เช้าวันแต่ง ผมรู้สึกดีมากๆที่คุณต่อเป็เพื่อนฝั่งเ้าบ่าว เพราะธีมงานมันมี 2 แบบแยกกันระหว่างญาติและเพื่อนฝูงฝั่งเ้าบ่าวที่ขอความร่วมมือใส่ชุดสีเขียว และฝั่งเ้าสาวนั้นคือชุดสีโอโรส (ที่ออกไปทางเกือบส้ม) ซึ่งถ้าเอกภพ ใบบุญคนนี้ใส่สีนั้นแล้วล่ะก็ หึหึหึ ไม่อยากจะคิดเลยว่าจะอนาถขนาดไหน
ซุ้มดอกไม้ที่มีแต่เหล็กเมื่อวานกลับถูกประดับประดาเต็มไปหมด มีดอกหลากหลายชนิดปักลงโอเอซิสและมัดประกบไว้จนเต็มพื้นที่ ไอ้กระผมมันคนบ้านๆ รู้จักแค่ ดอกกุหลาบ กล้วยไม้ แค่นั้น ที่เหลืออย่ามาถามเชียวนะว่ามีดอกอะไรบ้าง นี่ถ้าทางโรงแรมจัดซุ้มด้วย ดอกเข็ม ดาวเรือง เฟื่องฟ้า หน้าวัว เชยชม ดอกรัก ดอกโสน ค่อยจะพอรู้หน่อย
“พี่เอกหิวเหรอ”
“คระ ครับ” ผมสะดุ้งตอนที่โดนกระทุ้งเบาๆ สงสัยจะเหม่ออ้าปากหวอจนคุณต่อจับอาการได้
“เดี๋ยวก็ได้กินแล้ว รอพระฉันเสร็จ” จะบอกดีไหมว่าไม่ได้หิว แค่เหม่อมองซุ้มดอกไม้เพลินไปหน่อยเท่านั้นเองแหละ
พิธีแต่งงานนั้นเรียบง่าย แเื่มีไม่ถึงร้อยคนด้วยซ้ำ แบ่งเป็ ญาติสนิท เพื่อนสนิท เพื่อนร่วมงานของคุณกรแค่นั้น ไม่ได้เชิญพี่สาวของอาเขยของพี่ชายน้าสะใภ้ลูกของลุงของปู่มาให้มากความ (ว่าแต่ลำดับญาติที่พูดไปเนี่ยใครอ่านแล้วไม่งง กระผมขอกราบสามที) เมื่อหน้าผากถูกเจิมแล้วก็มีการคล้องพวงมาลัย และเริ่มรดน้ำสังข์ ผมเป็คนท้ายๆเพราะต้องรอคุณต่อที่ยืนหล่อกลบรัศมีอยู่ข้างหลังในฐานะเพื่อนเ้าบ่าวส่งสัญญาณเรียกก่อน พอจบงานรดน้ำก็มีการทำบุญเลี้ยงพระ ทุกอย่างดูเรียบง่ายแต่กินใจ
...ที่ผมไม่บ่นเื่อากาศเพราะบ่นไปแล้วนะครับ ขออนุญาตข้าม
พอส่งตัวเข้าหอเสร็จก็จะเป็เวลาว่าง ถ้าถามว่าผมอยากทำอะไร บอกได้เลยครับว่าอยากนอน เนื่องจากเมื่อคืนมีการดื่มไปเล็กน้อย เมื่อเช้าก็ตื่นกันแต่ฟ้ายังไม่สว่างเพื่อไปเตรียมตัว จริงๆแล้วคุณต่อต่างหากที่จะต้องตื่นและออกไป แต่จะให้ไปคนเดียวก็ไม่สมเป็ต่อพงษ์ผู้ติดแฟนหรอก ต้องหนีบผมไปด้วยทุกที่ ตอนเช้าเลยได้ง่วง เหม่อลอยไร้สติ
“ไปนะพี่เอก ผมอยากไป” นั่งไง ไอ้เด็กโข่งออกอาการอีกละ
“ไม่เอา ผมี้เีขับรถ ง่วงด้วย” ผมงอแง นึกกร่นด่าเ้าบ่าว(ผู้เป็คนในพื้นที่)ที่เล่าเื่หาดคุ้งทรายตรงแถวเขากะโหลกจนไอ้คุณแฟนนึกอยากไป ถ้ามันเป็แค่ชายหาดสวยๆผมก็ไม่ขัดหรอก แต่มันเป็ชายหาดที่ต้องเดินลัดเลาะขึ้นเขาอีกเกือบกิโล นึกถึงตอนที่เขาหลวงแล้วก็ไม่อยากคิดอคติไปก่อนว่าภาระจะตกที่ไอ้เอกภพคนนี้เป็แน่ เมื่อบวกกับความเหนื่อยล้าและง่วงงัน งานนี้ต้องเซย์โนอย่างเดียว
“ชิ ผมไปเองก็ได้” ไปเถอะ พ่อคุณ มันไม่ได้ไกลจากที่พักหรอกนะครับ แต่มันร้อน มันเหนื่อย ยอมรับแบบแมนๆเลยว่าี้เี พอเสียงประตูเปิดออกยังไม่ทันปิด บทสนทนาก็แว่วเข้ามากระทบโสตประสาททันที
“พี่ต่อจะไปไหนเหรอ” เสียงคุ้นๆ เรียกพี่ด้วย คุณตงก็ไม่ใช่ คู่นี้ไม่ได้คุยกันด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานมารยาเยอะแบบนี้หรอก
“ไปเดินเล่นน่ะ”
“อุ๊ย ดีจัง เนี่ยผมก็เบื่อๆ ให้ผมไปด้วยนะ”
“อืม ตามใจสิ” ไอ้คนของผมไม่ได้คิดจะปฏิเสธเลยว่างั้น ชิชะ
“ปะ พร้อมแล้ว ไปกัน” นี่ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าพุ่งตัวออกมาตอนไหน รู้ตัวอีกทีคือออกมาคว้าแขนล่ำๆของแฟนเดินจ้ำไปที่รถอย่างไม่สนใจนังยิ่งเทพที่คอยตามติดพ่อเ้าประคุณไม่ห่าง ไม่ได้หึงนะครับ แค่ไม่ชอบใจที่คนของเรายังพัวพันกับคนเก่าในอดีตชาติ
“อ้าวไหนพี่เอกบอกว่าเหนื่อย” ผมล่ะเกลียดน้ำเสียงของผู้ชนะจากไอ้แฟนตัวดีมากๆ
“พูดมาก” ผมส่งเสียงดุ เวลานี้ไม่ควรถามมั้ย ให้เกียรติกันบ้าง นึกแล้วยังอายตัวเองอยู่เลยที่พุ่งมาขวางลำแบบนี้
สุดท้ายเราก็เลยจบกันที่ไปเดินเล่นเลียบชายหาดแถวบ้านเขากะโหลก หลังจากนั้นก็หาซื้อของฝากอันได้แก่ ปลาหมึกตากแห้ง ปลาแห้งและอาหารทะเลอื่นๆ คุณต่อซื้อมาเกือบเต็มกระโปรงรถบีเอ็มดับเบิ้ลยูคันเก่งที่ผมลงทุนขับมาไกลถึงนี่
[ต่อพงษ์]
ใบหน้าเคร่งเครียดของพี่เอกตอนที่มาปรึกษาเื่เทพบดินทร์นั้นชวนให้ขำมากกว่าจะต้องเครียดตามแก แต่เพราะเป็พี่เอกนี่แหละผมเลยต้องวางท่าขรึม ไม่อย่างนั้นก็จะมีการงอนเกิดขึ้น อาการมันก็ไม่มีอะไรหรอกครับ พี่เอกแกงอนแล้วจะบอกตรงๆว่าไม่ชอบ โกรธ หรือแสดงออกโจ่งแจ้งว่าไม่พอใจนั่นแหละ การที่แกเป็คนแบบนี้ดันกลายเป็เสน่ห์ส่วนตัวที่ทำให้ผมไปไหนไม่รอดอยู่ร่ำไป ไม่ว่าเื่อะไรก็ตาม ถ้าเป็เื่ของพวกเรา พี่เอกจะมาคุยเพื่อหาทางออกเสมอ
“เอาแบบนี้นะครับ” หลังจากซักซ้อมเื่วิธีการรับมือเทพบดินทร์ ผมก็ปล่อยให้พี่เอกออกโรงไปก่อน เนื่องจากผมแว้บออกจากห้องประชุมมาเกือบครึ่งชั่วโมงได้ละ เื่ที่เคร่งเครียดไม่ใช่เพราะเราไม่ได้พื้นที่จัดแสดงตามที่จองไว้ แต่มันมีเื่อื่นที่สำคัญมากกว่านั้น แต่พี่เอกกลับเข้าใจว่าเป็เพราะเื่นี้ ผมก็ต้องตามน้ำ ท่าทางขึงขังของคนที่นั่งจดจ่อหน้าจอคอมพิวเตอร์ทำให้ไมกล้าขัด
แล้วพี่เอกก็ทำแบบที่ซักซ้อมกันมาเป๊ะๆ หลังจากประชุมผมก็รีบตามไปที่ร้านกาแฟแทบจะทันที มันก็จริงดังว่า บริษัทไม่มีผลกระทบอะไรหากไม่ได้จัดงานนี้ เพราะสินค้าของเราติดลมบนไปแล้ว การส่งออกยังไปได้สวย ลูกค้าแต่ละประเทศนั้นมีคำสั่งซื้อเข้ามาอย่างต่อเนื่อง การเปิดตัวสินค้าใหม่สามารถทำได้เองโดยไม่ต้องพึ่งพางานออกร้านอีกต่อไป
ผมไม่เคยเห็นอาการหึงหวงจากพี่เอกเลยสักครั้ง จนมาวันนี้นี่แหละ ่พักของงานแต่งไอ้กรกับวีณาที่ปราณบุรีทำให้พวกเราสามารถหาที่เที่ยวได้ตามอัธยาศัยเกือบครึ่งวัน เดิมพี่เอกไม่อยากไปไหนเพราะความเหนื่อย แต่พอเจอยิ่งเทพ รุ่นน้องสมัยที่ผมเรียนอเมริกา ท่าทางฟึดฟัดของแกนั้นแสดงออกชัดเจนมากจนผมรู้สึกดีและอยากจะแกล้ง ทั้งที่ความจริงแล้วผมไม่ได้รู้สึกอะไรกับยิ่งเทพเลย ไม่ว่าจะเป็ตอนนั้น ตอนนี้ หรือในอนาคต
“เทพชิมนี่สิ” ผมตักยำใบชะครามกุ้งสดบนจานข้าวของรุ่นน้อง พลางลอบสังเกตอาการพี่เอกที่กำลังหงุดหงิดจนเห็นได้ชัด
“อร่อยดีครับ ผมไม่รู้มาก่อนเลยว่าใบชะครามจะทำอาหารได้อร่อยขนาดนี้” พออีกคนตอบมา ปากพี่เอกเบ้อย่างคนโดนขัดใจ ผมนึกขำแต่ก็ต้องพยายามเก็บอาการไว้ คนที่ปากแข็งไม่ยอมบอกรัก ไม่เคยจะบอกว่าหวงหรือห่วงแบบพี่เอกมันต้องเจอแบบนี้
“งั้นเทพกินเยอะๆเลยนะ นี่ด้วย” ผมตักแกงส้มของโปรดพี่เอกใส่จาน รายนั้นวางช้อนกับส้อมกระแทกจานตัวเองโครมใหญ่อย่างไม่พอใจ แต่ก็พยายามอวดเบ่งไม่บอกว่ากำลังหึง
“พี่ต่อก็ด้วยนะครับ” ยิ่งเทพเกือบจะป้อนอาหารเข้าปาก แต่คนอยู่ตรงหน้าลุกหนีออกไปนอกร้านแล้ว ผมยกมือบอกว่าไม่ให้กับคนที่ตั้งใจจะป้อนก่อนเดินตามคนตัวโตไป
ร้านอาหารที่มากันวันนี้เป็ร้านท้องถิ่น แต่รสมือเยี่ยมจนลูกค้าเข้ามาอุดหนุนไม่ขาดสาย ต้องขอบคุณเ้าถิ่นอย่างไอ้กรที่แนะนำมา หลังจากไหว้พระที่วัดหุบตาโคตรแล้วก็ขับมาในทางตรงกันข้ามกับวัดเกือบสองกิโลเมตรก็จะเจอร้านนี้ที่ด้านหน้าเป็เพิงและครัว มีทางเข้าพอให้รถขับเข้าไปจอดด้านในร้านได้โล่งโปร่ง รอบร้านคือคลองน้ำกร่อยที่เต็มไปด้วยต้นโกงกางใบใหญ่ที่รากงอกเงยเกาะเกี่ยวเป็พุ่มรอบคลองน้ำสีเขียวขุ่น พี่เอกมองด้วยสายตาไม่พอใจปนขัดใจจนอดสงสารไม่ได้ แต่ให้ตายเถอะ ผมกลับมองว่าน่ารักจนอยากแกล้งให้แก้มป่องมากกว่านี้
แล้วความสุขก็หมดไปเมื่อไอ้น้องชายตัวดีดันตามมาที่ร้านอย่างไม่ได้นัดหมาย ตงฉินเป็น้องคนสุดท้องที่ชอบคิดว่าพ่อไม่รัก รายนั้นโดนตามใจหนักมาั้แ่เด็ก พ่อไม่ยอมให้ไปเรียนต่างประเทศเพราะห่วงและอยากให้ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนอยู่ใกล้ๆ แต่ด้วยความที่เป็คนหัวโบราณหน่อยๆ วิธีการพูดกับลูกเลยห้วนสั้นจนเ้าตัวดีไม่รู้เลยว่าที่พ่อทำน่ะ เพราะรัก
“มาแล้วครับ รอนานมั้ย”
“ไม่นานครับ” พี่เอกแสยะยิ้ม ผมมั่นใจมากว่าเป็อย่างนั้นเนื่องจากรอยยิ้มนั้นเจาะจงให้ผมเห็นเต็มตา น้องชายตัวดีนั่งข้างๆแฟนผมที่ยิ้มร่าผิดจากเมื่อครู่ลิบลับ “หายากมั้ย”
“ไม่ยากเลย ดีที่พี่เอกแชร์โลเคชั่นให้” นั่นไง ว่าละ อยากจะตบกบาลตัวเองที่สุดที่ไปสอนให้พี่เอกใช้งานพวกโซเชี่ยลจนคล่อง
“ร้านนี้อาหารอร่อยๆทั้งนั้นเลยนะ คุณกรแนะนำมา โดยเฉพาะนี่” แล้วพี่เอกก็ตักหอยนางรมทรงเครื่องให้พร้อมยิ้มหวาน มันเป็รอยยิ้มที่พี่เอกจะส่งให้ผมตอนที่เรากอดกัน จูบกันหรือไม่ก็กำลังออดอ้อนกัน
เพล้ง!
“อุ๊ย พี่ต่อเป็อะไรครับ” ผมสะดุ้งเมื่อเผลอปัดจานข้าวจนตกแตก พี่เอกไม่มองมาทางผมด้วยซ้ำตอนที่ยิ่งเทพใช้ทิชชู่เช็ดคราบตามเสื้อและกางเกงให้
“ซุ่มซ่ามจังเลยพี่ต่อ” ไอ้ตงได้ทีเยาะเย้ยแต่ก็ไม่มีทีท่าจะเข้ามาช่วย มันยักคิ้วให้และตักหอยนางรมเข้าปากเคี้ยวเหมือนอร่อยมากจนน้ำตาจะไหล ผมได้แต่หน้าตึงๆด้วยความไม่พอใจซึ่งผิดกับใบหน้าของพี่เอกที่ทำท่าสะใจที่เอาคืนผมได้
ไม่ชอบเลย...ไม่แกล้งแล้วก็ได้...
[เอกภพ]
สุดท้ายพวกเราก็กลับมานอนพักที่โรงแรมตามที่ผม้า หลังจากจบมื้ออาหารแสนอร่อยด้วยใบหน้าหม่นหมองของคุณต่อ แผนการท่องเที่ยวปราณบุรี-สามร้อยยอดก็ต้องจบลง ผมโดนพ่อตัวดีฉุดแขนขึ้นรถและขับปาดซ้ายปาดขวาจนมาถึงโรงแรม เราไม่พูดอะไรกันเลยตลอดทางจนกลับมาทิ้งตัวที่ห้องแบบนี้
ถ้าเป็แต่ก่อน ผมคงจะเป็ฝ่ายเข้าไปงอนง้อ พออยู่กันนานเข้าก็เริ่มซึมซับนิสัยไม่ดีของคุณต่อเข้ามาเรื่อยๆ นั่นคือการชอบแกล้งและเอาคืน มันเป็นิสัยเหมือนเด็กน้อย แต่ผมน่ะโดนแกล้งไม่รู้กี่ครั้ง ทุกครั้งผมก็ต้องเป็คนงอนเองหายเอง วันนี้ล่ะไม่มีทางเกิดขึ้นเพราะจะเอาคืนบ้าง ไม่อย่างนั้นไม่หลาบจำหรอก คิดจะมาเงียบใส่เล่นาประสาทเหรอ ยิ่งเข้าทางเลย เพราะตอนนี้ผมง่วงจนตาปิดแล้ว
ผมสะดุ้งตื่นก็มืดแล้ว บรรยากาศเงียบสงบ ในห้องนอนมืดมิด แอร์เย็นฉ่ำทำงานอย่างดีเยี่ยมแต่ผมกลับอุ่นไปทั่วตัว พอสลัดความง่วงงุนออกไปหมดก็พบว่ามีคนร่างใหญ่นอนกอดไว้ ลมหายใจราบเรียบบอกว่าอยู่ในห้วงนิทราเช่นกัน กล้ามอกแน่นกระเพื่อมขึ้นลงตามแรงลมเข้าออก เสียงหัวใจเต้นตึกตักที่คุ้นเคยทำให้ผมสบายใจอย่างบอกไม่ถูก ความงอนที่เคยมีมันก็อันตรธานไปหมดสิ้น กลิ่นกายหอมที่คุ้นเคยส่งผ่านมาให้ผมใจเต้นไม่เป็จังหวะ คนเราจะแพ้ทางคนอื่นได้สักกี่คนในชีวิตนี้ นอกจากผู้ชายชื่อต่อพงษ์ ผมก็ไม่เคยใจเต้นระส่ำแบบนี้เลยสักครั้ง มันฟังดูบ้าบอ แต่ก็ต้องยอมรับว่าผมตกหลุมรักแฟนตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า ... แล้วแบบนี้จะโกรธต่อไปทำไม
“ถ้าจะจ้องกันขนาดนี้ มาจูบกันเลยดีกว่า” ห๊ะ...มืดขนาดนี้ยังจะมองเห็นอีกเหรอว่าผมทำอะไร
“คิดเองตลอด” ผมแก้เก้อ
“ผมไม่ได้หลับนะพี่เอก แล้วสายตาผมก็ชินกับความมืดแล้วด้วย” อ้าว นึกว่าหลับอยู่ ที่แท้นอนเฝ้าเรานี่เอง ผมพลิกตัวแก้เขิน แต่ก็ถูกแขนใหญ่โอบกระชับไม่ให้ดิ้นไปไหนได้
“ปล่อย” ทำไมเสียงมันค่อยจนแทบไม่ได้ยินเลยวะ
“ไม่ปล่อย ผมจะกอดแฟนผม”
“ไปกอดคุณยิ่งเทพสิ” ได้ที ขอยั่วก่อน
“ไม่เอา ผมอยากกอดพี่เอกคนเดียว นะนะนะ” เอาแล้วไง น้ำเสียงออดอ้อน เป็โทนเสียงที่ผมพ่ายแพ้ราบคาบมาตลอดเวลา
“หึ”
“พี่เอกงอนผมเหรอ ผมขอโทษษษษษษษ” แน่ะ มีลากเสียง ตอนทำล่ะไม่คิด
“เปล๊า” เสียงสูงซะหน่อย ดูซิ จะง้อยังไง
“พี่เอกอะ” น้ำเสียงน้อยใจต้องมา “ผมไม่ได้คิดอะไรกับยิ่งเทพจริงๆนะ”
“...”
“พี่เอกกกกกกก”
“เหวอออออ” เมื่อเห็นผมไม่ตอบ คนตัวใหญ่ก็คลุกวงในคร่อมตัวผมไว้แล้วใช้ริมฝีปากประกบลงมาอย่างหนักหน่วง ไอ้เราไม่ทันได้ตั้งตัวก็เลยต้องเล่นตามน้ำ ลิ้นสากสอดเลื้อยกระหวัดเข้ามาจนผมตัวอ่อนไปหมด ลมหายใจหอบพร่าสอดรับกับแรงกอดรัดของพวกเราทำให้อุณหภูมิในห้องร้อนแรงมากขึ้น ปากเยิ้มฉ่ำไหลเลื้อยไปที่ลำคอและดูดเม้มจนผมสะดุ้งตัวโยน แม้จะโดนยั่วยวนแบบนี้มาไม่รู้กี่ครั้งแต่ก็ไม่ชินเสียที
ก๊อกๆๆๆๆ
“พี่ต่อ พี่เอก แต่งตัวเสร็จยัง งานจะเริ่มแล้วนะ” เสียงคุณตงเคาะประตูและะโเข้ามาทำให้จังหวะดีๆต้องหยุดชะงัก เมื่อวานก็โดนเปิดประตูเข้ามาครั้งหนึ่งแล้ว วันนี้ก็ไม่อยากให้ใครมาเป็สักขีพยานอีกครั้ง
“เออ เดี๋ยวตามไป” คุณต่อะโตอบและเปิดไฟที่หัวเตียง ใบหน้าแดงก่ำและแววตาหวานเยิ้มบ่งบอกอารมณ์ที่ครุกรุ่น ยิ่งมองไปที่กางเกงบ็อกเซอร์ตัวบางที่ตุงจนล้นแล้วก็ยิ่งรู้เลยว่ามันพร้อมรบแค่ไหน
“ออกไปก่อน” ผมผลักคนที่ทับตัวให้พ้น
“ไม่ออกจนกว่าพี่เอกจะหายงอน” รู้ด้วยสินะว่างอน
“สมควรงอนมั้ยล่ะ” ผมขอสั่งสอนอีกหน่อย
“ผมขอโทษ ผมผิดไปแล้ว ต่อไปจะไม่แกล้งพี่เอกแบบนี้อีก”
“คุณต่อรู้ว่าผมไม่ชอบ แต่คุณต่อก็ยังทำ” ทำเสียงน้อยใจหน่อย แต่ทำไมเสียงมันสั่นวะ
“ผมผิดไปแล้ว ผมขอโทษ” ใบหน้าหล่อเจื่อนลงเรื่อยๆ ยิ่งเห็นว่าผมเริ่มน้ำตาเอ่อก็ยิ่งลนลาน .. บ้าจริง ไม่เคยคิดเลยนะว่าจะเป็มากได้ขนาดนี้ จากที่ไม่เคยจะต้องมาหวั่นไหวก็ต้องเป็ ความรักมันทำให้คนถึกเถื่อนอย่างผมมีด้านอ่อนแอั้แ่ตอนไหนก็ไม่รู้ ความอัดอั้นที่เห็นแฟนตัวเองไปอ้อร้อกับผู้ชายคนอื่นมันเสียดแทงในอกแต่ก็ไม่สามารถพูดหรือด่าอะไรได้ มองภาพของคนสองคนที่หน้าตาดี มีการศึกษาและฐานะเหมาะสมกันจนเราเอื้อมไม่ถึงแล้วก็ได้แต่ต้องยอมจำนน จากที่เคยหลงระเริงว่าได้ความรักจากเขาก็ต้องกลับมาคิดใหม่ ดึงความหลงระเริงให้กลับมาขบคิดเงียบๆจนกลายเป็มีดกรีดในใจอย่างเ็ปเมื่อคิดว่าเราไม่ได้เหมาะสมกับเขาเลยสักนิด
...น้ำตามันไหลออกมาเอง ผมไม่ได้ร้องไห้
“พี่เอก...” ร่างใหญ่ดึงผมไปกอด ผมเกลียดตัวเองที่เป็แบบนี้ ผมไม่เคยอ่อนแอ ไม่อยากร้องไห้ ไอ้คนแมนๆอย่างเอกภพจะต้องไม่อ่อนแอ แต่ไม่ใช่กับผู้ชายคนนี้ “ผมขอโทษ ผมขอโทษ” คุณต่อพูดคำเดิมซ้ำๆโดยมีผมปล่อยความเสียใจอย่างเงียบเชียบในอ้อมอกที่แสนอบอุ่น
##### #####
พวกเราเข้าร่วมงานเลี้ยงฉลองงานแต่งงานของคุณกรกับคุณวีณาพร้อมกับบรรดาแเื่ที่ร่วมงานเช้า เนื่องจากด้านนอกฝนตกและลมแรง งานเลี้ยงเลยถูกเนรมิตให้จัดในห้องประชุมขนาดใหญ่แทน เสียงเพลงในงานหวานโรแมนติกเหมาะสมกับคู่แต่งงานใหม่ อาหารเป็แบบบุฟเฟ่ต์ที่เต็มไปด้วยของคาวหวานหลากหลายชนิด บรรยากาศเป็กันเอง มีโต๊ะนั่งสำหรับผู้ร่วมงานครบครัย ในงานไม่มีเวที ไม่มีพิธีกร มีแต่เสียงคุยแสดงความยินดี แสงแฟลชจากการถ่ายรูป
“พี่เอกเป็อะไรรึเปล่าครับ ทำไมไม่ร่าเริงเลย” คุณตงฉินปรี่เข้ามาทัก ผมเลยส่งยิ้มหวานๆให้หนึ่งที
“ยุ่ง” คุณต่อกันท่า
“พี่ต่อรังแกอะไรพี่เอกอีก อย่าให้รู้นะ ผมแย่งมาจริงๆด้วย” นั่นไง เริ่มตีกันอีกละ
“พี่ต่อครับ ได้เครื่องดื่มหรือยัง เดี๋ยวผมไปเอาให้นะครับ” นังยิ่งเทพก็โผล่มาราวกับสัมภเวสี
“ไม่เป็ไรครับ พี่มีแล้ว” คุณต่อบอกปัดจนคนถามหน้าเสีย
“ไม่ต้องเกรงใจหรอกครับ ผม...”
“พี่ไม่ได้เกรงใจเรา พี่เกรงใจแฟนพี่” แขนล่ำโอบไหล่แสดงความเป็เ้าของ ผมมองใบหน้าหล่อที่ทำตามคำพูดของตัวเองตอนที่ง้อแฟนอย่างตั้งใจ
“พี่ต่อ...” ยิ่งเทพหน้าเจื่อน เป็ใครได้ยินก็ต้องสำนึกได้บ้างแหละ
“พี่ขอโทษนะที่ทำให้เราคิดเลยเถิดหรืออะไรก็แล้วแต่กับพี่ แต่พี่มีแฟนแล้ว และรักแฟนพี่มาก พี่คงไม่มองใครอีกแล้ว” ยิ้มทำไมครับ เอกภพจะยิ้มทำไม
“...” อึ้งเลยสินะ นังยิ่งเทพ
“พี่เอกเป็แฟนพี่ เป็คนที่พี่รัก ไม่ว่ายังไงพี่ก็ไม่ยอมเสียพี่เอกไปหรอก ขอโทษด้วยนะครับที่พี่ต้องพูดตรงๆ และพี่ขอร้องว่าเราอย่าเข้ามาในชีวิตพี่หรือพี่เอกอีกเลยนะครับ” หงายเงิบไปเลยจ้า ... พ่อตัวดีไม่ได้สนใจใบหน้าเจื่อนของยิ่งเทพ และหน้าตาใของคุณตงฉิน ได้แต่พาตัวผมไปอยู่อีกมุมหนึ่งแทน
“พูดได้ดีนี่”
“ผมไม่ได้มีดีแค่พูดหรอก”
“จะรอดู” ผมตอบกวนๆ นี่ถ้าไม่ร้องไห้ก่อนจะไม่สำนึกใช่มั้ยพ่อคุณ แต่ก็เอาเถอะ ตอนนี้พวกเราต่างก็เรียนรู้แล้วว่าอย่าแกล้งกันแบบนั้นอีก เพราะมันไม่ได้ทำให้อะไรๆดีขึ้น บางครั้งการทะเลาะกันก็ทำให้รู้ว่าเรารักกันมากแค่ไหน แต่ผมก็ไม่อยากทะเลาะกันอีกแล้ว มันบั่นทอนจิตใจ และริดรอนเวลาแห่งความสุขที่ได้อยู่ด้วยกันเสียเปล่าๆ
ตัดภาพมากลางดึก ต่อพงษ์ ตงฉินเมาปลิ้นทั้งคู่ พี่น้องสองคนนี้ไม่รู้ทำไมจะต้องเล่นเป็เด็กกันตลอด นี่ก็พากันดวลเหล้าเพื่อหาคนที่คอแข็งกว่า ใครชนะจะได้ผมไป ไอ้เราก็รู้อยู่ว่าไม่ไหนไม่ได้หรอก แต่คุณตงฉินนี่ก็บ้าจี้เล่นด้วยนะ ผมได้แต่เอือมระอา มองสองคนชนแก้วกันไปมา จะโกรธก็ทำไม่ลงนอกจากปลงและขำเสียมากกว่า คุณตงฉินน่ะผมไม่ห่วงหรอก รายนั้นน่าจะคอแข็ง แต่ไอ้คุณแฟนนี่สิ แค่สามแก้วก็เมาปลิ้นแล้ว นี่ชนเอาชนเอาจนคิดว่ากำลังดื่มน้ำเปล่า
สุดท้ายก็ต้องพาทั้งสองคนไปนอนที่ห้องอย่างรีบๆ คุณตงห้อง 6 และผมห้อง 9 หลังจากลากสังขารทั้งสองคนไปเก็บแล้วผมก็กลับมาละเลียดบลูฮาวายของโปรดต่อ เพราะงานเลี้ยงยังไม่มีวี่แววจะเลิก ถึงแม้คู่บ่าวสาวจะกลับไปแล้วเนื่องจากเ้าบ่าวเมาเละไม่ได้สติ พนักงานบริษัทที่รู้จักผมต่างเข้ามาชนแก้วไม่ขาดสาย เพลงก็กำลังมันได้ที่เลยครับ มีเหรอว่าไอ้เอกจะยอมทิ้งงานแบบนี้ไปง่ายๆ
“ชนหน่อยมั้ย” ผมมองไปตามเสียง ยิ่งเทพยืนโงนเงนเมาปลิ้น
“อืม” ผมยื่นแก้วออกไปชนก่อนยกมาจิบ
“พี่เอกรู้ตัวมั้ย เอิ๊ก ว่าพี่เอกโชคดีมาก” อาการท่าจะหนัก
“ครับ”
“ดูแลให้ดีนะ อย่าเผลอแล้วกัน” เมาขนาดนี้ยังไม่วายจะร้ายนะ ผมไม่ได้ต่อความอะไร ไม่อยากถือสาคนเมา อีกอย่างคนของเราก็ชัดเจนแล้วว่าไม่เอาเขา จะทำท่าทางสมน้ำหน้าหรือว่าพูดจาตอกกลับไปก็ใช่เื่ ผมไม่อยากทำตัวเป็ผู้ชายปากจัด จีบปากจีบคอลงไปเล่นเกมอะไรแบบนี้ แค่การร้องไห้ตอนเย็นก็น่าอายพอแล้ว ยิ่งคิดก็ยิ่งกระดาก จู่ๆก็น้ำตาก็ไหลเพราะความหึง ผมต้องกอบกู้ภาพลักษณ์มาดแมน เถื่อนถึกของตัวเองกลับมาให้ได้
นังยิ่งเทพเดินนวยนาดหายไปกับฝูงชน ผมได้แต่สนุกกับงานเลี้ยงจนเวลาผ่านไปเกือบชั่วโมง สายตาผมก็กวาดไปทั่วงาน แปลก...ยิ่งเทพไม่อยู่ ทั้งๆที่เมื่อกี้ยังจะมาระรานผมอยู่เลย
หรือว่า....บ้าเอ๊ย ทำไมความคิดอกุศลต้องเข้ามาในหัวตอนนี้ด้วยวะ
อย่าให้อะไรๆเป็อย่างที่คิดเลย... ผมวางแก้วและรีบปรี่ออกไป
ทางเดินจากห้องจัดเลี้ยงมาที่ห้องพักค่อนข้างมืด แม้จะมีโคมไฟประดับประดาอยู่แทบจะทุก 50 เมตรก็ตาม หรืออาจเป็เพราะว่าผมกำลังเมาได้ที่ก็ไม่รู้ ก่อนหน้านี้แฟนหนุ่มสุดหล่อก็อาการร่อแร่ไม่ต่างกัน หลังจากโหมงานหนักมาสักระยะแล้วมาที่นี่ก็เรียกได้ว่าแทบจะหมดสิ้นพลังงานชีวิต ดีหน่อยที่ไม่ต้องขับรถเอง ตอนที่นั่งมาจากกรุงเทพก็ฟุบหลับตลอดทาง ยังดีนะที่สมัยนี้มีกูเกิ้ลแมพ ไม่อย่างนั้นคงจะหลงอยู่แถวๆหัวหินนานพอดู
รีสอร์ทหรูนี้อยู่แถวปราณบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็รีสอร์ทระดับสี่ดาวที่ตกแต่งหรูหราสมกับใช้เป็สถานที่จัดงานแต่งแบบกลางแจ้ง ่เช้าเราเหงื่อไหลไคลย้อยก็มาฉลองพิธีสมรสกันต่อ่เย็นในห้องจัดเลี้ยง ดื่มเต็มที่ไม่มีอั้น ใครจะฟุบหลับก็ไม่มีใครว่า ... ว่าได้ไงล่ะ แฟนเราก็หนึ่งในนั้น ผมเลยต้องมาตามดูอาการหน่อยว่าสภาพเละเทะแค่ไหน
“ห้อง 9 ห้อง 9” ผมต้องพึมพำกับตัวเองเพื่อไม่ให้ลืมหมายเลขห้อง คราวที่แล้วก็หลงไปห้องหมายเลข 6 ทีนึงละเพราะตัวเลขมันหลุดกลับหัว พยายามเอากุญแจมาไขก็เปิดไม่ออก สุดท้ายเ้าของห้องเปิดมาด้วยสีหน้างวยงง
แกร็ก.... ไฟมืดสนิท
พรึ่บ...
“พี่เอก” ผมตาเบิกโพลง มองร่างใหญ่ที่เปลือย่อกโดยมีร่างสูงใหญ่ของผู้ชายอีกคนคร่อมอยู่ เสียงนั้นบ่งบอกว่าใมากที่ผมมาเห็นเข้าจนได้
“คุณยิ่งเทพ” ผมสูดลมหายใจลึกๆ มองเรือนร่างเปลือยเปล่าของคนที่ถูกเอ่ยชื่ออย่างไม่ชอบใจ
“พี่เอกมาได้ไง” น้ำเสียงที่สุดแสนตอแหลนั้นขัดกับท่าที่เห็นตอนนี้ลิบลับ
“เดินมา” ผมก็ยังเล่นด้วยนะ พอสายตาปรับสภาพแสงจ้าในห้องได้ผมก็มองร่างเปลือยเปล่าของทั้งสองคน นึกว่าเปลือยแค่อก
“พี่เอก คือว่า...” นังยิ่งเทพทำน้ำเสียงแบบรู้สึกผิด ผมได้แต่ระอา ทำไมจะต้องมาเจอคนแบบนี้ก็ไม่รู้นะ หน้าตารึก็ใช่ว่าจะขี้เหร่ แต่นิสัยอัปลักษณ์มากๆ ห้องพักของนังยิ่งเทพไม่ใช่ห้องนี้แน่นอน การเข้ามาก่ายกอดคนเมาและถอดเสื้อผ้าออกหมดเนี่ยไม่ใช่นิสัยที่คนเจริญแล้วพึงกระทำกันหรอกนะ ยิ่งกับคนที่ไม่ใช่แฟนตัวเองด้วยแล้ว
“ไม่ต้องพูดอะไรหรอกครับ”
“แต่ผม...” ยังจะพยายามอีกเนาะ ผมได้แต่กลอกตาบนกอดอกโดยไม่เข้าไปข้างใน
“แต่งตัวก่อนเถอะครับคุณยิ่งเทพ ใครมาเห็นเข้าจะดูไม่ดี”
“เอ่อ ...” คงจะเห็นว่าผมสงบผิดคาดเลยหาคำพูดมาตอบไม่ได้ สีหน้างุนงงนั้นมีคำถามแปะหน้าผากนับร้อย แต่ก็ต้องแต่งตัวแบบเงียบๆ
ร่างใหญ่บนเตียงขยับ ยิ่งเทพมองใบหน้าหล่อเหลานั้น ตาเบิกโพลง และเสื้อที่ถือในมือก็หลุดไปกองกับพื้น ผมกอดอกและมองภาพที่น่าสมเพชอย่างไม่เห็นใจ ถ้าคนเรามันจะร้ายกาจได้ขนาดนี้ ก็ต้องปล่อยให้มันรับผลกรรมแบบนี้แหละครับ ผมถอยออกมามองเลขห้องที่เปียกปอนไปด้วยน้ำฝนที่ปรอยปราย ลมแรงเมื่อตอนเย็นคงทำให้เลขห้องมันหลุดร่วง ... ห้องนี้คือห้อง 9 เป็ห้องผมแน่นอนครับ แต่คนที่นอนอยู่ไม่ใช่คุณต่อพงษ์ แต่ดันเป็คุณตงฉิน !!!
ผมได้แต่นึกขำ เพราะตอนที่พาสองหนุ่มมาส่งนั้นสติก็ไม่ได้เต็มร้อย พอเห็นห้อง 6 ที่ป้ายเลขห้องกลับหัว ผมก็ยัดร่างแฟนหนุ่มตัวเองเข้าไปก่อน แล้วค่อยลากคุณตงฉินมาไว้ห้องตัวเองแทน ไม่คิดเลยว่าความผิดพลาดของตัวเองจะส่งผลดีขนาดนี้ ยิ่งเทพได้แต่อึ้งเข่าอ่อนที่เข้ามานัวเนียกับคุณตงฉินคนน้องแทน ดีนะที่เมาและไม่ได้เปิดไฟ ผมไม่รู้เหมือนกันว่านังตัวดีจะทำอะไรลงไปบ้าง แต่จากสภาพที่เห็นก็พอจะเดาได้ ผมไม่ได้อยากทะลึ่งหรอกนะ แต่ไอ้ที่กำลังโด่ไม่รู้ล้มของคุณตงก็ทำให้รู้ล่ะว่ามันไม่ธรรมดา
แชะ!
ผมถ่ายรูปไว้ (พยายามเลี่ยงความใหญ่โตของน้องชายแฟนไปแล้วนะ) ตอนที่ยิ่งเทพเผลอ ก่อนจะเดินผิวปากออกไปจากตรงนี้
“ถ้าไม่อยากให้ภาพนี้หลุดออกไป อย่ามายุ่งกับพวกเราอีก” อย่าให้เอกภพต้องร้ายนะ ผมจะเอาคืนให้จนไม่กล้าสู้หน้าใครได้อีก
ภาพคนนอนเปลือยบนเตียงเห็นแค่แว้บๆ แต่คนที่ยืนเข่าอ่อนใส่แต่กางเกงในด้วยหน้าตาผิดหวังและใสุดชีวิตนั้นชัดเจนว่าเป็ผู้ชายที่มีหน้าตาทางสังคมที่ชื่อ ยิ่งเทพ
...วันนี้เอกภพเหลืออดแล้ว อย่าให้ผมต้องร้ายบ้างนะ