ตอนที่ 25 ฉินหงเฉิน
ที่ด้านหน้าสำนักคุ้มภัยฉลามขาวมีกลุ่มคนสองกลุ่มกำลังวิวาทกันกลุ่มที่แต่งตัวสีขาวมีจำนวนน้อยกว่าอย่างเห็นได้ชัดอีกพวกนั้นพยายามจู่โจมทำลายข้าวของ
“พวกฉลามอ่อนแออย่างพวกเ้าทำไมยังมีหน้ามาอยู่ในพื้นที่แถบนี้ ที่นี้ต้องเป็สำนักที่มีชื่อถึงอยู่ได้นะโว้ย”
“ไอ้พวกสมาคมเหยี่ยวครามพวกแกจะมากเกินไปแล้วนะ”
“ใช่พวกมันทั้งตัดราคาแย่งงานพวกเรา กุเื่ป้ายสีอีกทั้งยังส่งคนมาก่อกวนเพื่อให้สำนักฉลามขาวเราทำงานลำบาก”
“ใช่ถ้าไม่ใช่เพราะท่านหัวหน้าสำนักาเ็หนัก พวกมันยังจะกล้ากำเริบสืบสานขนาดนี้เหรอ”
“พวกอ่อนแอพวกนี้จะพล่ามอะไรนักหนาอย่างพวกแกอีกไม่นานคงไม่มีเงินง่ายภาษีของเมือง สุดท้ายก็ต้องโดนเฉดหัวไปอยู่ดีทำไมไม่สู้ออกไปซะตอนนี้ ยังพอดูมีหน้ามีตา”
“ย่งปี้อย่างเ้าน่ะหุบปากซะ ไอ้เนรคุณ หัวหน้าสำนักอุตส่าห์ดูแลแกอย่างดี แต่พอเวลาลำบากแกกับทิ้งไปอยู่กับไอ่พวกสมาคมเหยี่ยวคราม”
“ดูแลอะไรวะข้าเบื่อแล้วกับสมาคมกินแกลบของพวกแก นกที่ดีต้องรู้จักเลือกรัง ถึงจะเติบโตจำใส่กะลาหัวไว้ด้วย ฮ่าฮ่าฮ่า”
“ข้าทนไม่ไหวแล้วย่งปี้ วันนี้ข้าขอแลกชีวิตกับเ้า”พูดจบชายชุดขาวก็ถือดาบพุ่งเข้าหาย่งปี้ ย่งปี้ใช้ดาบฟันต่อสู้แต่แค่ไม่กี่กระบวนท่าชายชุดขาวกับพ่ายแพ้
“บัดซบย่งปี้ ถ้าเ้าไม่มีดาบลายคราม ข้าจะพ่ายแพ้เ้าได้เยี่ยงไร”
“พล่ามอะไรนักวะแพ้ก็คือแพ้ อาวุธก็ถือว่าเป็พลังอย่างหนึ่ง แต่สมาคมยาจกอย่างพวกแกคงไม่มีวันได้ััฮ่าฮ่าฮ่า”กลุ่มคนชุดฟ้ากว่าร้อยคนต่างหัวเราะกันดังไปทั่วบริเวณกลุ่มคนชุดขาวกัดฟันมือกำแน่นด้วยความโกรธ
คนสำนักฉลามขาวทนไม่ไหว ต่างชักอาวุธโจมตีต่อสู้พวกสมาคมเหยี่ยวครามหาได้เกรงกลัวไม่ มัน้าให้เป็เยี่ยงนี้อยู่แล้ว การต่อสู้ดำเนินไปได้ครึ่งก้านธูปสำนักคุ้มภัยฉลามขาวเสียเปรียบทั้งอุปกรณ์และจำนวนกำลังถึงตาจน
ทันใดนั้นมีสตรีชุดแดงพุ่งทะยานร่างเข้ามานางเกล้าผมเป็หางม้า ดวงหน้างามคมกลิบ คิ้มเข้ม คอยาวระหงแต่แฝงด้วยความองอาจดุจชายชาตรี ที่มือบางถือดาบเร่งเร้าพลังปราน ก่อนจะปล่อยออกมาเป็คลื่นดาบโจมตีไปที่กลุ่มสำนักเหยี่ยวคราม
เปรี้ยง อ้าก
“บัดซบนั่นมันฉินหงเฉิน ลูกสาวหัวหน้าสำนักฉลามขาวนี้”
“นางมาอยู่ที่นี้ได้ยังไงไหนว่านางออกจากเมืองไปเมื่อเช้า?”
“ฉินหงเฉินเ้าทำอะไร? ไม่รู้หรือไงเป็พวกเ้าสำนักฉลามขาวที่จู่โจมพวกเราก่อนพอทหารลาดตระเวนมาถึงพวกเ้าต้องได้รับโทษอย่างสาสม”ย่งปี้พูดอย่างโกรธเกี้ยวดาบเมื่อกี้เกือบทำให้มันต้องาเ็ไปแล้ว
“สุนัขที่ไม่รู้จักคุณเ้าของเดี๋ยวนี้ช่างเห่าได้เก่งยิ่งนัก ข้าคงต้องสั่งสอนสุนัขอย่างเ้าแทนท่านพ่อ!” พูดจบร่างบางในชุดแดงพุ่งกายเข้าหาย่งปี้
ย่งปี้ตื่นตระหนกมันนั้นรู้จักความร้ายกาจของสตรีชุดแดงตรงหน้าดี ฉินหงเฉินลูกสาวคนเดียวของ ฉินฮ่าวซ่ง หัวหน้าสำนักคุ้มภัยฉลามขาวนางนั้นอายุได้แค่ยี่สิบเอ็ดปี กับอยู่ถึงขอบเขตสร้างรากฐานแล้ว ดาบในมือฉินหงเฉินวาดออกย่งปี้ยกดาบต้านรับ
เปรี้ยง มันกระเด็นไปไกลด้วยกระบวนท่าเดียวมือของมันชาด้าน สตรีชุดแดงไม่หยุดเร่งกายฝ่าตามมา กลุ่มผู้ฝึกยุทธ์ของสมาคมเหยี่ยวครามคนแล้วคนเล่าที่ขวางทางนางต่างโดนจัดการดุจผู้ใหญ่สู้กับเด็ก
ก่อนที่ฉินหงเฉินจะเข้าไปจัดการย่งปี้ทันใดนั้นมีง้าวสีฟ้าที่แฝงไว้ด้วยพลังปรานแกร่งฟาดเข้าหาฉินหงเฉินไม่ตื่นตระหนกในมือใช้ออกด้วยเพลงดาบสกุลฉินต้านรับการโจมตีของผู้มาเยือนได้อย่างไม่เพลี่ยงพล้ำ
“น้องหงเฉินไม่ใช่แค่มีความงดงามปานล่มเมือง อีกทั้งด้านการฝึกยุทธ์ยิ่งร้ายกาจยิ่งนักพี่เจินเลื่อมใสเลื่อมใส”ผู้กล่าวคือชายวัยกลางคนสูงกว่าคนทั่วไปหนึ่งศีรษะ สวมเสื้อเกราะสีฟ้าในมือถือง้าว มันคือ อู้เจินลูกชายของหัวหน้าสมาคมเหยี่ยวฟ้าปีนี้มันอายุได้ห้าสิบปี เป็นักพรตขอบเขตสร้างรากฐาน
“เพ้ย น้องอันใดพี่อันใด อู้เจินเ้าแก่จนจะเป็พ่อข้าได้ ช่างกล่าวไม่อายปาก” อู้เจินได้ยินดังนั้นถึงกับหน้าเสียมันนั้นมีลูกมีภรรยาแล้ว แต่มันนั้นได้หลงรักสตรีชุดแดงนางนี้ั้แ่แรกเห็นพยายามทุกวิถีทางเพื่อให้ได้นางมาครองแต่ก็ไม่สำเร็จ
“น้องหงเฉินกล่าวล้อเล่นแล้วในเส้นทางผู้บำเพ็ญเพียรขอบเขตสร้างรากฐานอายุเท่าข้ายังถือว่าเป็วัยหนุ่มฉกรรจ์”
“หนุ่มฉกรรจ์?อู้เจินเ้าอายุห้าสิบปีพึ่งเข้าขอบเขตสร้างรากฐานไม่รู้พ่อเ้าทุ่มเทเงินทองหาของบ่มเพราะให้เ้าเท่าไหร่ ชาตินี้คงไม่มีโอกาสไปถึงขอบเขตก่อกำเนิดช่างเสียของเปล่าแล้ว”อู้เจินได้ยินก็โกรธแค้นมันแม้ไม่ได้อยู่ในแถวหน้าของคนทั่วทั้งแผ่นดินแต่ในเมืองชุนหนิวแห่งนี้มันก็ถือว่าไม่ได้แย่เท่าไหร่นักมันแย่จนเกินไป?หรือว่านางมาตฐานสูงเกินไป?
มันกำลังจะสั่งสอนสตรีนางนี้แต่ทันใดนั้นได้มีกองทหารขี่ม้าสวมเกราะควบเข้ามากลุ่มหนึ่งผู้นำสวมเกราะแม่ทัพแห่งอณาจักลิขิตฟ้า
“หยุดเดี๋ยวนี้!พวกเ้ากล้าก่อเื่ในเมืองชุนหนิวในเขตที่ข้าดูแลอยู่ไม่เห็นข้าในสายตากันใช่มั้ย”แม่ทัพวัยกลางคนะโก้อง รังสีลมปราณก่อรูปร่างจนมืดครึ้มผู้คนในบริเวณถึงกับหน้าถอดสีไม่กล้าหายใจแรง
“ลุงกู้ข้า...” ฉินหงเฉินชงักคำเมื่อเห็นสายตาถมึงของแม่ทัพกู้“...ท่านแม่ทัพกู้ท่านดูพวกสมาคมเหยี่ยวครามนั้นยกพวกมาหาเื่สำนักคุ้มภัยฉลามขาวของพวกข้าข้าก็ต้องป้องกันตัวเองจริงมั้ย”
“ท่านแม่ทัพกู้ฟังข้าก่อนพวกข้ามายังสำนักคุ้มภัยฉลามขาวนี้เพื่อมาสอบถามอาการของหัวหน้าสำนักฉินไม่ทราบทำไมคนของสำนักนี้ถึงได้ดุร้ายจู่โจมพวกข้าก่อน” อู้เจินกล่าว ฉินหงเฉินเบิกตากว้าง
“น่าไม่อายพวกเ้ามาหาเื่พวกเรายัง!”
“พอได้แล้ว! พวกเ้าสองคนเดี๋ยวไปรอเจอกับข้าที่ค่ายแม่ทัพ”
“แต่พวกมันมาหาเื่พวกข้าก่อน ข้า…”
“หงเฉินหยุดเถอะ”ทันใดนั้นแว่วเสียงวัยกลางคนที่ดูเหนื่อยล้าขึ้นมาผู้มาเป็ชายวัยกลางคนแต่งด้วยชุดขาว นั่งไว้ด้วยรถเลื่อนเมื่อฉินหงเฉินเห็นดังนั้น จึงตาเบิกว้างขึ้นเล็กน้อย
“ท่านพ่อ! ท่านออกมาทำไม อาการท่านยังไม่ดีขึ้นเลยท่านหมอบอกว่าท่านควรพักผ่อนให้มาก”
“ตื่นตะหนกอันใดข้าก็ไม่ใช่เด็กๆแล้ว”
“พี่กู้ข้าอบรมบุตรสาวไม่ดีขอท่านอย่าได้ถือสา”แม่ทัพกู้เมื่อเจอสหายของตน ในตาก็อ่อนลง
“ชั่งเถอะบ้านเมืองมีขื่อมีแปร หลังจากนี้ให้ฉินหงเฉิน และ อู้เจินมาพบข้าพวกเ้าแยกย้ายไปให้หมด”
หลังจากทุกคนจากไปฉินหงเฉินก็เข็นรถพาพ่อเข้าไปในสำนักฉลามขาว“ท่านพ่อท่านดูพวกสารเลวเหยี่ยวครามพวกนี้ พวกมันหาเื่เราไม่เลิก ถ้าไม่ใช่เพราะท่านพ่อต้องาเ็เพราะช่วยหัวหน้าสมาคมเหยี่ยวครามไว้”
“พวกสุนัขพวกนี้ไม่รู้จักบุญคุณยังจะกล้ามาทำเื่แบบนี้”
“ท่านพ่อข้าลองออกนอกเมืองไปหาข่าวเื่สมบัติวิเศษถ้าพวกเราได้มันมาเราก็ไม่ต้องกังวลเื่ค่าใช้จ่าย”
“ช่างเถอะหงเฉิน...เ้าเป็สตรีไม่ควรมาทำเื่ของบุรุษ เื่สำนักให้ข้าจัดการเอง”
“ไม่เอา หงเฉินจะช่วยท่านพ่อ... ท่านคอยดูข้าจะรับ่ต่อสำนักเราต่อเองจะให้กับมายิ่งใหญ่ไม่ให้แพ้ตอนที่ท่านยังดูแลเลย”
ฉินฮ่าวซ่งส่ายหัว บุตรีของมันหน้าตางดงามไม่ยอมออกเรือนมัวแต่ทำเื่ของบุรุษ นอกจากหน้าตาของนางแล้วที่เหลือไม่มีอันใดเหมือนกับมารดาที่ล่วงลับของนางเลยซักนิด