เดิมทีหลิวหรงคิดว่ารอให้เรื่องนี้ผ่านไปจึงค่อยปรับความสัมพันธ์ของต้วนเจิ้งและบุตรสาวส่วนเรื่องอื่นค่อยว่ากัน ทว่าปัญหาเรื่องนี้ยังไม่ทันจบต้วนอวี้หรานก็ดันก่อเรื่องใหม่ขึ้นมาทั้งยังถูกเปรียบกับต้วนอวี้เด็กบ้านั่น! ดังนั้นนางจึงรู้ว่าต้วนเจิ้งหมดหวังกับต้วนอวี้หรานโดยสิ้นเชิง!
หลิวหรงก้มหน้าลงพลางใช้ผ้าเช็ดหน้าซับน้ำตาเปล่งเสียงอ่อนระโหยอย่างน่าสงสาร
“นายท่านเป็นความผิดของข้าเอง...”
ปกติเพียงหลิวหรงร้องไห้ต้วนเจิ้งก็หายโกรธแล้วทว่าวันนี้เขาโกรธเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ยิ่งมีเรื่องต้วนชิงหมิงไม่ได้รับความเป็นธรรมผนวกกับต้วนอวี้หรานทำตามอำเภอใจจนทำให้เขากลัดกลุ้มใจเป็นที่สุด จึงยกมือขึ้นโบกปัดเอ่ยตวาดลั่นด้วยน้ำเสียงเย็นชา
“เจ้ากลับไปคิดทบทวนว่าวันนี้ทำความผิดอะไรถ้าคิดออกพรุ่งนี้ค่อยออกมา หากคิดไม่ออกก็ไม่ต้องออกมาจากเรือน!”
หลิวหรงได้ยินคำพูดของต้วนเจิ้งพลางย่นคิ้วเข้าหากันใบหน้าเปลี่ยนสีนี่เขากำลังสั่งกักบริเวณนางหรือ?
แววตาคล้ายหวนรำลึกนางไม่เคยได้รับความเย็นชาเช่นนี้มาก่อน กระแสอุ่นไหลรินผ่านม่านตาไหลออกมานองหน้ามองไปยังผู้เป็นสามี
“นายท่าน...”
เขากลับไม่สนใจโน้มตัวลงไปจับใบหน้าบุตรสาวคนโตด้วยความทะนุถนอม
“เป็นอย่างไรบ้างเจ็บหรือไม่?”
น้ำตาของต้วนชิงหมิงคลอไปมาเต็มดวงตาทั้งสองดูน่าสงสารใบหน้าทั้งบวมและแดง เมื่อได้ยินต้วนเจิ้งถามขึ้นได้แต่พยักหน้าเป็นคำตอบ
“ท่านพ่อ... ชิงหมิงไม่โกรธน้องสาวเจ้าค่ะ”
ต้วนเจิ้งถึงกับเลิกคิ้วขึ้นตกใจในคำตอบ
เขาเชื่อว่าไม่ว่าใครที่ถูกตบหน้าไปจะต้องมีความโกรธเกลียดอยู่ในใจแต่ต้วนชิงหมิงกลับพูดว่านางไม่โกรธเกลียดต้วนอวี้หรานหรือ?
เมื่อเทียบกับต้วนชิงหมิงแล้วทางด้านต้วนอวี้หรานยังอยากผลักพวกบ่าวรับใช้ให้ไปชนต้วนชิงหมิง
“ต้วนชิงหมิง... นางคนชั่วทำให้ท่านแม่ข้าต้องถูกกักบริเวณ ต้วนชิงหมิง... ข้าจะไม่ปล่อยเจ้าไว้แน่”
ต้วนเจิ้งมองไปยังบุตรสาวคนรองด้วยสีหน้าและแววตาที่สิ้นหวังครู่หนึ่งจึงโบกมือขึ้น พูดเสียงดังลั่นศาลา
“ใครก็ได้พาคุณหนูรองไปกักตัวไว้ที่เรือนถ้าไม่มีคำสั่งของข้า ห้ามปล่อยออกมา!” กล่าววาจาจบจึงหมุนตัวเดินออกจากศาลาไปทันที เมื่อก่อนเคยคิดว่าลูกสาวคนนี้เป็นเด็กดีเชื่อฟังแต่ทำไมวันนี้เปลี่ยนเป็นแบบนี้ไปเสียได้ กระทั่งหลิวอี๋เหนียงที่ดูใจดีมีเมตตาก็กลับไม่สนใจความเป็นความตายของลูกฮูหยินแม้แต่น้อยทำให้เขารู้สึกผิดหวังกับแม่ลูกคู่นี้ มากน้อยเพียงไรก็สุดรู้
ต้วนชิงหมิงเดินไปส่งผู้เป็นบิดาพลางหันมองน้องสาวต่างมารดาด้วยสายตาแห่งผู้ได้รับชัยชนะจากนั้นสะบัดผ้าเช็ดหน้าเดินตามต้วนเจิ้งไป
“ท่านพ่ออย่าลงโทษน้องอวี้หรานเลย น้องสาวอายุยังน้อย... ชิงหมิงไม่โกรธน้องสาวกับหลิวอี๋เหนียง... ท่านพ่ออย่าได้โทษพวกนางเลยเพราะอย่างไรอี๋เหนียงก็ดูแลจัดการจวนต้วนมาโดยตลอด!” เขาหยุดเว้นจังหวะพลางคิดตาม หากหลิวหรงถูกกักบริเวณแล้วอำนาจดูแลจัดการจวนต้วนจะให้ใครรับช่วงต่อแทนเล่า?
เขาหยุดฝีเท้าลง
“ชิงหมิงเจ้าอยากจะลองดูไหม?”
จัดการดูแลจวนต้วน! ต้วนชิงหมิงตกตะลึงพรึงเพริดไปหมด ปีนี้นางเพิ่งจะอายุเก้าปีท่านพ่อกลับเชื่อใจนางขนาดนั้นเชียวหรือ?
ผู้เป็นบิดาก้มลงมองใบหน้าต้วนชิงหมิงที่ยิ้มเพียงเล็กน้อย
“เจ้าไม่ได้อยากดูแลจัดการเรื่องในจวนต้วนหรือ... จัดการเรื่องเล็กๆในจวนไปก่อน ถ้าเจ้าจัดการไม่ได้เดี๋ยวพ่อช่วย!”
ต้วนชิงหมิงคิดแล้วว่าเป็นโอกาสดีที่ต้วนเจิ้งคอยหนุนหลังจึงพยักหน้าหงึกหงัก
“ชิงหมิงจะทำตามที่ท่านพ่อพูดและจะไม่ทำให้ท่านพ่อผิดหวังเจ้าค่ะ!”
ต้วนเจิ้งใช้มือข้างหนึ่งตบลงที่ไหล่ต้วนชิงหมิงเบาๆละม้ายมีเรื่องที่จะพูดแต่เปลี่ยนเป็นการถอนหายใจยาวแทน... ลำบากลูกสาวที่อายุยังน้อยให้ดูแลเรื่องในจวนถ้าฮูหยินติงโหรวยังอยู่ เรื่องพวกนี้เขาคงจะไม่ต้องเป็นกังวล
ตอนนี้ทำได้เพียงคอยชี้แนะนาง
ในแววตาต้วนเจิ้งยามมองไปที่ใบหน้าบวมแดงของต้วนชิงหมิงละม้ายเกิดความรู้สึกสงสารระคนรู้สึกผิดพลางช่วยรวบผมที่กระเซอะกระเซิงให้บุตรสาว พูดเสียงเบาว่า
“ไม่ต้องมายืนอยู่ตรงนี้แล้วเจ้ารีบกลับไปที่เรือนให้บ่าวรับใช้เอาของเย็นมาประคบที่หน้า... เจ้าเป็นหญิง ถ้าจัดการไม่ดีอาจจะเป็นแผลเป็นจะไม่เป็นผลดีต่อตัวเจ้า!” กล่าวจบก็หมุนตัวเดินจากไป
ต้วนชิงหมิงมองด้านหลังของต้วนเจิ้งย่อตัวเคารพส่งเขา
“ท่านพ่อเดินดีๆเจ้าค่ะ”
นางมองเงาของผู้เป็นบิดาที่เลี้ยวเข้ามุมหายไปขยับตัวยืดตัวขึ้นปรากฏรอยยิ้มเย้ยหยันบนใบหน้า
“หลิวหรงเจ้าต้องคิดไม่ถึงเป็นแน่ ว่าอำนาจจัดการดูแลจวนต้วนจะตกมาอยู่ในมือข้า”
ที่จริงแล้วนางจะดูแลหรือไม่ดูแลย่อมได้แต่ว่านางไม่อยากให้หลิวหรงทำอะไรได้ตามอำเภอใจ และต้วนเจิ้งก็ไม่ได้จะให้ต้วนชิงหมิงดูแลจวนต้วนจริงๆเพราะการดูแลจวนไม่ใช่เรื่องง่าย ทว่าวันนี้ผู้เป็นบิดาคงแค่อยากจะลดอำนาจของหลิวหรงลงเพื่อให้นางรับรู้ว่าความผิดของนางอยู่ตรงไหน
นางเข้าใจการจัดการของต้วนเจิ้งจึงยิ้มน้อยๆ ออกมา การได้แย่งของที่หลิวหรงให้ความสำคัญนั้นเป็นความรู้สึกที่ดีไม่ใช่น้อย
ด้านหลิวหรงที่เห็นอำนาจของนางโดนแย่งไปพลันโกรธจนพูดไม่ออกแต่เพราะเป็นต้วนเจิ้ง นางจึงได้แต่ตอบรับและจำไปสำนึกผิด
......
ในวันนี้ต้วนชิงหมิงสามารถกดหลิวหรงลงได้และยังย้อนเล่ห์เหลี่ยมที่อีกฝ่ายเคยใช้เป็นประจำกับนาง จึงทำให้ต้วนชิงหมิงสบายใจไม่น้อย นางรู้ว่านี่เป็นเพียงแค่การเริ่มต้นเท่านั้น การแย่งอำนาจกักบริเวณ และแม่นมหวางคนสนิทยังถูกโบย ความแค้นครั้งนี้ระหว่างคนทั้งสองคงจะบาดลึกยิ่งขึ้นไปอีก
เมื่อเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์เห็นต้วนชิงหมิงกลับเข้าจวนจึงรีบวิ่งเข้ามาหาท่าทางดูลับๆ ล่อๆ
“คุณหนูๆบ่าวเห็นอีกแล้วเจ้าค่ะ..." เห็นท่าทางบุ่มบ่ามของเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ แม่นมหนิงได้แต่เอือมระอา
“เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์กฎระเบียบที่เคยเรียนมาหายไปไหนหมดแล้ว?”
นางชะงักทันทีด้วยกลัวแม่นมหนิงเป็นทุนเดิมถึงแม้แม่นมจะดูแลนางดีมาก แต่เรื่องกฎระเบียบจะต้องเคร่งครัดละเลยไม่ได้เด็ดขาดดังนั้นเมื่อแม่นมหนิงเอ่ยปากพูดออกมา นางจึงได้แต่ก้มหน้าหันไปทำความเคารพต้วนชิงหมิง
“คุณหนูเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์มีเรื่องจะเรียนเจ้าค่ะ!”
นางทำท่าเชื่อฟังต้วนชิงหมิงกลั้นหัวเราะพลางส่งสายตามองไปยังแม่นม
“พูดมาสิเจ้าไปเห็นอะไรมา?”
แม่นมหนิงรู้มารยาทเมื่อเห็นเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์มีเรื่องพูดคุยกับต้วนชิงหมิงจึงรีบขยับลุกขึ้น
“คุณหนูบ่าวขอตัวก่อนเจ้าค่ะ”
นางรู้ว่าแม่นมหนิงจะออกไปเฝ้าที่ประตูด้านนอกจึงพยักหน้าตอบรับ
“แม่นมหนิงมีธุระอะไรก็ไปจัดการได้!”
แม่นมหนิงรับคำสั่งจึงไปยืนเฝ้าประตูด้านนอกที่อยู่ไม่ไกลเพื่อดูว่าในเรือนมีคนของนางแฝงตัวเข้ามาที่นี่มากน้อยแค่ไหนตอนนี้คุณหนูโตและรู้เรื่องอะไรมากขึ้นจึงต้องช่วยป้องกันไว้ก่อน !
แม่นมหนิงไตร่ตรองชั่วครู่ก่อนที่จะสูดอากาศเข้าไปลึกๆเฮือกหนึ่ง
ภายในห้องหลังจากที่เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์เล่าเรื่องที่เจอมาให้ผู้เป็นนายฟังทั้งหมด
“คุณหนู... ในเมื่อคุณหนูรู้ว่าต้าชุ่ยเป็นคนของหลิวอี๋เหนียงเหตุใดไม่จับตัวส่งนายท่าน ให้นายท่านรู้ถึงความร้ายกาจของนางเล่าเจ้าคะ?”
นางไม่เข้าใจจริงๆในเมื่อคุณหนูรู้เรื่องต้าชุ่ยแล้วเหตุใดไม่ไล่นางไปเล่า กลับให้บ่าวรับใช้คอยดูความเคลื่อนไหวของนางเท่านั้นเก็บคนที่จะทำร้ายไว้ข้างกาย ช่างอันตรายอย่างมาก!
ต้วนชิงหมิงยิ้มออกมาเล็กน้อยเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์แม้จะฉลาดแต่เก็บอารมณ์ไม่อยู่ เมื่อเห็นบ่าวรับใช้ในเรือนลี่ซูย่วนก็อยากจัดการไปเสียทั้งหมดจะปล่อยให้เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ไม่ทันเล่ห์เหลี่ยมและเปิดโอกาสให้อีกฝ่ายไม่ได้
ต้วนชิงหมิงไม่เปล่งเสียงตอบเพียงแต่กล่าวเป็นนัย
“เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ข้าขอถามเจ้าหน่อย ถ้าอยู่ๆ ให้ข้าขับไล่นางไปหรือส่งนางให้ท่านพ่อเพื่อสืบหาความจริงหากแต่แม้ตายนางก็ไม่ยอมรับเล่า เจ้าจะทำอะไรนางได้?”
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ลืมคิดจุดนี้ไปครู่หนึ่งจึงตอบว่า
“อย่างนั้นคุณหนูก็บอกว่าบ่าวเป็นคนเห็น...”
ใช่แล้วตอนนี้มีพยานบุคคล รอแค่หลักฐานสิ่งของที่จะสามารถเอาผิดกับต้าชุ่ย ทว่าดูท่าคุณหนูแล้วเหมือนไม่ทำอะไรแม้สักอย่างเช่นนั้นคุณหนูกำลังกังวลสิ่งใด?