ตอน 30 ปมยังไม่คลายควายก็เข้ามาแทรก
ณ ตำหนักหย่งเล่อ
ค่ำคืนที่มืดมิด ลมพัดโชยมา แสงเทียนที่ริบหรี่ถูกจุดไว้เพียงไม่กี่ดวงเดิมทีที่นี่แทบจะไม่มีผู้ใดเลยผ่านยิ่งวันนี้เป็วันที่วังหลวงจัดงานรื่นเริงทุกคนสำราญใจเฉลิมฉลองการอภิเษกสมรสของทั้งสองแคว้น ยิ่งทำให้ตำหนักหย่งเล่อเงียบเหงาลงไปอีก
กึก กึก กึก กึ กึ ....แคร่กๆ เสียงฝีเท้าของคนย่องเดินไม่นานเสียงประตูตำหนักเลื่อนเปิดออกช้าๆ เสี่ยวชิงที่นอนร้องไห้ระงมบนเตียงสะดุ้งเพราะความใ
"ใครน่ะ "เสี่ยวชิงหันขวับมองไปยังหน้าเรือนของตน
"จะเป็ใครไปได้ล่ะ !!!!"เสียงฮองเฮาพูดขานก่อนที่ตัวจะเข้ามาถึงในเรือนของนางเสียอีก
เสี่ยวชิงที่น้ำตาอาบสองข้างแก้ม นางค่อยๆลุกขึ้นจากเตียงด้วยสภาพไม่น่ามอง ผมยุ่งกระเซอะกระเซิงเหมือนรังนก สีปากซีดเซียวขี้มูกโป่งยืดเป็สาย นางพยายามฮึบไว้ๆ ฮึบไว้ตั้งสติๆอย่าให้ใครรู้ว่ากำลังเสียใจ
"ฮะ ฮะ ฮองเฮาเพคะ หลานเสี่ยวชิงคารวะฮองเฮา"เสี่ยวชิงรีบหมอบคารวะรอั้แ่ฮองเฮายังไม่ก้าวเท้าเข้ามาถึงตัว
"อย่ามาทำเป็เคารพข้า ทั้งที่จริง เ้าเองหวังสูงอยากจะเป็ที่โปรดปรานของฝ่าาแทนข้า"ฮองเฮามาถึงยังไม่ทันได้ไถ่ถามให้มากความก็จิกหัวนาง ที่ก้มต่ำคำนับตนนั้นอย่างแรง
"เ้าแน่ใจแล้วหรือไม่ว่าเขากล้าลงมือกับไฉเอ่อร์ของข้า"ฮองเฮาเยื้องเบือนใบหน้าเอ่ยถามสาวใช้นางนั้นให้แน่ใจ ทำทีเป็ห่วงแหนโกรธเคืองแทนเจ้อิเป็ที่สุด
"ฮองเฮาเพคะ เสี่ยวชิงผิดไปแล้วที่เกิดขึ้นนั้นล้วนเป็สิ่งที่ไม่ได้คาดคิดมาก่อน ฮองเฮาโปรดเมตตาเสี่ยวชิง"
"ดีชั่วอยู่ที่ตัวทำ เ้าทำอะไรย่อมรู้อยู่แก่ใจ หญิงชั้นต่ำแพศยาเช่นเ้า ข้าพบเห็นมานักต่อนัก"
"คิดว่าข้ารู้มิเท่าทันแผนการของเ้าอย่างนั้นเหรอเพื่อจะสลัดไฉเอ่อร์ทิ้ง ทำให้เขาเกลียดชัง ผลักไสไล่ส่งเ้าด้วยตนเองและแล้วเ้าจะได้วิ่งโผเข้าสู่อ้อมกอดของฝ่าาที่รอรับเ้าได้อย่างเปิดเผยยังไงล่ะ"อะจ้าาาา อิฮองเฮา นี่เมิงดูละครหลังข่าวมากไปป่าว
**ฮองเฮาคิดเองเออเองไปเสียหมดคิดแต่ว่าผู้หญิงน้อยใหญ่ทั้งโลกจะเล่นแต่แผนการสกปรกๆเหมือนที่ตัวเองเคยทำ**
"อีห่าฮองเฮานี่ติ๊งต๊องสมองนิ่มชะมัดคิดไปได้ไงวะ ว่าฉันอยากจะเป็เมียไอ้แก่นั่น ฝ่าาก็ฝ่าาเถอะน่า แก่ขนาดนั้นใครจะไปเอาลงหึงไม่ลืมหูลืมตา" เสี่ยวชิงคิดในใจ
ฮองเฮาจิกหัวเสี่ยวชิงถลกดึงผมอย่างแรง ลากนางไปยังตำหนักใหญ่หวังเรียกร้องให้ฝ่าาตัดสินความผิดของนาง
ณ ตำหนักเรือนหอที่ถูกจัดเตรียมไว้สำหรับบ่าวสาว
"องค์หญิงเพคะ องค์ชายรับสั่งให้องค์หญิงเข้าบรรทมมิต้องรออีกต่อไป" สาวใช้รายงานต่อพระชายา(ปี่ชาลั่ว)ที่นั่งน้ำตาคลอเบ้ารอสามีบนเตียงที่โรยด้วยกลีบกุหลาบ
"นี่เป็การแต่งงานครั้งแรกของข้า แต่งมายังแดนไกลแม้กระทั่งวันเข้าเรือนหอ ผู้เป็สามียังละเลยข้า มันน่าน้อยใจเสียจริง"
"พระชายาโปรดอย่าเศร้าโศกไปเลยเพคะองค์ชายของเราภารกิจรัดตัว " สาวใช้พยายามพูดแก้ต่างให้เจ้อิพลางปลอบใจพระชายา
"ต่อไปนี้ ข้าคือสาวใช้ของท่าน หากขาดเหลือสิ่่งใดพระชายาโปรดรับสั่ง "
***********************
"เสี่ยวตู เ้าจงเอาอาภรณ์มาให้ข้าลับสายตาผู้คนแล้ว ไม่จำเป็ต้องประคอง"ระหว่างทางที่จะพาเจ้อิไปยังตำหนักเรือนหอตามที่พูดประชดเสียงดังใส่หน้าเสี่ยวชิง
พวกเขาไปได้ถึงแค่ครึ่งทางเท่านั้นเจ้อิก็สั่งให้หลงตูหยุดประคองและเปลี่ยนทิศทางซะใหม่
"อะ องค์ชายขอรับท่านไม่ได้้าที่จะไปตำหนักเรือนหออย่างที่ว่าหรอกหรือขอรับ" เสี่ยวหลงตูถามด้วยความสับสน
"หลงตู!! โถ้เอ๊ย เ้าโง่นี่เ้ายังขึ้นชื่อว่าเป็ผู้ที่รู้ใจข้ามากที่สุดอยู่หรือไม่!!เ้าก็รู้ว่าข้าไม่ได้มีใจคลั่งใคร่พระชายาแต่หากที่ข้าพูดรุนแรงเช่นนั้นต่อหน้าเสี่ยวชิงก็เพื่อตบตาสายลับที่ฮองเฮาสั่งมาจับตามองก็เท่านั้น"
"คืนนี้ มันเป็คืนที่ข้าโดนเพ็งเล็งเป็พิเศษข้าจะปล่อยให้ความแตกมิได้ ฮองเฮานั้นยังคงกัดไม่ปล่อยหาช่องโหว่เพื่อจะทะลวงข้าจากด้านหลังหากนางรู้เข้าว่าข้าไม่ได้เข้าหอกับพระชายาในคืนแต่งงานต้องวิ่งแจ้นทูลท่านพ่อแน่"
"องค์ชาย... แต่ทว่าท่านกับนางมีใจตรงกันลึกซึ้งยิ่งทำเช่นนี้ไม่ถือว่าท่านทำกับนางเกินไปหรอกหรือขอรับ" เสี่ยวหลงตูจากเมื่อก่อนไม่ค่อยชอบขี้หน้าเสี่ยวชิง ตอนนี้กลับเริ่มพูดแทนนางซะละ
"หลงตูเ้ามีสิทธิวิจารณ์แผนการของข้าอย่างนั้นหรือที่ข้าทำเช่นนั้นอาจจะดูเหมือนทำร้ายให้นางบอบช้ำใจ แต่หากคิดดูให้ดีนั่นเป็วิธีการปกป้องนางของข้า "
"ข้ากลัวว่าหากฮองเฮารู้ว่าข้ามีใจรักใครโปรดปรานผู้ใดมากจนเกินไปนางจะถือว่าเป็จุดอ่อนของข้า และเล่นงานคนผู้นั้นซะ "
"นิสัยจอมบงการของฮองเฮาเ้าก็คงรู้ดี"เจ้อิพูดอธิบายให้หลงตูเข้าใจ ใช้เวลานานหลายยามเพื่อไม่ให้คนอย่างเขาเกิดความขุ่นเคืองใจ
"เอาล่ะ จะไปเอาชุดใหม่มาเปลี่ยนให้ข้าได้หรือยังขืนข้าใส่อาภรณ์สีแดงสดนี่ออกจากเมือง มีหวังต้องตกเป็เป้าสายตาแน่"เจ้อิรู้สึกว่าตัวเองเสียเวลากับการพยายามอธิบายให้หลงตูฟังนานมากอารมณ์เริ่มจะฉุนเฉียวเล็กน้อย
"ขอรับองค์ชาย"
และแล้วไฉเจ้อิก็ได้เปลี่ยนอาภรณ์ชุดดำตัวเดิมพร้อมผ้าคลุมหน้าแ่า หลบหนีออกจากวังหลวงมุ่งหน้าเข้าสู่ค่ายชุมพลนอกเขตเมืองเพื่อวางแผนยึดอำนาจในลำดับต่อไป....
*******************
ณ ประตูเมืองทางเข้าเขตวัง
กร๊อบๆๆ กร่อๆๆ กร่อกๆๆ เสียงฝีเท้ามาเร็ววิ่งมาอย่างอาชาหัน
"หยุดนะ นั่นผู้ใดกันเหตุใดมุ่งหน้าเข้าเขตวังโดยไม่เกรงกลัวเหล่าทหารยาม"ผู้ตรวจการเริ่มเกิดความสงสัย เมื่อเห็นม้าเร็วฝีเท้าดีวิ่งตรงมาตามทางจนฝุ่นตลบอบอวล
ทหารทั้งหลายเริ่มรวมกันยืนกันกำบังประตูเมืองเรียงหน้ากระดาน พร้อมง้างหอกไว้รอทิ่มแทง
"ชู้วว ยู้ววว" เสียงเปล่งออกมาจากลำคอพร้อมกระถกดกเชือกตึงเพื่อให้ม้าหยุด
"ห่ะ ท่านเ้าหน้าที่กรมพิธีการจ้าวติงอวี่คารวะท่านกรมพิธีการ ท่านมาวังหลวงในเวลานี้ไม่เหมาะนัก "
"ท่านจงรีบหลบหลีกไปเสียเถอะั้แ่คราวก่อนทื่ท่านหายตัวไปจากวังหลวงอย่างไร้ร่องรอย ฝ่าาทรงกริ้วนักสั่งให้ท่านเป็นักโทษหมายหัว เห็นแก่ความสัมพันธ์อันดีของข้าและท่านคืนนี้ผ่านพ้นไป ข้าจะทำเป็ปิดหูปิดตาไม่พบท่าน"ผู้ตรวจการกล่าวเอ่ยคำเตือนแก่ติงอวี่อย่างนอบน้อม
**จ้าวติงอวี่กับผู้ตรวจการ มีความสัมพันธ์อันดีต่อกันสืบเนื่องจากเมื่อหลายปีก่อน ตอนทีติงอวี่เพิ่งได้เข้ารับตำแหน่งในเขตวังหลวงในยามคับขัน แม่ของผู้ตรวจการป่วยหนักด้วยโรคระบาดที่ไม่มียารักษาและไม่มีผู้ใดกล้าเข้าใกล้ เมื่อติงอวี่รู้เข้าเกิดความเห็นใจมอบยาดีล้ำค่าให้ไปรักษา กระทั่งแม่ของผู้ตรวจการรอดชีวิตนับั้แ่นั้นมาผู้ตรวจการจึงนับถือซาบซึ้งในน้ำใจของเขา**
ทว่ายาอันล้ำค่าเม็ดนั้น เป็ยาที่เชื่อสายราชวงศ์ผู้สูงส่งมีเพียงคนละเม็ดเท่านั้น เป็ยาดีของเมืองซานเป่ย 1 ปี จะถูกทำขึ้นเพียงหนึ่งเม็ดเท่านั้น เดิมทีจ้าวติงอวี่ไม่ใช่คนร้ายกาจอะไรแต่ด้วยหลายๆสิ่งหลายๆอย่างรอบตัวมันบีบบังคับให้เขาต้องร้ายเพื่อปกป้องคนที่เขารัก