[5] ช้อปปิ้ง
[5] ช้อปปิ้ง
วันนัดหมายแลกเปลี่ยนของเซ็ทกับบริษัทไอทีชั้นนำของโลก ด้วยจำนวนเงินมากกว่าสามสิบล้านดอล ใครจะรู้ว่าการแลกเปลี่ยนโปรแกรมกับเงินจำนวนมหาศาลจะเกิดขึ้นในสถานที่ธรรมดาๆ อย่างสถานีรถไฟใต้ดินแห่งหนึ่งในเมืองหลวงของประเทศไทยเซ็ทกดโทรศัพท์มือถือเก่าๆ ที่คุ้ยมาจากกองขยะในบ้านเพื่อภารกิจในวันนี้ ซึ่งหลังจากวันนี้จบลงก็คงไม่แปลกหากที่โทรศัพท์สภาพแย่เครื่องนี้จะเจ๊งกะบ๊ง แน่นอนว่าปล่อยให้มันเจ๊งไปก็ไม่มีปัญหาอะไร เพราะเขาจะมีเงินมากพอซื้อใหม่ได้อีกหลายร้อยเครื่องเซ็ทเดินเช็คสถานที่อีกครั้งก่อนที่จะถึงเวลานัดหมาย ซึ่งเขาไม่ยอมให้เกิดอะไรผิดพลาดง่อยๆ แบบที่ว่ามีคนเห็นเขาบ่อยๆ จนโดนไล่ออกไปเพราะน่าสงสัยแน่ๆ เซ็ทยกนาฬิกาข้อมือเรือนเก่าแต่ราคาแพงเพราะเป็นของแบรนด์นาฬิกาโบราณระดับโลก ของมีค่าไม่กี่ชิ้นที่ยังมีอยู่ในบ้าน ชายหนุ่มในชุดแฟชั่นทั่วไปติดที่ผมกระเซิงเหมือนคนไม่ได้หวีปิดหน้าปิดตาไว้ ไม่งั้นคนคงเผลอมองตามรูปลักษณ์ของเขากันใหญ่แน่“ใกล้ได้เวลาแล้ว...”เซ็ทกดโทรศัพท์เพื่อส่งข้อความไปหาคนที่ได้รับมอบหมายให้มาทำงานแลกเปลี่ยนครั้งนี้ แน่นอนว่ารูปร่างหน้าตาและข้อมูลติดต่อของอีกฝ่ายถูกส่งมาให้เซ็ทตั้งนานแล้ว โดยข้อความดังกล่าวคือการเปลี่ยนสถานที่มอบเงินเป็นที่กดบัตรโดยสารใกล้ๆ ถังขยะ ตรงนั้นจะมีตระกร้าใส่ของหลงที่เซ็ทเนียนเป็นคนทำความสะอาดเอามาวางไว้ตอนรุ่งสางในตระกร้ามีพวกเสื้อผ้าเก่าๆ กับของไม่ใช่แล้วที่ดูไม่มีค่าวางไว้หลอกตาเซ็ทที่หลบเข้ามาในห้องน้ำของสถานีนานแล้ว เมื่อได้รับข้อความติดต่อกลับมาว่าอีกฝ่ายรับทราบและเอากระเป๋าใส่เงินสามสิบล้านวางไว้ในตระกร้าดังกล่าวแล้ว เซ็ทที่เช็คกล้องวงจรปิดที่แฮ็กไว้ตลอดเวลาจึงทำเนียนเดินออกมาด้วยท่าทางซีดเซียวของคนท้องเสีย แน่นอนว่าเปลี่ยนเสื้อกับกางเกงตัวใหม่ สวมหมวกใบโตปิดบังเส้นผม เหมือนพวกบ้านนอกเข้ากรุงเซ็ทส่งข้อความกลับไปอีกครั้งคือใต้กระถางต้นไม้ต้นที่สามของสถานีปลายทางมีกุญแจสำหรับเปิดตู้ฝากของ ที่อยู่โปรแกรมที่ถูกเอาไปวางไว้ที่สองสถานีถัดไปตู้ล่างซ้ายสุด รหัสตู้ฝากของคือ 1996 เปิดตู้จะเจอแผ่นซีดีรอมซึ่งเป็นของปลอม ตัวโปรแกรมจริงอยู่ในแฟรชไดช์อันเล็กและถูกแปะสก็อตเทปแปะไว้ด้านบนในสุดของตู้คนสองในสามรีบไปตามข้อความที่ได้รับแจ้งมา เหลือคนหนึ่งคนที่เซ็ทสังเกตผ่านกล้องวงจรปิดได้ตั้งแต่แรกว่าอีกฝ่ายเป็นพวกเดียวกับอีกสองคนนั้น คนที่เขายอมปล่อยให้มาถึงนี่...เซ็ทพิมพ์ข้อความในมือเป็นภาษาอังกฤษอีกครั้งอย่างรวดเร็วว่า ‘อยู่เฝ้าเนี่ยอยากหาตัวฉันเหรอ?’แค่แปปเดียวคนที่เหลือก็ดูจะสะดุ้งเล็กๆ เนื่องเพราะพวกเขาแยกกันมา เจ้าตัวคงไม่คิดว่าเซ็ทจะดูออกว่าพวกเขาเป็นพวกเดียวกัน เซ็ทหัวเราะเบาๆ แล้วพิมพ์ข้อความขู่ไปอีกระรอก‘ผิดข้อตกลง’‘การแลกเปลี่ยนเป็นอันโมฆะ ข้อมูลบริษัทคงต้องถูกส่งออกซะแล้ว แถมลบข้อมูลบริษัทให้เป็นกรณีพิเศษเลย’คนเฝ้าสะดุ้งเฮือก หันซ้ายหันขวาให้วุ่นดูจากการเร่งรีบกดมือถือแล้วคงรีบติดต่อเบื้องบนเพื่อบอกเล่าสถานการณ์ เซ็ทที่เฝ้ามองปล่อยให้อีกฝ่ายติดต่อกับเบื้องบนตามสะดวก รอเวลาไม่กี่นาที ข้อความก็ถูกส่งมายังมือถือของเขา‘เราจะถอนตัวเดี๋ยวนี้ ขอโทษด้วยจริงๆ’เซ็ทพึงพอใจเล็กน้อย ปล่อยให้อีกฝ่ายถอนตัวแต่โดยดี พอทางโล่งเซ็ทก็เดินไปหยิบกระเป๋าใส่เงินมาง่ายๆ พอเดินออกห่างจากสถานีก็เดินกลับขึ้นไปในห้าง ลบข้อมูลกล้องวงจรปิดทุกตัวที่อาจจะถ่ายติดเขา หลบเข้าห้องพนักงานทำความสะอาดที่เป็นมุมอับของกล้องวงจรปิดเพื่อตรวจสอบจำนวนเงิน เมื่อรู้ว่าเงินในกระเป๋าเป็นเงินจริงและมีจำนวนถูกต้อง เซ็ทก็กวาดเงินใส่กระเป๋าเป้เปล่าในที่สะพายไว้พอทิ้งกระเป๋าเดิมลงช่องทิ้งขยะ กลับแถบเสื้อที่ใส่อยู่พับแขนเสื้อขึ้นถึงศอก เสยผมที่ยาวปิดตาให้ปัดข้าง ใส่ต่างหูหนีบรูปไม้กางเขนที่หูข้างหนึ่ง จากหนุ่มขี้โรคก็กลายเป็นหนุ่มหล่อมาดเซอร์ เซ็ทก็เดินออกมาปะปนกับคนหมู่มากอย่างสง่าผ่าเผยเซ็ทส่งรหัสสามสิบสองหลักสำหรับเปิดไฟล์ ส่วนรหัสกว่าห้าสิบสี่ตัวสำหรับเปิดใช้งานโปรแกรมฉบับสมบูรณ์จะถูกส่งไปให้ก็ต่อเมื่อพวกคนที่มาที่นี่กลับประเทศตัวเองกันไปหมดแล้ว หลังจากนั้นเซ็ทก็จัดการหักโทรศัพท์ซังกะบ๊วยเป็นชิ้นๆ แล้วแยกส่วนลงถังขยะหลายๆ ถัง...นี่ไม่มีใครสังเกตถึงเขาเลยจริงเหรอ?{ไม่เคยคิดเลยว่าจะไม่ต้องใช้ซักแผนที่เตรียมมา}“นั่นสินะ งานหยาบจนน่าโยนลงถังขยะยังผ่านไปได้สวยขนาดนี้ อีกฝ่ายคงไม่ใช่พวกกองทัพจริงๆ”วิธีลองเชิงแบบง่ายๆ ถือเป็นแผนไร้หัวคิดแทบเรียกว่าแผนไม่ได้ในความคิดของเซ็ท ยังทำให้ทุกอย่างผ่านไปง่ายๆ แถมขู่นิดเดียวยังกระเจิงซะขนาดนั้น แผนที่เตรียมไว้จริงๆ เลยไม่ได้หยิบมาใช้ซักแผน บางทีเขาอาจจะกังวลมากเกินไปแต่แผนเขาที่เตรียมไว้ก็รุนแรงไปหน่อย ไม่ต้องใช้ก็ดี{ในเมื่อมีเงินแล้ว ไปจัดการตัวเองเลยดีมั้ยเซ็ท}“ก็ต้องอย่างนั้นแหละ”
เด็กหนุ่มที่เปลี่ยนลุคตัวเองใหม่ แม้จะยังผอมแห้งไปหน่อยแต่ด้วยใบหน้าหล่อ รูปร่างสูงโปร่ง การเดินแบบมั่นใจสง่าผ่าเผยก็ทำให้ใครต่อใครที่มาเดินห้างอดเหลือบมองไม่ได้ บางคนถึงขั้นมองตามจนเหลียวหลังเลยก็มีเซ็ทเดินเข้าไปในร้านทำผมเพื่อเปลี่ยนลุคตัวเองให้แน่นอนก่อนเป็นอันดับแรก ด้วยจำนวนคิวที่มากไม่น้อยก็ทำเอาเซ็ทต้องรออยู่นานกว่าจะได้เข้าไปสระผมก่อนจะตัดกับช่างอีกคนนึง“ตัดทรงอะไรดีคะคุณน้อง?”ช่างตัดผมที่ตัดผมให้เซ็ทคือผู้ชายที่ใจเป็นหญิง รูปร่างบึกบึนเหมือนจะภูมิใจกับกล้ามแกร่งๆ ของตัวเองมากกว่าจะอยากมีร่างกายอ้อนแอ้น เป็นคนที่ดูจะสับสนในตัวเองอยู่บ้าง แต่ประเด็นสำคัญสำหรับเซ็ทคือลูกค้าดูจะอยากให้ช่างคนนี้ตัดงั้นเขาก็คงฝีมือดี เซ็ทไม่ได้คิดอะไรกับพวกนี้อยู่แล้ว ใครจะเป็นเพศไหนอยากเป็นอะไรไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเขา จะเสียเวลาไปรังเกียจแบบคนบางกลุ่มทำไม ทำไปก็ไม่ได้ทำให้ชีวิตดีขึ้นนี่นา“เห็นป้ายบอกว่าร้านนี้รับออกแบบทรงผมด้วย งั้นผมขอทรงที่เข้ากับหน้าผมครับ”“หืม ไม่เจอคำขอแบบนี้มานานแล้วนะ ปกติมีแต่คนขอให้เจ๊ทำทรงนั้นทรงนี้ให้เข้ากับหน้า ให้ออกแบบให้อ่ะได้ แต่เข้ากับหน้าไม่ได้แปลว่าตัวคุณน้องจะชอบนะย้ะ มันอยู่กับรสนิยมด้วยน้า”เซ็ทฟังที่ช่างตัดผมจีบปากจีบคอพูดแล้วก็เข้าใจ เขาจึงพูดต่อ“ผมแค่อยากเปลี่ยนลุคน่ะครับ ทรงอะไรก็ได้ ถ้าจะให้รีเควสเพิ่มก็อยากได้ทรงที่ทำผมแล้วเปลี่ยนลุคได้หลายๆ แบบหน่อย”“แหม คำขอท้าทายดีเจ๊ชอบ งั้นขอดูโครงหน้าน้องหน่อยละกันนะฮ้า”“เชิญเลยครับ”เซ็ทไม่ได้ว่าอะไรที่ช่างตัดผมจะมารวบผมหน้ายาวๆ เขาออกเพื่อให้เห็นโครงหน้าชัดๆ แน่นอนว่าเขาลืมตาจ้องช่างตัดผมที่เรียกตัวเองว่าเจ๊ เขาจะไม่ว่าอะไรจริงๆ ถ้าคนๆ นี้ไม่ยื่นหน้าเข้ามาใกล้เขาขนาดนี้ แถมดูเหมือนจะจ้องจนตาค้างไปแล้วด้วยสิ จนต้องเรียกนั่นแหละถึงได้สติ...หรือสติแตกก็ไม่รู้“...พี่ครับ ใกล้ไปนะครับ”“อ๊ายยยยย นี่แหละ! นี่แหละสิ่งที่เจ๊ตามหา ถึงจะยังดูตอบไปหน่อย แต่นี่มันรูปหน้าในอุดมคติ ไอเดียพุ่งพรูไปหมดแล้ว! จะเอาแบบที่เปลี่ยนได้หลายลุคสินะจ้ะ รอแปปนะคะคุณน้อง!”คุณช่างตัดผมร่างแกร่งเอามือจับหน้าตัวเองแล้วหมุนตัวไปมา ปากก็อ้าปากกรีดร้องจนคนในร้านรวมถึงพวกที่ผ่านไปมาหน้าร้านต้องชโงกคอเข้ามามองดูว่าเกิดอะไรขึ้น เจ้าหล่อนพูดเองเออเองเสร็จสรรพก็วิ่งไปคว้ากระดาษกับปากกา มือหนาขยับลากเส้นยิกๆ เขียนไปสักพักก็มาเปิดผมด้านหน้าเซ็ทออกดู จ้องแล้วทำหน้าฟิน เสร็จแล้วก็จับๆ ลูบๆ เส้นผมของเขาด้วยท่าทางจริงจังแล้ววาดต่อแม้เซ็ทจะปั้นหน้านิ่งเหมือนปกติ แต่รู้สึกเหมือนขนทั่วตัวกำลังลุกตั้ง{ขอประมวลผลว่าคุณกำลังรู้สึกกลัว...ไม่สิ รู้สึกหลอนครับ}...ไม่ต้องบอกก็คิดแบบนั้นแหละโร“โอเค ได้ละ เจ๋งสุดขีด ผลงานชิ้นเอกเลย!”ช่างตัดผมร่างโตละมือออกจากกระดาษสมุด เดินไปซ้อนหลังเซ็ทที่นั่งอยู่ มือหนาหยิบกรรไกรกับหวีสำหรับตัดผมไว้ในมือ ดวงตายามจับเส้นผมบนหัวเป็นประกายวาวโรจน์สะท้อนกับกระจกที่ตั้งอยู่ด้านหน้า“เอาละนะหนุ่มน้อย!”เซ็ทยิ้มแห้งพยักหน้ารับ นั่งท่องในใจว่าคนอารมณ์ศิลป์พวกนี้มักจะฝีมือดี ดังนั้น...{ไม่เป็นไรหรอก ต่อให้ทรงสกินเฮดมาแต่เดี๋ยวผมก็งอกเองแหละเซ็ท}หางคิ้วเซ็ทกระตุกยิกๆ เมื่อก่อนไม่ว่าโรจะยั่วโมโหเขายังไงเขาก็ไม่เคยรู้สึกอะไร แต่เดี๋ยวนี้อะไรนิดๆ หน่อย กลับทำให้เขาคิ้วกระตุกซะอย่างงั้นกรรไกรบรรจงตัดผมที่ยามรุงรังบนศีรษะเขาออกอย่างคล่องแคล่ว ดูท่าการใช้กรรไกรแล้วเซ็ทก็ค่อนข้างคิดเข้าข้างตัวเองว่าทรงผมเขาคงไม่ออกมาแปลก เขาเชื่อว่าเขาดูคนไม่ผิดล่ะนะ“เสร็จแล้วจ้า เจ๊จะอธิบายวิธีเปลี่ยนลุคให้นะจ้ะ”เซ็ทมองทรงผมตัวเองบนกระจกแล้วตั้งใจฟัง รู้แหละว่าถ้าไม่ตัดผมจนเปลี่ยนทรงไปเลยการจะเปลี่ยนลุคก็ต้องอาศัยการจัดตกแต่งด้วย ซึ่งของแบบนั้นเขาทำเองได้ จะตัดเองก็ได้แหละแค่ขี้เกียจแล้วก็ไม่รู้ว่าคนสมัยนี้เขานิยมทำผมแบบไหน“ทรงแรกเลยนะจ้ะ ปล่อยไว้เฉยๆ ไมต้องทำอะไรจะเป็นลุคหนุ่มเซอร์ๆ ติสท์ๆ หนุ่มน้อยนิดๆ จ้ะ ต่อไปคือเสยขึ้นจ้ะ ผมข้างหน้านี่เสยขึ้นไปเลย ให้อารมณ์แบดๆ ถ้าเสริมการแต่งตัวก็เป็นได้ทั้งลุคสุภาพสุดๆ แล้วก็ชั่วสุดๆ ต่อไปปัดข้างจ้า ปัดน้อยๆ เป็นหนุ่มหล่อหน้ามน ปัดสุดให้เรียบแปร๊ก็จะได้ลุคคุณชาย ปัดๆ ทำให้พองๆ ฟูๆ ชี้หน่อยๆ ก็หล่อเท่ไปอีกแบบ ทั้งนี้ทั้งนั้นขึ้นอยู่กับการแต่งหน้าแต่งตัวด้วยนะจ้ะ”เซ็ทฟังและมองตามการจัดทรงพร้อมคำอธิบายของช่างตัดผมอย่างตั้งใจ เมื่อเห็นลูกเล่นในทรงผมที่ถูกตัดไปแล้วก็ยิ้มบางอย่างถูกใจ ผมหน้าถูกซอยออกไปเล็กน้อย ผมด้านหลังตัดเป็นแนวในสั้นกว่าด้านหน้า ถ้าไม่จัดทรงอะไรเลยก็เป็นผมทรงธรรมดา แต่พอคิดจะจัดกับรูปหน้าตัวเองตอนนี้ก็ได้หลากหลายแนวตามความต้องการ“ก็ประมาณนี้ล่ะนะ เอาจริงๆ เจ๊แทบไม่ต้องตัดอะไรมากเลย หน้าหนูนี่เข้ากับทุกทรงสุดๆ เจ๊ช๊อบชอบ~ แล้วเป็นไงถูกใจมั้ยจ้ะ?”“พอใจมากครับ ขอใบเสร็จสำหรับจ่ายค่าตัดด้วยครับ”“อุ้ย ฟรีจ้า เจ๊ตัดให้ฟรีเลย ตัดผมหนุ่มหล่อแถมท้าทายสมองไม่ได้ทำมาตั้งนาน เจ๊ล่ะรู้สึกดีสุดๆ”หญิงร่างใหญ่พูดพลางจีบปากจีบคอ มือหนาตวัดไปมาบนอากาศเบาๆ อย่างมีจริต ลางสังหรณ์ร้ายเหมือนกำลังเตือนอะไรบางอย่างกับเซ็ทไม่หยุด“เอ่อ...ก็ขอบคุณนะครับ แต่ให้ผมจ่ายเงินดีกว่า”“แหม่ ถ้าอยากจ่ายขนาดนั้น...ขอเป็นเลขสิบหลักแทนละกันนะ?” คุณช่างพูดด้วยตาเป็นประกาย ด้วยน้ำเสียงที่ไม่ดังไม่เบาทำเอาช่างตัดผมคนอื่นหันมองเป็นทางเดียว แน่นอนว่าพวกลูกค้าสาวๆ ก็หันมามองเช่นกัน“เลข?”“แหมๆๆ อย่าทำใสซื่อไปสิ เลขน่ะเลข เบอร์-โทร-น่ะ-จ้ะ” เธอเน้นทีละคำ“อ่อ โชคร้ายนะครับ โทรศัพท์ผมพึ่งหายไป เบอร์โทรก็เป็นแบบเติมเงิน นี่ก็ว่าจะหาเครื่องใหม่เบอร์ใหม่พอดี ถ้างั้นก็ให้ผมจ่ายเงินแทนแล้วกัน”เซ็ทตอบกลับอย่างใจเย็น แม้ว่าขนหลังคอเขาจะตั้งชันแปลกๆ ก็ตาม ถึงเขาจะไม่ได้รังเกียจเพศที่สามทุกแบบทุกประเภท แต่ก็ไม่ได้คิดจะยอมให้ถูกงาบหรอกนะ“โธ่ งั้นอ่ะนี่ เอาเบอร์เจ๊ไปแทน มีโทรศัพท์เครื่องใหม่แล้วโทรมานะ อ่อ เจ๊ชื่อเจสซี่ จำไว้ด้วยนะจ้ะ เอ๊ะ หรือเจ๊จะเดินไปซื้อมือถือใหม่กับน้องเลยดี”คุณช่างตัดผมเขียนเลขสิบหลักใส่กระดาษแล้วยัดใส่มือเซ็ท พอตั้งท่าจะถอดผ้ากันเปื้อนตามไปด้วยก็โดนลูกน้องช่างตัดผมรัดตัวไว้สองสามคน หญิงสาวเหล่านั้นส่งเสียงดุๆ ใส่เจ๊ใหญ่ แล้วหันไปบอกเซ็ทเสียงหวาน“ไม่ได้ค่ะ ลูกค้าเต็มร้านเนี่ยเห็นมั้ยอาเจ๊ ห้ามไปไหนเลย ส่วนน้องตัดเสร็จแล้วไปเลยก็ได้นะจ้ะ เจ๊แกบอกฟรีไปแล้วก็คือฟรีนั่นแหละจ้ะ”“งั้นก็ขอบคุณครับ”“อ๊าโธ่เดี๋ยวสิๆ น้องๆ น้องชื่ออะไรจ้ะ!?” เสียงเจสซี่ดังไล่หลัง เห็นคนรอบด้านมองมาเซ็ทจึงจำต้องหันกลับไปตอบ แน่นอนว่าตอบเสร็จแล้วก็รีบชิ่งไปเดินโซนอื่น แต่ก็ไม่วายได้ยินเสียงหวีดร้องไล่หลังมา“ผมชื่อเซ็ท ยินดีที่ได้พบครับเจ๊เจสซี่”...เสียงดังขนาดนี้ขอให้โดนไล่ที่...สิ่งที่เซ็ทไม่รู้คือเจ๊แกเป็นคนมีชื่อเสียง นานๆ จะแวะเวียนมาตัดผมลูกค้าในร้านซักหน ปกติเจ๊แกตัดให้แต่ดาราใหญ่ๆ ซึ่งร้านกับเด็กของเจ๊แกอยู่มุมในๆ มันก็ช่วยห้างในการดึงดูดลูกค้ามาแถวโซนไกลๆ แบบนี้ได้ดี แถมโซนห่างไกลเสียงดังนิดหน่อย เจ้าของห้างไม่ยอมเสียตัวดูดลูกค้าแบบเจ๊แกไปหรอก
เซ็ทเดินไปโซนไอที ซื้อชิ้นส่วนไอทีมาค่อนข้างมาก ถึงชิ้นจะไม่ใหญ่แต่ก็ต้องหิ้วของหลายถุงพอควร เพราะบางชิ้นหาขายแยกไม่ได้ต้องไปหาแบบเป็นสินค้ามาแยกส่วนเอาเอง ตอนซื้อมือถือยังต้องซื้อมาสามเครื่องกับไอแพดอีกสองเครื่อง พนักงานเหมือนจะคิดไปเองว่าเขาเป็นพวกรับหิ้วของ (ได้ยินพวกนั้นซุบซิบ) ถึงได้ไม่มีใครมองเขาแปลกๆไม่ต้องห่วงว่าเขาใช้ค่าเงินดอลที่ไทย ก่อนนี้เอาไปให้คนช่วยแลกมาส่วนหนึ่งแล้ว วิธีง่ายๆ ให้คนยอมช่วยก็แค่เสยเปิดผมหน้าโล่งๆ ให้เห็นหน้าชัดๆ เดินไปแบบมั่นใจแล้วก็หลอกหน้าด้านๆ ว่ามาเที่ยวทีนี้จะแลกเงินแต่ลืมพาสปอร์ต ถ้ากรุณาช่วยแลกให้จะให้ค่าตอบแทน เพราะมีของที่อยากได้จริงๆ ต้องรีบซื้อเดี๋ยวหมดแน่นอนว่าราคามันแพงมากแค่เดินไปแลกเงินสามนาทีง่ายยิ่งกว่ารอมาม่าสุก แถมได้ตังค์ ถึงคนขอร้องจะเป็นคนแปลกหน้าแต่เมื่อดูรูปลักษณ์แล้วก็ไม่ได้แย่ ท่าทางก็ไม่ได้มีพิรุธอะไรเลย ผ่าเผยซะด้วยซ้ำ หน้าก็ออกสายฝรั่งจะเอาเงินดอลมาแลกเงินบาทมันก็เรื่องปกติ มันก็มีคนยอมช่วยอยู่แล้วส่วนคนจะจำหน้าเขาได้หรือไม่นั้นก็ไม่ใช่ส่วนสำคัญอะไรมากมาย“เอาล่ะ ทีนี้ก็เสื้อผ้าล่ะนะ”เซ็ทเอาอุปกรณ์ชิ้นเล็กชิ้นน้อยใส่รวมกันในถุงใหญ่จะได้หิ้วสะดวกขึ้น เดินเข้าออกร้านเสื้อผ้าเป็นว่าเล่นเพราะต้องการหาที่ราคากลางๆ แต่ของได้คุณภาพ “ดูดีมากเลยค่ะคุณลูกค้า”เซ็ทไม่ได้สนใจคำเยินยอ เดินดูชุดออกกำลังกาย แล้วก็หยิบไปจ่ายเงินสองสามชุด ไปอีกร้านก็หยิบเสื้อผ้ามาอีกหลายชุดหน่อย คละแบบให้เลือกใส่ได้ตามโอกาส หลังจากเดินเข้าออกร้านเสื้อผ้ามาแทบทุกร้าน หยุดดูมันแทบทุกบู๊ธเสื้อผ้าก็ได้ชุดมาทุกแบบทุกไสตล์เพียงพอต่อทุกความต้องการที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต ในระหว่างที่วนหาเสื้อผ้าก็ได้รองเท้ามาอีกสามสี่คู่ ทั้งผ้าใบออกกำลังกาย ผ้าใบธรรมดา รองเท้าหนัง รองเท้าแตะ แล้วก็ดัมเบลหลายขนาด ขนาดละคู่ เชือกกระโดด เสื่อโยคะ กระเป๋า และอื่นๆ{ได้เสื้อผ้าพอแล้วแต่ผมว่าคุณลืมไปอย่างนะ}“ลืมอะไร?”{ชุดนักเรียน ของเจ้าของร่างเก่ามันเยินหมดแล้ว คุณจะใส่มันไปโรงเรียนรึไง?}ฟังดังนั้นเซ็ทเลยต้องวนกลับไปซื้อชุดนักเรียนอีกสามสี่ชุด แล้วก็รองเท้านักเรียนอีกคู่ แล้วก็แวะซื้ออุปกรณ์การเรียนใหม่กับพวกหนังสือต่างๆ ด้วยเลย ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้อยากไปโรงเรียนไร้คุณภาพนี่เลยก็ตามได้ของมาเยอะเข้าเซ็ทก็จำเป็นต้องเอาไปฝากก่อน เพราะการจะถือถุงใบโตๆ เดินเลือกซื้อของไม่หยุดมันก็ทำให้เป็นจุดเด่นไม่น้อย ยิ่งไปกว่านั้นร่างนี้ของเขาก็ยังไม่ได้แข็งแรงขนาดหิ้วของหนักๆ เดินวนไปมาได้ทั้งวันและถึงไม่ชอบนักแต่หน้าตาถือเป็นอาวุธชนิดหนึ่ง เซ็ทจึงไม่อายที่จะเดินเข้าร้านเครื่องสำอางค์แล้วหยิบครีมบำรุงผิวขึ้นมาอ่านรายละเอียด สาวๆ ในร้านหันมองตามแล้วกรีดร้องในใจ คิดกันไปเองว่าเซ็ทคงมาซื้อเครื่องสำอางค์ให้แฟนแน่นอน หนุ่มหล่อขนาดนี้เล่นเอาพวกเธอใจบางกันเป็นแถบ อยากกินเด็กขึ้นมากันเป็นทิวแถว“สนใจตัวไหนเป็นพิเศษมั้ยคะคุณลูกค้า?”“เนื้อครีมที่ข้นกว่าตัวนี้มีมั้ยครับ”“ถ้างั้นดิฉันขอแนะนำตัวนี้ค่ะ เนื้อครีมจะเข้มข้นกว่าประมานสี่เท่า ปริมาณน้อยกว่าแต่ราคาเดียวกัน ถ้าจะหาที่ถูกลงหน่อยก็แนะนำของยี่ห้อโน้นค่ะ แต่คุณภาพก็จะด้อยกว่านิดนึง เนื้อครีมจะประมาณนี้ค่ะ” เธอพูดแล้วบีบครีมป้ายบนหลังมือเซ็ท เป็นการแต๊ะอั๋งแบบไม่ผิดกฏข้อไหน“อืม ผมเอาตัวนี้ครับ แล้วก็พวกผลิตภัณฑ์ตกแต่งทรงผมของผู้ชายมีที่แนะนำมั้ยครับ?”เซ็ทจำเป็นต้องถามเพราะเขาไม่รู้เรื่องสินค้าประเภทนี้ของสมัยนี้ กลัวว่าตัวเองจะเผลอแปลกแยกเรียกชื่อสินค้าผิดๆ แต่ถ้าพวกครีมหรืออะไรพวกนั้นที่ทดลองได้ เซ็ทจะแยกได้ทันทีว่าอะไรเป็นอะไรแล้วอะไรใช้ดีกว่ากัน ในตระกร้าสินค้าจึงมีครีมหลายอย่างแล้วที่เซ็ทหยิบมาโดยไม่ต้องสอบถามพนักงาน“ถ้านั่นแนะนำเป็นเจลไม่ก็สเปรย์ค่ะ ลองใช้ดูมั้ยคะ?”เซ็ทพยักหน้าแล้วแตะเจลมาถูๆ ที่นิ้ว ถูไปถูมาเซ็ทก็ปาดทิ้งกับกระดาษทิชชู่ที่พนักงานยื่นให้ แล้วก็เปลี่ยนมาลองพ่นสเปรย์กับผมแล้วจัดทรงอย่างว่องไว จากหนุ่มหล่อท่าทางติสท์ๆ เซอร์ๆ พอเสยผมเข้าหน่อยก็กลายเป็นหนุ่มหล่อมาดแมนไปในทันใดพนักงานปิดปากหน้าแดงขึ้นมานิดๆ ถ้าตัวเองเด็กกว่านี้ซักสิบปีก็อยากจะอ่อยเด็กหนุ่มตรงหน้าอยู่เหมือนกัน เด็กอะไรหล่อไม่บันยะบันยัง ไม่ดีต่อหัวใจเลย“ผมเอานี่ล่ะครับ ขอบคุณนะครับที่ช่วยแนะนำ”เซ็ทหยิบสเปรย์ขวดใหม่สองขวดใส่ตระกร้าที่พนักงานช่วยหิ้วให้ ยิ้มน้อยๆ แล้วรับตระกร้ามาถือแล้วเดินไปจ่ายเงิน พนักงานสาวรู้สึกว่าตัวเองโชคดีที่เป็นพนักงานขายก็ตอนนี้...นี่มันรอยยิ้มเทวดา! เฮือก!!
เซ็ทหิ้วถุงใส่ครีมต่างๆ นาๆ เดินออกจากร้าน แล้วก็คิดไปว่าตัวเองยังขาดอะไรที่ลืมซื้ออีกรึเปล่า{ซื้อเครื่องประดับไปใส่กับเสื้อผ้าบ้างดีมั้ยเซ็ท}“ก็เป็นความคิดที่ดี”ว่าแล้วเซ็ทก็เดินเข้าออกร้านขายเสื้อผ้าอีกครั้ง แต่เขาผ่านตาข้าวของในร้านมาหมดแล้วจึงไม่ได้สุ่มเลือก เซ็ทซื้อหมวกหลายใบ สายรัดข้อมือหลายอัน แล้วก็เดินดูพวกสร้อยคอ สร้อยข้อมือ แล้วก็นาฬิกาอีกไม่น้อยซื้อของขนาดนี้ย่อมมีคนจดจำเขาได้บ้าง แต่เซ็ทก็ไม่ได้คิดปิดบังตัวตนตลอดไปอยู่แล้ว เขาแค่ซื้อเวลาเตรียมความพร้อมต่างๆ ให้ตัวเอง อีกฝ่ายที่เขายื่นมือเข้าไปยุ่งด้วยคือบริษัทไอทียักษ์ใหญ่ของโลก การจะตามตัวเขาเจอก็ขึ้นอยู่กับเวลา ถึงคนพวกนั้นจะไม่ได้เรื่อง แต่ยังไงกำลังคน กำลังทุน กำลังข้อมูลมันก็มากกว่าแล้วไม่ได้หายากอะไร ก่อนจะลงทุนด้วยเซ็ทก็เจาะแล้วเจาะอีกล่ะน่ะว่าอีกฝ่ายพอจะเชื่อถือได้รึเปล่าดังนั้นอนาคตจะโดนรู้ตัวก็ไม่มีปัญหาอย่างน้อยเมื่อเขามีโรที่ท่องได้อย่างอิสระ ข้อมูลทุกอย่างบนโลกออนไลน์ก็จะอยู่ในกำมือของเขา การจะหาเขาเจอก็ต้องเจอหน้ากันโดยตรงนั่นแหละเซ็ทเดินห้างต่ออีกสักพักท้องก็ร้องประท้วงไม่หยุด ก้มหน้ามองดูเวลาที่นาฬิกาแล้วก็รู้ว่าตัวเองเดินมาเกินขึ้นวันแล้ว จะว่าไปร่างนี้ก็รู้สึกหิวแล้ว แถมยังดูจะปวดแขนกับขาขึ้นมาแล้วอีกต่างหาก...ไม่สะดวกเลยจริงๆ{คุณควรกินอาหารให้ตรงเวลานะเซ็ท}“แล้วทำไมไม่เตือนล่ะโร?”{ถ้าเตือน เมื่อไหร่คุณจะชินกับร่างใหม่ของตัวเองกันล่ะ สำนึกซักทีว่านี่ไม่ใช่ร่างดัดแปลงที่เป็นร่างเก่าคุณแล้ว ใช้ชีวิตให้เหมาะสมหน่อย}เซ็ทเบื่อจะเถียงกลับ จะให้ยืนพูดอยู่คนเดียวจนโดนสายตาคนอื่นจ้องก็น่ารำคาญ ไปๆ มาๆ ก็สุ่มเข้าร้านอาหารซักร้านหนึ่ง ร้านที่มองแล้วมีของที่เซ็ทอยากจะกิน“สวัสดีค่ะ ร้านครัวไทยๆ ยินดีต้อนรับ ไม่ทราบรับอะไรดีคะ?”“กระเพราหมูสับไข่ดาวครับ”{ถึงคุณจะชอบแค่ไหนก็ต้องเปลี่ยนเมนูบ้างนะเซ็ท คุณจะกินแต่กระเพราอย่างเดียวไม่ได้ สารอาหารมันไม่ครบ อย่าอ้างว่าเปลือง เงินก็เยอะไม่ต้องงก} เสียงบ่นที่แทบจะเป็นเสียงตะโกนอยู่ในหัวของโรทำเอาเซ็ทลอบกรอกตา โชคร้ายที่เถียงไม่ได้เพราะว่ามันก็จริงอย่างที่โรบอกก็เลยต้องสั่งอาหารกับพนักงานเพิ่มอีกหน่อย ส่วนเรื่องงกนั้น...ชาติก่อนจะว่างกก็ได้เพราะไม่เคยคิดใช้เงินที่กองทัพให้เลย แต่มีเรื่องให้ใช้เขาก็ใช้เป็นน้ำ แบบตอนซื้อของใช้นั่นไง“แล้วก็ขอสลัด ต้มจืดไข่น้ำ กับน้ำส้มสดแก้วครับ แค่นี้แหละ”
‘จำเป็นก็ต้องซื้อ ถ้าไม่จำเป็นก็ดูเงินในกระเป๋าด้วย’