ตอนที่๑เกิดใหม่อีกครั้ง
ชุมชนตลาดราชเศรษฐีมีประวัติความเป็มากว่าหนึ่งร้อยปี ณสถานที่แห่งนี้ก่อตั้งโดยพระยาสุขุมราชเศรษฐีท่านสร้างตลาดแห่งนี้เพื่อให้ชาวบ้านมีสถานที่ทำมาหากินโดยเก็บค่าเช่าเพียงเดือนละ๑บาทเท่านั้น บ้านเรือนโดยรอบล้วนสร้างจากไม้ด้วยความที่ท่านเ้าคุณฯ มีเชื้อสายจีนจึงไม่แปลกที่อาคารบ้านเรือนของชุมชุนจะมีอิทธิพลแบบจีน ทั้งประตูไม้แบบบานพับหรือศาลตี่จู่เอี้ย (เ้าที่แบบจีน) ที่ตั้งอยู่ภายในบ้าน
ร้านขายยาเฮงทงตึ๊งตั้งอยู่บริเวณหัวมุมทางด้านซ้ายของตลาด ดำเนินกิจการโดยเถ้าแก่ฮกเฮง ชายวัยกลางคนรูปร่างท้วม หากใครที่มาซื้อยาสมุนไพรจีนที่นี่ เพียงเห็นหน้าของเถ้าแก่เฮงก็รู้เลยทันทีว่าแกเป็คนโหงวเฮ้งดีวาสนาดี
“อาวรรณ เขียะ (หยิบ) โตวต๋งที่หลังร้านมาให้อั๊วหนึ่งชั่งหน่อยซี้”เถ้าแก่ฮกเฮงพูดออกมาด้วยสำเนียงจีนๆแต่ทว่าวรรณกำลังง่วนอยู่กับการตรวจนับสมุนไพรที่เพิ่งจะถูกส่งมาจากท่าเตียนหมาดๆดังนั้นเธอจึงะโเรียกลูกชายคนเดียวของเธอให้ลงมาด้านล่างเพื่อหยิบสมุนไพรจีนไปให้เถ้าแก่แทน
“ไอ้สินเอ๊ย ลงมาหาแม่หน่อยโว้ย!!”เสียงของผู้เป็แม่ดังพอที่จะปลุกให้สินตื่นจากการหลับใหลซึ่งเมื่อสักครู่นี้ตัวของเขายังรู้สึกว่ากำลังล่องลอยอยู่ท่ามกลางแสงสว่างแต่พอมีเสียงเสียงหนึ่งดังขึ้นมาสินจึงลืมตาตื่นขึ้นมาบัดนี้เขาพบว่าตัวเองกำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้กลมๆ เก่าๆ ตัวหนึ่งด้านหน้ามีโต๊ะไม้กลมๆ ตัวหนึ่งวางไว้ บนโต๊ะมีหนังสือเรียนที่เขารู้สึกคุ้นตาคลับคล้ายคลับคลาว่าเคยอ่านมันเมื่อนานมาแล้ว ไหนจมูกจะได้กลิ่นยาสมุนไพรจีนที่ลอยตลบอบอวลเข้ามาในห้องอีกเวลานี้เขานึกได้อย่างเดียวว่า เขาย้อนกลับมาในอดีตอีกครั้ง หรือพูดง่ายๆ ก็คือการเกิดใหม่ของเขาที่เนเมซิสบอก แท้ที่จริงแล้วก็คือแบบนี้นี่เองเขาทดลองหยิกตัวเองเบาๆ เพื่อทดสอบว่าตัวของเขาไม่ได้ฝันไป
“ไอ้สินรีบลงมาประเดี๋ยวนี้เชียว ไม่งั้นแม่จะขึ้นไปลากเอ็งลงมานะ”สินได้ยินเสียงของผู้เป็แม่ดังขึ้นมาอีกรอบคราวนี้เขามั่นใจแล้วว่าตัวเองอยู่ในอดีตจริงๆคิดได้เช่นนี้น้ำตาของสินก็เอ่อล้นออกมาเขาไม่นึกไม่ฝันว่าจะได้กลับมาที่นี่อีกครั้ง
“เดี๋ยวหนูลงไป ขอเวลาเดี๋ยว” สินะโลงไปบอกกับแม่ของตนที่จริงเขาอยากจะรีบลงไปกอดพ่อและแม่ของเขาใจจะขาดแต่ว่าเขาดันเหลือบไปเห็นข้อความบนหนังสือเรียนที่เปิดค้างเอาไว้ ซึ่งมันเขียนว่า
“เป็ยังไงบ้าง พลังของข้าเจ๋งใช่ไหมล่ะ? ส่งเ้าไปเกิดใหม่ในร่างของตัวเองก่อนเกิดเหตุให้เ้าต้องกลายร่างมาเป็อสุรกายชั้นต่ำในเมื่อเ้าได้โอกาสที่จะแก้แค้นแล้วก็จงล้างแค้นให้คุ้มกับพลังของข้าที่ต้องเสียไป อ้อข้าลืมบอกไปว่าถึงแม้เ้าจะมีพลังและความสามารถตอนที่เป็อสุรกาย แต่ตอนนี้พลังของเ้าต้องกลับไปนับศูนย์ใหม่...เ้าอย่ากังวลไปให้มากนักข้ามีวิธีฟื้นคืนพลังของเ้าให้กลับมาเฉกเช่นตอนที่เ้าเป็จอมอสุรกายตนนั้น...จงเปิดหน้าถัดไปเสียเ้าจะพบวิธีฟื้นพลัง”เมื่ออ่านมาถึงตรงนี้ สินก็ได้ยินเสียงคนขึ้นบันไดมาเสียงมันดังเอี๊ยดอ๊าด เนื่องจากความเก่าของบันไดไม้
“ไอ้สิน!!!” เสียงเรียกชื่อของเขาดังขึ้นมาพร้อมกับประตูของห้องที่ถูกเปิดผู้ที่เรียกชื่อของเขา เป็ผู้หญิงหน้าตาดี ผิวพรรณผุดผ่อง อายุประมาณสี่สิบปีต้นๆแต่ก็ดูเหมือนคนอายุสามสิบปลายๆ มากกว่า
“มมม....แม่...” เด็กหนุ่มพูดเสียงเบาๆ น้ำตาที่เคยเอ่อล้น ความทุกข์ความเศร้า ความทรมานที่สะสมมานานหลายแสนหลายล้านปี ในอสุรกายภูมิบัดนี้ได้รับการปลดปล่อยออกมา ผ่านหยดน้ำที่ไหลอาบไปยังแก้มทั้งสอง
สินลุกขึ้นมาแล้ววิ่งไปโผกอดผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็มารดาที่ให้กำเนิดหญิงสาวรู้สึกประหลาดใจที่จู่ๆ ลูกชายของตนวิ่งเข้ามาหาแล้วก็กอดพลางกับร้องไห้เสียงดัง จากที่ตนกำลังจะขึ้นมาดุลูกชายกลับกลายเป็ฝ่ายที่ต้องปลอบแทน
“เป็อะไรของเอ็ง หืม? จู่ๆ ก็ร้องไห้ออกมา”สินไม่ตอบอะไรทั้งสิ้น เขาตั้งหน้าตั้งตาร้องไห้ต่อไปอีกสักพักใหญ่ๆนี่แหละสิ่งที่เขาโหยหามาตลอด อ้อมอกและไออุ่นของแม่ ในอดีตครั้งก่อนสินเป็เด็กว่านอนสอนง่าย เขาเป็เด็กหนุ่มวัยสิบหกปี รูปร่างหน้าตาดี ผิวขาวดวงตาคม จมูกโด่งเป็สัน ผมสั้นปะบ่า
“โอ๊ย...ไอ้ลูกแหง่ เอ็งรีบปล่อยแม่ได้แล้ว จะกอดไปถึงไหนกัน”
“ขอฉันกอดแม่นานๆ หน่อยได้ไหม? ก็สินรักแม่นี่”สินพูด
“วันนี้เองดูแปลกไปนะ เอาล่ะก่อนที่อาปาของเอ็งจะขึ้นมารีบลงหยิบโตวต๋งให้อาปาของเอ็งได้แล้ว” เมื่อทั้งสองคนเดินลงมาด้านล่างสินก็รีบหยิบยาสมุนไพรที่แม่ของเขาจัดเตรียมไว้ให้จากนั้นก็เดินผ่านประตูไม้เพื่อออกมาที่หน้าร้าน เถ้าแก่ฮกเฮงจ้องเขม็งมายังสินสายตาเขียวปั๊ดบ่งบอกถึงความอยากจะเอาไม้มาตีสินสักหนึ่งร้อยที
“ทำไมลื้อเขียะเอี๊ยะคะม่าน (เอายามาช้า) อย่างนี้วะอาสิน”เถ้าแก่เริ่มบ่นตามประสาของนักธุรกิจที่เวลานั้นเป็เงินเป็ทอง
“พอดีหนูอ่านหนังสือเตรียมสอบอยู่น่ะ” สินยิ้มให้ผู้เป็พ่ออย่างอารมณ์ดี
“ถ้าลื้อสอบเป็ซินแซ (หมอ) ไม่ได้นะ อั๊วจะตีลื้อให้ซี่ (ตาย) เลย”เถ้าแก่ฮกเฮงขู่
“นี่ครับอาปา” สินวางห่อยาลงตรงโต๊ะหินอ่อนที่มีความยาวประมาณครึ่งวาเถ้าแก่ฮกเฮงรีบหยิบยามายืนจัดยาให้ตามใบสั่งของหมอคนจีนอย่างชำนาญกลิ่นยาสมุนไพรจีนตลบอบอวลไปทั่วร้าน แม้ว่าสินจะชินกับกลิ่นยาเหล่านี้แต่ถ้าใครก็ตามที่เพิ่งเคยมาที่นี่เป็ครั้งแรกก็คงรู้สึกไม่ชินเป็แน่
“เออ เดี๋ยวลื้อเขียะเอี๊ยะ (หยิบยา) ห่อนี้ไปโห่ว (ให้)อาหลงพ่อที่วักให้หน่อยนะ” เถ้าแก่ฮกเฮงใช้นิ้วชี้ไปยังห่อยาด้านข้างของแก ที่ได้จัดเอาไว้เป็ที่เรียบร้อย
“ครับ” สินหยิบยาแล้วเดินออกจากร้านออกมาด้านนอกภาพบรรยากาศในอดีตที่เขารู้สึกคุ้นตายังคงคึกคักเหมือนเดิมบรรดาผู้คนต่างออกมาจับจ่ายซื้อของรวมไปถึงพ่อค้าแม่ค้าที่ะโเรียกลูกค้าให้มาซื้อของที่ร้านของตน
“เฮ้อ...” สินทอดถอนใจ คืนนี้แล้วสินะที่เื่นั้นจะเกิดขึ้นสินเดินตามทางมาเรื่อยๆก็พบกับพ่อค้าแม่ค้าที่ทักทายสินตามประสาของคนที่เห็นหน้ากันมานานั้แ่สินเป็เด็กตัวเล็กๆสินได้พูดเตือนเพื่อนบ้านว่าให้เตรียมเก็บข้าวของที่จำเป็ดีๆแต่ก็ไม่มีใครใส่ใจในคำพูดของสินสักคนยกเว้นเพียงป้าศรีที่ชอบให้ขนมเบื้องแก่สินเป็ประจำ
“สินเอ๊ย เอ้า..ป้าให้เอ็ง” ป้าศรีที่ขายขนมเบื้องอยู่ใกล้ๆกับร้านของเถ้าแก่เฮง กำลังยื่นขนมเบื้องหน้ากุ้งกับหน้าฝอยทองให้สินซึ่งขนมเบื้องเหล่านี้ป้าศรีแกทำเองทั้งหมด ั้แ่การโม่แป้งจากถั่วทอง ไปจนถึงการจับกุ้งที่ท่าน้ำหลังบ้านของแกด้วยตัวเอง
“ขอบคุณครับป้าศรี แต่ผมคงรับไว้เฉยๆ ไม่ได้..คือผมเกรงใจน่ะครับ”สินตอบด้วยน้ำเสียงสุภาพ และแสดงออกด้วยท่าทีที่เกรงใจ แต่ป้าศรีแกก็คะยั้นคะยอในที่สุดแกก็ยัดขนมเบื้องที่ห่อกับใบตองใส่มือของสิน ปากก็พูดไปด้วยว่า
“รับไปเถอะ ป้าเอ็นดูเอ็งเหมือนลูกเหมือนหลานแถมแม่วรรณเองก็ช่วยเหลือป้าเอาไว้เยอะ แค่นี้ป้าไม่ขาดทุนดอก” ในเมื่อเป็เช่นนี้สินจึงรับขนมเบื้องเอาไว้แล้วไหว้ขอบคุณ
“ป้าศรีครับ คืนนี้ระวังเื่ฟืนไฟเอาไว้หน่อยก็ดีนะครับหลวงตาท่านเตือนมา เป็ไปได้ก็เก็บของมีค่าที่จำเป็ไว้กับตัวนะครับ”หากสินไม่เอ่ยชื่อของหลวงตามาล่ะก็ คงได้ด่าสินเสียๆ หายๆ ไปนานแล้ว ที่จู่ๆก็พูดจาเป็ลางไม่ดีขึ้นมา
วัดกรเวกวายุภักษ์ เป็วัดหลวงชั้นตรีตั้งอยู่ใกล้ๆ กับชุมชนตลาดราชเศรษฐี วัดแห่งนี้มีพระมหาธรรมรักษ์ เป็เ้าอาวาสรูปที่สิบสี่ของวัดเมื่อสินเดินผ่านกำแพงแก้วของวัดเข้ามาด้านในก็จะมองเห็นพระอุโบสถตั้งเด่นตระหง่านพอเดินลัดเลาะตามทางมาเรื่อยๆก็จะพบกับเขตสังฆาวาสซึ่งเป็ที่อยู่ของเหล่าพระภิกษุสงฆ์สินเดินถือห่อยาไปทางด้านในสุดของเขตสังฆาวาสพอพบกับกุฏิที่สร้างด้วยปูนหลังคามุงด้วยกระเบื้องว่าวสีเทาเขาจึงเดินขึ้นไป้ากุฏิซึ่งที่นี่เป็ที่อยู่ของหลวงตาแม้น ผู้ซึ่งเป็คุณตาแท้ๆ ของสินท่านบวชเมื่อยี่สิบกว่าปีก่อนตอนภรรยาของท่านเสียชีวิตั้แ่บัดนั้นจนปัจจุบันท่านมีความเลื่อมใสและศรัทธาในคำสอนขององค์พระศาสดาจึงบวชตลอดมาไม่มีวี่แววว่าจะสึก
“ก๊อกๆ” สินเคาะไปที่ประตูไม้ซึ่งถูกทาทับไว้ด้วยสีแดง
“กระผมเองขอรับหลวงตา” พอเ้าของกุฏิทราบว่าใครมาเยี่ยมท่านจึงส่งเสียงเรียกในเชิงอนุญาตให้คนที่เคาะประตูเข้ามาด้านใน
“เข้ามาสิ” สินผลักประตูเข้าไปด้านในช้าๆ เบาๆเมื่อประตูถูกเปิดเต็มที่สินก็เห็นด้านในห้องพักของหลวงตาซึ่งมีแค่หมอนกับผ้าห่มผืนบางสีเหลืองรวมไปถึงข้าวของเครื่องใช้ที่จำเป็เช่นกระโถนบ้วนน้ำหมาก โถสำหรับใส่น้ำดื่มเป็ต้น หลวงตากำลังนั่งอยู่บนอาสนะ พร้อมกับพนมมือและสวดมนตร์ต่อเบื้องหน้าของหลวงตามีชายหนุ่มแต่งตัวดี ดูภูมิฐานกำลังนั่งพนมมือและหันหลังให้สิน สินจำได้ในทันทีว่าคนคนนี้คือใครแม้จะคิดถึงมากจนอยากเข้าไปกอด ไปจูบ ไปหอม แต่หากเขาทำเช่นนั้นออกไป ชายหนุ่มคงงงเป็ไก่ตาแตก และหาว่าคนคนนี้คงสติฟั่นเฟือนเป็แน่ ดังนั้นสินจึงต้องแสร้งเล่นละครและพยายามข่มอารมณ์คิดถึงเอาไว้
“เตรียมตัวกรวดน้ำนะโยม”หลวงตาพูดกับชายหนุ่มตรงหน้าหลังจากที่ท่านสวดมนตร์จบชายหนุ่มคนนั้นยกภาชนะที่ใส่น้ำขึ้นมาถือไว้ในมือด้านหน้าของเขามีถ้วยสำหรับรองน้ำที่จะกรวดน้ำอยู่
“ยะถา วาริวาหะ ปูรา ปะริปูเรนติ สาคะรัง เอวะเมวะ อิโต ทินนัง เปตานังอุปะกัปปะติ...มะณิ โชติระโส ยะถาฯ”ชายหนุ่มคนนั้นบรรจงเทน้ำออกมาใส่ในภาชนะสำหรับรองน้ำจากการกรวดน้ำอย่างช้าๆส่วนเด็กหนุ่มเองก็หลับตาภาวนาในใจเพื่ออุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้กับญาติที่ล่วงลับไปแล้ว รวมถึงเหล่าอสุรกายที่เขาเคยฆ่าเมื่อครั้งที่เขาเป็จอมอสุรกาย
“เดี๋ยวกระผมขอตัวไปเทน้ำที่โคนต้นไม้ก่อนนะขอรับ”เมื่อน้ำเสียงที่ฟังดูสุขุมนุ่มลึกและไพเราะของชายหนุ่มคนนั้นมากระทบกับโสตประสาทของสินเด็กหนุ่มลืมตามองไปยังเ้าของเสียง พลางคิดในใจว่า
‘ช่างเป็เสียงที่ชวนให้คิดถึงเหลือเกินนะขอรับ พี่ภพ’เมื่อชายหนุ่มคนดังกล่าวก็ลุกขึ้นยืนแล้วหันมายังที่ที่สินกำลังนั่งขัดสมาธิวินาทีนั้นสายตาของคนทั้งสองสบประสานกันสินยิ้มให้ชายหนุ่มตรงหน้าแม้ว่าในใจของเขาจะบังเกิดความอาวรณ์และคิดถึงคนตรงหน้าก็ตาม
ชายหนุ่มตรงหน้าของเขายังคงมีหน้าตาที่ดูหล่อเหลาราวกับเทพบุตรจากสรวง์เช่นเดิมใบหน้าที่เรียวยาวบวกกับดวงตาและั์ตาสีน้ำตาลอ่อนๆยังคงชวนหลงใหลและช่างดึงดูดให้สินรักเขาเหมือนเดิม ไม่เปลี่ยนแปลงต่อให้ต้องตายแล้วมาเกิดซ้ำๆ อีกกี่ร้อย กี่พันรอบ เขาก็จะรักชายตรงหน้าตลอดไปสินคิด
ส่วนภพก็บังเกิดความรู้สึกว่าเด็กคนนี้ช่างน่ารักอะไรเช่นนี้ ทั้งรูปร่างที่ผอมบาง ใบหน้าเรียวยาวดวงตาคมขนตางอน ผิวขาวช่างถูกใจยิ่งนักและทันใดนั้นเองที่หัวใจของภพก็เต้นรัวขึ้นมา มันดัง“ตึกตัก...ตึกตัก” อยู่อย่างนั้น
ภพยิ้มให้สิน ส่วนสินเองก็ยิ้มให้ภพหากสังเกตดีๆ จะพบว่ารอยยิ้มอละสายตาของสินมันเต็มไปด้วยความคิดถึงและห่วงหาอาทรเมื่อเขาเห็นว่าภพกำลังจะเดินออกไปด้านนอกกุฏิ สินจึงแกล้งพูดเสียงดังและพูดตะกุกตะกักหมายจะให้ภพเข้าใจว่าเขากำลังเขินอาย
“เอ่อ...หลวง...ตา...ขอ..รับ...อาปา...ให้...เอา...ยา...มา...ให้...ขอ...รับ”ภพที่ได้ยินก็ต้องหันกลับมามองเด็กหนุ่มอีกครั้งและเขาก็ค้นพบว่าหัวใจมันกระชุ่มกระชวยอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อนส่วนหลวงตาแม้นก็รู้สึกแปลกใจที่หลานชายของตนพูดด้วยน้ำเสียงแบบนี้แถมยังพูดตะกุกตะกักอีกจึงถามขึ้นว่า
“เอ..วันนี้เอ็งเป็อะไรไป ดูแปลกพิกล ไม่สบายรึเปล่า?” สินเดินชันเข่าเข้ามาใกล้กับหลวงตาพอมาอยู่ตรงหน้าหลวงตาเขาก็กลับมาดูสงบนิ่งอีกครั้งตอนนั้นเองเขาก็พูดจาประหลาดออกมา
“สงสัยกระผมคงดีใจจนตื่นเต้น ที่ได้เจอหลวงตาอีกน่ะขอรับ” คำพูดของสินยิ่งทำให้หลวงตาแม้นประหลาดใจท่านจึงถามด้วยความสงสัย
“เอ็งนี่พูดจาแปลกดีนะ มาหาหลวงตาออกจะบ่อยกว่าแม่วรรณยังจะมาดีจงดีใจจนตื่นเต้นกระไรอีก...เอาเถิด หลวงตาฝากเอ็งต้มยาให้ด้วยนะ”เมื่อได้รับการไหว้วาน สินจึงตอบว่า ขอรับก่อนจะก้มลงกราบลาหลวงตาไปต้มยา ตอนนั้นในใจของสินคิดว่าถ้าหากหลวงตาไม่ได้ครองเพศบรรพชิตอยู่ละก็ เขาจะรีบเข้าไปกอดหลวงตาให้หายคิดถึงเลย
หลังออกมาจากกุฏิสินก็เห็นภพกำลังจะเดินขึ้นมา้ากุฏิในเวลานั้นเองสินก็ได้ตัดสินใจทำอะไรบางอย่างลงไป นั่นก็คือเขาวิ่งเข้าไปกอดภพจากนั้นเขาก็หอมแก้มภพ ประหนึ่งคนที่คิดถึงกันแต่ไม่ได้พบกันมานาน
“.....”ภพยืนอึ้งและทำตัวไม่ถูกไม่รู้ว่าจะจัดการกับคนที่เข้ามากอดและหอมเขาอย่างไรดีจนกระทั่งมีเสียงเสียงหนึ่งดังออกมาจากร่างกายของเขา
“ตึกตัก...ตึกตัก” หัวใจของภพเต้นแรงและรัว มันมากกว่า่เวลาก่อนหน้านี้ที่ได้เจอสินครั้งแรกเสียอีกความรู้สึกนี้มันคือสิ่งใดกัน? เขาคิด
“ขอประทานโทษด้วยนะขอรับกระผมเห็นคุณ...เอ่อ...หน้าเหมือนพี่ชายที่ตายไปแล้วของกระผมน่ะขอรับ ก็เลย...”ใบหน้าของภพเริ่มแดงระเรื่อ หัวใจที่เต้นเร็วและรัวก็ไม่มีทีท่าว่าจะสงบลงแต่อย่างใดแถมมือไม้ก็เริ่มสั่นขึ้นมา
“เอ่อ...คือ...เอ่อ” เขาอึกอัก พูดอะไรไม่ออก
“อย่าคิดมากไปเลยขอรับที่กระผมกอดคุณก็เพราะคุณดูเหมือนกับพี่ชายของกระผมน่ะขอรับอย่าได้คิดเป็อื่นเลย” สินปั้นหน้าสำนึกผิด ภพเห็นใบหน้าที่ค่อยๆ ดูเศร้าลงก็บังเกิดความสงสารขึ้นมาสงสัยเขาคงจะคิดถึงพี่ชายคนนั้นจริงๆ กระมัง ภพคิดแบบนั้น
“ไม่เป็ไร...ว่าแต่เธอเป็เด็กวัดเหรอ? หน้าตาผิวพรรณดูไม่เหมือนพวกเด็กวัดที่เจอเพิ่งมาอยู่ที่นี่งั้นเหรอ?”
“เปล่าขอรับ...กระผมชื่อสิน เป็ลูกชายของเถ้าแก่ฮกเฮงที่ขายยาอยู่ในตลาดน่ะขอรับเผอิญว่าพ่อขแงผมให้นำยามาต้มและไปถวายให้หลวงตาฉันน่ะขอรับ”สินบอกกับภพไปตามความจริง
“ก็ว่าอยู่...เออฉันรณภพนะ เป็ลูกของคุณพระเปรมปรีดิ์ บ้านของฉันอยู่ข้างๆวัดนี่เอง หวังว่าเราจะได้เจอกันอีกนะ ฉันขอตัวไปกราบลาหลวงตาก่อน”
“ขอรับ คุณภพ” พอร่ำลากันเสร็จ สินขอตัวไปต้มยาให้หลวงตาส่วนภพก็เตรียมขึ้นไปกราบลาหลวงตาเพื่อขอตัวกลับบ้านแต่แล้วทันใดนั้นเองภพก็มีความคิดหนึ่งผุดขึ้นมา.....
.......................................................................................................................................................................