แม่ทัพิและองครักษ์ซีอันทั้งสองได้ลักลอบเข้ามายังด้านในของพระราชวังเป็ที่เรียบร้อยโดยปลอมตัวเป็ทหารยามที่พวกเขาจัดการได้ ทั้งสองเนียนเดินตรวจตราไปจนถึงวังภายใน
"เฮ้ยพวกเ้าทั้งสองมาทำอะไรแถวนี้?"
แม่ทัพิที่เก่งกาจเื่การแทรกซึมจึงบอกไปว่าพวกเขาเป็ทหารใหม่ทหารยามที่มองมายังทั้งสองด้วยความสงสัยแต่ไม่ได้ติดขัดอันใด แม่ทัพิกับองครักษ์ซีอันจึงสอบถามทางไปที่คุมขังพวกนักโทษ
ทหารยามจึงไม่ได้สังเกตอะไรมากเขาเพียงบอกเส้นทางหากเป็ทหารที่พลัดเปลี่ยนเวรยามจริงก็น่าจะเป็ทหารใหม่ที่มากับท่านแม่ทัพใหญ่
หลังจากที่ทั้งสองเดินมาจนถึงที่คุมขังเหล่าเสนาบดีและทหารของแคว้นหยางิ สายตาขององครักษ์ซีอันสอดส่องมองใบหน้าของสตรีทุกคนเพียงด้านนอก กลับมีทหารยามที่ประจำการอยู่แล้วเดินมาถามพวกเขาทั้งสองจึงไม่มีทางเลือกเพียงบอกแค่ว่าตนมาพลัดเวรยามด้วยความสงสัย เวรยามที่อยู่มาก่อนหน้าก็พลัดเวรยามไปได้ไม่ถึงชั่วโมงแล้วเหตุใดถึงเปลี่ยนบ่อยนัก
แต่ด้วยความที่ทหารยามพวกนี้เป็คนี้เีทำให้แม่ทัพิและองครักษ์ซีอันรอดตัวได้อย่างหวุดหวิด แต่เมื่อทั้งสองเริ่มทำหน้าที่ประจำการองค์รักซีอันจะขอเป็ผู้ไปตรวจสอบเองให้แม่ทัพิรอดูต้นทางอยู่ด้านนอก แต่องครักษ์ซีอันกลับมิพบตัวองค์หญิงเลยแม้แต่น้อย
"ไม่เจอเลยหรือ?" องครักษ์ซีอันสายหน้าก่อนทั้งสองจะค่อยๆเดินหลบไป
เฟิงฉินที่กำลังมองสภาพศพของทหารตรงหน้าหมอทหารชันสูตรศพว่าบริเวณกระดูกรำคอถูกหัก เขาเมื่อได้ยินเช่นนั้นก็รู้ได้ทันทีเลยว่าต้องเป็ผู้ที่มีฝีมือแต่ด้วยระยะเวลาของศพที่ตายไปนานถึงเจ็ดวันเป็ไปได้คนฆ่าต้องเป็ผู้ที่เคยฆ่าคนมาก่อนที่มิใช่ชาวบ้านธรรมดา
มือหนาจับข้อมือของศพพยายามประติดประต่อเื่ราว จนพอเข้าใจว่าจะถูกล่อให้เข้าไปในที่ลับตาคนการต่อสู้เป็การฆ่าด้วยมือเปล่าแม้แต่ร่างกายก็ไม่มีแม้แต่าแ
ต้องเป็คนในแคว้นหยางิหรือไม่ก็เป็คนของเสนากงซู่ เขาคิดแต่เมื่อพิจารณาแล้วข้อหลังต้องตกไปก่อน เพราะที่นี่ไม่มีอะไรที่เสนากงซู่ต้องมาหาผลประโยชน์โดยการแหวงหญ้าให้งูตื่น
ถึงจะเหตุผลอะไรก็ตามเขาต้องรู้ให้ได้ เฟิงฉินจึงสั่งทหารออกตรวจตราบริเวณชั้นนอกให้แ่ามากขึ้น
ทางด้านเค่อฉิงเธอกำลังมองกระจกด้วยความเซ็ง หลังจากที่เริ่มหายดี ความอยากออกไปด้านนอกกลับเพิ่มขึ้นมา เธอเป็คนอยากรู้อยากเห็นชอบสิ่งใหม่ๆ
ไม่สามารถอยู่ในสถานที่เดิมได้เป็เวลานาน ถึงจะเป็แบบนั้น แต่มูกวาก็เฝ้าเธออยู่ตลอดพอเธอเปิดประตูออกไปสายตานางกำนัลผู้นั้นก็จ้องมองมาและหาเหตุผลต่างๆนาๆว่า เธอไม่ควรออกไปควรพักให้หายดีเสียก่อน
มีเพียงคน คนเดียวที่ช่วยเธอได้เมื่อคิดเช่นนั้นจึงรอเวลาให้ถึงกลางดึก
จนเวลาผ่านไปจนถึงกลางคืนเฟิงฉินเขาก็เข้ามาหาสตรีร่างเล็กตามปกติ รางบอบบางหันหลังให้เขาเหมือนกับว่ากำลังหลับใหล แต่นางมิได้หลับอันใดเค่อฉิงที่รอให้บุรุษตรงหน้าเข้ามากอดนางก่อนจะหันหน้าเข้ามาหาอกแกร่ง
"เ้ายังมินอน?"
เฟิงฉินถามด้วยความประหลาดใจแต่นางเพียงหยักหน้าเท่านั้นก่อนแววตากลมโตจะจ้องมายังใบหน้าคม เฟิงฉินที่มองสบสายตากลมโต
"นาง้าอะไรกับเขากันถึงได้นอนรอเขาขนาดนี้"
แต่ไม่ทันจะได้กล่าวมือบางก็จับมือหนาให้เข้าััแผ่นหลังของนางเฟิงฉินที่ไม่เข้าใจกับการกระทำของสตรีตรงหน้านาง้าจะสื่ออะไรกันแน่
"หลังของข้าหายแล้วเห็นไหม" เฟิงฉินมองใบหน้าบอบบาง แต่มือหนาลูบไล้ไปทั่วแผนหลังจนสตรีในอ้อมแขนถึงกับหายใจไม่เป็จังหวะ
เฟิงฉินมองแววตาเว้าวอนก่อนจะดึงสตรีในอ้อมแขนเข้ามาจูบอย่างดูดดื่ม เค่อฉิงด้วยเหตุอะไรไม่ทราบได้เธอกลับทำสิ่งที่ผิดพลาดมิใช่แค่เขาที่มีอารมณ์เสน่ห์หาแต่เธอก็มีด้วยเช่นกัน
ร่างทั้งสองจูบตอบด้วยรสเสน่ห์หาซึ่งกันและกัน เฟิงฉินที่คิดเพียงแค่จะกลั่นแกล้งนางแต่เขากลับต้องเอาจริงกับความอัดอั้นในกายของตนเองเสียแล้ว
ร่างเล็กจูบตอบอย่างดูดดื่มเธอเริ่มจะควบคุมความ้าของตัวเองไม่ไหวเสียแล้ว จนในเมื่อความเต็มใจของทั้งสองพร้อมที่จะมอบบทรักให้แก่กันจึงไม่มีอะไรมาหยุดความ้าของเขาและเธอได้
NC---------------------------ตัดฉับ----------------------------
มู่กวาลืมตาตื่นจากเสียงครวญครางที่ดังออกมาจากด้านในห้องของคุณหนูของนางใบหน้าที่แดงขึ้นจนถึงหู นางไม่น่าตื่นมาตอนนี้เลย จนสุดท้ายมู่กวานางต้องออกไปด้านนอกตำหนักแทน แต่ความเร่าร้อนของทั้งสองก็ดังออกมาจนนางต้องไล่ให้ทหารยามโดยรอบออกห่าง ๆจากตำหนัก
นี้เป็ครั้งแรกที่นางได้ยินเสียงอันน่าอายเช่นนี้ หรือนางไม่ตื่นมาได้ยินเหมือนวันนี้กันแน่นะ
ทางด้านองครักษ์ซีอันและแม่ทัพิพวกเขายังมิเจอแม้แค่เบาะแสขององค์หญิงสี่ แต่ถ้าหากไปถามฮ่องเต้แคว้นหยางิกลับมีเวรยามหนาแน่นจนยากที่จะเข้าไป พวกเขาทั้งสองมีเวลาไม่มากนักก่อนพวกทหารยามจะรู้ตัว..
จบตอน..