ขณะสนทนาอยู่ ทันใดนั้นร่างสูงใหญ่ของ เทพอัคคี ก็ปรากฏขึ้นจากม่านหมอกควัน และก้าวออกมาอย่างสง่างาม เขาโค้งศีรษะอย่างนอบน้อม
“ข้ามารับตัวท่าน ตามที่ท่านเทพฟ้าดินนัดหมายไว้ ทุกสิ่งพร้อมแล้ว สำนักอัสนีย์กำลังรอการกลับไปของท่านอยู่”
เทพีน้ำค้างเหมันต์ เพียงพยักหน้าด้วยดวงตาแน่วแน่
“ดี ข้า้าเห็นวิถีการฝึกของเหล่าศิษย์ หากข้าช่วยเสริมสิ่งใดได้ จะทำอย่างสุดกำลัง”
เทพฟ้าดินแคลงใจ จึงเอ่ยถาม “แล้วท่านอาจารย์จะไปปรากฏกายในลักษณะใดกัน”
เทพีน้ำค้างเหมันต์ยิ้มมุมปาก “ตัวตนใหม่ของข้าคือเด็กสาววัย 18 ปี ชื่อ “สุทธินี” เด็กเร่ร่อนกำพร้าที่ท่านเทพอัคคี ได้พบเจอที่อาณาจักรน้ำแข็งทางทิศเหนือของพิภพอัสนี ด้วยความสงสารจึงนำเด็กคนนี้มาอุปการะในฐานะศิษย์นอกสำนัก”
นางถอนหายใจเหมือนคนโกหกไม่ค่อยเก่ง “ดังนั้นถึงเวลาแล้วที่เด็กคนนี้ จะเข้าสำนักในฐานะศิษย์ของสำนักเทพอัสนีย์ ข้าจะเริ่มต้นชีวิตใหม่...ไม่ใช่จากขั้นพรหมเทพผู้ยิ่งใหญ่ แต่ในฐานะศิษย์ธรรมดาๆผู้หนึ่ง”
เทพอัคคีหัวเราะเบาๆ ดวงตาเปล่งประกาย “เช่นนั้นก้าวไปด้วยกันเถิด ข้าจะเปิดเส้นทางใหม่ ณ สำนักเทพอัสนีย์ให้ท่านเอง”
ทันทีที่สิ้นคำ ร่างทั้งสองพลันเลือนหายไปในพริบตา เหลือไว้เพียงกลิ่นอายพลังมหาศาลที่สั่นะเืผืนฟ้า
เช้าวันถัดมา บนลานกว้างหน้าสำนักเทพอัสนีย์ สายลมเย็นพัดโชย เสียงผู้คนนับร้อยดังระงม เด็กวัยรุ่นหนุ่มสาวต่างยืนเรียงราย ดวงตาเต็มไปด้วยความหวังและแรงกดดัน การคัดเลือกครั้งนี้มีทั้งอาจารย์ผู้ทรงอำนาจและเ้าสำนักมาร่วมสังเกตการณ์
ท่ามกลางความวุ่นวาย พลันร่างของ เทพอัคคี ปรากฏขึ้นตรงกลางลาน เคียงข้างเขาคือเด็กสาวผู้หนึ่ง “สุทธินี”
นางก้าวเดินอย่างสงบ ทุกย่างก้าวเปี่ยมด้วยพลังอันแน่วแน่ ดั่งหิมะที่ตกทับถมโดยไม่หวั่นพายุ ท่วงท่ามั่นคงจนผู้คนรอบข้างต่างจับจ้องด้วยความพิศวง
ใครเล่าจะรู้…เด็กสาวธรรมดาๆผู้นี้ คือเทพีน้ำค้างเหมันต์ผู้ยิ่งใหญ่ ที่เลือกจะเริ่มต้นเส้นทางใหม่ในแบบคนในเผ่าเทพธรรมดาๆอีกครั้ง
เมื่อเทพอัคคีก้าวมายืนเบื้องหน้าคณะกรรมการ เขากล่าวด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึมแต่สุภาพ “ข้าขอฝากศิษย์ใหม่ผู้นี้… นางคือ สุทธินี ศิษย์คนใหม่ของข้า”
เสียงฮือฮาทันทีดังขึ้นทั่วลาน บ้างเต็มไปด้วยความอิจฉา บ้างแฝงความกังวล หลายคนซุบซิบกันว่านางคงได้สิทธิพิเศษ ไม่ต้องผ่านการทดสอบเหมือนคนอื่น
ทว่า สุทธินีกลับก้าวออกมากลางสายตาผู้คนนับร้อย เอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “ข้าไม่้าสิทธิพิเศษใดๆ ข้าจะสอบเหมือนทุกคน และจะยืนต่อแถวเอง”
คำพูดสั้นๆ แต่ดังก้องไปทั้งลาน เสียงซุบซิบพลันดับลง บรรยากาศเงียบงันราวถูกตรึง ทุกสายตาจับจ้องนางด้วยทั้งความทึ่ง ความเคารพ และความไม่อยากเชื่อ ใครเล่าจะกล้าปฏิเสธสิทธิพิเศษจากเ้าสำนัก?
เทพอัคคีเพียงยิ้มบางๆ พยักหน้าให้อย่างภาคภูมิใจ ก่อนถอยออก เปิดทางให้นางเดินสู่แถวอันยาวเหยียดด้วยก้าวที่มั่นคง ไม่หวั่นไหวต่อสายตานับร้อยที่จ้องมา
ไม่นาน เสียงเชียร์ดังกระหึ่มทั่วลาน เวทีคัดเลือกถูกเปิดขึ้นต่อหน้าผู้คนหลายร้อย การทดสอบแรกคือ “การประลองสามกระบวนท่า” กฎฟังดูง่าย แต่แท้จริงโหดหินยิ่งนัก ผู้สมัครต้องยืนหยัดรับการโจมตีจากศิษย์พี่ใหญ่ให้ครบสามกระบวนท่า หากรอดมาได้ จะได้รับการยอมรับเป็ศิษย์สำนักเทพอัสนีย์ทันที
บนเวทีขนาดมหึมา ชายร่างสูงกำยำยืนอยู่กลางลาน เขาคือ เทพกรีฑา ศิษย์พี่ใหญ่ผู้เลื่องชื่อ พลังของเขาแผ่ซ่านจนพื้นเวทีสั่นะเื ดวงตาคมกริบกวาดมองผู้สมัครแต่ละคนด้วยแววเยาะหยัน
เขาแสยะยิ้ม เอ่ยเสียงกึกก้องราวสายฟ้าฟาด
“หากเ้าทนได้ครบสามกระบวนท่าของข้า… เ้าก็มีสิทธิเป็ศิษย์สำนักนี้!”
เสียงระฆังดังขึ้น ผู้ท้าชิงถูกเรียกทีละคน แต่แทบไม่มีใครทนได้เกินหนึ่งกระบวนท่า เวทีเต็มไปด้วยเสียงโอดครวญ ทุกการโจมตีของ เทพกรีฑา รวดเร็ว รุนแรง ราวสายฟ้าฟาด
จนกระทั่งชื่อสุดท้ายถูกประกาศ
“สุทธินี!”
ทันทีที่นางก้าวขึ้นเวที ความวุ่นวายก็พลันสงบลง สายตาทุกคู่พลันหยุดจับจ้อง ราวกับว่าแม้แต่เวลาเองก็ยังจะหยุดเดินเช่นเดียวกัน เด็กสาวร่างบอบบางก้าวเดินอย่างสงบแววตาเย็นเยียบ
เทพกรีฑามองแล้วหัวเราะอย่างเย้ยหยัน “ฮึ! เ้าจะไหวหรือแม่สาวน้อย… ถ้ายอมคบหากับพี่ พี่จะปล่อยเ้าให้ผ่านรอบนี้ไปอย่างง่ายๆ ฮ่าๆๆ!”
เสียงกรรมการดังขึ้น
“เริ่ม—!”
เพียงชั่วพริบตา ร่างใหญ่ทะยานขึ้นฟ้า พุ่งลงมาด้วยความรวดเร็วปานสายฟ้าฟาด! ผู้ชมหลายร้อยแทบหยุดหายใจ คาดว่านางต้องร่วงในหนึ่งกระบวนท่าเหมือนคนอื่น
แต่…
สุทธินีเพียงขยับกายเบาๆ การเคลื่อนไหวอ่อนช้อยราวกับสายลม หลบไปได้อย่างแม่นยำ ก่อนจะสะบัดกายส่งลำแข้งถีบสวนกลับเข้าที่หน้าท้อง
โครม!
ร่างของเทพกรีฑาถูกซัดกระเด็นออกนอกเวที กระแทกพื้นเสียงดังสนั่น ฝุ่นควันตลบ!
ทั้งลานเงียบงัน ผู้คนต่างตกตะลึง บางคนอ้าปากค้าง ไม่เชื่อสายตาในสิ่งที่พวกเขาเห็น ศิษย์ใหม่เพิ่งโค่นศิษย์พี่ใหญ่ได้เพียงกระบวนท่าเดียว!
เทพกรีฑาค่อยๆ พยุงกายขึ้น ดวงตาเต็มไปด้วยความอับอาย เขาคุกเข่าลงต่อหน้านาง “ข้ายอมรับ… จากนี้ไป จะเรียกเ้าว่าพี่ใหญ่ตลอดไป!”
เสียงฮือฮาดังก้อง บางคนกระซิบ “นางไม่ธรรมดาเลย… ต่อไปอาจกลายเป็ศิษย์ที่แข็งแกร่งที่สุดในสำนักก็เป็ได้!”
สุทธินีหรือ เทพีน้ำค้างเหมันต์ ยืนนิ่ง ดวงตาเยือกเย็นดังหิมะ นางได้พิสูจน์ให้ทุกคนได้เห็นว่า… นางมิใช่เด็กสาวธรรมดา แต่คือผู้ที่คู่ควรกับสำนักเทพอัสนีย์อย่างแท้จริง!