“นายมาอยู่ห้องฉันได้ยังไง” นี่มันเด็กนรกชัด ๆ
“ก็ไขกุญแจเข้ามาน่ะสิค้าบ ถามแปลก” ทรงธรรมตอบอารมณ์ดี ผิดกับคนฟังที่ตาหลีตาเหลือกแทบจะเขมือบหัวเขาได้ ตาโตยิ่งโตกว่าเดิม
“ห๊า ไขเข้ามา นี่นายค้นกระเป๋าฉันเหรอ” เสียงแว๊ดไม่ทำให้ชายหนุ่มระคายเคืองแก้วหูแต่อย่างใด มิหนำซ้ำยังพูดจาทวงบุญคุณหน้าตาเฉยไม่ใช่หน้าตาเฉยสิ น่าจะเรียกว่าหน้าไม่อายล่ะเหมาะกว่า
“อ้าวไม่ค้นแล้วผมจะเปิดห้องยังไงล่ะ ก็คุณพี่เล่นหลับไม่ยอมตื่น อุ้มขึ้นมาหนักจะตาย ตัวก็เล็กนิดเดียว”
คุณพี่มองหน้าหล่อ เข่นเขี้ยวก่อนชี้ไปที่ประตูมือไม้สั่นด้วยอารมณ์โมโหที่พลุ่งปรี๊ดขึ้นมา
“งั้นนายลุกขึ้นกลับไปได้แล้ว”
พูดไม่ออกก็ไล่เสียเลยให้มันรู้ซะมั่งว่านี่มันห้องใคร ทรงธรรมลุกนั่งบิดี้เีแล้วมองคนตาโตแก้มป่อง ผมเผ้ากระเซอะกระเซิงอย่างเอ็นดู ไม่น่าเชื่ออายุเยอะกว่าเขา แต่หน้ายังกะเด็กมหา’ ลัยปีหนึ่ง แต่คำพูดคำจาท่าทางใกล้เคียงกับคนวัยห้าสิบเสียอย่างนั้น หัวโบราณชะมัด
“เอะอะไล่ เอะอะไล่ ไม่เห็นใจกันบ้างเล้ยกี่โมงกี่ยามแล้วเนี่ย”
เขามองนาฬิกาข้างฝาห้องก่อนแกล้งทำตาโต
“โหจะตีสามแล้ว คุณพี่ยังใจร้ายมาไล่ ขอนอนถึงเช้าหน่อยไม่ได้รึไง”
“ไม่ได้!”
นวลแพรเสียงเข้มจริงจัง แต่คนอย่างทรงธรรมนะเหรอจะสนใจ สิ่งที่เขาทำก็คือล้มตัวลงไปนอนบนเตียงอย่างสบายอกสบายใจ แกล้งไม่รับรู้อารมณ์มาคุของใครเลย ยัง ยังไม่พอแค่นั้น คนหน้าด้านยังดึงแขนคนหน้าบึ้งลงไปนอนด้วยกัน
“ว้าย!”
นวลแพรใดิ้นรนขัดขืนด้วยสัณชาตญาณ แต่เพราะชุดที่สวมอยู่ยังเป็ชุดทำงานกระโปรงที่ยาวถึงเข่าตอนนี้มันร่นขึ้นมาไม่เอื้ออำนวยในการป้องกันตัวเอง เธอจำต้องหยุดเพื่อจัดแจงให้เข้าที่
“นอนเถอะคุณพี่ผมง่วงจะแย่แล้ว ห้ามดิ้นนะ ไม่งั้นปล้ำไม่รู้ด้วย”
คำขู่ได้ผล หญิงสาวนิ่งไปครู่ กรอกตาไปมาอย่างพยายามใช้ความคิด แล้วเอ่ยเบา ๆ เมื่อเห็นฝ่ายนั้นหลับตานิ่ง แต่มือยังโอบกอดเธอกระชับอย่างถือวิสาสะ
“ฉันอยากอาบน้ำก่อน” ให้มันรู้ไปว่าจะทนนอนกับคนซกมกได้
“อีกไม่กี่ชั่วโมงจะเช้าแล้วค่อยอาบทีเดียว” เขาตัดสินใจให้เสร็จสรรพแบบไม่กลัวเชื้อโรคแต่อย่างใด
“ไม่เอาฉันนอนไม่สบายตัว”
หญิงสาวว่าพลางขยับอย่างอึดอัดให้รู้ว่าไม่สบายตัวจริง ๆ ไม่ว่าจะยังไงเธอจะต้องพยายามหาทางออกจากอ้อมแขนนี้ให้ได้แต่...
“ขืนพูดอีกคำผมไม่เตือนแล้วนะ”
ตาย ๆ นี่เธอโดนขู่อยู่ในห้องตัวเองหรือนี่ ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเขาหมายถึงอะไร หญิงสาวนอนกะพริบตาปริบ ๆ กับสถานการณ์ที่กำลังตกเป็ฝ่ายเสียเปรียบทุกทางในเมื่อทำอะไรไม่ได้ สมองเริ่มทบทวนว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับชีวิตใน่เวลาไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมา ทำไมเธอถึงได้หลับไม่รู้ตัวขนาดนี้
จำได้ว่าทรงธรรมพาไปทานข้าวที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งกึ่งผับหน่อย ๆ แถบชานเมืองเขาสั่งอาหารมาสามสี่อย่างอะไรบ้างก็เกินจะจำได้หน้าตาแปลกทั้งนั้นแต่รสชาติใช้ได้ทีเดียว เครื่องดื่มมีแต่น้ำเปล่าธรรมดาเพราะเธอไม่ยอมดื่มอะไรนอกเหนือจากนั้น ด้วยไม่ไว้วางใจ ทรงธรรมจะวางยา ต้องใช่แน่ ๆ อาจเป็กับข้าวหรือน้ำเปล่าก็ได้ คิดไปคิดมาหญิงสาวก็รู้สึกปรี๊ดขึ้นมาจริง ๆ เตรียมจะอ้าปากเล่นงาน แต่นึกได้ว่าเขาให้ใบเหลืองไว้แล้ว จึงได้แต่ฮึดฮัดอยู่คนเดียวโดยไม่รู้ว่าคนที่กอดอยู่นอนอมยิ้ม
กริ๊งงงงงงง!!!!!!!!!!!!!!!!!!!
6 โมงตรง เสียงนาฬิกาที่ตั้งบนหัวนอนดังบาดหูคนที่ไม่คุ้นเคย ทรงธรรมตื่นขึ้นมองหาต้นเสียงแล้วยื่นมือไปตบแรง ๆ สองสามครั้งมันถึงเงียบเสียงลง แต่คนที่หลับอยู่แนบอกเขากลับหลับไม่รู้สึกตัว
คงมัวระแวงว่าเขาจะทำอะไรถึงฝืนไม่กล้าหลับ นี่คงไม่ไหวแล้วถึงได้หลับเป็ตาย ทรงธรรมขยับตัวนิดเพื่อที่จะได้มองใบหน้าหญิงสาวได้เต็มตา ตอนนี้หลับสนิท ปากเล็กจิ้มลิ้มเผยอน้อย ๆ แก้มเนียนใสแบบไร้เครื่องสำอาง ทั้งที่เ้าตัวยังไม่มีโอกาสได้ล้าง เขาจ้องมองริมฝีปากอยู่นานจนต้องสูดลมเข้าเต็มปอดเพื่อบังคับตัวเองไม่ให้ก้มไปจูบรับอรุณ เขาไม่ชอบรังแกใคร ตอนที่ไม่รู้ตัว
ทรงธรรมใช้มือบีบจมูกมัน ๆ ของคนที่หลับอยู่อย่างมันเขี้ยว กอดร่างเล็กแแ่ เพื่อเป็การปลุกให้ตื่นหญิงสาวขยับตัวอึดอัดทำหน้าย่นอย่างขัดใจ
“คุณพี่ตื่นได้แล้วเดี๋ยวไปทำงานสาย”
นวลแพรทำตัวแข็งทันที ลมหายใจเข้าออกเริ่มติดขัดภายใต้จิตสำนึกมันฟ้องว่า เสียงนี้อีกแล้วคุณพี่งั้นเหรอชั่วชีวิตนี้จะมีใครเรียกเธออย่างนี้ถ้าไม่ใช่
สาธุ! ตื่นขึ้นมาขอให้มันเป็เพียงฝันไปด้วยเทอญ
หญิงสาวภาวนาในใจนึกถึงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เคารพนับถือทั้งหลายทั้งปวงแต่ เอ๊ะ ทำไมความฝันมันััได้ชัดเจนเหมือนจริงขนาดนี้นะ อึดอัดขยับตัวไม่ได้หรือผีอำกันแน่ หญิงสาวนับหนึ่งถึงสิบก่อนกลั้นใจลืมตาตื่นและก็สบตากับคนที่จ้องกันอยู่แล้วจัง ๆ
นวลแพรดิ้นรนออกจากอ้อมแขนลุกพรวดรวดเร็วลงจากเตียงไปตั้งหลักอยู่กลางห้องทรงธรรมมองพฤติกรรมนั้นงง ๆ ปนขำเล็กน้อย
“อ้าวตื่นมาก็ละเมอเลย” เขาแหย่ไป
“ใครละเมอฉันฝันร้ายต่างหากล่ะ ตื่นมาความจริงร้ายกว่าในฝันอีก” นวลแพรแห้วใส่แต่ชายหนุ่มหัวเราะชอบใจหาได้ถือสาไม่
“เสียงดีไม่มีตก เอ้า...แล้วไปยืนตั้งท่าอะไรตรงนั้นอาบน้ำสิครับ เดี๋ยวก็ไปทำงานสายหรอก”
ทำมาเตือนด้วยความหวังดี ชิ
“ช่างฉัน!”
ชายหนุ่มยันตัวลุกมานั่งพิงหัวเตียงมองเธอแววตาพราวระยับ ชอบจริง ๆ ไอ้ท่าทางดื้อรั้นแสนงอนนั่น เ้าตัวจะรู้ไหมนะว่ามันน่ารักถูกใจเขาแค่ไหน
“ช่างก็ช่างแล้วแต่คุณพี่สิ เอ หรือว่าคุณพี่คิดจะโดดงาน ดีเหมือนกันเราไปทะเลกันนะ”
คุณพี่ กรอกตารู้สึกราวกับเจอคนบ้าคนโรคจิตพูดไม่รู้เื่
โรคจิต! คำนี้สะดุดใจหญิงสาวอย่างจังหรือเธอกำลังเผชิญกับคนโรคจิต นวลแพรมองชายหนุ่มที่ดูยังไงก็ห่างไกลคำว่าขี้ริ้วขี้เหร่นั่นอย่างหวาดหวั่น ถ้าเป็จริงอย่างที่เธอคิด อันตรายก็ใกล้ตัวสินะ น่าเสียดายหน้าตาออกจะดี ไม่น่าเลย ทรงธรรมเห็นสายตาที่มองมาของหญิงสาวเ้าของห้องแล้วให้นึกสงสัยว่าเ้าตัวกำลังคิดอะไร ทำไมมันเปลี่ยนไปมาแบบนั้น
ก๊อกๆๆ
เสียงเคาะประตูทำให้ทั้งคู่หันไปมองโดยอัตโนมัติ นวลแพรขมวดคิ้วคิดหนักใครกันมาแต่เช้าและก็มาในวันที่เธอไม่พร้อมจะต้อนรับแขกเอาเสียเลย หญิงสาวเริ่มหวั่น ถ้าเป็คนรู้จักแล้วมาเห็นเธออยู่กับผู้ชาย หยึ๋ยยย ไม่อยากจะคิด ระหว่างที่หญิงสาวกำลังว้าวุ่นใจคิดไม่ตก เทพบุตรโรคจิตก็โดดจากเตียงตรงไปยังประตู นวลแพรถลามาดึงแขนไว้อย่างรวดเร็ว
“อย่า!” เธอห้ามเสียงเบาแทบเป็กระซิบ
“ทำไม” เขาถามไม่เข้าใจทำไมต้องห้าม
“ก็ถ้าใครเห็นนายในนี้เขาจะคิดยังไง” ทรงธรรมยักไหล่ไม่สนใจ
“ก็ช่างเขา” และทำท่าจะเปิดให้ได้ เพราะคนเคาะไม่ผ่อนแรงลงเลย
“ช่างไม่ได้ โธ่ เห็นใจกันบ้าง” เสียงระทดท้อทำให้ชายหนุ่มหยุด
“แล้วจะทำยังไง”
นวลแพรกระสับกระส่าย ก่อนปิ๊งไอเดีย มองไปข้างประตูถ้าทรงธรรมไปยืนตรงนั้น พอเวลาเปิดคนข้างนอกก็จะไม่มีทางเห็น ดังนั้นหญิงสาวก็ดันเขาไป ทรงธรรมมองงง ๆ
“น่านายช่วยยืนตรงนี้สักเดี๋ยวนะ นะ นะ”
เธอกระซิบขอร้อง หนุ่มหล่ออย่างเขาหรือจะปฏิเสธอะไรได้นอกจากยอมทำตาม หญิงสาวยิ้มขอบคุณ ก่อนบิดลูกบิดประตูเปิดต้อนรับแขกที่มาเยือน รอยยิ้มนั้นหุบฉับราวกับลูกโป่งถูกเข็มจิ้ม เมื่อเสียงทักทายดังเข้ามา
"พี่ธันว์อยู่ไหน!"
น้องแพรคนสวยข้างห้องนั่นเอง นวลแพรขมวดคิ้ว งง ใคร ธันว์?
“ใครเหรอ”
เธอถามเพราะมั่นใจว่าไม่เคยรู้จักชื่อนี้จริง ๆ แต่มันกลับทำให้ผู้หญิงตรงหน้าเกิดอาการคล้ายคนจิตแตก
“ก็คนที่อุ้มพี่แพรขึ้นมาเมื่อคืนนี่ไง อย่ามาแกล้งทำไม่รู้จักหน่อยเลย”
ชัดเจน ชัดถ้อย ชัดคำนัก
“หา?!?”
นวลแพรช็อคไม่ใช่เพราะชื่อเล่นทรงธรรมที่เพิ่งรู้แต่เพราะมีคนเห็นว่ามีใครอุ้มเธอขึ้นมาต่างหาก
โอยยยยย หญิงสาวโอดครวญกับตัวเอง หมดกันชื่อเสียงที่สั่งสมมา ป่านนี้ไม่ใช่เขาเห็นกันหมดแล้วมั้ง เพราะมัวแต่ยืนค้างเติ้งกับสิ่งที่ได้ยิน สาวน้อยข้างห้องจึงถือวิสาสะเบียดตัวเข้ามาในห้องโดยไม่ขออนุญาตสักคำ แถมสอดส่ายสายตาส่งเสียงเรียก
“พี่ธันว์อยู่ไหนคะ”
เดินเข้ามาขนาดนี้ทรงธรรมที่ยืนนิ่งหลังประตูมองไม่เห็นความจำเป็ที่จะต้องหลบซ่อนอีกต่อไป ร่างสูงก้าวออกมาพร้อมกับถามเสียงเรียบติดจะเ็า
“มีอะไร”
น้องแพรหันกลับมาที่ประตูตามเสียงนั้น
“พี่ธันว์จริง ๆ ด้วย พี่ธันว์กลับมาที่นี่อีกได้ยังไงคะ”
สาวน้อยหน้าตาจิ้มลิ้มกรีดเสียงใส่ไม่พอใจ ขณะที่นวลแพรอ้าปากค้างเพราะห้ามใครไม่ทันเลย ตกลงนี่มันห้องใครกันแน่
“ก็เดินเข้ามา ไม่ได้ะโระเบียงอย่างวันนั้นหรอก”
เขาพูดเหมือนจะตลก แต่ มันไม่ตลกเพราะแววตาที่นิ่งสงบจนน่ากลัวนั่นจนคนฟังหน้าเสีย
“แพรขอโทษ”
ชายหนุ่มมองด้วยสายตาดูแคลนอย่างปิดไม่มิด
“ไม่จำเป็ ตั้งใจโกหกแล้วจะมาขอโทษทำไม ออกไปได้แล้ว”
ไร้เยื่อไยสุด ๆ ในความรู้สึกของบุคคลที่สามที่เป็เ้าของห้องตัวจริง ที่ยืนหัวโด่
“พี่ธันว์พูดแบบนี้หมายความว่ายังไง” สาวน้อยตัดพ้อเสียงสั่น
“ก็หมายความตามนั้น ออกไป”
เขาไล่ซ้ำจนนวลแพรมองตาปริบ ๆ สรุปมันห้องใครกันแน่เนี่ย น้องแพรมองหนุ่มรูปงามน้ำตาเริ่มคลอเบ้า
“แพรเลิกกับพี่มาร์ค ก็เพราะพี่ธันว์นะคะ แล้วมาทำกับแพรแบบนี้ได้ยังไงกัน”
เธอโทษเป็ความผิดของเขา นวลแพรสะดุดคิด เมื่อคืนก่อน พี่มาร์คยังมาหาอยู่เลย ทะเลาะกันห้องแทบแตก เลิกกันแล้วหรือนี่? จะเร็วไปไหมน้องแพร เอ หรือว่าเขาเลิกกันแล้วจริง ๆ
“เลิกเพราะผม คุณเอาอะไรมาพูด เราแทบจะไม่รู้จักกันเลยนะ คืนนั้นผมถามคุณแล้วว่ามีแฟนรึเปล่า คุณบอกเองว่าไม่มีแล้วเป็ไงล่ะผมเกือบตกตึกตายก็เพราะใคร”
ยิ่งพูดทรงธรรมก็ดูจะดุและเสียงเข้มขึ้นเรื่อย ๆ
“ผมไม่เอาเื่ก็บุญแค่ไหนแล้ว ถึงจะเป็แค่วันไนท์สแตนก็เถอะนะ ไม่ควรโกหก มันเป็มารยาทที่ควรรู้”
หะ นวลแพรอึ้งกับสิ่งที่ได้ยิน เื่แบบนี้ต้องมีมารยาทด้วยเหรอ
น้ำตาน้องแพรหยดลงมาแต่ก็ไม่ได้ทำให้อีกฝ่ายดูอ่อนลง มีแต่แววตาที่แข็งกระด้างขึ้นทุกขณะ
“แพรรักพี่ธันว์มาตั้งนานแต่พี่ธันว์ไม่เคยมองแพรเลย รู้ไหมแพรดีใจมากแค่ไหนที่คืนนั้นเราได้รู้จักกันแล้วก็ ทำไมพี่ธันว์เปลี่ยนไปเร็วขนาดนี้หรือเพราะ...” จู่ ๆ สาวน้อยก็หันมาทางเธอ
“เพราะพี่แพรคนนี้ใช่ไหมคะ”
อ้าว อย่าเอาฉันไปเกี่ยวอะไรด้วยนะ นวลแพรส่ายหน้ากำลังจะปฏิเสธออกไปอย่างที่ใจคิด แต่...
“ใช่” ทรงธรรมตอบฉะฉานเสียงดังฟังชัดจนนวลแพรหน้าเหวอยิ่งกว่าโดนผีหลอกตอนกลางวัน แต่อีกคนกลับตาลุกเป็ไฟ
“เห็นหน้าซื่อ ๆ ที่แท้ก็แมวขโมยดี ๆ นี่เอง”
น้องแพรหันมาเล่นงานแมวที่ไม่รู้ว่าตัวเองเป็ขโมยั้แ่เมื่อไร ตอนไหน อย่างไร และที่สำคัญตอนนี้เธอกำลังอยู่ในอาการเอ๋อ งง เพราะจับต้นชนปลายไม่ถูกด้วยประการทั้งปวง ทรงธรรมเห็นอย่างนั้นไม่พูดพร่ำทำเพลง คว้าแขนน้องแพรที่ยกขึ้นคล้ายจะทำร้ายนวลแพร ล็อกตัวแล้วลากไปยังประตูโยนออกไปนอกห้องพร้อมปิดแบบไม่สนความรู้สึก เขาหันมามองเธอ จับไหล่เขย่าเบา ๆ
“คุณพี่เป็อะไรรึเปล่า ช็อกไปแล้วเหรอ” ทรงธรรมถามเพราะเห็นหญิงสาวดูจะทำอะไรไม่ถูก
“เปล่า”
เป็แน่ ๆ แต่ไม่รู้เป็อะไร นวลแพรพูดได้แค่นั้นจริง ๆ ก่อนเดินไปนั่งบนเตียง มันไม่ใช่ความฝันใช่ไหม
ทรงธรรมยิ่งเอ็นดูไปกันใหญ่ ผู้หญิงคนนี้เหมือนเกิดมาผิดยุค ดูไม่คุ้นเคยกับโลกที่มันเปลี่ยนไปเลยสักนิด เขาเดินไปนั่งข้าง ๆ
“คุณพี่ไม่ต้องห่วงนะ เดี๋ยวผมจัดการทุกอย่างเอง”
จัดการอะไร นวลแพรอยากถามแต่กลัวว่ามันจะยืดเยื้อ จึงบอกเขา
“นายกลับบ้านไปก่อนเถอะ ฉันต้องไปทำงาน”
อีกฝ่ายก็ไม่เร้าหรือ ไปทันทีอย่างว่าง่าย
กว่าจะผ่านพ้นวิกฤติ่เช้ามาได้ เล่นซะหมดแรง นวลแพรนั่งแหมะบนเก้าอี้ทำงานอย่างคนเหนื่อยล้า ั้แ่เกิดมาเป็ตัวเป็ตน ยังไม่เคยเจออะไรแบบนี้มาก่อนในชีวิตเลย ถือเป็ครั้งแรกที่เกือบโดนตบด้วยเื่ผู้ชาย! แถมเป็ผู้ชายที่เธอไม่ได้ยินดีต้อนรับเอาเสียเลย เจอกันแค่สองครั้งยังวุ่นวายขนาดนี้ มากกว่านั้นจะขนาดไหน เปิดตัวมาพร้อมกับความซวยแท้ ๆ
หญิงสาวฉุกคิด นอกจากชื่อทรงธรรม เธอไม่เคยรู้อะไรเกี่ยวกับผู้ชายคนนี้เลยสักอย่าง ว่าแล้วเธอก็เริ่มเซิร์สข้อมูลทางอินเตอร์เน็ตทันที คีย์คำว่าทรงธรรมที่กูเกิ้ล เผื่อจะได้ข้อมูลที่เป็ประโยชน์ต่อเ้าหน้าที่ตำรวจเวลาไปแจ้งความ แน่นอนว่าเธอไม่ปล่อยให้เขามายุ่มย่ามวุ่นวายเล่นในชีวิตเธออีกแน่ แต่ข้อมูลที่ปรากฎกลายเป็อะไรก็ไม่รู้
เฮ้อ เสียงถอนหายใจเซ็ง ๆ ทำให้คนที่กำลังสัญจรผ่านไปหยุดถามอย่างสงสัยใคร่รู้
“เป็อะไรรึเปล่าจ๊ะคุณน้องสาวแสนสวยของพี่”
นิรมลหัวหน้าฝ่ายบัญชีแผนกเดียวกับเธอที่สนิทสนมกันเป็อย่างดีทักขึ้นพร้อมกับส่งยิ้มหวานมาให้นวลแพรอดยิ้มตอบไม่ได้แม้จะดูแห้งแล้งเหลือเกิน
“เปล่าค่ะพี่มลแพรแค่มีเื่กลุ้มใจนิดหน่อย”
“เหรอจ๊ะ มีอะไรปรึกษาพี่ได้นะถ้าไม่ใช่ความลับมาก”
หญิงสาวขอบคุณกับน้ำใจน่ารักเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่พี่มลมีให้น้องแบบเธอเสมอมา พ้นร่างอวบไปนั้นหญิงสาวจึงควานหากุญแจลิ้นชักในกระเป๋าเพื่อเตรียมตัวทำงานแต่ยิ่งค้นเท่าไรยิ่งหาไม่เจอ นั่นหมายความว่ากุญแจห้องก็หายไปด้วยทั้งพวงเลย หน้าที่ซีดอยู่แล้วยิ่งเผือดเข้าไปใหญ่ มันจะหายไปได้ยังไงในเมื่อเธอไม่เคยหยิบออกไปวางไว้ที่อื่นเลย หรือเมื่อเช้าเธอลืมล็อกประตูด้วย
โอ้ยยย นวลแพรอยากจะกรี๊ด เวรกรรมอะไรนักหนาทำไมต้องเจออะไรแบบนี้ ยังไม่ทันจะได้กุมขมับ เสียงเครื่องมือสื่อสารขนาดเล็กก็ดังขึ้น หญิงสาวรับโดยไม่สนว่าใคร ถ้าเป็มิจฉาชีพ จะด่าให้ กำลัง้าที่ระบาย
“สวัสดีค่ะ”
เสียงคุ้นเคยทักทายอารมณ์ดี
“คุณพี่ที่รัก”
คนกำลังวุ่น ยังจะโทรมาเพิ่มความร้อนแรงในอารมณ์อีก
“ไม่มีธุระ ห้ามโทรมา ฉันไม่ใช่เพื่อนเล่นนาย”
“แหม อารมณ์เสียใส่กันซะงั้น ทำไมหาพวงกุญแจห้องไม่เจอเหรอ”
นวลแพรขมวดคิ้ว กำลังจะถาม อีกฝ่ายพูดก่อน
“นายรู้ได้ยังไง คุณพี่จะถามแบบนี้ใช่ป่าว” เขาดักทางแล้วหัวเราะ
“ลงมาเอาข้างล่างสิ เดี๋ยวจะบอก”