หลังจากที่รวิสาเล่นน้ำเสร็จเธอก็จัดการธุระส่วนตัวรวมทั้งตรวจเช็กเื่งานนิดหน่อยก่อนจะออกไปเดินเล่นริมชายหาดซึ่งพระอาทิตย์กำลังหย่อนคล้อยเตรียมจะลาลับขอบฟ้าไปในไม่ช้าสายลมพัดแ่เย็นสบายเหมาะกับการเดินเล่นพักผ่อนพอใกล้เวลาตามที่นัดหมายกับภาคินเอาไว้เธอจึงเดินไปรอเขาที่ล๊อบบี้
“สามารอไมค์อยู่เหรอจ๊ะ” ศิขรที่เพิ่งกลับจากทำธุระที่ภูเก็ตมาเจอรวิสาที่กำลังรอภาคินอยู่พอดี
“นายไมค์กลับมาแล้วเหรอยะนี่ฉันยังไม่ได้เคลียร์เลยนะ ที่นายส่งชุดอะไรก็ไม่รู้มาให้ใส่ทำงานพรุ่งนี้น่ะ”รวิสาใส่เป็ชุดเมื่อเจอหน้าเพื่อนรัก
“โห เบาๆ ก็ได้สาเสียงดังแบบนั้นเดี๋ยวเจ็บคอแย่เลยนะ ชุดนั้นสวยจะตาย ทำไมสาไม่ชอบเหรอ”
“สวยนะใช่แต่มันเหมาะกับงานพรุ่งนี้ไหมล่ะเนี่ย พรุ่งนี้สาไปเป็นักข่าวนะไม่ใช่แขกในงาน”
“อ้าว ขอโทษทีนี่ไมค์ไม่ได้บอกสาให้เคลียร์แล้วเหรอเนี่ย พรุ่งนี้สาไม่ได้เข้าไปในฐานะนักข่าวนะสาต้องทำหน้าที่เป็คู่ควงของไมค์ ไปงานนี้ในฐานะแขก ไม่ใช่นักข่าวอีกอย่างอย่าบอกนะว่าสาไม่คุ้นชื่อภาคิน วงศ์บริรักษ์มาก่อน”
“นี่นี่ไมค์รู้เหรอว่านายภาคินเป็ใคร แล้วที่พูดนี่คงไม่ใช่ว่านายรู้นะว่า นายภาคินอะไรนั่นมีเื่เกี่ยวพันกับการตายของพ่อแม่สา”
“รู้สิแล้วไมค์ก็รู้ด้วยนะว่าสาคิดอะไรอยู่ไมค์จะได้ช่วยสาใช้โอกาสนี้แนะนำตัวนายภาคินนั่นให้สารู้จักอย่างเป็ทางการในฐานะหุ้นส่วนธุรกิจของคุณพ่อสา หรือตอนนี้ก็ควรจะเป็หุ้นส่วนของสาด้วยซ้ำ”
“นี่นายรู้ด้วยเหรอว่าพ่อฉันเป็หุ้นส่วนทางธุรกิจกับนายภาคินอะไรนั่น”
“รู้สิสาั้แ่สาบอกว่าจะกลับมาตามสืบเื่การตายของพ่อแม่สาไมค์ก็เริ่มให้คนของป๊าช่วยหาข่าวให้แล้วไมค์ก็รู้ด้วยว่านายภาคินเป็คนแรกที่พบศพพ่อแม่ของสาและอาจจะเป็ผู้อยู่เื้ัการตายของท่านทั้งสองด้วยไมค์รู้ว่าไมค์ห้ามสาไม่ให้ยุ่งกับนายนี่ไม่ได้แน่ แต่ยังไงไมค์ขออยู่ข้างๆสานะแล้วเื่คนที่จะทำข่าวนี้สาไม่ต้องห่วงหรอก ไมค์นัดคนอื่นมาทำแล้วที่สำคัญสาอย่าเพิ่งเปิดเผยตัวเองว่าเป็ใครเด็ดขาดสาจะไปในฐานะคู่ควงของไมค์เท่านั้น ตกลงกันก่อนนะสา ไม่งั้นไมค์ไม่พาสาเข้าไปในงานแน่ๆ”ศิขรขู่หญิงสาวเขาวางแผนเอาไว้อยู่แล้วว่าจะให้หญิงสาวได้พบกับคนที่อาจจะเป็ผู้อยู่เื้ัการตายของพ่อแม่เธอโดยไม่เปิดเผยตัวตนที่แท้จริงของหญิงสาวให้ภาคินรู้ เพราะถ้าเขาเป็ฆาตกรจริงรวิสาอาจจะตกอยู่อันตรายก็ได้แต่ไมค์คงคิดไม่ถึงว่าภาคินคุ้นเคยกับใบหน้ารวิสาั้แ่ยังไม่เคยเจอตัวจริงด้วยซ้ำและตอนนี้เขาคือคนที่รู้เื่ครอบครัวเธอมากกว่าใครๆ เลยก็ว่าได้
“ว่าแต่สารู้จักนายภาคินมากน้อยแค่ไหนแล้วสาแนะนำตัวกับเขาไปว่ายังไงมั่ง” ไมค์ถามรวิสาเป็ชุด หญิงสาวได้แต่ทำหน้างงเพราะไม่เข้าใจว่าไมค์กำลังพูดเื่อะไร
“เฮ้ยยนายไมค์กลับมาแล้วเหรอ กำลังรอนายอยู่เลยไปรีบไปกันดีกว่าฉันมีเื่จะคุยกับนายเยอะแยะเลย เื่ที่นายให้เช็กด้วยฉันจัดการเรียบร้อยแล้ว อ้าวคุณสาเป็ยังไงบ้างครับ ถ้ามีอะไรขาดตกบกพร่องบอกผมได้นะครับตอนนี้ผมคงต้องขอลากตัว บอสของคุณสาไปก่อน เชิญคุณสาตามสบายนะครับ”ณรงค์เข้ามาลากตัวไมค์ไปทันทีเพราะมีเื่ด่วนต้องคุยกับไมค์เยอะแยะไปหมด
“ขอบคุณคุณณรงค์มากนะคะ เชิญคุณณรงค์ลากบอสของสาไปตามสบายเลยค่ะ สาขอตัวก่อนนะคะ”รวิสารีบเดินออกไปเมื่อเห็นว่า ภาคินมาถึงแล้วและยืนรออยู่ไม่ไกลนักส่วนไมค์ยังไม่ทันได้พูดอะไรต่อก็ถูกณรงค์ลากตัวไปไกลแล้ว
“คุณสาต้องขอโทษด้วยนะครับที่ผมลงมาช้าพอดีเจอลูกค้าที่เพิ่งเข้าเช็กอินที่โรงแรมนี้เลยต้องคุยกับเขาหน่อย”
“ไม่เป็ไรค่ะสาเองก็เพิ่งคุยกับบอสเสร็จเมื่อสักครู่นี่เอง ไปกันเถอะค่ะสาหิวแล้ว”
“โอเคครับงั้นไปรถผมนะครับ จอดอยู่ทางนู้น คุณสาจะไปไหนบอกนะครับ ผมอาสาเป็คนขับรถให้เอง”
“ได้เลยค่ะงั้นเดี๋ยวคุณภาคินขับไปตามทางที่สาบอกก็แล้วกันนะคะ”
“ก้ได้ครับแต่ผมมีบางเื่ที่อยากจะขอร้องคุณสา”
“อะไรเหรอคะ”รวิสาถามด้วยความแปลกใจ เมื่อชายหนุ่มจงใจหยุดประโยคขอร้องไว้แค่นั้น
“คุณสาช่วยเรียกผมว่าภาคได้ไหมครับอย่าเรียกผมว่าภาคินเต็มยศแบบนั้นเลยนะครับ”ภาคินมองหน้าหญิงสาวส่งแววตาขอร้องมาให้
“ก็ได้ค่ะ คุณภาคโอเคไหมคะ ทีนี้ก็ไปกันเถอะค่ะ” รวิสาบอกพลางส่งยิ้มที่ทำให้หัวใจภาคินกระตุกไปให้
“ร้านที่คุณสาจะพาผมมาทานอยู่ในตลาดนี้เหรอครับผู้คนพลุกพล่านดีจัง น่าสนุกนะครับ” ภาคินหันไปดูบริเวณโดยรอบซึ่งเป็ตลาดโต้รุ่ง
“คึกคักดีนะคะสาว่าแล้วว่าอย่างคุณภาคน่าจะชอบ”
“ทำไมละครับคุณสารู้ได้ไงว่าผมชอบบรรยากาศแบบนี้”
“สาคิดว่านักธุรกิจอย่างคุณภาคที่มีคนคอยขับรถให้คงไม่ค่อยได้มีโอกาสมาสถานที่แบบนี้บ่อยๆ นะสิคะสาไม่ได้ว่านะคะว่าคุณภาคเป็พวกไม่ติดดิน แต่คงไม่มีใครพาคุณภาคมามากกว่าสาเลยอาสาพาเที่ยวซะเลย ไปกันเถอะคะ ท้องสาร้องแล้ว”
“โอเคครับผมก็หิวแล้วเหมือนกัน”
“โอ้โหคนเยอะจังนะครับร้านนี้” รวิสาพาภาคินมาหยุดอยู่ตรงร้านข้าวต้มรถเข็นร้านหนึ่งที่คลาคล่ำไปด้วยผู้คน
“ใช่ค่ะมาทีไรก็เยอะแบบนี้ทุกที เพราะอาหารของอาแป๊ะทงอร่อย สะอาดที่สำคัญราคาไม่แพงด้วย”รวิสาอวดสรรพคุณเต็มที่
“โอ๊ะโชคดีจังโต๊ะนั้นเขาเรียกเก็บเงินพอดี” ภาคินชี้ไปยังบริเวณที่เด็กประจำร้านกำลังทำหน้าที่เก็บกวาดโต๊ะอยู่พอดี
“คุณภาคอยากทานอะไรคะร้านนี้อร่อยทุกอย่างเลยนะ แล้วจะรับเป็ข้าวต้มหรือข้าวสวยก็ได้คะ”
“ผมว่าให้ผู้ชำนาญการอย่างคุณสาจัดมาให้เลยดีกว่าครับผมทานได้หมด ขอแค่อย่าเผ็ดมากเป็พอ”
“งั้นได้เลยค่ะ สาสั่งเป็ข้าวต้มแล้วกันนะคะ”
“น้องคะสั่งอาหารหน่อยค่ะพี่เอาหอยลายผัดพริกเผา กุ้ยช่ายขาวผัดเต้าหู้หมูสับ ยำกุ้งเสียบผัดแขนงปลาเค็มหมูเคยเค็ม แล้วก็ข้าวต้มแดงสี่ถ้วยจ้ะ”
“ข้าวต้มแดงเป็ยังไงเหรอครับ” ภาคินถามด้วยความสงสัย
“อ๋อข้าวต้มแดง ก็คือข้าวต้มข้าวกล้องนะคะ หอมอร่อยแล้วก็มีประโยชน์ด้วยนะคะ”
“อ๋องั้นคนในเรือนจำก็คงจะแข็งแรงกันทุกคนเลยนะครับ”
“ทำไมละคะ” รวิสาสงสัย
“ก็คุณสาไม่เคยได้ยินเหรอครับว่าคนทำผิดก็ต้องถูกจับไปกินข้าวแดงในคุกนี่ทางตำรวจคงต้องเปลี่ยนนโยบายใหม่แล้วนะครับ ว่าห้ามใช้ข้าวแดงมาหุงให้นักโทษกินเพราะมันมีประโยชน์นักโทษสุขภาพดีมากๆ มีแรงเยอะ ไม่ดีแน่ถูกไหมครับ” ภาคินอธิบายยิ้มๆ
“แหมมีมุขกับเขาเหมือนกันนะคุณ”รวิสาแซวขำๆ
“ถ้าคุณสารู้จักผมไปนานๆคงรู้ว่าผมมีอะไรให้แปลกใจเยอะแยะแน่ครับ” ภาคินพูดอย่างมีเลศนัยพรุ่งนี้คงมีเื่ให้รวิสาแปลกใจกับตัวเขาอีกแน่ๆ
“อาหารอร่อยทุกอย่างจริงๆนะครับเนี่ย คุณสานี่ช่างหาร้านอร่อยจริงๆ ไว้คงต้องรบกวนอีกนะครับ”
“ได้เลยค่ะ รวิสาชวนชิมที่กรุงเทพฯ ก็มีหลายร้านนะคะที่สากับเพื่อนๆ พากันไปกินบ่อยไว้สาจะแนะนำให้คุณภาครู้จะได้พาเพื่อนหรือคนที่บ้านไปทานได้”
“แหมใจดีจังนะครับงั้นครั้งนี้ถือว่าเป็เดทแรกของเรานะครับ ไว้กลับไปกรุงเทพฯแล้วผมโทรหาคุณสานัดเดทรอบสองกันรู้ไหมครับว่าคุณสาเป็เครื่องสร้างความเจริญอาหารให้ผมได้อย่างดีเลยในเมื่อตอนนี้ผมมีเบอร์โทรศัพท์ของคุณสาแล้วหวังว่าคุณสาคงจะไม่ปฏิเสธนะครับ”
“เอ่อเดี๋ยวก่อนนะคะเดทแรกเหรอคะ?”รวิสาถามอย่างสงสัยในความคิดของคนตรงหน้าจริงๆ
“อ้าวก็คุณสาออกปากชวนผมมาทานมื้อค่ำด้วยกันแสดงว่าคุณอยากใช้เวลาพูดคุยทำความรู้จักผมให้มากขึ้น ไม่ใช่เหรอครับ”ภาคินพูดเย้าแหย่หญิงสาวตรงหน้า ที่จริงเขารู้จุดประสงค์ที่เธอชวนเขามาทานข้าวมื้อนี้อยู่แล้วเพียงแต่ไม่รู้ทำไมเขารู้สึกดีทุกครั้งที่ได้เห็นหน้าตาท่าทางทำตัวไม่ถูกแถมสีหน้าออกจะโกรธๆ นิดของเธอ มันช่างน่าดูนัก
“คุณภาคเข้าใจผิดแล้วค่ะนี่สาชวนคุณมาทานข้าวเพื่อจะเลี้ยงขอบคุณเื่เมื่อวานนะคะสาไม่ได้คิดอะไรเป็อย่างอื่นเลย” รวิสารีบตอบคิดไม่ถึงว่าภาคินจะมองว่าเธอหาเื่จีบเขาแล้วชงนออกเดทไปได้ยังไง
“เอาเถอะครับผมไม่ว่าอะไรหรอกดีซะอีกได้มาทานอาหารอร่อยกับสาวสวยเจริญอาหารจะตายไปคราวหน้าผมขอเป็เ้ามือบ้างนะครับรับรองผมจะพาคุณสาไปทานอาหารร้านอร่อยจนคุณสาติดใจต้องขอนัดผมอีกรอบสามรอบสี่แน่นอน”ภาคินยังไม่หยุดล้อหญิงสาวจนรวิสาจนใจไม่อยากต่อปากต่อคำอีกเพราะกลัวยิ่งพูดจะยิ่งเสียเปรียบนะสิ
“เฮ้อเอาไงก็เอาค่ะแต่คุณภาคต้องรับปากเป็เ้ามือให้สานะคะ เพราะเงินเดือนนักข่าวตัวเล็กๆอย่างสาคงเลี้ยงข้าวคุณบ่อยๆ ไม่ไหว ถือว่าเป็ค่าจ้างที่ทำให้คุณเจริญอาหารก็แล้วกันนะคะ”รวิสาตอบกลับอย่างคิดตก พอถึงเวลาอาจจะไม่ได้เจอกันอีกก็ได้แต่ใครจะไปคิดว่าสิ่งที่เธอคาดไว้นั้นผิดถนัด
“ด้วยความเต็มใจครับ” ภาคินตอบพลางยิ้มแก้มแทบปริ
“โอเคงั้น เดี๋ยวเราไปเดินเล่นย่อยอาหารที่ถนนคนเดินก่อนแล้วค่อยกลับก็แล้วกันนะคะคุณภาคจะได้ไม่อึดอัด”
“แหมรู้ใจจริงๆ ครับผมอร่อยจนเพลินทานข้าวต้มไปตั้งสี่ถ้วยแนะสงสัยพรุ่งนี้คงต้องออกมาวิ่งแต่เช้าแล้ว คุณสาสนใจไปวิ่งด้วยกันไหมล่ะครับ”ภาคินชวน
“ก็อยากวิ่งด้วยหรอกนะคะแต่พรุ่งนี้สามีนัดทานข้าวเช้ากับบอสแล้วก็มีสรุปงานกันยาวก่อนสาลาพักร้อนนะคะแถมพรุ่งนี้ยังต้องเตรียมตัวงานเข้า เอ๊ยเข้างานใหญ่ด้วย สาคงต้องขอตัวละคะ”
“อ๋อ โอเคครับว่าแต่คุณสาจะลาพักร้อนต่อที่นี่เหรอครับ” ภาคินถามอย่างสนใจ
“ใช่ค่ะแต่คงไม่ได้อยู่ที่นี่ต่อ สาว่าจะกลับไปภูเก็ตนะคะ สามีบ้านอยู่ที่นั่นจะได้ถือโอกาสกลับไปเยี่ยมญาติพี่น้องเพื่อนฝูงบ้างนะคะแค่นี้ก็โทรมาบ่นกันหูชาแล้วต้องกลับไปเจอหน้าบ้าง เดี๋ยวจะงอนตัดสาออกจากวงศาคณาญาติซะก่อน”
“คุณสาคงมีญาติพี่น้องแล้วก็เพื่อนๆอยู่ที่ภูเก็ตเยอะสินะครับ ผมเองก็เหมือนกัน ถ้ายังไงเราคงได้เจอกันอีกแน่ๆเพราะผมก็ต้องกลับไปดูงานที่ภูเก็ตต่อเหมือนกัน”
“รู้สึกว่าเราจะมีที่ที่ต้องไปซ้ำๆ กันเลยนะคะแต่ก็ดีคะสาจะได้รู้ว่ามีเพื่อนที่พึ่งพาได้อยู่ที่ภูเก็ตอีกคนเผื่อมีอะไรฉุกเฉินหรือสาถูกญาติกับเพื่อนๆ ตัดหางปล่อยวัดแล้วจะได้โทรรบกวนคุณภาคได้ไงละคะ”
“ด้วยความยินดีครับคุณสาโทรหาผมได้ตลอดเวลานะ ผมยินดีช่วยเหลือคุณสาทุกเื่เราเป็เพื่อนกันแล้วนี่ครับ” ภาคินอาสาอย่างเต็มใจเพราะตัวเขาเองก็อยากดูแลรวิสาให้สมกับที่เคยรับปากคุณขจรกับคุณพราวพรรณเอาไว้
“คืนนี้ผมสนุกมากจริงๆ อาหารก็อร่อยมากขอบคุณนะครับ” ภาคินกล่าวขอบคุณ เมื่อมาส่งหญิงสาวถึงหน้าห้องพักแล้ว
“เล็กน้อยค่ะสาเองก็ต้องขอบคุณนะคะที่คุณภาคช่วยขับรถให้สาทุกวันเลย”
“ด้วยความยินดีครับไว้ถ้า้าคนขับรถอีก บอกผมนะครับ หรือถ้ามีอะไรให้ช่วยโทรหาผมได้ตลอดเวลาไม่เว้นวันหยุดราชการนะครับ”
“ได้เลยค่ะงั้นวันนี้สาขอตัวก่อนนะคะ ราตรีสวัสดิ์ค่ะ”
“ราตรีสวัสดิ์หลับฝันดีนะครับ”
“เช่นกันคะ”พูดจบรวิสาก็เปิดประตูเข้าห้องไปภาคินรอจนประตูห้องหญิงสาวปิดสนิทแล้วจึงเดินกลับห้องพัก
ในที่สุดก็ถึงวันงานเลี้ยงเปิดตัวเครื่องเพชรชุดใหม่ของร้านกะรัตที่รวิสานับเวลาถอยหลังมาั้แ่กลับจากบ้านคุณจิตรีวันนี้แล้วสินะที่เธอจะได้พบกับผู้ต้องสงสัยอันดับหนึ่งหรือจะพูดได้ว่าเป็ผู้ต้องสงสัยเพียงคนเดียวที่เธอมีอยู่ในตอนนี้เมื่อคืนไมค์โทรหาเธอทันทีเมื่อเธอกลับเข้ามาในห้องเขาคงพยายามโทรติดต่อเธอหลายครั้งแล้วสังเกตได้จากจำนวนสายที่ไม่ได้รับในมือถือที่เธอวางลืมเอาไว้จนกระทั่งแบตหมดแล้ววันรุ่งขึ้นเขาก็ยังมากดออดปลุกเธอแต่เช้า ‘ไม่รู้จะห่วงอะไรเธอนักหนาเธอรู้ว่าไมค์เป็ห่วงเธอที่ภาคิน วงศ์บริรักษ์พักอยู่ที่โรงแรมเดียวกันนี้ไมค์ไม่ไว้วางใจเพราะตอนนี้นายภาคินเป็ผู้ต้องสงสัยที่เป็ไปได้มากที่สุดในคดีฆาตกรรมพ่อแม่ของเธอแต่นายภาคินคนนั้นจะรู้ได้ยังไงว่าเธอเป็ใคร ไมค์ไม่น่าจะห่วงจนเกินไป’รวิสาคงนึกไม่ถึงว่านายภาคิน วงศ์บริรักษ์จะอยู่ใกล้เธอและรู้จักเธอดีกว่าที่เธอคิดไว้เยอะ
“สาแต่งตัวเสร็จรึยังจ้ะ” ไมค์มารับรวิสาที่ห้องพักตามที่นัดไว้ยังไม่ทันจะกดออดครั้งที่สองรวิสาก็เปิดประตูออกมาพอดีวันนี้หญิงสาวดูสวยสง่าในชุดราตรีผ้าไหมญี่ปุ่นสีน้ำเงินเข้มขลับผิวเนียนละเอียดลออให้ดูงดงามยิ่งขึ้นรวิสาเกล้าผมหลวมๆ ปล่อยชายลงมาเล็กน้อยพร้อมติดเครื่องประดับผมซึ่งทำจากเพชรรูปมงกุฎเล็กๆตรงมวยผมด้านหน้าดูสวยงดงามราวเ้าหญิงนอกจากนั้นเธอยังสวมสร้อยข้อมือซึ่งทำจากทองคำขาวฝังด้วยเพชรเม็ดเล็กๆเรียงร้อยกันแบบสองเส้นซ้อนเป็เครื่องประดับอีกชิ้นหนึ่งเพียงเครื่องประดับสองชิ้นนี้ก็ช่วยเสริมให้หญิงสาวดูงดงามจนใครได้มองก็ต้องเหลียวหลังส่วนไมค์ที่แม้จะเคยเห็นรวิสาในชุดราตรีสวยๆ มาก่อนหน้านี้หลายครั้งหลายหนแล้วก็ยังอดตะลึงในความงดงามของเธอในวันนี้ไม่ได้อาจจะเป็เพราะั้แ่ที่รวิสามารับอาชีพนักข่าวเธอก็ไม่ค่อยได้ออกงานพิธีการบ่อยนักชุดที่สวมใส่ก็เป็แบบสบายๆ ที่ไมค์เห็นจนชินตามาวันนี้แหละที่เขาจะได้ฉวยโอกาสสร้างข่าวให้สาวสวยเพื่อนสนิทคนนี้ขยับฐานะมาเป็มากกว่าคำว่าเพื่อนสักทีถึงจะไม่ใช่ความจริงแต่คงจะช่วยกันหนุ่มๆให้ห่างไกลจากหญิงสาวไปได้บ้างไม่มากก็น้อยละ
“วันนี้สา สวยมากเลยรู้ไหม”ไมค์ยังคงจ้องมองนิ่งอยู่ที่หญิงสาวตรงหน้าแม้ว่ารวิสาจะปิดประตูห้องพร้อมกับสำรวจความเรียบร้อยให้ตัวเองเสร็จไปแล้วรอบหนึ่งจนเธอชักจะไม่แน่ใจแล้วว่าหน้าเธอมีอะไรติดอยู่จึงทำให้เพื่อนรักจ้องตาไม่กะพริบขนาดนี้
“รู้ว่าแต่หน้าฉันมีอะไรผิดปกติรึไงนายถึงได้จ้องขนาดนี้” รวิสาถามคนตรงหน้า
“เปล่าสักหน่อยแค่สวยไม่มีที่ติจนไมค์ตะลึงแค่นั้นเองรู้ไหมว่าสาไม่ได้แต่งตัวแต่งหน้าเต็มยศขนาดนี้มานานแค่ไหนแล้ว”
“ไม่รู้อ่ะ จำไม่ได้รีบไปกันเถอะไมค์เดี๋ยวเข้างานสายนะ ปล่อยให้เ้าของงานรอนานไม่ดีสาอยากเจอนายภาคินนั่นมาก ไมค์น่าจะรู้”รวิสาเร่งไมค์ที่ท่าทางจะได้สติกลับคืนมาครบสมบูรณ์แล้ว
“เพราะรู้ดีนะสิไมค์เลยขอเตือนสาอีกครั้งนะ อย่าไปทำอะไรให้เขาสงสัยเด็ดขาดว่าสาเป็ใครและ้าจะทำอะไร” ไมค์เตือนสีหน้าจริงจังเพราะไม่ว่าเขาจะพยายามปกป้องหญิงสาวเท่าไหร่ เขาก็ยังรู้สึกว่ามันไม่เพียงพออยู่ดีโดยเฉพาะกับนายภาคินอะไรนั่นั้แ่วันที่เขามาถึงและเห็นรวิสายืนพูดคุยอย่างสนิทสนมอยู่กับคนคนนั้นความรู้สึกของเขาก็เริ่มไม่มั่นคงรู้สึกหวั่นเกรงเหมือนว่ากำลังจะมีมืออันแข็งแกร่งมาเอื้อมคว้าจับหญิงสาวตรงหน้าไปยังไงอย่างนั้น
“ไม่เอาน่าไมค์สารู้ว่าสาห้ามไม่ให้ไมค์ห่วงไม่ได้ แต่บอกให้รู้อย่างนึงนะงานนี้สาไม่ปล่อยให้พลาดแน่ไม่ค์เองก็รู้ดีว่าสารอเวลาที่จะลากคอคนทำผิดมาลงโทษให้ได้นานแค่ไหนแล้วที่สาคอยตามสืบหาเบาะแสต่างๆ ซึ่งไม่เคยเจอเลย จนกระทั่งอยู่ๆโอกาสและข้อมูลมันก็โผล่มาวางอยู่ตรงหน้าพร้อมกัน สาไม่มีวันทำงานนี้พลาดแน่ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม สาจะทำทุกอย่างให้ไอ้ฆาตกรเลวนั่นมันเข้าคุกให้ได้ขอให้สาสืบให้แน่ใจซะก่อนเถอะ” รวิสาพูดอย่างหมายมาดเธอเฝ้ารอเวลาที่จะได้ชำระแค้นกับคนที่มันทำร้ายคนที่เธอรักที่สุดมานานเกินพอแล้ว
“คนเยอะมากเลยนะเนี่ยที่สำคัญมีแต่คนดังๆ ทั้งนั้น ทั้งดารา เซเล็ปชื่อดังเต็มไปหมดเลยสมแล้วที่เป็งานเปิดตัวเครื่องเพชรของร้านจิวเวอรี่ชื่อดังอย่างกะรัต”รวิสาพูดกับไมค์เมื่อเธอเดินเข้าสู่สถานที่จัดงานซึ่งคลาคล่ำไปด้วยแขกรับเชิญมากมายของนายภาคินวงศ์บริรักษ์
“แน่นอนล่ะสาได้ยินว่าเครื่องเพชรที่จะเปิดโชว์วันนี้ขุดได้มาจากขุมเพชรบ่อใหม่ใต้ท้องทะเลลึกเลยนะคนส่วนใหญ่ที่มาคงไม่ได้มาชมเครื่องเพชรอย่างเดียวแน่คงอยากจะรู้เื่แหล่งเหมืองเพชรขนาดย่อมมากกว่าว่าอยู่ตรงไหนที่แปลกประหลาดและสำคัญที่สุดก็คือมันอยู่ใต้ทะเลนี่ล่ะ”
“ก็จริงของนายว่าแต่ยัยกัลมาถึงรึยังเนี่ย นายรอฉันอยู่แถวนี้ก่อนก็แล้วกันนะไมค์ฉันขอไปโทรศัพท์หายัยกัลหน่อย”
“โอเคเลยครับคุณผู้หญิงรีบไปรีบมาก็แล้วกัน”
“ค่าบอสไม่ต้องห่วงนักก็ได้ เดี๋ยวลูกน้องคนนี้จะรีบไปรีบมานะเ้าคะ”รวิสาประชดพลางทำท่าล้อเลียนไมค์ก่อนจะรีบเดินออกไปโทรหากัลยา
“ว่าไงสายัยกัลอยู่ที่ไหนแล้วเนี่ย” ไมค์ถามเมื่อเห็นรวิสาเดินกลับเข้ามาในงานแล้ว
“ยัยกัลติดธุระด่วนมางานนี้ไม่ได้แล้วละไมค์ เข้าไปในงานกันเถอะ” รวิสาพูดจบก็พากันเข้าไปในงานไมค์ถือโอกาสให้รวิสาเดินคล้องแขนตนควงคู่กันเข้าไป เรียกสายตาหลายคู่ให้หันมามองได้เป็อย่างดีเพราะชายหนุ่มเองก็มีหน้ามีตาในสังคม จัดอยู่ในกลุ่มเซเลปที่มีหน้าตา ฐานะครบสูตรสมเป็หนึ่งในสิบหนุ่มฮ็อตของเมืองไทยไม่แพ้ภาคิน วงศ์บริรักษ์ เช่นกันส่วนรวิสาซึ่งสวยจับใจชายหนุ่มหลายคนก็ตกเป็เป้าสายตาทั้งหนุ่มเล็กหนุ่มใหญ่รวมทั้งบรรดาคุณหญิงคุณนายและสาวๆมากมายทั้งที่ชื่นชมและนึกอิจฉาตาร้อนเมื่อเห็นเธอควงคู่มากับชายหนุ่มซึ่งเป็ที่หมายตาของบรรดาสาวๆมากมาย
“ไมค์นี่นายแน่ใจนะว่าสาจะไม่โดนดักรุมตบน่ะ” รวิสาพูดขึ้นเมื่อหันไปสบตาบรรดาสาวน้อยสาวใหญ่ ซึ่งมองมาที่เธอด้วยสายตาแปลกๆ
“ไมค์ไม่ปล่อยให้ใครมาทำอะไรสาได้หรอก”ไมค์พูดจริงจัง พร้อมกับกระชับวงแขนที่หญิงสาวคล้องอยู่แน่นขึ้นจนรวิสาต้องละสายตาจากบรรดาสาวๆ หันกลับมามองคนข้างตัวและต้องประหลาดใจกับสายตาของไมค์ซึ่งกำลังมองตรงไปข้างหน้าเธอจึงมองตามจนสบตาเข้ากับสายตาคู่หนึ่งที่คุ้นเคยและจ้องมองมาก่อนแล้ว
“นั่นคุณภาคินนี่มางานนี้ด้วยเหรอเนี่ย” ยังไม่ทันที่ไมค์จะได้อธิบายคนที่เธอพูดถึงก็เดินเข้ามาใกล้ตัวแล้ว
“คุณสาคุณไมค์ยินดีต้อนรับเข้าสู่งานครับ วันนี้คุณสาสวยมากนะครับแต่เท่าที่ผมจำได้คุณบอกว่าต้องมางานนี้ในฐานะนักข่าวนี่ครับทำไมถึงควงมากับคุณไมค์ในชุดนี้ได้ละ”
“ผมขอให้สามาเป็คู่ควงในงานนี้เป็แขกของคุณภาคินอีกคนหนึ่งไงละครับส่วนหน้าที่นักข่าวผมสั่งให้ลูกน้องคนอื่นจัดการแทนแล้วไม่ทราบว่าคุณภาคินมีอะไรรึเปล่าครับ”
“ใครจะกล้ามีอะไรกับแขกที่ได้รับเชิญมาในงานกันละครับเชิญเข้าข้างในดีกว่า”พูดจบภาคินก็เดินนำเข้าไปในงานพร้อมกับรวิสาซึ่งรู้สึกเอะใจขึ้นมาทันทีกับนายภาคินที่เธอรู้จักเพียงแค่ชื่อแต่เธอไม่เคยรู้ถึงฐานะ การงานของคนตรงหน้าเลยด้วยซ้ำ เป็เพราะเธอไม่เคยคบหาใครเพราะฐานะหรือหน้าตาทางสังคมมาก่อนเลยไม่ได้ใส่ใจจะถามไถ่ั้แ่ต้นมาตอนนี้เธอชักนึกเสียใจขึ้นมาแล้วว่าเธอพลาดอะไรไปหรือเปล่ายังไม่ทันที่เธอจะได้เอ่ยปากถามคนข้างกายก็มีเสียงเรียกตัวเ้าของงานจากพิธีกรบนเวทีขึ้นมาเสียก่อน