บทที่ 24 ยาเม็ดบำรุงพรรณ
จื่อเฉียนเกอกำลังจะพูดอะไรสักอย่าง เสียงของหญิงสาวสองคนก็ดังมาไม่ไกลนัก หนึ่งในนั้นพูดด้วยน้ำเสียงที่ค่อนข้างหวั่นๆ ว่า
“พี่หว่านเอ๋อร์ วันนี้ฮูหยินได้เม็ดยาบำรุงพรรณมาแล้ว ใบหน้าของคุณหนูสามจะกลับมาเหมือนเดิมแล้วใช่หรือไม่?”
หญิงสาวที่ชื่อหว่านเอ๋อร์ พูดด้วยน้ำเสียงไม่แน่ใจว่า “เฉี่ยวเอ่อร์เื่นี้ข้าเองก็ไม่รู้เหมือนกัน ตอนแรกหมอฉินบอกว่ามีโอกาสแค่สี่ส่วน แต่ตลอดสองเดือนที่ผ่านมาได้ใช้สมุนไพรล้ำค่ามากมายเพื่อใช้รักษาคุณหนูสาม
ตอนนี้สภาพก็ขึ้นมากแล้ว หมอฉินบอกว่าถ้าใช้เม็ดยาบำผิวพรรณตอนนี้ ก็มีโอกาสมากถึงเก้าส่วน”
เฉี่ยวเอ่อร์โล่งใจเล็กน้อยเมื่อได้ยินเช่นนั้น นางยิ้มเล็กน้อยแล้วกล่าวว่า “หวังว่าคุณหนูสามจะกลับมามีใบหน้าที่งดงามเช่นเดิมโดยเร็ว ชีวิตของพวกเราจะได้สบายขึ้นบ้าง”
หว่านเอ๋อร์ขมวดคิ้วเล็กน้อย พูดว่า “ใช่แล้ว สองเดือนมานี้คุณหนูสามอารมณ์แปรปรวนมากขึ้นเรื่อยๆ พวกเราเหล่าสาวรับใช้ก็ทำงานลำบาก
เอาเถอะท่านผู้นำตระกูลน่าจะมาถึงแล้ว เรารีบยกชาไปให้ท่านเถอะ เดี๋ยวจะถูกตำหนิอีก”
เฉี่ยวเอ่อร์พยักหน้า “เ้าค่ะ พี่หว่านเอ๋อร์ เช่นนั้นพวกเรารีบไปกัน”
ขณะที่พวกนางกำลังจะรีบเดิน ลมเย็นะเืก็พัดมาอย่างฉับพลัน ทั้งสองหยุดเดิน มองไปรอบๆ เมื่อเห็นว่าไม่มีอะไรผิดปกติจึงเดินต่อไป
หลังจากที่พวกนางเดินจากไป ฮั่นตั้นพูดด้วยความชื่นชมว่า “พี่หญิง เ้าช่างมีความสามารถจริงๆ เพียงแค่กระพริบตาเดียวก็วางยาเรียบร้อยแล้ว”
จื่อเฉียนเกอยิ้มเ้าเล่ห์ “เื่เล็กน้อย รู้สึกเหมือนกำลังจะนอนแล้วมีคนเอาหมอนมาให้ช่างดีจริงๆ ชากานี้ใช้ได้ทั้งครอบครัวเลยทีเดียว”
ฮั่นตั้นแสดงความกังวลว่า “พี่หญิง ได้ยินว่าหมอฉินก็อยู่ที่นี่ด้วย เขาจะไม่รู้จริงหรือว่าชานี้มีปัญหา?”
จื่อเฉียนเกอบอกอย่างมั่นใจว่า “ไม่ต้องห่วง ของที่ข้าปรุงขึ้น ไม่มีทางถูกพบได้ง่าย ๆ ไปกันเถอะ เราไปดูละครที่ห้องของคุณหนูสามกันก่อน เดี๋ยวค่อยไปเดินเล่นในบ้านตระกูลหลิวกันต่อ”
ฮั่นตั้นรู้สึกหวั่นๆ เมื่อได้ยินคำว่า “เดินเล่น” เพราะมันดูเหมือนจะมีบางอย่างแอบแฝง
องครักษ์ที่คอยคุ้มกันอยู่ด้านหลัง เมื่อเห็นร่างเล็กๆ ที่ซ่อนตัวอยู่ในมุมมืด ดูราวกับกลมกลืนไปกับอากาศ ก็รู้สึกปวดหัว แต่ก็อดชื่นชมไม่ได้
พลังอ่อนแอแค่นี้ กลับกล้าที่จะมาบ้านตระกูลหลิวเพื่อแก้แค้นอย่างโจ่งแจ้ง นางชักจะกล้ามากเกินไปแล้วจริงๆ
จื่อเฉียนเกอมองเข้าไปในห้องผ่านหน้าต่าง เห็นชายวัยกลางคนสวมชุดคลุมสีน้ำเงินเข้ม ใบหน้าดูเคร่งขรึม นั่งอยู่บนที่นั่งหลัก
ข้างๆ เป็หญิงสาวที่มีใบหน้าสวยงาม ดูเย้ายวน อายุราวสามสิบปี ดูจากใบหน้าก็พอเดาได้ว่าเป็บิดามารดาของพี่น้องตระกูลหลิวทั้งสามคน
หญิงสาวที่สวมผ้าคลุมหน้า ดูไม่สบายใจ และกังวล กระวนกระวายว่า “ท่านพ่อ ท่านแม่ ทำไมหมอฉินยังไม่มาอีกล่ะเ้าคะ?”
ฮูหยินหลิวเข้าใจความรู้สึกของลูกสาว จึงปลอบโยนว่า “ลูกรักรออีกสักหน่อยนะ แม่ให้พี่ชายเ้าไปตามแล้ว เดี๋ยวเขาก็มา”
ผู้นำตระกูลหลิวก็บอกว่า “ซวงเอ๋อร์ ไม่ต้องเป็ห่วง หมอฉินเคยพูดแล้วว่า เม็ดยาบำรุงพรรณนี้มีโอกาสถึงเก้าส่วนที่จะทำให้เ้ากลับมามีใบหน้าที่งดงามดังเดิม ถึงแม้ว่าอาจจะยังไม่สมบูรณ์แบบ แต่เขาก็มีวิธีที่จะแก้ไข รออีกสักหน่อยนะลูก”
หลิวซีซวงตอบอย่างว่าง่ายว่า “เ้าค่ะ ท่านพ่อ”
ทันทีที่เธอพูดจบ ก็มีเสียงฝีเท้าดังมาจากด้านนอก หลิวซีเหวินเดินเข้ามาเป็คนแรก แล้วรายงานว่า “ท่านพ่อ ท่านแม่ หมอฉินมาถึงแล้วขอรับ ระหว่างทางเจอป้าสะใภ้รองและเฟยเฟย พวกนางก็ขอตามมาด้วยขอรับ”
ผู้นำตระกูลหลิวขมวดคิ้วเล็กน้อย แล้วพยักหน้า “ให้พวกนางเข้ามา”
หญิงสาวที่สวมชุดสีแดงสด ดูงดงามอลังการ เดินเข้ามาพร้อมกับเด็กสาวหน้าตาน่ารักอายุราวสิบกว่าขวบ ก้มศีรษะคารวะ แล้วพูดคุยทักทายสักพัก ก่อนจะหัวเราะอย่างอ่อนหวานว่า
“ได้ยินว่าฮูหยินได้เม็ดยาบำรุงพรรณมาแล้ว ใบหน้าของคุณหนูสามก็จะกลับมางดงามได้ นี่ถือเป็เื่ดีจริงๆ ป้าสะใภ้ตั้งใจมาดูผลของเม็ดยาบำรุงพรรณด้วยตัวเอง คุณหนูสามคงไม่ถือสาใช่หรือไม่?”
หลิวซีซวงพยายามกลั้นความไม่พอใจเอาไว้ แล้วตอบอย่างว่าง่ายว่า
“เื่แค่นี้เองข้าไม่ถือสาหรอกเ้าค่ะ ต้องขอบคุณป้าสะใภ้รองและเฟยเฟยที่เป็ห่วง”
ฮูหยินหลิวรู้ว่าลูกสาวของนางเองก็ใจร้อนเช่นกัน จึงเร่งว่า “เช่นนั้นก็เริ่มกันเลย ซวงเอ่อร์ กินเม็ดยาบำรุงพรรณเร็วลูก” พูดจบก็ส่งขวดยาให้กับหมอฉินที่ยืนเงียบมาตลอด
หมอฉินตรวจสอบอย่างละเอียด แล้วพยักหน้า “เป็เม็ดยาบำรุงพรรณจริงๆ ขอรับ คุณภาพก็ดีเยี่ยมเช่นกัน”
หลิวซีซวงกลั้นความตื่นเต้นเอาไว้ รับขวดยามาแล้วค่อยๆ เผยผ้าคลุมหน้า รีบกลืนเม็ดยาลงไป ยาละลายในปากทันที หลิวซีซวงได้กลิ่นหอมเฉพาะตัวของยาชั้นสูง แล้วพูดอย่างดีใจว่า “หมอฉิน ต้องใช้เวลานานแค่ไหนกว่าจะหาย?”
หมอฉินตอบอย่างเรียบเฉย “ราว ๆ ครึ่งชั่วยามขอรับ ท่านผู้นำ ฮูหยิน ข้าขอลงไปเตรียมน้ำยาทำความสะอาดก่อน เดี๋ยวจะกลับมาใหม่”
ผู้นำตระกูลหลิวพยักหน้า “ได้ ไปเถอะ”
สองเดือนที่ผ่านมา ฮูหยินหลิวเหนื่อยใจกับใบหน้าของหลิวซีซวงมาก ตอนนี้จึงโล่งใจ นางยกมือไปหยิบถ้วยชาที่โต๊ะข้างๆ แต่กลับพบว่ายังไม่มีชา จึงขมวดคิ้วเล็กน้อยแล้วสั่งว่า “หว่านเอ๋อร์ เอาชามา!”
หว่านเอ๋อร์รออยู่หน้าประตู เมื่อได้ยินคำสั่งของฮูหยิน จึงรีบเดินเข้ามาเทน้ำชาร้อนๆให้ทุกคนในห้อง
เมื่อเห็นว่าทุกคน รวมทั้งหลิวซีซวง ดื่มชาที่ไปแล้ว ดวงตาของจื่อเฉียนเกอก็เปล่งประกายด้วยรอยยิ้มที่น่ากลัว
ฮั่นตั้นสงสัยมาก จึงถามว่า “พี่หญิง เ้าวางยาอะไรพวกเขา?”
เมื่อได้ยินคำถาม เธอก็ยิ้มกว้าง เผยให้เห็นฟันขาวเรียงราย พูดเยาะเย้ยว่า “ยาเร้าอารมณ์ชั้นเลิศ!”
ฮั่นตั้น “…”
จื่อเชียนเกอทำหน้าเบื่อหน่ายกับการพูดคุยของฮูหยินทั้งสองคน
พอเห็นสาวใช้สองคนที่มานำน้ำชามายืนอยู่หน้าประตู จึงหยิบเม็ดยาเล็กๆ ออกมาจากมิติ แล้วโยนไปที่พื้นใกล้ๆ เท้าพวกนางแล้วพึมพำว่า “พวกเ้าอย่าไปรบกวนพวกเขาเลยดีกว่า”
ฮั่นตั้นพูดด้วยความเหนื่อยหน่าย “พี่หญิง จะไม่ไปดูพวกเขาหน่อยหรือ?”
จื่อเฉียนเกอยักหน้า “แน่นอนว่าไม่ ข้าไม่อยากทำให้สายตาเสีย ข้าจะใช้โอกาสนี้ไปเดินเล่นในบ้านตระกูลหลิว ยังไม่ต้องรีบไปหรอก ดูกันไปก่อน”
ฮั่นตั้น “…”
ไม่ถึงหนึ่งก้านธูป ทุกคนในห้องก็เริ่มรู้สึกไม่สบายตัว เฟยเฟยซึ่งมีขั้นพลังน้อยที่สุด ใบหน้าแดงก่ำ พูดจาเสียงอ่อยและหลังจากนั้นหลิวซีซวงก็มีอาการเช่นเดียวกัน
หลิวซีเหวินยังไม่เข้าใจ เขาขมวดคิ้วแล้วพูดว่า “ทำไมถึงร้อนอย่างนี้ล่ะ?”
ฮูหยินหลิวเป็คนแรกที่รู้ว่าร่างกายตัวเองผิดปกติ จึงร้องออกมา “ท่านพี่ เราถูกวางยา!” ถึงแม้เสียงของนางจะดัง แต่ก็ฟังดูอ่อนหวานและเย้ายวนกว่าปกติ