บทที่15 :อดีต (2)
"เห้อ ข้านี้มันซวยจริงๆ เผลอไปสังหารคนใหญ่คนโตเข้าได้"มู่หลงกล่่าวด้วยอารมณ์
"พี่ใหญ่มู่ แต่ผมมีครอบครัวแล้วถ้าหากผมไปเป็นักฆ่า แล้วจะดูแลครอบครัวยังไง"เฉินเจียงกล่าวถามด้วยความสงสัย
"ง่ายนิดเดียว ก็แค่ไปฆ่าสังหารคนตามเวลางาน ส่วนในฝั่งโลกแสงสว่างเดี๋ยวพี่ใหญ่มู่คนนี้จะจัดการตัวตนให้เอง"มู่หลง
เฉินเจียงที่ได้ยินแบบนั้นก็อุ่นใจขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะกล่าวถาม"แล้วการเป็จอมยุทธมันทำยังไงละ" ในอดีตตอนอายุที่ยังพึ่งสิบขวบเขาเองก็เคยคิดถามในใจว่าจอมยุทธมีอยู่จริงแต่เขาแค่ไม่เคยเจอหรือไง
ซึ่งวันนี้เขาได้พิสูจน์คำถามในอดีตแล้ว จิตใจเฉินเจียงตอนนี้เรียกได้ว่าปลอดโปร่ง คำตอบนั้นก็คือ ใช่มันมีอยู่จริง
"การฝึกนั้นมันก็ไม่ถึงขั้นยากมากแต่ก็ไม่ได้ง่าย เพียงแค่มีความอดทนสูงถึงจะแข็งแกร่งมาก พวกเราจอมยุทธจะใช้วิธีโคจรปราณตามร่างกายโดยนำจากภายนอกตามเคล็ดบ่มเพาะของแต่ละคน"มู่หลงกล่าวตอบข้อสงสัย
ขณะถามไปเรือยๆมูู่หลงเองก็ตอบข้อสงสัยทั้งหมดของเฉินเตียงอย่างไม่ยี่หระ
ในเื่ที่ฟังมามี บุคคลที่แข็งแกร่งที่สุดในขณะนี้หรือไม่ อย่างน้อยก็คนที่เปิดเผยพลังออกมา คือ เฟิงเทียน เป็จอมยุทธขั้น9 อายุ50ปี ถือว่าเป็อัจฉริยะ ถึงจะดูเหมือนคนลุง แต่หากใช้พลังทั้งหมด การวิ่งตามรถที่เร็วที่สุดในโลกก็ใช่ว่าเป็ไปไม่ได้
เพราะอย่างไรก็ตามรถที่เร็วที่สุดในตอนนี้ก็อยู่แค่50-70เมตรต่อวินาที
ในขณะกล่าวดวงตาของมู่หลงก็แสดงถึงความชื่นชมเช่นกันแต่มันเขาก็รีบเก็บความรู้สึกนั้นทันเพื่อไม่ให้น้องเจียงคิดว่าเขาอ่อนแอ แม้ว่าคนอื่นจะมองไม่เห็นแต่คนที่จะมองเห็นแน่ๆ ก็คือเฉินเจียงเพราะพร์ของเขา
"แล้วข้าจะบ่มเพาะยังไง ละเพราะข้าไม่มีเคล็ดวิชา"เฉินเจียงแทบไม่ต้องพยายาม พร์ที่เรียกอีกชื่อว่าการตอแหลก็แสดงออกมาอย่างยืดหยุ่น เพราะเขาเองก็อยากได้ความรู้สึกตอนบ่มเพาเช่นกัน
แต่ในสายตาของมู่หลง มันดูเหมือนคนที่ไร้ซึ่งหนทาง ทำให้เขารู้สึกสงสารโดยที่ความรู้สึกนี้ไม่เคยรู้สึกมาแล้วนานมากๆ แต่ก็โทษมูู่่หลงไม่ได้เพราะเขาเป็นักฆ่าระดับแนวหน้าการเมตตาเป้าหมายเท่ากับเอาปืนจ่อหัวตนเองที่พร้อมลั่นไก
ทันใดความรู้สึกลังเลก็โผล่มาหัว เพราะการส่งวิธีบ่มเพาะของตนให้คนอื่นถึงจะเป็คนรู้จักสนิทก็เถอะ มันก็ยังลังเลอยู่ดีมันคือความรู้สึกไม่สามารถเข้าใจได้
แต่เมื่อเห็นดวงตาของเฉินเจียงอีกครั้ง พลั่นความรู้สึกลังเลหายไปทันที(ผู้แต่ง:ทำไมรู้มันเกเรจัง) เขารีบยิบวิธีบ่มเพาะออกมาพร้อมส่งไปในมือ
และกล่าวกำชับไว้อีกด้วย"น้องเจียง เ้าจงไว้ว่าเคล็ดล่มเพาะเป็อะไรที่เป็ความลับของบุคคลมากๆ อย่าเอามาให้คนอื่นเห็นเด็ดขาด"ในน้ำเสียงของเขาค่อนข้างขอร้อง
"แน่นอนพี่ใหญ่มู่หลง ข้าจะต้องเก็บความลับนี้เป็อย่างดีแน่นอน เพราะหากมันหลุดไปไม่ใช่ท่านคนเดียวที่โดนตามล่าข้าเองก็โดนเช่นกัน ฉะนั้นไม่ต้องห่วง"เฉินเจียง
เมื่อลำลึกถึงอดีตเสร็จเรียบร้อย ในความทรงจำมีทั้งความกลัว ความสุข ความตื่นเต้น แต่นั้นเป็เพียงอดีตในปัจจุบันในโลกแห่งนี้มีเขามาอย่างโดดเดียว
'เห้ออ...ข้าคิดไปถึงอดีตอีกแล้วช่างเป็เวลาที่คุ้นเคย ครอบครัว ของข้าพวกเขาจะเป็ยังไงกันนะ'เฉินเจียงครุ่นคิดไปถึงอดีตที่เคยผ่านมา แต่ทว่าใบหน้าของยังคงยิ้มเื่โจร อยู่เหมือนเดิม
'ข้าควรจะสังหารโจรพวกนั้น... ไม่สิข้าควรให้คนทั้งสี่จัดการพวกนั้นดีกว่า จะได้เป็การเพิ่มประสบการณ์การต่อสู้จริงๆ'
เมื่อเฉินเจียงคิดดั่งนี้เขายิ้มออกมาอย่างภาคภูมิ แล้วกล่าวต่อคนทั้งสี่"ในเมื่อมีพวกโจรชั่วมาขัดขวางพวกเราในการไปปกป้องอาณาจักร ต้องกำจัดพวกมันให้หมด!!"
ในและยังกล่าวอีกว่า"ข้าแนะนำให้รีบเล็งจุดตายไว้ จะได้เก็บประสบการณ์การสังหารคน และยังได้วิธีสังหารให้มีประสิทธิภาพมากที่สุดอีกด้วย จุดตายที่แนะนำมี หัว คอ หัวใจ"
ทว่าเสียงหลัวซูพูดขึ้นมา"แล้วให้ข้าทำอะไรรึ?"
เฉินเจียงที่ได้ยิน ก็ไม่ทำให้ผิดหวังเร่งรียกล่าว"หากเ้าอยากสู้ก็ได้ แต่ข้าไม่แนะนำให้สู้กับหัวหน้าพวกมันเท่าไร ควรไปจัดการพวกลูกน้องมันดีกว่า"
"รับทราบครับ"
"เอาละ เสียเวลามามากพอแล้ว จงแอบซ่อนไปสังหารมันให้ได้ ยิ่งแอบดีเท่าไรก็ยิ่งมีโอกาศสังหารมาก หากเก่งในเื่ลอบสังหารมาพอจะสังหารคนระดับสูงกว่าก็ไม่ใช่ยากเกินตัว"เฉินเจียงกล่าวสอน
ในขณะที่พวกโจรกำลังประจบหัวหน้าของตน ทันใดพวกเขาไม่ได้ให้ความสนใจกลุ่มเฉินเจียงแม้เพียงนิด เพราะตอนนี้ตำแหน่งปัจจุบันที่พวกเขามองเห็นไม่สามารถเห็นได้อีกต่อไป
ทุกอย่างเงียบมีเพียงเสียงหัวเราะชอบใจ และกำลังกล่าวถึงความยิ่งใหญ่ของหัวหน้ากลุ่มโจร แต่ทว่าพวกเขาไม่รู้เลยว่าเคียวยมทูตกำลังทาบไว้ต่อคอตนพร้อมที่จะเก็บเกี่ยวิญญาในพริบตา
ทันใด ทุกอย่างพลั่นเงียบลงเพราะหัวหน้าที่พวกเขากำลังประจบประแจงอยู่ศรีษะของเขาไม่ได้ถูกสะบั่นออก แต่เป็การไหลออกมาปานเป็ผักจนตกลงสู่พื้นอย่างนิ่มนวล
ในจังหวะทุกคนได้แต่นิ่งอึ้งจนกล่าวอะไรแทบไม่ออก แต่ผ่านไปเสี้ยวก็มีคนได้สติเขากล่าวด้วยเสียงแหบแห้งและหวาดกลัว"ห..หัวหน้าตายแล้วว!"
แม้เสียงจะแหบแห้งแต่ทุกคนได้ยินคำนั้นดีเพราะทุกอย่างรอบข้างต่างก็เงียบอยู่ทั้งนั้น ต่อให้มีเสียงเข็มตกก็ต้องได้ยินแน่นอน
และใดเืก็ไหลไปทั่ว บางคนเริ่มสติแตกบางคนก็ยังคงสติไว้ได้จึงไม่เป็อะไร แต่ทันใดคนที่สติแตกเสียงของพวกเขาเงียบลง มีเพียงเสียงเหมือน "ฉึก!!!"เสียงได้เบาแต่ก็พอได้ยิน
เสียงนี้ราวนำพาความสิ้นหวังติดมาด้วย ทุกคนที่ยังคงสติไว้เริ่มทำสายตาเหมือนหวาดกลัวอะไรบางอย่างที่น่ากลัวมาก เพราะในสายตาทุกคนมีเงาดำใส่ชุดสีดำมีผ้าคลุมปิดใบหน้าไว้ยืนอยู่นิ่ง
แต่สายตาคู่นั้นในผ้าครุมยังคงใสิ่งตนทำลงไป แต่ทันใดสายตานั้นเริ่มหายไปเริ่มเยือกเย็นมากขึ้น แต่มีหรือว่าพวกโจรจะเข้าใจสายตานั้น พวกนั้นที่กลัวต่างเหมือนเห็นหนทางรอดรีบหยิบดาบไปฟันใส่เงาดำนั้น
เมื่อตัวดาบกำลังจะฟาดฟันใส่เงาดำนั้น เวลาทุกอย่างเหมือนช้าลงนิดนึง¹แต่นี้เพียงอยู่ในสายตาของเงาดำเท่านั้น พวกโจรยังเห็นทุกอย่างเท่าเดิม
เมื่อดาบฟาดโดนเงานั้น มันผ่านไปราวอากาศธาตุ
ทันใดเงาดำอีกสามเงาโผล่มาข้างหบังของตน เหล่าโจรต่างไม่รู้ว่าอะไรเกิดขึ้นบ้างเพราะแทบมองตามความเร็วของเงานั้นไม่ทัน
ทว่าตรงเหล่าโจรแทบทั้งหมดล้วนเอามือไปจับลำคอที่เย็นวาบของตน พร้อมมีน้ำสีแดงไหลออกมาจากลำคอ สิ่งนั้นคือเื
ในใจของทุกคนเต็มไปด้วยความเสียใจอย่างสุดซึ้ง ก่อนสายตาที่มีจิตใจจะดับลงและร่างกายล้มลง
"ท่านสังหารโจร เล่าจี้ ได้รับEXP:4ได้คะแนน1แต้ม"
"ท่านสังหารโจร หม่าเฟย ได้รับEXP:10 ได้คะแนน1แต้ม"
....
ในเสียงราวไม่มีตัวตนอยู่จริงเพราะไม่มีใครสนใจเสียงนั้นแม้แต่ยกเว้นชายหนุ่มคนนึงในชุดดำเพราะในสายตาของทุกคนแล้วมีเพียงการสังหาร
ชายหนุ่มคนนั้นยกมุมปากยิ้มขึ้น'หากรวมทั้งหมดข้าควรมี63แต้มสินะ'เสียงเขาเพียงคิดในใจเท่านั้น ก่อนจะหันไปมองอีกคนข้างๆและกล่าว"หลัวซูเ้าจะไม่ไปรึ"
ชายที่กล่าวคนนี้ก็คือเฉินเจียงนั้นเอง เขามองการสังหารอย่างไม่แปลกใจหรือตื่นตระหนกเลยสักนิด ในสายตาของดูเหมือนห้วงจักรวาลอันลึกล้ำอันไม่มีจุดสิ้นสุด
หากเทียบสายตานี้แล้ว ราวกับทุกสรรพสิ่งล้วนไร้ค่าไม่มีราคาปานจะ เหมือนกับขยะและเศษฝุ่น
เมื่อหลัวซูเห็นสายตานี้แล้ว ตัวของเขาเริ่มสั่นกลัวชายที่อายุน้อยกว่าคนนี้เพราะรังสีที่แผ่ออกมานี้มันน่าเกรงขามยิ่งนัก
หลัวซูตอบอย่างสั่นๆด้วยรอยยิ้มฝืนๆ"ข้าไม่ทันพวกเขาหรอก ปล่อยไปดีกว่า"
เมื่อเฉินเจียงได้ยินดังนั้นจึงตอบ"โอ้ งั้นก็ได้"
ผ่านไปอีก5ลมหายใจ
ในพุ่มไม้เหลือเพียงหกคนเท่านั้น มีซากร่างไร้หัวไม่ก็อกซ้ายทะลุหรือลำคอทะลุอยู่26ร่าง
เงาดำทั้ง6มายืนตรงหน้าเฉินเจียง ดังนั้นเฉินเจียงจึงกล่าวบางอย่างไป"พวกเ้าช้าเกินไปพวกนั้นเป็เพียงคนธรรมดาเท่านั้น เ้ากลับใช้เวลาตั้ง6ลมหายใจ"
ในสายตาของคนทั้งห้าพลั่นมีความไม่เชื่อก่อน"แต่เราสังหารคนตั้ง26คนเลยนะ"
เฉินเจียงที่ได้ยินดังนั้นจึงยุกมุมปากยิ้มกล่าว"หากให้ข้าทำมันคงจะเสร็จใน1ลมหายใจ แต่ไม่เป็ไีถือว่าพวกเ้ายังไม่เคยสังหารใครมาก่อนถือว่าอนุโลมได้"
ในน้ำเสียงของเขายังเหมือนพยายามทำให้เหมือนดูเหยียดหยามมากที่สุด แต่ในจริงๆของเขานั้น'ยกโทษให้ข้าด้วยแล้วกันเพราะข้า้ากองกำลังที่แข็งแกร่งจึงต้องทำแบบนี้'
_________________________________
1 คือว่ายิ่งมีความแข็งแกร่งด้านความเร็วมากเท่าไร ในสายตาโลกรอบข้างจะเคลี่ยนที่ช้าลงเพื่อให้สมองประมวลผลตามได้