ห้องโถงกลาง คฤหาสน์ตระกูลหยาง | เวลา 00:15 น.
โถงทางเดินกว้างขวางในภายใต้ความมืดสลัวสไตล์กอทิกคฤหาสน์ตระกูลหยางดูโอ่อ่าแต่กลับวังเวงจนน่าขนลุกอย่างประหลาดร่างสูงใหญ่ของหยางเป่ยหยัดยืนอยู่กึ่งกลางห้องแสงจากแชนเดอเลียร์ระย้าทิ้งตัวลงกระทบเส้นผมสีขาวโพลน ขับเน้นั์ตาคมกริบสีเทาหม่นให้ดูดุดันและเร้นลับยิ่งขึ้นกว่าเดิมเขาจ้องมองร่างบางในชุดแต่งงานสีขาวบริสุทธิ์ด้วยสายตาเหยียดหยามชุดที่ควรจะดูสะอาดตากลับยิ่งขับเน้นความยั่วยวนบนเรือนร่างเธอให้เด่นชัดจนน่าโมโหจนทำให้เขารู้สึกรำคาญใจอย่างบอกไม่ถูก
“ที่นี่คือบ้านตระกูลหยาง...ไม่ใช่สนามเด็กเล่นให้มึงมาทำตัวไร้ราคาเหมือนตอนอยู่บ้านเจิ้ง”น้ำเสียงเรียบต่ำทว่าทรงอำนาจดังกังวานไปทั่วโถงกว้าง
หยางเป่ยสืบเท้าเข้าหาชิงหลีอย่างคุกคามเงาทะมึนจากร่างกำยำบดบังแสงสว่างจนร่างเล็กแทบจมหายไปในความมืด ทันใดนั้นกลิ่นหอมกรุ่นจางๆจากผิวกายของหญิงสาวก็ลอยมาปะทะจมูก—มันเป็กลิ่นที่บริสุทธิ์ทว่าเย้ายวนอย่างร้ายกาจจนสมาธิของหยางเป่ยไหววูบไปชั่วอึดใจ
เขาขบกรามแน่นจนเป็สันนูนก่อนประกาศประกาศิตด้วยน้ำเสียงกระด้าง“ที่นี่มีกฎ และอย่าบังอาจมาลองดีกับกู... ข้อแรกห้ามออกนอกคฤหาสน์โดยไม่ได้รับอนุญาต ข้อสอง อย่ายุ่งเื่งานของกูเด็ดขาดและข้อสาม...”
เขาลากเสียงยาวพลางกวาดสายตาคมปราบมองชุดเ้าสาวที่เธอสวมอยู่ั้แ่ลำคอระหงไล่ลงไปตามสัดส่วนโค้งเว้า “ทำตัวให้สมกับเป็เมียของหยางเป่ย อย่าลากนามสกุลกูลงไปเกลือกกลั้วโคลนตมด้วยสันดานชั้นต่ำของมึง”
ชิงหลีไม่ได้หลบสายตาที่จ้องเขม็งมาเธอเพียงเอียงคอเล็กน้อยอย่างสงสัย ดวงตาสีเทาคู่นั้นนิ่งงันดุจผิวน้ำในบ่อน้ำลึกที่ไร้กระแสลม“ทำไมถึงห้ามออกไปล่ะคะ? แล้วฉันจะไปทำงานยังไง?”
“งานงั้นเหรอ?มึงคิดว่าคนอย่างมึงยังมีสิทธิ์นั้นอยู่หรือไง!”ชายหนุ่มแค่นยิ้มหยัน ประกายตาฉายรอยดูแคลนอย่างโจ่งแจ้งเขาเอื้อมมือหนาไปบีบคางมนของหญิงสาวอย่างแรงจนผิวขาวผ่องขึ้นรอยนิ้วสีแดงจัด
“หน้าที่ของมึงมีแค่ปรนเปรอกูและอยู่ในกรงที่กูสร้างให้เท่านั้น! ห้องนอนมึงอยู่ตรงข้ามห้องกู... ไปซะ!”
เขาสะบัดมือออกอย่างไม่ใยดีจนชิงหลีหน้าหันแรงเหวี่ยงนั้นมากพอจะทำให้เธอเสียหลักล้มแต่เธอกลับไร้ซึ่งเสียงอุทานหรืออาการเ็ปหญิงสาวเพียงหันหน้ากลับมาสบตาเขาด้วยความว่างเปล่าเช่นเดิมเป็สายตาที่ทำให้หยางเป่ยเริ่มไม่มั่นใจว่า เธอกำลังหวาดกลัว เธอตกอยู่ในความหวาดหวั่นหรือกำลังเวทนาเขาอยู่กันแน่ ที่ต้องรับเธอมาแทนที่น้องสาวสุดที่รักของตระกูลเจิ้ง
ร่างบางหมุนตัวเดินตามแม่บ้านและลูกน้องที่ขนกระเป๋าขึ้นชั้นบนอย่างเงียบเชียบร่างบางลอยละล่องไปตามทางเดินมืดมิด ราวกับิญญาที่ไร้ที่ยึดเหนี่ยว ที่ทำตามสัญชาตญาณเพียงเพื่อให้มีชีวิตรอด
หยางเป่ยยืนอยู่ท่ามกลางความเงียบเพียงลำพังเฝ้ามองแผ่นหลังที่ค่อยๆ ลับสายตาไปพร้อมกับความหงุดหงิดที่เริ่มก่อตัวขึ้นในอก...เขาไม่เข้าใจว่าทำไมผู้หญิงที่เขาตราหน้าว่าเป็เพียงหมากคนนี้ถึงได้รบกวนความสงบในใจเขาได้มากมายขนาดนี้
ห้องทำงานเจิ้งยวน คฤหาสน์ตระกูลเจิ้ง | เวลา 00:15 น.
"ทำไมคะ! พ่อบอกหนูมาสิว่าทำไมต้องยกพี่หยางเป่ยให้อีชิงหลีนั่นด้วย!"เสียงกรีดร้องแหลมสูงของ เจิ้งอิงอิง บาดลึกไปทั่วห้องทำงานหรู ข้าวของประดับราคาแพงถูกกวาดลงจากโต๊ะจนแตกกระจายเกลื่อนพื้นใบหน้าสวยที่เคยฉาบไปด้วยความอ่อนหวานบัดนี้บิดเบี้ยวด้วยไฟริษยาจนสูญเสียเค้าความงาม“นังกาฝากนั่นมันมีสิทธิ์อะไร! มันเป็แค่ลูกเมียหลวงที่ถูกทิ้งแต่มันกลับได้ครองตำแหน่งเมียของมหาเศรษฐีอย่างพี่หยางเป่ยได้ยังไง!”
"อิงอิง ฟังพ่อนะ..." เจิ้งยวนรีบเข้าไปรวบมือลูกสาวคนโปรดมาปลอบแววตาของเขาไม่ได้มีความเสียใจเลยสักนิดที่เพิ่งส่งลูกสาวอีกคนไปลงนรก "หยางเป่ยมันอันตรายเกินไป เส้นทางสายธุรกิจของมันฉาบไว้ด้วยเืและคราบน้ำตาสิ่งที่มันซ่อนไว้เื้ัมีแต่ความคาวที่ลูกจินตนาการไม่ถึง... มันคือสัตว์ป่าในคราบมนุษย์ที่พร้อมจะขย้ำทุกชีวิตที่ย่างกรายเข้าใกล้ถ้าเกิดวันไหนพลาดยังไงขึ้นมา..."
"แต่พี่หยางเป่ยควรเป็ของหนู!"อิงอิงกรีดร้องขัดจังหวะอย่างไม่ยอมแพ้ "พ่อให้หนูหมั้นกับพี่เขามาตั้งหลายปีแล้วทำไมถึงยอมยกเขาให้โสเภณีอย่างชิงหลี! พ่อเห็นหน้ามันในงานไหมมันส่งยิ้มเย้ยหยันหนูแค่ไหน... หนูอยากจะถลกหนังหน้ามันออกมาจริงๆ!"
"ไม่ได้อิงอิง! เชื่อพ่อ..." เจิ้งยวนสรุปเสียงแข็ง"พ่อยอมให้แก้วตาดวงใจของพ่อไปเสี่ยงไม่ได้ ถ้าวันไหนหยางเป่ยถูกกวาดล้างลูกจะพลอยซวยไปด้วย พ่อจะปล่อยให้แก้วตาดวงใจต้องไปแปดเปื้อนเืเน่าๆของพวกมันไม่ได้" ชายวัยกลางคนหรี่ตาลงอย่างเ้าเล่ห์ "เอาอย่างนี้พ่อจะส่งคนของเราไปสองคน อ้างว่าไปอารักขาชิงหลี แต่จริงๆคือไปเป็สปายจับตาดูความเคลื่อนไหว... ดูซิว่ามันจะเสวยสุขบนกองเพลิงหรือจะขาดใจตายในเงื้อมมือพยัคฆ์ร้ายอย่างหยางเป่ยกันแน่"
ขณะนั้น หลิวเหมยเมียคนที่สองที่ถีบตัวขึ้นมาจากตำแหน่งเมียน้อยหลังภรรยาเก่าของเจิ้งยวนเสียชีวิตเดินเข้ามาลูบหลังปลอบลูกสาว พลางปรายตาถามสามีด้วยความสงสัย "แล้วคุณทำยังไง ชิงหลีถึงยอมรับสมอ้างง่ายๆแบบนี้คะ? ฉันนึกว่ามันจะดิ้นรนหนีตายเสียอีก"
"จะอะไรอีก ล่ะ... ก็เื่สมบัติเน่าๆของแม่มันนั่นแหละที่ใช้ล่อได้เสมอ" เจิ้งยวนแค่นยิ้มสมเพช"มันยอมแลกทุกอย่าง แม้กระทั่งร่างกายและิญญา เพื่อแลกกับซากความทรงจำผุพัง...โง่ไม่มีที่เปรียบจริงๆ"
ห้องนอนชิงหลี คฤหาสน์ตระกูลหยาง | เวลา 01:45 น.
มวลอากาศเย็นจัดปะทะผิวพรรณนวลละเอียดทันทีที่ก้าวพ้นห้องน้ำทันทีที่ชิงหลีเดินออกมาจากห้องน้ำกลิ่นสบู่หอมอ่อนๆ ที่อบอวลอยู่รอบกายไม่ได้ช่วยให้จิตใจที่หนักอึ้งเบาบางลงได้เลย
เธอกวาดสายตาหม่นหมองมองไปรอบห้องที่ถูกตกแต่งด้วยโทนสีชมพูพาสเทลและสีขาวสะอาดตาผ้าม่านลูกไม้ระยิบระยับและเฟอร์นิเจอร์อ่อนช้อยดูขัดแย้งกับแววตาตายซากของเธออย่างรุนแรงชิงหลีแค่นยิ้มพลางถอนหายใจออกมาอย่างสมเพชให้กับห้องที่จัดเตรียมไว้ราวกับห้องของเ้าหญิงในนิทาน
“จัดไว้ให้อิงอิงสินะ... บรรยากาศน่าพะอืดพะอมสิ้นดี” เธอกระซิบแ่เบาท่ามกลางความเงียบเชียบจนได้ยินแม้กระทั่งเสียงลมหายใจของตัวเองทุกอย่างในห้องนี้ถูกเตรียมไว้เพื่อต้อนรับเ้าสาวที่แสนอ่อนหวานและเพียบพร้อมซึ่งไม่ใช่เจิ้ง ชิงหลี ผู้หญิงที่กล้าใส่ชุดสีแดงไวน์รัดรูปไปจดทะเบียนสมรสกับมาเฟียอย่างแน่นอน
ร่างบางหยุดยืนข้างเตียงสี่เสาที่ประดับประดาอย่างวิจิตรที่ดูฟูฟ่องเกินความจำเป็เธอลองเอื้อมมือไปััความนุ่มของฟูกนอนราคาสูงลิ่วทว่าครู่เดียวก็ต้องสะบัดมือออกราวกับถูกของร้อน “นอนไม่ลงหรอก... อึดอัดตายชัก”
สำหรับเธอ เตียงหลังนี้ไม่ใช่รังนอน หากแต่เป็แท่นบูชายัญที่เตรียมไว้ฉลองชัยชนะของบิดาที่หลอกใช้เธอเป็โล่และเป็เครื่องเตือนใจถึงชัยชนะของอิงอิงที่รอดพ้นจากเงื้อมมือพยัคฆ์ร้ายไปได้
สุดท้าย ชิงหลีเลือกที่จะหันหลังให้กับความหรูหราจอมปลอมเ่าั้เธอหอบหมอนและผ้าห่มผืนบางมานอนขดตัวอยู่ที่โซฟายาวริมหน้าต่าง พื้นที่แคบชื้นและแข็งกระด้างกลับมอบความรู้สึกปลอดภัยอย่างประหลาดกว่าการต้องจมหายไปในเตียงที่ไม่ใช่ของเธอหญิงสาวซุกหน้าลงกับหมอนกอดตัวเองไว้แน่นท่ามกลางความมืดมิดที่โอบล้อม ราวกับใช้ความหนาวเหน็บเป็เกราะกำบังเพลิงแค้นที่แผดเผาใจ
ห้องทำงานหยางเป่ย คฤหาสน์ตระกูลหยาง | เวลา 02:50 น.
บรรยากาศภายในห้องทำงานสีอันธกาลที่กว้างขวางและตกแต่งแวดล้อมด้วยเฟอร์นิเจอร์หรูหราที่ส่งกลิ่นอายอำนาจกลับตึงเครียดและเย็นเยียบจนน่าขนลุกแสงไฟสลัวส่องกระทบใบหน้าเคร่งขรึมของหยางเป่ยที่นั่งสดับรายงานการเดินสินค้าที่ส่อเค้าความวุ่นวายด้วยอารมณ์ที่พร้อมจะปะทุได้ทุกเมื่อ
“ของที่ด่านน้ำมีปัญหาครับเฮียอาจจะล่าช้าไปเป็สัปดาห์ เจิ้งยวนแจ้งเตือนเราช้าไปนิดแม้จะเลี่ยงทันแต่ก็เกือบทำให้การขนส่งครั้งนี้เสียหายครับ” ปานัน รายงานด้วยท่าทางเคร่งเครียด“เฮียคิดว่านี่เป็แผนตุกติกของมันไหมครับ?”
“ไม่ใช่...น่าจะเป็ผลกระทบจากงานแต่งที่เอิกเกริกเกินไป จนพวกหมานำจับเริ่มขยับตัวมากกว่า”หยางเป่ยตอบพลางเคาะปลายนิ้วลงบนโต๊ะไม้ราคาแพงเป็จังหวะเดียวกับเสียงมัจจุราชที่คืบคลาน “แต่ถึงอย่างนั้นเจิ้งยวนก็ต้องโดนสั่งสอนบ้างที่ทำงานสะเพร่าจนเื่ถึงหูทางการ”
ในขณะที่สมองกำลังสั่งการเื่ธุรกิจอย่างเฉียบขาด ทว่าภาพใบหน้าเรียบเฉยและั์ตาสีเทาที่ว่างเปล่าของชิงหลีกลับผุดขึ้นมาขัดจังหวะเป็ระยะจนร่างหนาต้องหยิบบุหรี่ขึ้นมาจุดเพื่อดับความพลุพล่านในอก
ปานันผู้ลอบสังเกตเห็นประกายความว้าวุ่นในดวงตาเ้านายจึงนึกสนุกในใจแกล้งเอ่ยแหย่พร้อมรอยยิ้มกริ่ม “เฮีย... ไอ้พวกข้างล่างมันฝากมาถามครับมันบอกว่าเ้าสาวเฮียรอบนี้ชวนให้จับกดขยี้บนเตียงให้หนำใจสวยสะกดจนน่าทำลายให้ย่อยยับ ถ้าเฮียเบื่อ หรือไม่อยากใช้งานหมากตัวนี้แล้ว...พวกมันขอรับ่ต่อมาดูแลแทนได้ไหมครับ?”
ทันทีที่สิ้นคำ บรรยากาศรอบตัวกลับถูกแช่แข็งด้วยไอสังหารที่พุ่งพล่านอากาศรอบตัวราวกับถูกแช่แข็งจนแทบหายใจไม่ออก หยางเป่ยเงยหน้าขึ้นช้าๆดวงตาคมกริบที่แฝงรังสีฆ่าฟันจ้องเขม็งไปที่เลขาคู่ใจ
“เ้าสาวของกู... แต่พวกมึงอยากจับกดงั้นเหรอ?” น้ำเสียงนั้นแหบต่ำและเย็นะเืดุจเสียงกระซิบจากนรก
“ไม่ใช่ครับเฮีย! ผมแค่...” ปานันเสียงสั่นเหงื่อกาฬไหลซึมเต็มหน้าผากเมื่อรู้ตัวว่าเล่นผิดจังหวะ
“พวกมึงทุกตัวก็คิดเหมือนกันสินะ!”หยางเป่ยตวาดลั่นจนลูกน้องสะดุ้งโหยง “จำใส่กะโหลกพวกมึงเอาไว้!ถึงกูจะเกลียดมันแค่ไหน แต่มันก็คือเมียตามทะเบียนของกู! ใครหน้าไหนกล้าแตะหรือแม้แต่จะคิดเื่ระยำแบบนี้อีก กูจะตัดลิ้นและควักตาพวกมึงทิ้งให้หมด!”
ความเงียบอันน่าอึดอัดเข้าปกคลุมห้องทันทีหยางเป่ยพ่นควันบุหรี่สีขาวขุ่นออกมาปกคลุมใบหน้าคมคร้ามราวกับพยัคฆ์ที่ซ่อนตัวในม่านหมอกเพื่อรอตะครุบเหยื่อปกติเขาไม่เคยหวงผู้หญิงคนไหน ผู้หญิงสำหรับเขาผู้หญิงคือของระบายอารมณ์หรือสะพานสู่ผลประโยชน์เมื่อสิ้นรสัั เขาก็พร้อมสะบัดทิ้งให้เป็เพียงเศษเนื้อนอกสายตา
ทว่าสำหรับ เจิ้ง ชิงหลี...ความรู้สึกประหลาดกลับสั่งการให้เขาอยากขังเธอไว้ดูเล่นเพียงคนเดียวและเมื่อจินตนาการว่าคนอื่นกำลังกดร่างกายเย้ายวนนั่นลงบนเตียง เพลิงพิโรธที่ไร้ที่มากลับโหมกระหน่ำจนยากจะมอดดับ
“จับตาดูเธอไว้ อย่าให้ทำอะไรกระทบงานของกู...”หยางเป่ยสั่งเสียงเรียบแต่หนักแน่น “และปานัน...เริ่มหาตัวแทนคนใหม่มาแทนเจิ้งยวนได้เลย เมื่อหมดประโยชน์กูก็ไม่จำเป็ต้องเก็บครอบครัวมันไว้... แต่อย่าให้มันรู้ตัวเด็ดขาด”
ห้องอาหาร คฤหาสน์ตระกูลหยาง | เวลา 09:45 น.
เช้าวันต่อมา....
หยางเป่ยหยัดกายยืนหน้ากระจกเงาที่วางตกแต่งในห้องอาหาร พลางจัดเนกไทให้เข้าที่ด้วยสีหน้าเรียบสนิทไร้อารมณ์ทว่าลึกลงไปในั์ตาสีเทาเข้มกลับฉายแววกังวลที่ยากจะหยั่งถึงหลังจากเพิ่งวางสายจาก หยาง เฉิน ผู้เป็บิดา
การหวนคืนสู่คฤหาสน์หลักไม่ใช่สิ่งที่เขาพึงใจนักโดยเฉพาะในวันที่เขาต้องหอบหิ้วสิ่งแปลกปลอมอย่าง เจิ้ง ชิงหลี ไปเพื่อเปิดตัวสะใภ้ตระกูลหยางอย่างเป็ทางการต่อหน้าทุกคนทรุดกายนั่งลงบนพนักเก้าอี้ตำแหน่งประมุข พลางยกกาแฟขึ้นมาจิบเบาๆ
"ไปแจ้งนายหญิง... ให้จัดการตัวเองให้เรียบร้อยเราต้องไปบ้านหลักตอนนี้" เขาสั่งแม่บ้านด้วยน้ำเสียงเฉียบขาดและดุดันจนคนรับคำสั่งไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นสบตาบรรยากาศรอบตัวชายหนุ่มเต็มไปด้วยรังสีอำมหิตที่แผ่ซ่านจนมวลอากาศรอบตัวหนักอึ้งจนห้องอาหารที่เคยกว้างขวางดูคับแคบลงถนัดตา