และแน่นอนว่า่เวลาที่เธอมีความสุขมากที่สุดคือ่เวลารับทรัพย์ หลังจากตรวจนับสินค้าเรียบร้อยแล้ว เถ้าแก่หลิวก็จ่ายตั๋วเงินส่วนที่เหลือ ซึ่งเมื่อบวกลบคูณหารแล้วรอบนี้เธอได้กำไรเกือบ 150 ตำลึงแน่ะ!
แม่จ๋า! หนูรวยแล้วจ้าาาาาา
เหลียงซูถิงดีใจจนแทบจะเดินท่า Swan Lake กลับจวนได้เลยทีเดียว
เมื่อจิตใจเบิกบานถึงขีดสุด เหรียญในระบบของเธอก็พุ่งขึ้นรัว ๆ ดัง ‘ชริ้ง’ ‘ชริ้ง’ ‘ชริ้ง’
เวลานี้สิ่งที่หลิวเจี้ยนเห็นคือสตรีในคราบบุรุษที่ยิ้มกว้างราวกับคนโง่งม ดวงตาหยาดเยิ้มราวสูดกำยานลวงจิต หากสังเกตดี ๆ อาจจะได้เห็นสัญลักษณ์รูป $ ขึ้นที่ตาทั้ง 2 ข้างของนางด้วยก็เป็ได้
หลิวเจี้ยนอดยิ้มขำไม่ได้ เขาเคยเห็นคนที่ดีใจเพราะได้จับเงินก้อนโตมาแล้วหลากหลายรูปแบบ แต่แบบที่เคลิบเคลิ้มราวถูกมอมยาเช่นนี้เขาก็เพิ่งเคยเห็นนี่แหละ
และขณะที่เขาเดินส่งคู่ค้าคนสำคัญลงไปชั้นล่าง ยังเห็นท่าเดินประหลาดของแม่นางจางที่เขาไม่รู้ว่าควรจะทักดีหรือไม่ หากคนที่เห็นเป็ปิ่งจี นางก็คงจะรีบสะกิดเ้านายแล้วถามว่า ‘อี๋เหนียงเดินบนปลายเท้าได้ั้แ่เมื่อใดกันเ้าคะ!’
หลังเสร็จธุระกับเถ้าแก่หลิว เธอก็มีนัดกับท่านแม่และท่านน้าต่อที่จวนหลังใหม่ของเธอเอง ซึ่งบัดนี้เธอตั้งชื่อมันว่า ‘จวนอิงฮวา’ เพื่อให้ง่ายต่อการเรียกขาน
“ขออภัยท่านแม่และท่านน้าที่มาช้าเ้าค่ะ พอดีคุยกับเถ้าแก่หลิวนานไปหน่อย”
เหวินเซิงมองหลานสาวในคราบบุรุษหน้ามนตาปริบ ๆ
“พี่หญิง ข้าจำได้ว่าบุตรของท่านเป็บุตรสาวไม่ใช่หรือ”
เหวินฉินชิวที่ไม่คาดว่าจะเจอบุตรสาวในสภาพที่ไม่ปกติอีกครั้งก็ถึงกับพูดไม่ออก
“ท่านน้าไม่ต้องใเ้าค่ะ นี่ข้าเอง จางซูถิง ที่แต่งตัวแบบนี้ก็เพื่อไปนำเสนอเครื่องสำอางให้เถ้าแก่หลิวเห็นถึงสรรพคุณสินค้าของข้าไงล่ะเ้าคะ อีกอย่าง แต่งเป็ชายแล้วทำอะไรสะดวกกว่าด้วย”
“อ้อ... เช่นนั้นหรอกหรือ” เมื่อได้ฟังเหตุผลของหลานสาวแล้วเขาก็เริ่มเข้าใจขึ้นมา เื่ของนางเขาได้ฟังมาจากพี่สาวแล้ว แม้การกระทำก่อนหน้านี้ของนางเพื่อให้ได้เข้าจวนตระกูลเซี่ยงออกจะมุทะลุไปสักหน่อย แต่ใต้เท้าเซี่ยงก็ยอมรับนางเป็อนุภรรยาแล้ว ไม่คาดคิดว่านางจะหันมาสนใจเื่ทำการค้าอีก
“เพื่อไม่ให้เสียเวลาของทั้งท่านแม่กับท่านน้า ข้าว่าเรามาดูสินค้าที่พวกท่านจะขายได้กันเถอะเ้าค่ะ ปิ่งจี อาฮ่าว ช่วยไปขนหีบสินค้าที่เหลือในโกดังมาหน่อย” ลูกน้องทั้งสองรับคำแล้วทำตามคำสั่งไม่มีอิดออด ตอนนี้พวกเขารู้แล้วว่าเ้านายตั้งชื่อเรือนเก็บสินค้าว่า ‘โกดัง’ แม้จะไม่รู้ว่ามันแปลว่าอะไรก็เถิด
หลังจากหีบสินค้าถูกยกออกมา เหลียงซูถิงก็จัดการนำเสนอสินค้าเหมือนกับที่ไปนำเสนอเถ้าแก่หลิว สินค้าที่เอามาให้เหวินเซิงลองขายดูแน่นอนว่าต้องเป็กลุ่มเครื่องเขียน สกินแคร์ และเครื่องสำอาง เพราะเขาเปิดร้านขายเครื่องเขียนที่เมืองเจา ส่วนเหวินหู่พี่ชายของท่านแม่เปิดร้านขายเครื่องประทินโฉม
“ท่านแม่บอกว่าท่านลุงกับท่านน้าร่วมหุ้นกันเปิดร้านขายผ้าด้วยใช่มั้ยเ้าคะ ข้าเลยเอาผ้าที่มีลวดลายแปลกใหม่มาให้พวกท่านลองนำไปขายด้วยเ้าค่ะ” ผ้าที่เธอเอามาให้เขาดูเป็ผ้าลวดลายสวยงามแปลกตา สีสันมีั้แ่พาสเทลไปถึงสดใสฉูดฉาด ลายที่มากับผ้านี้ทำให้พวกเขาไม่ต้องไปจ้างช่างปักลายเพิ่มอีก ในยุคของเธอมีลายผ้าให้เลือกล้านแปด เอามาขายได้ทั้งชาติไม่มีทางซ้ำ รับรองว่าลวดลายที่ไม่เหมือนใครต้องสร้างกระแสและดึงดูดลูกค้าได้มากมายเลยเชียวล่ะ
“และข้าคิดว่าร้านขายผ้าของพวกท่านยังสามารถขยับขยายหรือนำสินค้าในกลุ่มใกล้เคียงกันมาขายด้วย ข้าเลยลองเอามาให้ท่านเลือกดูก่อน อันนี้รองเท้า อันนี้เครื่องประดับเ้าค่ะ”
เธอเปิดหีบรองเท้าที่ออกแบบผสมผสานกันระหว่างยุคนี้กับยุคอนาคต โดยเฉพาะพื้นที่หนาขึ้น กันลื่นได้ ใส่แล้วนุ่มสบาย มีรูปทรงแปลกตา ส่วนของผู้ชายก็มีพวกรองเท้าหุ้มข้อ ใส่แล้วโคตรเท่ ผู้ชายที่ชอบในความเท่เห็นแล้วคงยากที่จะอดใจไหว ส่วนเครื่องประดับก็เป็เครื่องประดับแฟชั่น พวกต่างหู สร้อยคอ กำไล สร้อยข้อมือ ปิ่น หวีสับ แม้จะไม่ได้ใช้อัญมณีราคาสูง แต่สวยงาม สะดุดตา มีแบบให้เลือกมากมายไม่จบสิ้น พร้อมกับแค็ตตาล็อกให้พวกเขาสามารถเลือกสินค้าที่คิดว่าน่าจะขายเพิ่มได้ไปลองพิจารณาดู
“ถ้าพวกท่านตัดสินใจได้แล้ว ก็แค่ส่งใบสั่งซื้อมาพร้อมกับรถม้าขนขบวนสินค้าเท่านั้น ข้าจะเตรียมของไว้ให้เ้าค่ะ”
เหวินเซิงซึ่งรู้มาจากพี่สาวแล้วว่าหลานสาวได้ทำสัญญาปกปิดข้อมูลที่มาของสินค้าเป็ความลับกับเ้าของสินค้า เขาจึงไม่คิดจะไปซักไซ้ในเื่นั้น แต่เมื่อได้เห็นสินค้ามากมายที่คงมีแต่เขา...และอาจจะเถ้าแก่หลิวเท่านั้นที่จะมีขายในแคว้นนี้ ก็ทำให้เขาเห็นถึงโอกาสมากมาย ไม่ใช่เพียงแค่ร้านที่มีอยู่ในมือเวลานี้เท่านั้น
“ได้ ข้ากับท่านลุงของเ้าจะลองไปปรึกษากันดูก่อน ป้าสะใภ้กับน้าสะใภ้ของเ้าก็มีร้านค้าอยู่หลายร้าน วันหน้าพวกเราคงต้องพึ่งพาสินค้าของเ้าแล้วล่ะ”
“ยินดีเ้าค่ะ ระหว่างนี้ข้าจะส่งแค็ตตาล็อกไปให้ท่านเรื่อย ๆ เวลามีสินค้าใหม่ ๆ มา จะได้มีตัวเลือกมากขึ้น และไม่ซ้ำซากจำเจด้วย”
เหวินเซิงจ่ายค่าสินค้าไปหลักร้อยตำลึงและขนสินค้าตัวอย่างกลับไปเมืองเจาพร้อมกับแค็ตตาล็อกหลายเล่ม ส่วนเหวินฉินชิวได้สินค้าประเภทน้ำหอม สบู่ แชมพู น้ำยาซักผ้า น้ำยาปรับผ้านุ่ม และครีมบำรุงผิวหลายสูตรอีกล็อตใหญ่ในราคาที่ถูกกว่าเถ้าแก่หลิวและท่านน้า จากตอนแรกที่เธอคิดจะให้เปล่า ๆ เลยด้วยซ้ำแต่ท่านแม่ไม่ยอม
ถ้าไม่เรียกวันนี้ว่าเป็ ‘วันรับทรัพย์แห่งชาติ’ เหลียงซูถิงก็ไม่รู้จะเรียกมันว่าอะไรแล้ว!
