ต้องรีบทำถั่วเหลืองหมักอีกสองไหให้เสร็จตอนที่แดดยังดีอยู่เมื่อหิมะตกแล้วก็ไม่สามารถตากอะไรได้อีกแล้ว!
“บรรพบุรุษกล่าวว่าฟ้าดินย่อมตอบแทนผู้ขยันหมั่นเพียรผู้ที่ขยันจึงได้รับความเมตตาจากสวรรค์” จินหลันเอ่ยเสริมแล้วถอนหายใจ
“ใช่แล้วเจ้าค่ะดังนั้นซูเหนียงจื่อถึงได้สร้างเรือนใหม่หลังใหญ่เช่นนี้อย่างไรเล่า~” สตรีอีกคนหัวเราะแล้วเอ่ยขึ้น “ไม่ว่าปีนี้จะหนาวเย็นเพียงใดท่านก็ไม่หนาวแล้ว ฮ่าฮ่า”
“ว่าไปแล้วก็เพิ่งนึกขึ้นได้ เมื่อวานข้ายังได้ยินป้าโจวเล่าว่ามีกองคาราวานสินค้าจากทางเหนือมาที่หมู่บ้านซั่งเหอ ขายพวกขนสัตว์ด้วยนะเห็นว่างานประณีตงดงามมากเจ้าค่ะ!” จินหลันหยุดมือจากการทำงานชั่วขณะแล้วบอกเล่าเรื่องราวที่ได้ยินจากหมู่บ้านใกล้เคียงให้พวกนางฟัง “สองสามวันนี้คงจะมาถึงหมู่บ้านเรา หากปีนี้หนาวเย็นคงต้องเตรียมขนสัตว์ไว้บ้างไม่ใช่หรือ?”
พี่เจียงเงี่ยหูฟังแต่ก็โบกมือแล้วเอ่ยว่า “ขนสัตว์มันแพงเกินไปมีเงินขนาดนั้นสู้เอาไปทำเสื้อบุฝ้ายเพิ่มอีกสองสามตัวดีกว่าเมืองของเราคงไม่หนาวเย็นกว่าทางเหนือหรอก”
อีกหลายคนพยักหน้าเห็นด้วยนี่เป็นเรื่องจริง แม้บางปีจะหนาวมากเป็นพิเศษ แต่ก็ไม่นานนัก
นางซูสนใจนัก“ไม่ทราบว่านอกจากขนสัตว์แล้ว ยังมีอะไรอีกบ้าง?”
“สองสามวันนี้ลองแวะไปที่ลานนวดข้าวดูสิเจ้าคะ ถึงเวลานั้นคงได้รู้เอง”
ลานนวดข้าวเป็นลานกว้างที่สุดในหมู่บ้านไม่ว่าจะมีกิจกรรมรวมกลุ่มใดๆ ก็จะมารวมตัวกันที่นี่บางครั้งก็มีพ่อค้าหาบเร่มาพักและขายของที่นั่นด้วย
วันรุ่งขึ้นกองคาราวานสินค้าจากทางเหนือก็มาถึงจริงๆ แต่ละคนตัวสูงใหญ่ ดวงตาคมรูปร่างหน้าตาดูแตกต่างจากพวกเขาเล็กน้อย
เมื่อเย่ชิงชิงได้ยินข่าวก็วิ่งตามไปมุงดูด้วยอีกคน หวังว่าจะได้เจอของแปลกใหม่ที่มีประโยชน์จึงพกเงินใช้สอยเล็กๆ น้อยๆ ติดตัวไปด้วย
กองคาราวานสินค้านี้มีคนอยู่ราวสิบกว่าคนดูท่าทางตรากตรำเดินทางมาไกล ในบรรดาสัตว์ที่นำมา มีอูฐสองตัวนอกนั้นเป็นม้าทั้งหมด สินค้าถูกผูกติดอยู่บนหลังม้า ก่อนจะถูกแกะลงมาวางเรียงราย
เย่ชิงชิงกวาดตามองคร่าวๆก็รู้สึกผิดหวังเล็กน้อย ของพวกนี้เห็นได้ชัดว่าเป็นของเหลือจากการคัดทิ้งของไร้ค่าทั้งนั้น
ก็เป็นเรื่องที่พอคาดเดาได้หมู่บ้านเถียนซินอยู่ห่างจากเมืองสืออันเพียงครึ่งชั่วยามพวกเขาคงจะขายของในเมืองก่อน จากนั้นจึงค่อยๆ เดินทางมายังหมู่บ้านต่างๆพอมาถึงที่นี่คงผ่านไปหลายแห่งแล้ว
“พี่น้องชาวบ้านทุกท่านมาดูกันได้ พวกเราก็รีบกลับบ้านไปฉลองปีใหม่เช่นกันสินค้าเหล่านี้จึงขายราคาถูกเป็นพิเศษ!” ชายหนวดเคราครึ้มที่เป็นหัวหน้ากองคาราวานเอ่ยขึ้นด้วยสำเนียงแปลกหูแล้วยิ้มทักทายทุกคนให้เข้ามาเลือกซื้อ
นางซูพลิกดูขนสัตว์อย่างละเอียดแม้จะดูหยาบไปบ้างแต่ก็ขนหนานุ่ม นางเงยหน้าขึ้นก่อนจะถามว่า“นี่ขายอย่างไรหรือ?”
ชายหนวดเคราครึ้มชูนิ้วขึ้นสองนิ้วเขายิ้มแล้วเอ่ยว่า “แค่สองตำลึงเงินเท่านั้นขอรับฮูหยินลองดูสิเสื้อคลุมขนแกะสีดำตัวใหญ่เช่นนี้ มันอบอุ่นและไม่เปื้อนง่ายตัวหนึ่งใส่ได้นานเป็นสิบปีเลยนะขอรับ!”
“สองตำลึงแพงเกินไป” นางซูส่ายหน้าขนสัตว์แต่ละชนิดมีราคาต่างกัน แม้จะเป็นชนิดเดียวกันก็ยังแบ่งเป็นหลายคุณภาพขนสัตว์ที่อยู่ในมือตอนนี้ไม่ได้ถือว่าดีนัก
นางคิดเพียงว่าเย่จื้อเฟิงต้องตื่นแต่เช้าออกไปทำงานทุกวันลมหนาวพัดมาเย็นยะเยือก ควรมีเสื้อคลุมขนสัตว์ไว้กันลมหนาวบ้าง
ชายหนวดเคราครึ้มเห็นว่านางเป็นคนรู้จักสินค้าดีจึงถามขึ้นว่า “ฮูหยินคิดว่าเท่าไหร่ถึงจะเหมาะสมขอรับ?”
นางซูยิ้มเล็กน้อย“เจ้าบอกว่ารีบกลับบ้านไปฉลองปีใหม่ เกรงว่าภรรยาและลูกจะรอนานสู้ขายให้ข้าถูกลงหน่อยเถิด ตำลึงเงินเดียวคงเพียงพอแล้ว”
“ไม่ได้ขอรับ ไม่ได้” ชายหนวดเคราครึ้มได้ยินว่าตัดราคาลงครึ่งหนึ่งก็ส่ายหน้าอย่างกับลูกตุ้ม “ตำลึงเงินเดียวก็สิ้นเนื้อประดาตัวแล้วการค้าขายเช่นนี้ทำไม่ได้หรอกขอรับ!”
ขณะที่นางซูกำลังจะเอ่ยปากเกลี้ยกล่อมต่อเย่ชิงชิงที่เดินมาโดยไม่รู้ตัวก็ดึงแขนเสื้อของนางแล้วเอ่ยว่า“ท่านลุง ลองฟังข้าสักครู่เถิดเจ้าค่ะ”
สองคนที่กำลังต่อรองราคาต่างก้มหน้าลงมามองนางพร้อมกันเย่ชิงชิงยิ้มหวาน “ท่านลุงเดินทางมาจากที่ไกลแสนไกลไม่ทราบว่าต้องใช้เวลาเดินทางนานเท่าใดเจ้าคะ?”
ชายหนวดเคราครึ้มกำลังรีบขายของอย่างหนักใจเมื่อถูกขัดจังหวะก็รู้สึกไม่สบอารมณ์นัก แต่ก็ตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล“ไกลนักขอรับ รีบเดินทางอย่างไรก็ต้องใช้เวลามากกว่าหนึ่งเดือน”
มากกว่าหนึ่งเดือนก็แปลว่าไกลมากจริงๆเย่ชิงชิงพยักหน้าแล้วเอ่ยว่า “เช่นนั้นที่บ้านท่านคงไม่เคยกินของสิ่งนี้เป็นแน่”
นางว่าพลางยื่นเนื้อหมักและปลาหมักหม้อดินที่เปิดฝาแล้วให้แน่นอนว่านางเตรียมพร้อมมาเป็นอย่างดี
ชายหนวดเคราครึ้มตะลึงนี่หมายความว่าอย่างไร?
เย่ชิงชิงวางตะเกียบสองสามคู่ในไหจากนั้นยิ้มแล้วเอ่ยว่า “ท่านลุงลองชิมดูสิเจ้าคะหากนำกลับไปขายที่บ้านท่าน จะได้รับความนิยมหรือไม่?”
แม้ห้างร้านไท่หรานจะขนส่งสินค้าจำนวนมากไปขายยังเมืองอื่นแต่การขนส่งในสมัยโบราณยังไม่พัฒนาเขาจะมีความสามารถมากเพียงใดก็ยากที่จะทำการค้าขายได้ทั่วทั้งแผ่นดินและในภาคเหนือที่ห่างไกลย่อมไม่เคยกินสิ่งนี้เป็นแน่
นางซูที่อยู่ข้างๆตะลึง ไม่คาดคิดว่าชิงชิงจะคิดแผนการเช่นนี้!
ชายหนวดเคราครึ้มเดินทางมาไกลขนาดนี้ไม่ได้ทำแค่เพียงแค่ขายของเท่านั้น ขากลับยังต้องขนส่งสินค้าพิเศษของทางใต้ไปด้วยเมื่อได้กลิ่นหอมของเนื้อหมักโชยมาแตะจมูกก็ไม่ลังเลที่จะหยิบตะเกียบคีบมันขึ้นมาชิม
อากาศหนาวเย็นในฤดูหนาวเนื้อหมักบางชิ้นเหนียวติดกัน เย่ชิงชิงอุ่นเล็กน้อยจึงยังพอมีไออุ่นแต่ไม่ถึงกับมันเยิ้ม เมื่อได้ลิ้มรสความเผ็ดร้อนกลมกล่อมสดชื่นก็แผ่ซ่านออกมา