“ท่านพ่อเหตุใดพวกเราถึงต้องทน ข้าอยากจัดการพวกบ้านสามให้รู้แล้วรู้รอด” หลินฟงเอ่ยด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ
หลังกลับถึงบ้าน หลินฟงก็เล่าเรื่องราวทุกอย่างให้บิดาฟังทั้งหมด หลินเฉินไม่ได้ต่อว่าหลินฟง อย่างที่เจ้าตัวคิด เขาจึงกินขนมที่แย่งชิงมาจากเจ้าซูเหมินอย่างสบายใจ
“ข้าว่าเจ้าขี้โรคมันไม่ได้ป่วยจริง ๆ พวกบ้านสามมันต้องเล่นไม่ซื่อแน่ ๆ ท่านพ่อ” หลินฟงไม่มีทางเชื่อได้ว่าหลินซานจะสามารถดักจับสัตว์ได้
ชายวัยกลางคนยังคงนั่งครุ่นคิด โดยไม่ได้เอ่ยอะไรออกมา หลินฟงมองดูก็รู้ว่าบิดาตนฉลาดเพียงใด หลังจากปู่จากไปบิดายังสามารถทำให้ตระกูลหลินกลับมารุ่งเรืองได้อีกครั้ง
หลินฟงจึงนับถือหลินเฉินมาก มีเพียงหลินเฉินที่พอจะทำให้หลินฟงเชื่อฟังได้
“หรือเราจะจ้างนักเลงไปจัดการพวกมันอีกครั้ง อย่างไรก็ไม่มีใครจับได้” หลินฟงเสนอไป หวังได้รับคำชื่นชม
แต่ได้รับฝ่ามือไปแทน หลินฟงส่ายหน้าอย่างมึนงง แต่ก็ไม่โต้ตอบเลยแม้แต่น้อย โชคดีที่นางป๋ายไม่ได้อยู่แถวนี้ ไม่เช่นนั้นคงร้องไห้ด้วยความเจ็บปวดจนสามีและลูกชายระอาเป็นแน่
หลินฟงรู้ดีว่า บิดาย่อมมีเหตุผล
“เจ้าจำเรื่องที่เกิดกับอันธพาลจากหมู่บ้านข้าง ๆ ไม่ได้หรือ” แม้หลินเฉินจะพูดไปเช่นนั้น
“ข้ารู้ เขาถูกสัตว์ป่าฆ่าตาย” แต่หลินฟงนับว่าเป็นชายสมองหมูโดยแท้ เขาไม่เข้าใจอะไรแม้แต่น้อย
หลินเฉินถอนหายใจระงับอารมณ์ แต่เขาไม่ได้ปล่อยให้หลินฟงไม่เข้าใจนานนัก เพราะกลัวว่าบุตรชายคนสุดท้องจะก่อเรื่องขึ้นมาอีก
“ตอนแรกข้าก็คิดว่าเจ้านั่น นอกจากจะทำงานไม่สำเร็จยังซวยโดนสัตว์ป่าฆ่าตายอีก แต่วันนี้กลับมีชายชุดดำโผล่มาช่วยมัน บางทีอาจจะมีคนคอยปกป้องหลินเว่ยเว่ยอยู่ก็ได้” หลินเฉินพูดสิ่งที่ตนคาดเดา
หลินฟงฟังแล้วก็นึกกลัว ถ้าเขาทำร้ายเจ้าสามบาดเจ็บขึ้นมาจริง ๆ เขาคงไม่โดนฆ่าแล้วกลายเป็นอาหารสัตว์ป่าใช่ไหม
“แต่ทำไมถึงมีคนคอยปกป้อง แม่ม่ายที่ถูกบ้านสามีไล่ทิ้งด้วยล่ะ ท่านพ่อ” หลินฟงเห็นว่าหลินเว่ยเว่ยก็แค่ผู้หญิงไร้ประโยชน์คนหนึ่ง
คราวนี้หลินเฉินไม่ได้ตอบกลับ เพราะเขาไม่อาจพูดกับลูกชายไปว่า อาจจะยังมีคนที่นับถือบิดา คอยช่วยเหลือหลินเว่ยเว่ยมาตลอด เป็นสิ่งที่เขาในฐานะลูกชายคนโตไม่เคยได้รับ
ห่างออกไปไม่ไกล มีเด็กหนุ่มร่างสูงที่กำลังตกใจกับสิ่งที่ตัวเองได้ฟัง เขาไม่คิดว่าเรื่องราวจะบานปลายขนาดนี้ ปู่ของเขาถึงขั้นส่งอันธพาลไปจัดการน้องสาว และหลาน ๆ เพียงเพราะเสียที่ดินที่เป็นของบ้านสามตั้งแต่แรก
เพราะวันนี้ไม่มีใครอยู่บ้าน เขาโชคดีที่เถ้าแก่ให้กลับบ้านได้เร็ว จึงรีบตรงกลับบ้านมาเอาหมั่นโถวไปซ่อนไว้ก่อนที่หลินฟงจะกลับบ้านมาเจอเขาพอดี
เด็กหนุ่มถอยหลังอย่างระวัง และเมื่อพ้นประตูบ้านเขาก็วิ่งสุดชีวิต เขาไม่อยากอยู่ร่วมกับคนเช่นนี้แม้แต่ลมหายใจเดียว ไม่ว่าจุดมุ่งหมายคืออะไร แต่การส่งอันธพาลไปบ้านที่มีแต่เด็ก และสตรีไม่น่าจะเป็นเรื่องราวดี ๆ ได้
ในเวลานี้อู๋ซวงมารดาของเขา น่าจะอยู่หน้าหมู่บ้านเพื่อเก็บผักป่าไปทำอาหาร แต่หลินซูเหมินไม่ได้ตรงไปยังหน้าหมู่บ้าน เขาวิ่งไปยังทางตรงข้าม ไปบ้านของบ้านสาม
บ้านสามตระกูลหลิน อยู่ค่อนข้างห่างไกลจากหมู่บ้าน เด็กหนุ่มไม่เคยเข้าใจเหตุผลที่ปู่สามไปอยู่ที่ห่างไกลเช่นนั้น จนกระทั่งรู้สิ่งที่ปู่ของทำลงไป บางทีความน่ากลัวของสัตว์ร้ายยังไม่น่ากลัวเท่าใจของคน
เด็กหนุ่มวิ่งมาสักพักก็เห็นรั้วสูงมาแต่ไกล บ้านสามเมื่อก่อนเป็นบ้านหลังใหญ่จนกระทั่งมันพังลง จนกลายเป็นกระท่อมเล็ก ๆ แต่ตอนนี้มันดูไม่ต่างจากเมื่อก่อนนัก
…
ยามโหย่วแล้ว แต่บ้านสามพึ่งก่อเตาไฟทำอาหาร เพราะมัวแต่ตามหาหลินซาน เกือบครึ่งชั่วยาม จนเจอเขาพร้อมกระต่ายขาวตัวใหญ่ หลินซานบอกว่าเจ้าตัวนี้คือมื้อเย็น พี่สาวคนรองอย่างหลินฮวาไม่ยินยอม แต่สุดท้ายก็ต้องยอมเพราะขาของมันหักแล้ว อย่างไรก็ต้องเป็นมื้อเย็น
ร่างเล็กตอนนี้ไม่เล็กอีกต่อไป หลินเว่ยเว่ยรู้ดีว่าท้องของตนไม่สามารถปกปิดได้อีกแล้ว ถ้าหลินลี่ตัดสินใจอยู่ที่นี่ต่อ นางก็ไม่อาจรั้งรอได้
เจ้าก้อนแป้งดิ้นบ่อยขึ้น ทำให้หญิงสาวคิดไม่ตกเรื่องการเดินทาง ยิ่งช้าเท่าไรก็ยิ่งอันตรายต่อตัวนาง
หลินเว่ยเว่ยได้เตรียมการไปบางส่วนแล้ว แต่ยังไม่ได้บอกเด็กทั้งสามว่าจะไปตอนไหน เพราะนางคิดว่าทุกคนรู้ตั้งแต่แรกแล้วว่านางต้องไป
“ป้ารอง ข้ารู้สึกว่าตัวเองผอมโซลงเพราะป้ารองไม่ได้เข้าครัวนานแล้วแน่ ๆ” เด็กสาวไม่ลืมที่จะมาออดอ้อนป้าของตน
“วันนี้อยากกินอะไรล่ะ” หลินเว่ยเว่ยแกล้งถาม
“บะหมี่เกี๊ยว” หลินฮวาเอ่ยสุดเสียง
“โอ๊ย! พี่ใหญ่” แต่ไม่ทันไรก็โดนพี่สาวเคาะหัวเข้าให้
หลินลี่ส่ายหน้าอย่างระอา “เจ้าเด็กตะกละ มีเนื้อกิน อยากกินบะหมี่ กว่าจะทำเส้น ทำเกี๊ยว ป้ารองเหนื่อยพอดี”
หลินลี่ทำหน้ามุ่ย “ข้าก็ไม่ได้กินวันนี้สักหน่อย”
หลินเว่ยเว่ยหัวเราะเบา ๆ “ได้ พรุ่งนี้เราจะเข้าเมือง ป้ารองมีธุระพอดี” ทำบะหมี่เกี๊ยวค่อนข้างยาก และใช้เวลา หลินเว่ยเว่ยจึงมักปฏิเสธหลินฮวาไปตรง ๆ ว่าขี้เกียจแต่คราวนี้นางกำลังจะไปเลยตามใจเด็ก ๆ สักครั้ง
บางทีนี่อาจเป็นการเจอกันครั้งสุดท้ายแล้วก็เป็นได้
“ทำไมถึงใจดีแปลก ๆ หรือว่าป้ารองกำลังจะไปแล้ว” จบคำพูดของหลินฮวา ทุกคนต่างหันมามองหลินเว่ยเว่ยอย่างตกใจ
หลินเว่ยเว่ยรู้แล้วว่านางต้องบอกทุกคนตั้งแต่เนิ่น ๆ เพื่อให้หลินลี่ได้ตัดสินใจ
ยังไม่ทันไรก็มีเสียงเรียกจากหน้าบ้านก่อน หลินฮวาถอนหายใจอย่างเบื่อหน่ายและลุกขึ้นไปเปิดประตู
หลินเว่ยเว่ยหาผ้าห่มมาคลุม และจิบน้ำรอ เผื่อต้องเถียงกับป๋ายเจียงนาน
แต่กลับเป็นเด็กหนุ่มร่างสูงที่ยืนหน้าประตูแทน จังหวะที่หลินเว่ยเว่ยเงยหน้าขึ้นมา ความทรงจำบางส่วนก็ไหลเข้ามาอย่างประหลาด
นี่มัน...