"แต่ตอนนี้ภาคินโสดนะ" นภัสกรเอ่ย พลางทำหน้าตาเ้าเล่ห์ใส่น้องชายตัวน้อย
"อ่าครับ" ไม่รู้ทำไมเขาถึงโล่งใจแบบแปลกๆ พลางทำตัวไม่ถูก จึงหยิบแก้วน้ำพันซ์ขึ้นดื่มแก้เก้อเขิน เ้าของชื่อที่อยู่ในบทสทนาเมื่อสักครู่ที่ไม่รู้ว่าเดินเข้ามาตอนไหน
"พูดถึงก็มาพอดี ตายยากจริง" เพื่อนสนิทหน้าสวยเอ่ยแซว พร้อมกับหัวเราะเบาๆ
"อะไร" ดวงตาทรงเสน่ห์ตวัดสายตามามองเพื่อนตัวเอง
"เปล่า ก็น้องไวน์คิดว่าเราสองคนเป็แฟนกันอะ หึย พูดแล้วขนลุก ก็เลยบอกน้องไปว่าไม่ใช่ แล้วก็บอกน้องไปว่าตอนนี้คินอะโสดดดดด" พูดพลางทำท่าทางขนลุกตามที่พูดอย่างแกล้งๆ
"น้อง? ไปสนิทกันตอนไหน" เอ่ยถามเพื่อนสนิทด้วยความสงสัย
"สนิทกันเมื่อกี้ ทำไมมีปัญหาอะไรมั้ย ไปดีกว่า ไปหาไรกินกันดีกว่าเธียร ภัสหิวแล้ว" พูดจบก็ดึงแขนแฟนตนเองเดินหนีออกไปยังโซนอาหาร เพื่อนสนิทอย่างนภัสกรเดินออกไปแล้ว
"ทำไมถึงคิดแบบนั้น"
"อะไรครับ"
"ทำไมถึงคิดว่าฉันกับภัสเป็แฟนกัน"
"ก็เจอคุณภาคินกับพี่ภัสอยู่ด้วยกันบ่อย"
".........."
ร่างสูงจากที่ยืนอยู่ก็ย้ายตัวเองลงมานั่งเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามวรินทร พอเห็นอย่างนั้นแล้ววรินทรก็ยิ่งทำตัวไม่ถูก เขาพยายามนั่งก้มหน้าก้มตาใช้ช้อนส้อมม้วนเส้นสปาเกตตี้ จู่ๆ มือแกร่งก็ยื่นสมาร์ทโฟนเครื่องหรูมาตรงหน้าเขา
"อะไรครับ" เอ่ยถามด้วยความสงสัย
"เมมเบอร์เธอหน่อย" เมื่อเห็นวรินทรทำหน้าตาท่าทางสงสัยก็เลยพูดต่อ "จะเอาไว้สั่งอาหาร" พูดจบ คนหน้าหวานก็พยักหน้าเป็อันว่ารับรู้ พร้อมกับยื่นมือมารับสมาร์ทโฟนเครื่องหรูนั้น กดเบอร์โทรศัพท์ของตนเองอย่างคล่องแคล่ว
"นี่ครับ" ยื่นสมาร์ทโฟนส่งกลับไปให้เ้าของร่างสูง
"อืม ขอบใจ" ภาคินรับกลับมาพร้อมกับเมมชื่อไว้ลงในเครื่อง
"ขออนุญาตครับนายน้อย" บอดี้การ์ดร่างกำยำอย่างเตชินท์เดินเข้ามา "คุณมนพัทธ์ มาครับ ตอนนี้ยืนพูดคุยกับคุณท่านทั้งสองคนอยู่ทางด้านโน้นครับ" พลางทอดสายตาไปยังบุคคลที่กล่าวถึง
"อืม เดี๋ยวฉันไป" พูดจบพลางยกแก้วเหล้าขึ้นดื่มกระดกทีเดียวหมดแก้ว คุณภาคินลุกขึ้นยืน แล้วหันมามองเขาที่นั่งอยู่
".........."
"เดี๋ยวฉันมา"
"อ่า ครับ"
พลันร่างสูงเดินออกไปแล้ว สายตาคู่สวยมองตามไปยังที่ที่คุณภาคินยืนอยู่ ตอนนี้ร่างสูงกำลังยืนคุยกับผู้ชายหน้าตาดีคนหนึ่ง ที่มองดูแล้วส่วนสูงน่าจะสูงพอกันกับวรินทร แถมยังคุยกันอย่างสนิทสนมเข้ากันได้ดีทั้งกับคุณภาคิน และคุณท่านทั้งสองอีกด้วย เขานึกสงสัยในใจ เมื่อเห็นว่าคนที่มาใหม่ทักทายพูดคุยกับคุณท่านเสร็จเรียบร้อยแล้ว ผู้ชายหน้าตาดีคนนั้นก็ดึงแขนแกร่งของคุณภาคินเดินออกไป เขาละสายตาออกจากคนทั้งคู่แล้วลุกจากที่นั่งเดินไปหาคุณท่านเพื่อที่จะขอตัวกลับบ้านก่อนเพราะกลัวว่าจะดึกเกินแล้วไม่มีรถกลับ
"คุณหญิงครับ คือไวน์จะขอตัวกลับก่อนนะครับ กลัวดึกกว่านี้แล้วจะหาเรียกรถยากน่ะครับ" เขาบอกเหตุผลออกไป
"อ้าวหนูไวน์ คืนนี้นอนค้างคืนที่นี่ก่อนสิลูก กลับดึกๆ มันอันตราย จะให้ตาคินไปส่งก็ดูท่าจะไม่ไหว ดื่มเหล้าอย่างกับดื่มน้ำเปล่า" คุณหญิงดุจฟ้าชวนเขานอนค้างคืนที่นี่
"ไม่เป็ไรครับคุณหญิง ไวน์เกรงใจ"
"ไม่ต้องเกรงใจเลยค่ะหนูไวน์ ตกลงตามนี้นะ มาๆ เดี๋ยวเรามาเป่าเค้กกันดีกว่า ได้เวลาพอดีเลย" พูดจบคุณหญิงก็จูงมือเขาไปตรงโต๊ะที่มีเค้กขนาดไม่ใหญ่มากวางอยู่ ทุกคนในงานเมื่อเห็นคุณหญิงเดินมาที่เค้กก็เป็อันเข้าใจได้ว่าถึงเวลาที่จะต้องเป่าเค้กแล้ว
~ แฮปปี้เบิร์ทเดย์ทูยู เพลงอวยพรวันเกิดที่ทุกคนร้องจบลง คุณหญิงดุจฟ้าเ้าของวันครบรอบวันเกิดก็ก้มลงเป่าเค้กก้อนสวย พร้อมกับกล่าวคำอวยพร และขอบคุณทุกคนที่มาร่วมงานวันเกิดในวันนี้ ทั้งยังบอกให้ทุกคนอยู่ปาร์ตี้กันต่อได้เลย ก่อนที่เ้าของวันเกิดจะขอตัวขึ้นไปพักผ่อนบนห้องพร้อมกับคุณภาคภูมิผู้เป็สามี ทั้งยังไม่ลืมบอกให้แม่บ้านช่วยพาเขาขึ้นไปบนห้องที่ได้จัดเตรียมไว้ให้
วรินทรขึ้นมาบนห้องที่คุณหญิงได้จัดเตรียมไว้ให้ อาบน้ำแต่งตัวเสร็จเรียบร้อย ก็นอนเล่นโทรศัพท์มือถือ พิมพ์พูดคุยกับเพื่อนสนิทผ่านแชทอยู่บนเตียงนุ่ม สักพักก็มองดูเวลาที่บนหน้าจอก็พบว่าตอนนี้เป็เวลาเที่ยงคืนกว่าแล้ว เขาจึงลุกจากเตียงเพื่อจะเดินไปปิดไฟ
"โห ห้องนี้เป็แบบห้องเชื่อมด้วยอะ พึ่งรู้เลย" เขาพูดกับตัวเอง ด้วยความคิดที่ว่าห้องนี้กับอีกห้องที่เชื่อมถึงกันเป็ห้องพักที่คุณหญิงจัดเตรียมไว้ให้เขา ก็นึกอยากจะลองสำรวจห้องหรูดูสักครั้ง ฉับพลันมือคู่สวยก็เปิดประตูไม้บานเลื่อนนั้นออก
~ครืดดดด
เปิดประตูพร้อมกับเดินเข้าไปห้องที่เชื่อมถึงกันก็ต้องใ เมื่อสายตาปะทะเข้ากับร่างสูงไหล่กว้างที่พึ่งจะอาบน้ำเสร็จ สวมชุดคลุมอาบน้ำ เดินเช็ดหัวออกมา ภาคินใเล็กน้อยแต่ไม่ได้แสดงอาการออกไป เขาเป็คนบอกแม่เขาเองว่าให้วรินทรนอนที่นี่ ซึ่งก็คือห้องข้างเขาที่เป็ห้องเชื่อมถึงกัน แต่ก็ไม่คาดคิดว่าวรินทรจะเปิดประตูเข้ามา เห็นสีหน้าใของคนตัวเล็กก็อดที่จะแกล้งไม่ได้
"ว่าไง อยากมานอนห้องนี้กับฉันเหรอ" เอ่ยถามออกไปพร้อมสายตาเ้าเล่ห์
"ปะ เปล่า คือไวน์ ไม่สิ คือผมคิดว่าห้องนี้ไม่มีคนอยู่ครับ" คนหน้าหวานแก้ต่างให้ตัวเอง ภาคินนึกขำอยู่ในใจกับท่าทางของคนตัวเล็ก เขาค่อยๆ ก้าวเท้าเดินเข้าไปหาคนตัวเล็กอย่างนึกสนุก วรินทรที่ตอนนี้หลังแนบชิดติดประตูบานเลื่อน เห็นร่างสูงค่อยๆ เดินเข้ามาหาตน ก็เริ่มลุกลี้ลุกลนทำตัวไม่ถูก ได้แต่ก้มหน้าสายตาหลุบต่ำมองที่พื้นอย่างที่จะยอมรับชะตากรรม
ร่างสูงเดินหยุดมาที่ตรงหน้าวรินทร กลิ่นของแชมพูที่ติดอยู่บนเส้นผมของคนหน้าหวาน ส่งกลิ่นหอมเชิญชวนให้คนตัวสูงที่ยืนนิ่งอดใจไม่ไหว จนต้องก้มลงมาหอมหัวของคนที่ตัวเล็กกว่า ดวงตาสีน้ำตาลคู่สวยเบิกกว้างระคนใ พลันเงยหน้าขึ้นมามองก็สบเข้ากับั์ตาสีนิลของคนร่างสูงที่จับจ้องมองเขาอยู่ก่อนแล้ว ยังไม่ทันที่เขาจะได้เอ่ยปากถามอะไรออกไป เสียงทุ้มก็เอ่ยตัดหน้าขึ้นมาซะก่อน
"เมื่อกี้"
"คะ ครับ"
"ไม่ได้หอมนะ ก็แค่ดมดูว่าใช้แชมพูยี่ห้ออะไร เผื่อจะซื้อมาใช้บ้าง"
พอได้ยินคุณภาคินพูดจบ เขาก็รีบหันหลังวิ่งกลับมาที่ห้องโดยที่ไม่ลืมจะปิดประตูบานเลื่อนบานนั้น แล้ววิ่งขึ้นมาบนเตียง
"ใจเต้นแรงอีกแล้วอะ ฮือ หยุดเดี๋ยวนี้" พูดกับตัวเองเบาๆ พลันนึกถึงเื่ที่เกิดขึ้นเมื่อครู่นี้ มันก็แชมพูยี่ห้อเดียวกันมั้ย เขายังได้กลิ่นบนเส้นผมของคุณภาคินเลยมันก็กลิ่นเดียวกันมั้ย อะไรของคุณภาคิน!
จนเวลาล่วงเลยผ่านไป ตลอดทั้งคืนนี้วรินทรก็ไม่เป็อันหลับอันนอน เพราะคุณภาคินคนเดียวเลย!
อีกฟากฝั่งของห้องที่เชื่อมถึงกัน หลังจากที่เขาแกล้งหอมหัววรินทร แล้วคนตัวเล็กก็วิ่งหนีเขากลับไปที่ห้อง ภาคินที่ตอนนี้ยังยืนอยู่ที่เดิม ในชุดคลุมอาบน้ำสีดำ ก็รู้สึกว่าแก่นกายกลางลำตัวของตนเองนั้นแข็งขืนขึ้นมา ร่างสูงรีบเดินกลับเข้าไปในห้องน้ำ เขาใช้มือคู่แกร่งจับเข้าที่แท่งรักของตนเองพร้อมทั้งชักขึ้นชักลงอย่างช้าๆ พลันในหัวของเขาก็จินตนาการถึงคนหน้าหวาน
"อ่าส์ ไวน์ อืม"
นี่เขามีอารมณ์เพียงเพราะแค่เขาใกล้ชิด สูดดมกลิ่นหอมของวรินทรอย่างนั้นหรือ