เฟยเทียนที่รู้สึกงัวเงียค่อยๆลืมตาขึ้น มีกลิ่นเหม็นโชยมาแตะจมูกเป็กลิ่นที่รุ่นแรงถึงขั้นสามารถอาเจียนออกมาได้เลยทีเดียว เฟยเทียนรีบลุกขึ้นวิ่งไปหน้าบ้านอยากสูดอากาศบริสุทธิ์ ประตูได้ถูกเปิดออกอย่างรุนแรง แต่สิ่งที่เฟยเทียนพบเจอนั้นทำให้อาเจียนออกมาทันที
“อุ๊บ!...แหวะ นี่มันเกิดอะไรขึ้น” เฟยเทียนเงยหน้าขึ้นมองภาพศพมนุษย์ ที่ขาดเป็ชิ้นๆ บางศพเหลือแต่แขนกับเศษผ้าเท่านั้นที่จมอยู่ในกองเื เฟยเทียนยืนปากสั้น แข้งขาอ่อนแรง ทนไม่ไหวอาเจียนออกมาอีกรอบ
“แหวะ… นะ นะ นี่มันเกิดอะไรขึ้นกัน เหตุใดถึงเป็เช่นนี้” เฟยเทียนที่กำลังสับสนกับเหตุการณ์ตรงหน้า ทุกอย่างมันเกิดขึ้นกระทันหันเกินไป ตัวข้าพึ่งจะหลับไปหนึ่งตื่นเองแท้ๆ
“ท่านพ่อและท่านแม่ของข้าละพวกท่านอยู่ไหน” เมื่อเฟยเทียนเริ่มสงบสติอารมณ์ได้ก็นึกถึงครอบครัวของตน รีบวิ่งออกตามหาภายในหมู่บ้าน ได้แต่หวังเท่านั้น ได้แต่หวังว่าพวกท่านยังปลอดภัย
เฟยเทียนวิ่งไปทางหน้าหมู่บ้านตลอดทางที่ผ่านมามีแต่กองเื ศพส่วนใหญ่ถูกกัดกิน มีรอยกรงเล็บสัตว์และรอยเท้ามากมาย เฟยเทียนคาดการณ์ว่าเป็ฝีมือของฝูงสัตว์อสูรเมื่อเฟยเทียนถึงทางเข้าหมู่บ้านประตูถูกพังลงมา เฟยเทียนมองไปนอกหมู่บ้านมีมืุ์ห้อยโหนอยู่บนต้นไม้ คล้ายปีนหนีแต่ถูกกัดกินทั้งเป็
“เห้อ..ช่างน่าเศร้า ท่านพ่อ ท่านแม่ ข้าไม่รู้ว่าพวกท่านอยู่ไหนยังปลอดภัยอยู่หรือไม่” เฟยเทียนกำหมัดแน่นจนเืไหลแม้จะรู้อยู่แก่ใจว่าโอกาศรอดของทั้งสองคนแทบเป็ศูนย์ แต่ไม่อยากจะยอมรับมันเท่านั้น
“หากข้าฝัน พวกท่านช่วยปลุกข้าทีนะ ฮือ ฮือ” เฟยเทียนนั่งคุกเข่าร้องให้ออกมาอย่างหนัก การเสียคนที่ตัวเองรักอย่างกระทันหันมันช่างทรมานซะเหลือเกิน
“ท่านพ่อ ท่านแม่ ลูกคนนี้ช่างอกตัญญูนักยังมิได้ตอบแทนบุญคุณพวกท่านแม้แต่น้อย ข้าช่าง… ข้าช่างเลวเหลือเกิน ฮือ ฮือ” เฟยเทียนก้มกราบฟ้าดิบสามครั้ง หัวกระแทกกับพื้นจนเือาบย้อมใบหน้าเป็สีแดง หากข้าไม่หลับ เป็ห่วงพวกท่านวิ่งตามออกไปบางทีเื่แบบนี้คงไม่เกิด แต่เพราะข้ากลัว..ข้ากลัวพวกท่านจะแย่งกินหมูเมื่อกลับมา ฮือ ฮือ
เฟยเทียนนั่งนิ่งสักพัก ลมเย็นๆค่อยๆพัดมา โชยกลิ่นเหม็นที่รุนแรงมากขึ้นเสียงสัตว์อสูรร้องโหยหวนเริ่มดังขึ้นมา
‘ติ้ง ท่านได้รับภารกิจ จงเอาชีวิตรอดในค่ำคืนนี้’
หน้าภารกิจเด้งขึ้นมาพร้อมเสียงแจ้งเตือนจากระบบ ทำให้เฟยเทียนได้สติอีกครั้งตอนนี้ในหมู่บ้านมีกลิ่นเืที่รุนแรงมาก พวกสัตว์อสูรจะต้องกลับมาอีกครั้งแน่นอน
“ตอนนี้ข้ายังแข็งแกร่งไม่พอ หากข้าแข็งแกร่งขึ้นเมื่อไหร่ ข้าจะกลับมาทำพิธีศพให้พวกท่าน จงวางใจแล้วข้าจะกลับมาแน่นอน” เฟยเทียนหันไปทางหมู่บ้านที่มีเพื่อนบ้านครอบครัวมากมายหรือแม้กระทั้งเพื่อนเล่นสมัยเด็ก ที่ตอนนี้จมอยู่ในกองเืหลังให้คํามั่นเฟยเทียนรีบวิ่งออกจากหมู่บ้านไปทันที
หลังจากเฟยเทียนไปได้ไม่นานนัก มีสัตว์อสูร 3-4 ตัว เดินมาทางหมู่บ้าน กำลังหามเกี้ยวบนเกี้ยวเป็ชายใส่ชุดคลุมสีดำนั่งอยู่ ในมือถือแก้วน้ำที่ใส่ของเหลวสีแดงสดเอาไว้
“กลิ่นเืที่คลุ้งทั่วอากาศช่างหอมหวานซะจริง” ชายชุดคลุมดำสูดหายใจเข้าเต็มปอดคล้ายกลิ่นเืที่เหม็นเน่ารุนแรงคือกลิ่นที่สดชื่นสำหรับมัน
“หืม ข้าได้กลิ่นมนุษย์ที่ยังมีชีวิตอยู่ มีคนที่ยังไม่ตายด้วยงั้นรึเนี่ย หึ หึ หึ ช่างน่าสนุกจริงๆ ฮ่าฮ่าฮ่า”
“ตามมันไป หามันให้เจอ แต่อย่าพึ่งฆ่ามันซะละ ข้าอยากฉีกแขนฉีกขามันทีละนิดฟังเสียงร้องโหยหวนที่แสนไพเราะของมัน ก่อนเข้านอนซะหน่อย ฮ่าฮ่าฮ่า”
หลังชายชุดคลุมดำพูดเสร็จ สัตว์อสูรที่หามเกี้ยวทั้งสี่ดัว ได้หายไปทันที แต่น่าแปลกที่เกี้ยวไม่ตกพื้น แต่กลับลอยอยู่บนอากาศทั้งอย่างนั้น
“แฮก แฮก นี่ข้าต้องวิ่งไปถึงไหน ทำไมภารกิจถึงยังไม่สำเร็จอีก” เฟยเทียนที่กำลังวิ่งหน้าตั้งอย่างไร้จุดหมาย เวลากลางคืนทำให้สายตามองได้ไม่ชัดนัก รอบตัวก็มีแต่ต้นไม้ ใบหญ้า ที่ให้แอบจนถึงเช้าก็ไม่มี ได้แต่วิ่งไปเรื่อยๆเท่านั้น
“ข้าหายใจไม่ทันแล้ว แฮก แฮก” เฟยเทียนหยุดวิ่งยืนพิงอยู่ใต้ต้นไม้ หอบหายใจอย่างหนัก แม้จะได้อาชีพมาแล้ว แต่ยังไม่เคยฝึกฝน ไม่เคยพัฒนา ตอนนี้ร่างกายยังมีเรี่ยวแรงแค่มนุษย์ธรรมดาเท่านั้น
“เหนื่อยเป็บ้าเลย” เฟยเทียนหอบหายใจอยู่สักพักเสียงรอบตัวเริ่มเงียบลง เฟยเทียนไม่เคยออกจากหมู่บ้านั้แ่เด็ก ท่านพ่อไปล่าสัตว์เฟยเทียนได้แต่รอที่หน้าหมู่บ้านเท่านั้น ไม่เคยก้าวขาออกจากหมู่บ้านซักครั้ง แต่นี่คือครั้งแรกที่ออกมามันทำให้เฟยเทียนรู้ว่ามันน่ากลัวแค่ไหน
ภายในป่าที่มืดมิดเสียงจิ้งหรีดยังไม่มี ไร้ทางไป ทางกลับก็ไม่มี การที่เด็กอายุสิบแปดปี ต้องมาเจออะไรแบบนี้ พลังใจนั้นสำคัญที่สุด พลังใจในการมีชีวิตของเฟยเทียนนั้นมากมายนัก
‘ข้าจะเสียงดังไม่ได้ข้าไม่รู้ว่ามีตัวอะไรตามข้ามามั้ย ระบบบอกแค่ว่าให้เอาชีวิตรอดในค่ำคืนนี้ หมายถึงข้าต้องมีชีวิตจนกว่าจะเช้างั้นหรอ แล้วอะไรละ อะไรที่จะมาเอาชีวิตของข้าในค่ำคืนนี้’ เฟยเทียนคิดเกี่ยวกับเื่ที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว การประมวลผลคือปัจจัยหลักในการคิดเงิน
‘เวลาเ้าขายของเ้าห้ามโดนลูกค้ากดราคาเข้าใจมั้ยเทียนเอ๋อ หากลูกค้ากดราคาเ้าต้องคิดแล้วว่าต้องทำอย่างไรเพื่อที่เ้าจะไม่ได้ขาดทุน’
“อยู่ๆเสียงของท่านแม่ก็ดังเข้ามาในหัวของข้า มันคือสิ่งที่ข้าทำมาตลอด กำไรและขาดทุนใช่ ข้าต้องห้ามขาดทุน” เฟยเทียนเริ่มมั่นใจขึ้นมาอีกครั้ง ไม่ว่ายังไงก็ต้องรอดได้แน่
โฮกกกกกกกกกก
เสียงคำรามดังขึ้นกระทบแก้วหูเฟยเทียนจนสั้นสะท้าน ความมั่นใจที่มีในตอนแรก ตอนนี้ได้หายไปเหมือนลมตดเรียบร้อยแล้ว
“บ้าเอ้ย บ้าเอ้ย บ้าเอ้ย ฟังแค่เสียงก็รู้แล้วว่าแข็งแกร่ง ข้าจะเอาอะไรไปสู้ เดี๋ยวนะ เสียงคำรามงั้นรึ” เฟยเทียนนึกถึงสกิลหนูเริงระบำขึ้นมาทันที แต่จะให้ข้าเต้นแล้วร้อง จี๊ด จี๊ด ไปด้วยข้าไม่ตายก่อนงั้นรึ
**(สกิลหนูเริงระบำ : หากผู้ใช้เต้นประกอบจังหวะเพลงท่าอะไรก็ได้ ขอแค่ผู้ใช้ร้องเสียงหนูจิ๊ดๆไปด้วย จะทำการฝึกฝนพลังเสียงของท่านให้แข็งแกร่งมากขึ้น ยิ่งฝึกฝนมากพลังเสียงยิ่งแข็งแกร่ง)** เผื่อลืมกันนะ
“แต่ข้าก็ต้องลองดูสักหน่อยดีกว่าตายโดยไม่ทำอะไรเลย” เฟยเทียนสูดหายใจเข้าลึกๆ ยกมือขึ้นมานิ้วมือเริ่มทำรูปทรงและส่ายไปมา ขาที่แข็งทื่อก้าวไปข้างหน้าและก้าวถอยหลัง เอวเริ่มโยกตามจังหวะก้าวถอยๆ
“จี๊ดดดดดดดดด จี๊ดดดดดดดดด”
โฮกกกกกกกกกกกกกกกกกก
“จี๊ดดดดดดดดดดด”
เสียงสัตว์อสูรค่อยๆดังขึ้นเรื่อยๆ และแน่นอนว่าเสียงของเฟยเทียนก็ดังขึ้นตามไปด้วยเช่นกัน
……..
ชายชุดคลุมดำที่นั่งรออยู่บนเกี้ยวมองไปทางซ้ายมือ หนึ่งในสัตว์อสูรที่ออกไปตามหาเฟยเทียนกลับมาพร้อมมนุษย์คนนึงเป็ผู้หญิงผิวเหี่ยวย่นที่หลับไม่ได้สติ
“แกเอาไอแก่นี่มาทำไม กลิ่นที่ข้าได้ััมันหอมหวานมาก ไม่ได้เหม็นจนขึ้นคอแบบนี้ แกอยากตายมาใช่มั้ยห๊ะ” ชายชุดคลุมดำตะคอกใส่สัตว์อสูรตนนั้น มนุษย์ป้าที่หลับไม่ได้สติ หลังจากได้ยินเสียงตะคอกของชายชุดคลุมดำก็ตื่นขึ้นมาทันที
“ยะ..อย่าฆ่าข้า ข้ายอมทำทุกอย่าง แต่ขอร้องอย่าฆ่าข้า”
“หืมเ้ามีสิทธิ์อะไรถึงมาขอร้องข้างั้นรึ”
“ข้ายอมทำทุกอย่าง ข้ารู้ว่าทุกคนที่หนีรอดไปอยู่ไหน เพราะงั้นอย่าฆ่าข้านะ อย่าฆ่าข้า”
“โอ้ว ข้าก็รู้อยู่แล้วว่ายังมีคนที่หนีรอดไปได้ แล้วพวกเขาอยู่ไหนกันละ โดยเฉพาะกลิ่นที่หอมยั่วยวนนั่น”
“ขะ ข้ารู้ข้าจะนำทางเองเพราะงั้นอย่าฆ่าข้าเลยนะ ข้ายังมีประโยชน์ต่อท่านนะ”
“เ้าเสือโง่ เ้าฆ่ายัยแก่นี่ซะข้าลำคาญหูชะมัด”
“ไม่นะ ท่าน!! ไม่ อย่าฆ่าข้า อ๊ากกกกกกก” สัตว์อสูรรูปร่างเหมือนเสือแต่มีลวดลายของสายฟ้า กัดลงไปที่หัวของหญิงสาวแล้วกระชากออก จนเืพุ่งกระฉูดออกจากลำคอ เสือลายสายฟ้ารีบกลืนลงไปทั้งตัวทันทีกลัวเสียดายของ
“หึเป็แค่มนุษย์โง่แท้ๆ คิดจะมาหลอกข้างั้นรึ บนตัวเ้ามีแต่กลิ่นเหม็น ไม่มีกลิ่นหอมหวาน คิดว่าข้าโง่ก็สมควรตายที่บังอาจมาดูิ่ข้า”
“เ้าเสือโง่ กินเสร็จก็ไปตามพวกที่เหลือมาซะ ข้าไม่มีเวลามาตามหาเ้านั่นต่อแล้ว ข้าต้องกลับก่อนเช้าหากท่านพ่อรู้เข้า ข้าจะซวยเอา”
โฮกกกกก
เสือลายสายฟ้าคำรามเบาๆแล้วหายไปอีกครั้ง
ณ อีกด้านนึงเฟยเทียนที่กำลังคำรามอวดเบ่งบารมี แข่งกับเสียงคำรามของสัตว์อสูรจนตอนนี้คอแหบแห้งแต่ก็ยังฝืนร้อง จี๊ด จี๊ด สัญชาตญาณกำลังบอกว่าให้ร้องต่อไป ร้องจนกว่าจะเช้า ยิ่งร้องได้ดังเท่าไหร่ ยิ่งร้องได้น่าเกรงขามแค่ไหนก็ยิ่งรอด
สวบ สวบ
เสียงเหยียบใบไม้ที่ค่อยๆถอยห่างออกไปหลังจากเฟยเทียนคำราม จี๊ด ดังๆ เหมือนอีกฝ่ายจะรู้ตัวว่าตัวเองอ่อนแอกว่าจึงไม่กล้าเข้ามาใกล้ เฟยเทียนก็ทิ้งตัวลงนอนกับพื้นทันที
“แค่ก...แค่ก เจ็บคอชะมัด เหมือนข้าจะร้องได้น่าเกรงขามสุดๆ อีกฝ่ายถึงขั้นถอยออกไปเลยทีเดียว ฮ่า ฮ่า ฮ่า สะใจชะมัดเ้าโง่” เฟยเทียนนอนมองท้องฟ้าที่กำลังสว่างมุมปากยกยิ้มขึ้นกับความฉลาดของตัวเองคนอะไรก็ไม่รู้ ทั้งหล่อทั้งฉลาด เห้อ.. บางทีข้าก็เหนื่อยกับความหล่อและเก่งของตัวเองจริงๆ
‘ติ้ง ท่านทำภารกิจสำเร็จ รางวัลพ้อย 1000 แต้ม’
“แค่ก..นี่ข้ารอดแล้ว ข้ารอดแล้วจริงๆ” น้ำตาใสๆหยดลงสู่พื้นดินอีกครั้ง เฟยเทียนรู้สึกลำบาก เหนื่อย อ่อนล้า คิดถึงอาหารเช้าเนื้อสัตว์ย่างเกลือที่ท่านแม่ทำให้กิน ได้เปิดร้านเตรียมร้าน ตอนนี้ข้าอยากกลับไปทำแบบนั้นมาก
“อึก ท่านแม่ข้าคิดถึงอาหารของท่านเหลือเกินอยากซดน้ำซุปร้อนๆแก้เจ็บคอจังเลยท่านแม่” เฟยเทียนค่อยๆปิดตาลงและหลับไปทั้งอย่างนั้น ในค่ำคืนที่ผ่านมานั้นมีเื่ราวเกิดขึ้นมากมาย การที่เด็กคนนึงต้องมาเอาตัวรอดในป่าเขาด้วยตัวเองนั้น ถือว่าอันตรายมากและการโดนสัตว์อสูรไล่ล่านั้น ถือว่าได้ตายไปแล้วโอกาศรอบแทบไม่มี
แต่เฟยเทียนก็รอดจากความตายมาได้ด้วยความกล้า กล้าที่จะสู้และท้าทายแม้อาจจะตายทันทีหากส่งเสียงดังตอนกลางคืนกลางป่าเขา
………
เฟยเทียนรู้สึกแฉะๆเหนี่ยวๆที่หน้า ตาที่ปิดก็ลืมขึ้นตอนนี้ดวงอาทิตย์อยู่กลางศีรษะแล้ว ไม่ใช่แค่ดวงอาทิยต์แต่หัววัวก็อยู่เหนือศีรษะเช่นกัน ทั้งคู่จ้องตากันสักพักวัวก็แลบลิ้นเลียแก้มเฟยเทียนอีกครั้ง
แผล่บ แผล่บ
“เ้าวัวบ้า!! ออกไปให้ห่างจากข้านะ” เฟยเทียนรีบลุกขึ้นยืนเอาเสื้อเช็ดคราบน้ำลายที่ยังคงเกาะที่หน้าออก วัวตัวนั้นก็ถอยออกไปสองสามก้าวรอให้เฟยเทียนเช็ดให้เสร็จ
“เ้าวัว เ้าจะมาเลียหน้าข้าทำไม…” เฟยเทียนพูดยังไม่ทันจบวัวก็เข้ามาเลียอีกรอบคราวนี้น้ำลายมาแบบจัดเต็มแก้มทั้งสองข้าง
“พอ..พอได้แล้วอย่าทำอย่างนี้อีกนะ เ้าวัวบ้า” เฟยเทียนเดินถอยหลังไปสามสี่ก้าว รู้สึกถอยชนอะไรสักอย่างเลยหันไปดู ด้านหลังที่เฟยเทียนคิดว่าเป็ต้นไม้มาตลอดตอนกลางคืน จริงๆแล้วคือหลุมเล็กๆ มีไม้กั้นทางเข้าไว้เหมือนเอามาวางๆทับกันเพื่อปิดปากหลุม ในหลุมมีลูกวัวตัวนึงมีเขางอกขึ้นมาเล็กๆกำลังนั่งจ้องเฟยเทียนตาใสแป๋ว เอียงศีรษะเล็กน้อยคล้ายกำลังงุมงงทำไมแม่ของตนถึงเลียหน้าชายคนนั้น
“เอ่อออ…” เฟยเทียนเข้าใจแล้วว่าแม่วัวคงอยากขอบคุณที่ตนนั้นได้ช่วยให้ลูกวัวรอดจากสัตว์อสูรเมื่อคืน แต่จะว่ายังไงดีละ หากข้าไม่วิ่งมาทางนี้ลูกของเ้าก็คงไม่ต้องมาเสี่ยงกับข้าหรอก แต่ถ้าข้าพูดไปเ้าได้ขวิดข้าตายแน่
“หวัดดีเ้าวัวน้อย เ้าฟังข้ารู้เื่ไหม อะจริงสิ ข้าพูดภาษาเ้าได้นะ”
“มอออออออ” เฟยเทียนร้องเสียงวัวเป็การทักทาย ลูกวัวที่กำลังนั่งจ้องเฟยเทียนอยู่เอียงศีรษะไปอีกข้างคล้ายสงสัยว่าครั้งนี้ชายตรงหน้าจะทำอะไรอีก
‘ติ้ง ท่านได้รับพ้อย 1 แต้ม’