ตอนที่ 16 การต่อสู้ของเจมส์วิช (1)
ตอนนี้ถึงเวลากลางคืนแล้วงานเลี้ยงบาร์บีคิวก็เริ่มขึ้นเสียงพูดคุยหัวเราะของชาวบ้านและเหล่าทหารก็ได้ดังขึ้นอย่างมีความสุข โดยเฉพาะชาวบ้านแรนโดฮอล์ที่อยู่ในความหวาดกลัวและความหวาดระแวงมานานในที่สุดพวกเขาก็จะได้ไม่ต้องหวาดกลัวอีกแล้ว......
ส่วนอากอร์นนั้นเขาลอลิเจมส์วิชและบรรดาเหล่าสภาหมู่บ้านกับการ์เวลและลูกชายได้แยกมานั่งที่โต๊ะใหญ่หน้ากระโจมของอากอร์นแต่ก็ยังอยู่ภายในวงงานเลี้ยงกับเหล่าชาวบ้านเช่นเดิมเพราะหากแยกไปเป็ส่วนตัวแล้วละก็มันจะทำให้เกิดความคิดแบ่งแยกขึ้น......
“ไม่คิดเลยว่าเ้าเมืองคนใหม่ของเมืองเซนต์จูรี่จะอายุน้อยเช่นนี้?”
“นั้นซิทีแรกข้าน้อยเองก็ไม่อยากจะเชื่อเช่นกัน แต่เมื่อได้เห็นท่าทางที่ดูน่าเกรงขามของท่านอากอร์นแล้วมันก็ทำให้ข้าน้อยเชื่ออย่างสนิทใจขึ้นมาเลย”
“ใช่ใช่ ใช่ พวกเราเองก็คิดเช่นเดิมกัน”
“ว่าแต่ที่เมืองเซนต์จูรี่ไม่ใช่ถูกพวกโจรกลุ่มใหญ่บุกปล้นและฆ่าทำลายเมืองไปหมดแล้วอย่างนั้นเหรอ?”
...............?
พอพูดถึงประโยคนี้ทุกคนต่างก็แสดงสีหน้าอยากรู้อยากเห็นมากขึ้นแม้แต่ชาวบ้านที่อยู่โดยรอบเองก็เช่นกันเพราะพวกเขาได้ยินมาว่าผู้คนในเมืองเซนต์จูรี่แย่ยิ่งกว่าพวกเขาเสียอีกดังนั้นแล้วพวกเขาจึงอยากรู้มากเกี่ยวกับสถานการณ์ในตอนนี้ว่าเป็อย่างไร......
“ตอนนี้เมืองเซนต์จูรี่กำลังปรับปรุงและพัฒนาอยู่ถึงจะไม่ดีเท่าที่ควรแต่ก็สามารถป้องกันผู้คนจากกองโจรและสัตว์ร้ายระดับสองได้”เจมส์วิชเปิดปากตอบแทนอากอร์นอย่างภาคภูมิพร้อมกับยืดอกขึ้นแสดงให้ทุกคนเห็นว่าอากอร์นยอดเยี่ยมแค่ไหน......
“เช่นนั้นก็เยี่ยมไปเลยพวกเาาวบ้านแรนโดฮอล์รู้สึกยินดีเป็อย่างยิ่งที่จะได้เข้าไปอยู่ภายในเมืองเซนต์จูรี่และเป็ประชาชนของท่านอากอร์น”
“ข้าเองก็ยินดีและดีใจเช่นกันที่ได้ทุกคนมาเป็ประชาชนของข้าแต่นางเสียดายที่ยังเหลืออีกสามหมู่บ้านที่ข้ายังต้องไปหากว่าสามารถรวมได้........”
“ท่านอากอร์นวางใจได้ข้าเองรู้จักกับหัวหน้าหมู่บ้านไวโอเลสและหัวหน้าหมู่บ้านเฮ้าร์กาเดี้ยนหากว่าข้าส่งจดหมายไปให้พวกเขาให้มาร่วมกับท่าน ข้าเชื่อว่าพวกเขาต้องยินยอมแน่เพราะก่อนหน้านี้พวกเขาเคยมาปรึกษากับข้าเื่การรวมหมู่บ้านกันเป็หนึ่งเดียว”
การ์เวลกล่าวแทรกขึ้นมาเกี่ยวกับเื่ที่เขารู้จัดสนิทกับหัวหน้าหมู่บ้านทั้งสองหมู่บ้านอย่างหมู่บ้านไวโอเลสและหมู่บ้านเฮ้าร์กาเดี้ยนและมีความมั่นใจว่าเขาสามารถชักชวนทั้งสองหมู่บ้านมาอยู่ภายใต้การปกครองของอากอร์นได้......
“ถ้าได้เช่นนั้นก็เยี่ยมไปเลยท่านการ์เวลเื่นี้ข้าฝากด้วย ว่าแต่แล้วหมู่บ้านเซนต์บรอนละ?” อากอร์นรู้สึกดีใจมากที่ได้ยินเช่นนั้นจากการ์เวลเพราะหากเป็เช่นนั้นได้จริงๆมันก็จะทำให้เขาเสียเวลาน้อยลงไปอีกในการไปรวบรวมประชากรแต่นั่นก็มีเพียงแค่สองหู่บ้านเท่านั้นยังเหลืออีกหนึ่งหมู่บ้านที่การ์เวลไม่ได้เอ่ยถึง.....
“หมู่บ้านเซนต์บรอนนั้นตอนนี้ตกเป็ของกลุ่มโจรกลุ่มหนึ่งไปแล้วแถมหัวหน้ากลุ่มโจรกลุ่มนั้นยังเป็ถึงนักรบระดับปฐีขั้นที่สามด้วยลูกน้องภายใต้ปีกของเขาก็มีมากถึงหมื่นคนแล้วส่วนมือซ้ายกับมือขวาของเขานั้นก็ยังมีระดับพลังที่ไม่ได้ด้อยไปกว่าเขาด้วย”การ์เวลอธิบายเื่หมู่บ้านสุดท้ายให้กับอากอร์นฟังพร้อมกับแสดงสีหน้าเคร่งเครียดออกมา.....
“ที่แท้ก็เป็แบบนี้เองและชาวบ้านของที่นั่นละพวกเขาเป็ยังไงบ้าง? แล้วเหลือกันอยู่เท่าไหร่แล้วในตอนนี้?”อากอร์นยังคงอยากรู้เื่ของชาวบ้านมากกว่าว่าเป็ยังไงในตอนนี้แล้วมีจำนวนเท่าไหร่......
“ชาวบ้านของที่นั่นส่วนใหญ่แล้วถูกจับไปเป็ทาสเก็บทั้งหมดบางส่วนก็ถูกเกณฑ์เข้าร่วมกับกองกำลังของพวกเขาและยังมีชาวบ้านจากที่อื่นที่ถูกจับมาด้วย รวมๆแล้วก็น่าจะประมาณสองถึงสามพันคนได้ขอรับ”การ์เวลรีบบอกอากอร์นไปในทันทีเกี่ยวกับเื่ที่เขารู้.....
ซึ่งอากอร์นรู้สึกใเล็กน้อยที่การ์เวลรู้เื่เยอะเช่นนั้นแต่มันก็คงเป็ธรรมดาสำหรับเขาที่จะต้องหาข้อมูลเพื่อเอาตัวให้รอดไปจากสถานการณ์ที่เลวร้ายแบบนี้.....
“อือ......ช่างเถอะพวกเรามาเปลี่ยนเื่คุยกันดีกว่าคืนนี้มาฉลองให้เต็มที่กันส่วนพรุ่งนี้เราจะออกเดินทางกันแต่เช้าจะได้ถึงเมืองเซนต์จูรี่โดยไว้”อากอร์นรู้ว่าสถานการณ์ตอนนี้เริ่มกลับมาอึดอัดและเคร่งเครียดอีกครั้งแล้วเขาจึงพาเปลี่ยนหัวข้อพูดคุย......
“เช่นนั้นเรามาดื่มกันให้สุดๆไปเลย!!” เจมส์วิชที่อยู่ข้างๆ ก็ได้ลุกขึ้นและกล่าวเรียกให้ทุกคนยกแก้วเหล้าหมักขึ้นมาเพิ่มดื่มกิน......
โอ้ววววว!!
“ชนแก้ว!!”
“แด่ความสุขและอนาคตที่สดใส!!”
“แด่ความสุขและอนาคตที่สดใส!!”
ปัก!!
งานเลี้ยงดำเนินไปอย่างมีความสุขจนดึกจนมีชาวบ้านหลายคนที่เมาจนหลับไปเว้นแต่ทหารของอากอร์นที่ยังคงหน้านิ่งและนั่งยิ้มอยู่เหมือนเดิมรวมถึงการ์เวลและการ์ลอสกับเหล่าสภาหมู่บ้านบางคนด้วยที่ยังนิ่งอยู่......
“ทุกคนเตรียมตัวให้พร้อมระวังอย่างให้ชาวบ้านโดนลูกหลงละ”อากอร์นสั่งการออกไปเบาๆ เพื่อไม่ให้เหล่าชาวบ้านตื่นขึ้นมาในระหว่างนี้....
ขอรับ!!
ทหารทั้งร้อยนายต่างก็ตอบรับด้วยเสียงที่เบาแต่ก็แฝงไปด้วยพลังพร้อมกับลุกขึ้นยืนเตรียมชุดเกราะและอาวุธของตัวเองขึ้นมาเตรียมพร้อมสู้ตลอดเวลา.....
“ลอลิครั้งนี้ถือว่าเ้าทำพลาดอย่างมากที่ถูกน้ำหอมตามกลิ่นของพวกโจรเข้า”อากอร์นหันไปพูดกับลอลิที่ยืนนิ่งเพราะรู้สึกผิดกับเื่ที่ตัวเองทำลงไปโดยไม่พูดสิ่งใดกลับ......
“แต่ไม่เป็ไรพลาดไปแล้วก็พลาดไปครั้งหน้าเ้าควรฝึกให้หนักกว่านี้ครั้งนี้ก็จัดการให้ดีระวังนักฆ่าสองคนภายในป่าด้วย”อากอร์นไม่ได้คิดที่จะโทษนางเพราะเขารู้ว่าคนเราย่อมมีวันพลาดกันได้ขนาดเขาเองก็ยังเคยพลาดมาก่อนและการทำพลาดนั้นก็ให้ถือซะว่าเป็บทเรียนที่จะทำให้ตัวเองแข็งแกร่งขึ้น......
“ข้าน้อยรับทราบแล้วเ้าค่ะครั้งนี้จะไม่ทำให้นายท่านผิดหวังเลยก็แค่นักฆ่าระดับปฐีขั้นที่หนึ่งใช้เวลาไม่นานก็จัดการได้แล้ว”ลอลิรับปากเสียงแข็งพร้อมกับปลดปล่อยรังสีฆ่าฟันที่น่าขนลุกออกมาพร้อมกับจ้องมองไปยังทิศทางของนักฆ่าที่แอบซ่อนตัวอยู่ด้วยแววตาดุดัน......
พรึบ!!
เฮ้อ.......
“นึกว่าจะราบรื่นเสียอีกดังมีแขกไม่ได้รับเชิญมาจนได้ แต่เอาเถอะถือซะว่าออกกำลังกายก่อนนอนก็แล้วกันเจมส์วิชครั้งนี้ข้าให้เ้าเป็ออกไปจัดการกับหัวหน้าของพวกมันแต่จงจำไว้ว่าหากสู้ไม่ได้ให้ถอยกลับมาทันทีอย่าฝืนตัวเองเด็ดขาด”
“ขอรับท่านอากอร์นข้าทราบดีหากว่าข้าสู้อีกฝ่ายไม่ไหวข้าจะรีบถอยกลับมาทันที”เจมส์วิชรับฟังและปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดเพราะเขารู้ว่าศัตรูที่มาในครั้งนี้นั้นแข็งแกร่งไม่ใช่เล่นเลยไม่เช่นนั้นอากอร์นคงไม่เตือนเขาให้ระวังตัวขนาดนี้......
“ท่านอากอร์นไม่ทราบมีสิ่งใดที่ข้าพอจะช่วยท่านได้บ้างไหม?”การ์เวลส่งเสียงแทรกขึ้นมาพร้อมกับแสดงสีหน้าจริงจัง......
“ท่านอยู่ที่นี่กับข้าเนี่ยแหละปล่อยให้พวกเขาจัดการไปไม่ต้องเป็ห่วง” อากอร์นรู้ความสามารถของคนของเขาดีดังนั้นเขาเลยไม่ได้คิดมาก......
“ขอรับ”
ตอนนี้มีกลุ่มโจรกลุ่มหนึ่งกำลังปิดล้อมหมู่บ้านเอาไว้ซึ่งกลุ่มโจรกลุ่มนี้เป็พวกเดียวกับกลุ่มโจรทั้งสองร้อยคนก่อนหน้านี้ พวกมันได้รอยผงติดตามลอลิเอาไว้และตามกลิ่นนั้นมาหัวหน้ากลุ่มโจรเป็นักรบระดับปฐีขั้นที่สอง.......
ซึ่งระดับสูงกว่าเจมส์วิชอยู่หนึ่งขั้นแต่ถึงเจมส์วิชจะระดับต่ำกว่าแต่ความสามารถของเขาก็ไม่ได้ด้อยไปกว่านักรบปฐีขั้นที่สองเลยหากว่าการต่อสู้ครั้งนี้เจมส์วิชสามารถเอาชนะอีกฝ่ายได้เขาก็มีโอกาสที่จะเลื่อนระดับไปเป็นักรบปฐีขั้นที่สองได้......
แต่นั้นก็ขึ้นอยู่กับความสามารถของตัวเขาเองด้วยว่าจะสามารถทำได้ไหมหากว่าไม่สามารถทำได้อากอร์นคงต้องลงมือเข้าช่วยเขาเอาไว้ส่วนลอลิอากอร์นได้ให้นางไปจัดการกับนักฆ่าระดับปฐีขั้นที่สองหนึ่งคนและขั้นที่หนึ่งอีกหนึ่งคน......
เื่ของลอลิอากอร์นไม่เป็ห่วงอะไรนักเพราะนางแข็งแกร่งกว่าสองคนนั้นมากแต่อะไรๆ ก็เกิดขึ้นได้หากไม่ระวังแต่อากอร์นก็มั่นใจในฝีมือของลอลิไม่น้อยเหมือนกัน......
หลังจากที่จัดการทุกอย่างพร้อมกับเจมส์วิชก็นำกำลังทหารแปดสิบคนไปด้วยเหลือทิ้งไว้ที่ค่ายเพียงแค่ยี่สิบคนเท่านั้นเขามุ่งหน้าออกไปทางทุ่งกว้างห่างจากหมู่บ้านไปราวๆ ห้าร้อยเมตรได้ซึ่งเป็ที่ที่หัวหน้ากลุ่มโจรกลุ่มนี้อยู่.......
ณทุ่งหญ้าห่างออกไปจากหมู่บ้านห้าร้อยเมตร......
ตุบ!!
“เรียนท่านหัวหน้าพวกมันแบ่งแยกส่งกำลังคนมุ่งหน้ามาทางนี้ขอรับ”
ชายชุดดำปรากฏตัวขึ้นที่เบื้องหน้าของชายวัยกลางคนคนหนึ่งที่นั่งอยู่บนขอนไม้ใหญ่ที่เนินทุ่งกว้างพร้อมกับกล่าวรายงานสถานการณ์ที่เกิดขึ้นหลังจากที่ชายชุดดำเห็นเจมส์วิชนำทหารทั้งแปดสิบคนมุ่งหน้ามาทางนี้.....
“กำลังมาทางนี้?ดี!! ข้าจะได้ไม่ต้องเสียเวลาให้มาก ในเมื่อพวกมันอยากตายนักข้าก็จะส่งเคราะห์ให้เอง!!” ชายวัยกลางคนร่างใหญ่ที่เป็หัวหน้ากลุ่มโจรพูดขึ้นพร้อมกับยกยิ้มที่มุมปากของมันอย่างชั่วร้าย.......
ไม่นานเจมส์วิชกับทหารทั้งแปดสิบนายก็มาถึงทุ่งกว้างและเมื่อพวกเขามาถึงพวกเขาก็พบกับกลุ่มโจรกว่าสามร้อยคนยืนเรียงหน้ากันพร้อมกับยิ้มให้พวกอย่างชั่วร้ายตรงกลางมีชายร่างใหญ่ยืนถือดาบใหญ่อยู่จ้องมองมาที่พวกเขา.......
“กล้ามากนะพวกแกที่ออกมาจากบริเวณหมู่บ้าน?”หัวหน้ากลุ่มโจรส่งเสียงพูดขึ้นด้วยความเย้ยหยันและดูถูกหลังจากที่มันรู้ระดับของเจมส์วิช......
“แน่นอนข้ากล้าออกมาอยู่แล้วเพราะข้าจะมาตัดหัวของเ้ายังไงละ!!” เจมส์วิชเองก็ส่งเสียงตอบกลับไปเช่นกันเขาตอบกับด้วยสีหน้านิ่งและไม่ได้แสดงออกถึงความหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อยถึงจะรู้ว่าอีกฝ่ายระดับสูงกว่าตน......
“ฮ่าฮ่า ฮ่า!! นี่กกำลังละเมอเพ้อฝันอะไรอยู่ไอ้หนูมากันแค่ไม่กี่คนคิดจะมาสู้กับพวกเราอย่างนั้นรึ? ช่างไม่ดูกำลังตัวเองซะบ้างเลย!!”ชายวัยกลางคนที่อยู่ข้างๆ หัวหน้ากลุ่มโจรส่งเสียงหัวเราะออกมาพร้อมกับพูดจาดูถูกเจมส์วิชและข่มขู่เขา......
“หึ!!แล้วไง? มาแค่นี้ก็ฆ่าพวกเ้าทั้งหมดได้แล้ว”เจมส์วิชไม่ได้สนใจคำพูดของอีกฝ่ายเลยเขายังคงนิ่งสงบและอยู่ในท่าเตรียมพร้อมตลอดเวลา.....
ซึ่งแน่นอนว่าเขาไม่กลัวอีกฝ่ายเลยถึงแม้จะมีคนมากกว่าก็ตามที่เขาต้องกังวลก็คือตัวหัวหน้าของพวกมันคนเดียวเท่านั้นส่วนพวกโจรที่เหลือทหารที่มาด้วยกับเขาล้วนจัดการพวกมันได้อย่างง่ายได้เหมือนกับฟันต้นกล้วยมีดคมๆเลย......