย้งกลับ
“คุณก็อย่าสะเพร่าในการสืบสวนบ่อยนักสิครับลดจำนวนเหยื่อลงสักคนก็ยังดี ผมจะได้ไม่จนตรอกถึงขนาดต้องพึ่งระบบรถยนต์ช่วยเนี่ย”
“หัวหน้าครับหลานหัวหน้าตำหนิเราแน่ะ”
“ทีแบบนี้มาอยู่ข้างฉันเฉยเลยนะลื่นเป็ปลาไหล” เควินกล่าวก่อนจะโบกมือไล่เทอรี่ “ไปขับรถมารับฉันที่หน้าสถานีทีเดี๋ยวตามออกไป”
“ได้ครับหัวหน้า”
เทอรี่รีบวิ่งออกจากสถานีตำรวจในขณะที่เควินกับเธโอเดินช้าๆตามหลังมา เมื่อคล้อยหลังเทอรี่ไปแล้วเควินจึงหันมากำชับเธโอ
“คราวหน้าถ้ามีข้อมูลแบบนี้ให้บอกฉันก่อนอย่าทำอะไรตามใจตัวเอง เข้าใจมั้ย”
“ทราบแล้วครับแล้วคุณเควินจะทำยังไงกับคนที่ชื่อ อาร์ท ฮอบส์ ครับ”
“ต้องลองสอบหาสาเหตุที่ลวงผู้หญิงไปฆ่าฉันก็อยากรู้เหมือนกันว่ามันทำคนเดียวหรือมีเื้ัอะไรหรือเปล่าไม่เกินวันมะรืนนี้ก็น่าจะได้คำตอบ”
“งั้นผมจะลองหาข้อมูลทางอื่นดูถ้ามีอะไรเกี่ยวข้องกันแล้วผมจะบอกครับ”
“ตามนั้นแหละวันนี้กลับบ้านดีๆ ล่ะ”
เควินกล่าวในขณะที่ทั้งคู่เดินออกมาจนถึงหน้าสถานีเทอรี่ขับรถเข้ามาจอดตรงหน้าเควินเขาจึงเปิดประตูขึ้นรถก่อนที่รถของเควินจะวิ่งออกจากสถานีตำรวจไปเธโอมองตามรถของทั้งคู่จนลับสายตาแล้วจึงเดินไปขึ้นรถของตนเองบ้างตะวันคล้อยต่ำหายลับไปจากเส้นขอบฟ้าในระหว่างที่รถมุ่งหน้ากลับบ้าน เธโอไม่คิดเลยว่าจะต้องเสียเวลาไปกับอาชญากรที่ชื่ออาร์ท ฮอบส์ แทบจะทั้งวันแบบนี้
เมื่อจอดรถในลานแล้วเธโอก็เดินออกมาจนถึงหน้าร้านเดอะโมเมนโตเขาชะงักนิดหนึ่งเพราะเห็นร่างเงาของหญิงสาวผมสีน้ำตาลทองที่คุ้นเคยดียืนรออยู่หน้าประตูทางเข้าเธอหันกลับมาสบตาเขาเข้าพอดีก่อนที่ริมฝีปากบางจะงุ้มเข้าแสดงความไม่พอใจเธโอเดินผ่านหน้าเธอไปเปิดประตูเงียบๆ แล้วจึงเชิญเธอเข้าไปในร้าน
“ก่อนจะเข้าไปตอบมาก่อนว่าหายไปไหนมา”
“เื่มันยาวครับ”เธโอหลบสายตาอีกฝ่าย แววตาของเฟรบ่งบอกว่าไม่ได้โกรธแต่เหมือนเธอจะเป็กังวลและร้อนใจมากกว่ายิ่งทำให้เธโอไม่กล้าคิดหาคำแก้ตัว
เฟรเดินเข้าไปในห้องนั่งเล่นเริ่มคุ้นชินกับสถานที่แล้วเธอลงนั่งบนเก้าอี้นวมในขณะที่เธโอกำลังจะเดินเข้าไปในครัว เธอรีบร้องห้ามเขาไว้
“ไม่ต้องแล้วฉันนั่งดื่มชาฟังเพลงอยู่ที่ร้านกาแฟจนอิ่มแล้วล่ะ”
“เฟรมารอนานแล้วหรือครับ”
“มาถึงั้แ่ก่อนเที่ยงแล้วมั้งโชคดีที่ร้านกาแฟใกล้ๆ นั่นเขามีนักดนตรีมาร้องเพลงสด ก็เลยนั่งฟังเพลินๆ ”
เธโอพยักหน้ารับรู้พลางลงนั่งบนเก้าอี้นวมตัวเล็กบ้าง“แล้วมาหาผมมีอะไรหรือเปล่า”
“ที่จริงวันนี้ฉันมีนัดกับคนที่น่าจะรู้จักกับผู้หญิงที่ฆ่าตัวตายด้วยเตาถ่านในรถทั้งสามรายเขาชื่อ อาร์ท ฮอบส์”
“แล้วทำไมไม่ไปตามนัดล่ะครับ”
“อยู่ๆทางนั้นก็ส่งข้อความมาขอยกเลิกน่ะสิ”
“น่าเสียดายนะครับ”เธโอยังแกล้งทำเป็ไม่รู้ไม่เห็น เฟรเอนหลังทิ้งตัวลงพิงพนักเก้าอี้อย่างเหนื่อยอ่อนก่อนจะระบายให้ฟังด้วยความอัดอั้นตันใจ
“ฉันไม่มีเสน่ห์ขนาดนั้นเลยหรือเสียดายชะมัดเลย นั่นเป็เบาะแสเดียวของฉันเลยนะ”
คำพูดของเฟรทำให้เธโออดไม่ได้ที่จะมองสำรวจการแต่งตัวของหญิงสาวเธออยู่ในชุดกระโปรงสีชมพูอ่อนยาวถึงเข่าแขนเสื้อสั้นทำให้มองเห็นแขนขาเรียวยาวของเธอได้ชัดเจนเฟรมีเชื้อสายของชาวเอเชียจึงมีผีวสีเหลืองออกไปทางขาวและแทบไม่มีรอยขีดข่วนใดๆแสดงให้เห็นว่าเธอดูแลตัวเองอย่างดี เธโอเผลอกล่าวพึมพำเบาๆ
“ฝ่ายนั้นแค่เล็งแต่เงินไม่มีตามองเห็นอย่างอื่นมากกว่าครับ”
“มองเห็นอะไรนะพูดเสียงดังหน่อยสิ” ความเหนื่อยล้าทำให้เฟรได้ยินไม่ถนัดจึงถามย้ำแต่เธโอส่ายหน้า
“ช่างเถอะครับแต่ไม่คิดว่าทำแบบนี้มันอันตรายบ้างหรือ คุณเป็ผู้หญิงคนเดียวนะ”
“ฉันพกของป้องกันตัวเอาไว้ไม่ปล่อยให้มันทำอะไรง่ายๆ หรอก”
เธโอนึกถึงตอนถูกโปะยาสลบก็อดไม่ได้ที่จะเตือนเธอ“คนร้ายก็หลอกผู้หญิงมาไม่น้อยนะ คิดว่ามันจะรับมือคุณไม่ได้หรือคราวหน้าอย่าไปคนเดียวอีกนะครับ”
“รู้แล้วล่ะนายนี่ขี้บ่นจัง”เฟรบ่นพลางหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดบนหน้าจอสองสามทีแล้วยื่นให้เธโอดู“ที่จริงฉันเสียดายที่ไม่ได้ถามเื่สำคัญมากกว่า”
เธโอรับโทรศัพท์มาดูหน้าจอปรากฏรูปถ่ายนามบัตรของคนที่ชื่อ นาเดีย ฮอบส์เป็นายหน้าซื้อขายรถมือสองของบริษัทแฟรงค์มอเตอร์ นามสกุลของเ้าของนามบัตรทำให้เธโอถามขึ้นอย่างแปลกใจ
“ฮอบส์นี่...เป็ญาติกับ อาร์ท ฮอบส์ หรือแค่นามสกุลเหมือนกันครับ”
“นั่นแหละที่ฉันอยากยืนยันให้แน่ใจนามบัตรนี่ถูกให้ไว้กับญาติของผู้หญิงที่ตายหลังจากตำรวจตรวจสอบและคืนรถให้ญาติของพวกเธอแล้วจำได้ใช่มั้ยที่ญาติของผู้ตายบางคนไม่ยอมรับว่าเป็การฆ่าตัวตายถึงได้ร้องเรียนไปทางกองสืบสวนกลางน่ะ”
“ครับคุณเควินก็บอกแบบนั้น”
“ฉันลองไปถามญาติของผู้ตายคนที่ว่านั่นแหละเขาเลยบอกว่าที่สงสัยก็เพราะหลังจากรับรถกลับมา เขาก็ประกาศขายรถ ลงประกาศตั้งนานก็หาคนซื้อไม่ได้เพราะอ้างว่ารถมีประวัติคนตายประมาณเดือนนึงคนที่ชื่อ นาเดีย ฮอบส์ ก็ติดต่อมาขอซื้อ ราคาที่เสนอก็ค่อนข้างต่ำแต่ก็ต้องยอมขาย”
“ฟังดูก็ไม่น่าแปลกอะไรนี่ครับทางญาติผู้ตายประกาศขายเองไม่ใช่หรือ”
“ญาติคนตายเขารู้จักอาร์ท ฮอบส์ เพราะคนตายเคยเล่าให้ฟังแล้วบังเอิญว่าคนที่มาติดต่อขอซื้อรถดันนามสกุล ฮอบส์ เหมือนกันเขาก็เลยสงสัยพอบอกเื่นี้กับตำรวจ ตำรวจกลับบอกว่าเป็แค่เหตุบังเอิญที่ญาติคิดโยงไปเองแล้วก็ตัดประเด็นนี้ทิ้งไปเลย ญาติเขาเลยไม่พอใจจะให้สืบสวนใหม่ให้ได้น่ะ”
“แล้วญาติของผู้ตายอีกสองรายก็เจอแบบเดียวกันหรือครับ”
เฟรส่ายหน้าแทนคำตอบ“อีกสองรายเขาไม่เคยบอกญาติว่ารู้จักกับคนที่ชื่อ อาร์ท ฮอบส์แต่หลังจากประกาศขายรถตั้งนานก็ขายไม่ได้เพราะร้านที่รับซื้ออ้างว่าเป็รถมีประวัติแล้วคนที่ชื่อ นาเดีย ฮอบส์ ก็ติดต่อกลับมาเหมือนกันทั้งสองรายเลย ฉันลองถามมาแล้วถึงได้รู้ว่าพวกเขาได้นามบัตรมาจากคนๆเดียวกัน”
“ไม่น่าล่ะคุณเควินถึงไม่ได้สืบเื่นามบัตรนี้ สำนวนคดีที่ได้รับอาจไม่กล่าวถึงเลยก็ได้”
“คงไม่กล่าวถึงหรอกตำรวจสรุปว่าฆ่าตัวตาย ไม่มีทางระบุเื่การขายรถหลังจากนั้นอยู่แล้ว”
“นาเดียฮอบส์...งั้นหรือ” เธโอกล่าวพลางใช้ความคิด “เฟรช่วยส่งภาพถ่ายนามบัตรนี้เข้าโปรแกรมแชทให้ผมทีนะครับผมสงสัยบริษัทแฟรงค์มอเตอร์ที่เธอทำงานอยู่มากกว่า”
“นายคิดว่าบริษัทรถมือสองเป็คนจ้างให้พวกเขาทำงั้นหรือ”เฟรเม้มปากพยายามคิดหาความเชื่อมโยงแล้วจึงออกความเห็น“แต่ก็เป็ไปได้ว่าอาร์ทกับนาเดียอาจจะทำกันเองก็ได้ เพื่อเพิ่มยอดขายไง”
“ที่จริงรถมีประวัติไม่ใช่ว่าขายไม่ได้นะครับการที่ถูกปฏิเสธทุกที่แบบนี้มันแปลก และที่แปลกยิ่งกว่าก็คือหลังจากขายไม่ได้แล้วนาเดีย ฮอบส์ ก็เสนอขอรับซื้อในราคาต่ำเหมือนกับถูกกำหนดมาแล้วว่าต้องขายให้กับบริษัทแฟรงค์มอเตอร์” เธโอตั้งข้อสังเกต “ถ้าจะบังคับหรือร่วมมือกับบริษัทและร้านรับซื้อรถมือสองอื่นๆทำกันแค่สองคนไม่น่าจะเป็ไปได้ครับ และเขาทำมาหลายครั้งไม่ใช่ครั้งเดียวอย่าลืมสิ”
“จริงด้วย”เฟรเริ่มจะคล้อยตามพลางรับโทรศัพท์มือถือที่เธโอยื่นคืนมาให้ก่อนเก็บลงกระเป๋าถือ
“ผมยังไม่แน่ใจเื่ความสัมพันธ์ระหว่างบริษัทแฟรงค์มอเตอร์กับอาร์ทและนาเดียอาจจะต้องส่งข้อมูลให้คุณเควินสืบต่อ ตอนนี้ อาร์ท ฮอบส์ถูกตำรวจจับแล้วน่าจะทำให้สารภาพได้ไม่ยากครับ”
“อาร์ทฮอบส์ ถูกตำรวจจับได้แล้วหรือ เมื่อไร”เฟรเผลอขึ้นเสียงถามด้วยความใทำให้เธโอยกมือขึ้นปิดปาก เขาพลั้งปากเสียแล้ว
เฟรหันมาจ้องมองเธโอด้วยสายตาจับผิดเต็มที่ในหัวกำลังคิดถึงความบังเอิญที่เกิดขึ้นวันนี้ั้แ่ถูกยกเลิกนัดร้านเดอะโมเมนโตปิดทำการวันนี้และเธโอที่พึ่งกลับบ้านมาบอกว่าอาร์ทถูกตำรวจจับแล้ว เธอหรี่ตาถามอีกฝ่าย
“วันนี้ไปที่ไหนมากันแน่โรงพักใช่มั้ย”
“โรงพักอะไรครับผมไม่ได้ทำผิดอะไรซักหน่อยจะไปทำไมล่ะ”
ท่าทางของเธโอเลิ่กลั่กน้ำเสียงไม่นิ่งทำให้เฟรยิ้มมุมปากั้แ่ได้มาพบกับเธโออีกครั้งเธอรู้สึกว่านิสัยของเขามีส่วนคล้ายกับเมื่อก่อนมากและมีความเป็ผู้ใหญ่ในบางครั้งถึงแม้นิสัยแบบเด็กๆ จะเด่นกว่าก็ตาม
“นายนี่โกหกไม่เก่งเอาซะเลย”
เธโอถอนหายใจยาวรู้ตัวแล้วว่าคงปิดบังเธอไม่ได้อีก“ยอมรับก็ได้ครับ วันนี้ผมไปตามนัดกับ อาร์ท ฮอบส์ แทนเฟรแล้วก็เลยขับรถพาเขาไปส่งโรงพักน่ะ”.
“เขาคงไม่นั่งเฉยๆให้นายพาไปส่งโรงพักหรอกใช่มั้ย”
“มีเื่นิดหน่อยแต่ไม่เป็ไรเอาเป็ว่าถ้ามีคราวหน้าให้บอกผมก่อนที่จะเข้าไปยุ่งกับเื่อันตรายนะครับ กระทันหันเกินไปผมก็เกือบเอาตัวไม่รอดนะ”
“นายก็เข้ามายุ่งโดยไม่บอกฉันก่อนเหมือนกันทำเอาฉันไปต่อไม่ถูกเลย” เฟรยิ้มกว้างออกมาได้รู้สึกไม่ติดใจกับเื่ของ อาร์ทฮอบส์ อีกแล้ว เธอลุกขึ้นยืนแล้วจึงกล่าวกับเธโอ “ฉันต้องกลับแล้วเดินไปส่งที่รถหน่อยสิ”
“ถ้ามีอะไรคืบหน้าผมจะแจ้งเฟรก็แล้วกัน”
เธโอกล่าวในขณะที่เดินนำเฟรไปยังลานจอดรถเฟรจ้องมองอีกฝ่ายจากด้านหลังเป็กังวลว่าร่างอันบอบบางที่อยู่ข้างหน้าเธอจะหายไปจากสายตาอีกครั้งวันนี้เธอถึงมายืนรอเขาอยู่หน้าร้านทั้งวันทั้งคู่เดินมาถึงรถของเฟรแล้วแต่เธโอเห็นเฟรยืนเหม่อลอยไม่ยอมขึ้นรถก็ร้องเรียกเธอเสียงดังขึ้น
“ถึงแล้วครับเป็อะไรหรือเปล่า” เสียงของเธโอทำให้เฟรตื่นจากภวังค์
“เธโอ เื่วันนี้ขอบคุณนะ”เธอกล่าวก่อนจะนิ่งเงียบยังไม่ยอมขึ้นรถ เธโอจึงถามอย่างแปลกใจ
“มีอะไรในใจหรือเปล่าครับ”
“คราวหน้าถ้าจะไปคนเดียวก็บอกให้ฉันรู้หน่อยอย่าหายไปโดยไม่บอกกล่าวแบบนี้อีก” เฟรตอบก่อนจะกดรีโมทย์เปิดประตูขึ้นรถ “ไว้เจอกันใหม่นะ”
เธอเปิดกระจกพูดทิ้งทายแล้วขับออกไปทำให้เธโอได้แต่ยืนนิ่งเงียบบางทีความรู้สึกผิดในใจเธอคงยังไม่หายไป เขามองตามจนรถของเธอหายลับสายตาไปแล้วจึงเดินกลับบ้านได้แต่หวังในใจว่าเวลาจะช่วยเยียวยาเธอได้