01
ความผิดหวังที่ไม่เคยคุ้นชิน
ตึง! ตึง!ตึง!
เอี๊ยด! เอี๊ยด! เอี๊ยด!
เสียงตึงตังจากการย่ำเท้าสลับกับเสียงเสียดสีของรองเท้ากับพื้นไม้ปาร์เก้ดังก้องสะท้อนไปทั่วสตูดิโอแห่งหนึ่งเด็กสาวผู้มีใบหน้าสวยคมจ้องมองตัวเองในกระจกตาไม่กะพริบ หูฟัง ตามองทั่วทั้งร่างขยับไปตามจังหวะเพลง
“มอนเน่ยังซ้อมอยู่อีกเหรอ”เด็กสาวคนหนึ่งเปิดประตูห้องเข้ามาเห็นเพื่อนร่วมรายการเดียวกันยังไม่ออกจากห้องก็เหลือบมองนาฬิกาบนผนัง“เลยพักเที่ยงแล้วนะ ได้กินอะไรบ้างหรือยังน่ะ”ที่พวกเธอหยุดซ้อมก็เพราะเป็เวลามื้อเที่ยงพอดีใครจะไปคิดว่าเพื่อนที่บอกว่าจะตามมาทีหลังยังคงซ้อมไม่หยุดแบบนี้
เด็กสาวที่ชื่อมอนเน่ไม่ตอบยังคงจดจ่อกับตนเองในกระจกอย่างมีสมาธิกระทั่งเสียงดนตรีหยุดลงถึงได้ละสายตาหันมามองกลุ่มเพื่อนร่วมคลาสที่หน้าประตู
“เที่ยงแล้วเหรอ ขอโทษนะ...เราลืมเวลาไปเลย” เธอหันไปตอบ จากนั้นจึงหันหน้าไปมองหน้าปัดนาฬิกาเหนือกระจกบานใหญ่ก่อนจะเห็นว่าเข็มสั้นชี้เลขสิบสองส่วนเข็มยาวชี้ไปถึงเลขเก้าแล้ว นั่นหมายความว่าเธอพลาดมื้อเที่ยงไปนานถึง45 นาทีแล้ว
“รีบไปกินเถอะ เดี๋ยวก็ได้เป็ลมในคลาส่บ่ายหรอก”เด็กสาวคนเดิมว่าสายตาแอบเหลือบไปทางกล้องที่ติดอยู่ตรงมุมห้องเล็กน้อย ถ้ารายการตัด่นี้ไปฉาย จะต้องทำให้ภาพลักษณ์ของเธอดูดีขึ้นมากแน่ๆ
“ขอบใจนะ”มอนเน่มองจุดประสงค์ของเพื่อนร่วมคลาสออก จึงผงกศีรษะขอบคุณสำหรับความห่วงใย ก่อนจะเดินผ่านเด็กฝึกกลุ่มนั้นไป
“ทำไมยัยนั่นยังซ้อมหนักอยู่อีกลำดับตกลงมาจนหลุดไลน์เดบิวต์แล้ว คิดว่าจะเกิดปาฏิหาริย์ขึ้นในรอบไฟนอลเหรอ?”หนึ่งในหญิงสาวกระซิบกระซาบคุยกันเสียงเบา ตั้งใจให้คนที่ยังเดินผ่านไปได้ไม่ไกลได้ยิน
ถึงจะมีกล้องติดอยู่ทุกจุดแต่กล้องเ่าั้ก็ไม่ได้มีความสามารถมากพอที่จะบันทึกเสียงซุบซิบที่ตั้งใจทำให้เบากว่าปกติเล็กน้อยได้
กึด
เด็กสาวกำนิ้วมือเข้าหากันแน่น
ทำไมมอนเน่จะไม่รู้ว่าลำดับของเธอในรายการนี้กำลังตกลงไปเรื่อยๆ ทั้งที่เปิดตัวมาด้วยอันดับสูง ตอนภารกิจเพลงธีมประจำรายการก็ได้เป็เซนเตอร์เพลงธีมอีกทั้งยังได้รับการประเมินให้อยู่ในระดับสูง
ทว่าทุกครั้งที่ประกาศผลโหวตประจำสัปดาห์ลำดับที่เคยได้รับกลับค่อย ๆ ตกลงมาเรื่อย ๆจนในที่สุดก็หลุดจากตำแหน่งไลน์เดบิวต์[1]ที่รายการกำหนดไว้
หากมองแค่ตัวลำดับ ก็คงคิดว่าเธอยังมีโอกาสกลับขึ้นไปได้อีกแต่ในความห่างที่ว่านั้นกลับมีกำแพงคะแนนที่กว้างจนชวนให้ถอดใจขวางอยู่
ตอนนี้ก็ได้แต่หวังว่า ความพยายามที่ผ่านมาตลอดการแข่งขันของเธอจะทำให้แฟนคลับพึงพอใจและช่วยกันดันโหวตให้เธอไปถึงฝันได้ในรอบไฟนอล
[และคนสุดท้ายที่จะได้เดบิวต์ภายใต้สังกัด FNN Ent. ก็คือ…]
พิธีกรในรายการถือไมค์เอ่ยรายชื่อเด็กฝึกที่ผ่านเข้าไปยังรอบสุดท้ายท่ามกลางแสงสีและดนตรีที่บิลด์ให้ทุกคนลุ้นกันจนตัวเกร็ง
เด็กฝึกหลายคนแม้ปากจะบอกว่าไม่มีหวัง แต่เมื่อถึงวันประกาศผลกลับอดไม่ได้ที่จะคาดหวังให้ปาฏิหาริย์เกิดขึ้นกับตัวเองบางคนถึงกับต้องหันไปจับมือกับเพื่อนข้างเคียงเพื่อลดอาการเกร็งจากความตื่นเต้นที่ไม่รู้จะระบายออกมาอย่างไร
ต่างจากมอนเน่ที่นั่งหลับตาไม่แสดงท่าทีใด ๆมองผิวเผินเหมือนเด็กสาวยังคงอยู่ในความสงบทั้งที่ในใจกำลังภาวนาขอให้ชื่อที่ถูกเปล่งออกมาเป็ชื่อของเธอเช่นเดียวกับที่เด็กฝึกคนอื่นกำลังทำอยู่
ขอร้องล่ะ!
ประกาศชื่อมอนเน่ทีขอให้ประกาศเป็ชื่อมอนเน่ด้วยเถอะ!
Comment: โอ๊ย ลุ้นเหลือเกินนนน
Comment: น้องมอนเน่หนูต้องผ่านนะลูกกก
Comment: น้องกิ่งดาวได้แน่นอนนี่ไปแอบส่องบ้านเบสของน้องมา เห็นมีเศรษฐีทุ่มซื้อโหวตทีเดียวสามล้าน
Comment: 3M โม้เปล่าา เว่อร์มาก ก็แค่เซอร์ไววัลเกิร์ลกรุ๊ปปะไม่มีคนทุ่มเงินขนาดนั้นหรอก
Comment:ขอให้มอนเน่ได้ด้วยเถอะ เห็นน้องพยายามมาั้แ่เด็กแล้วอยากให้น้องได้เดในฐานะศิลปินมืออาชีพจริง ๆ สักที
[และคนสุดท้ายที่จะได้เดบิวต์เป็สมาชิกเกิร์ลกรุ๊ปวงใหม่ของFNNEnt. ก็คือ… นางสาวกิ่งดาราหรือน้องกิ่งดาวครับ!!]
กรี๊ดดดดดด!!
เฮ!!!
ผู้เข้าแข่งขันที่เป็เพื่อนกลุ่มเดียวกับคนที่ถูกเอ่ยชื่อต่างลุกขึ้นไปกอดกันเป็ก้อนกลมบางคนแม้จะเสียใจก็ยังมีสปิริตนักกีฬายกมือขึ้นปรบแสดงความยินดีกับผู้ที่ผ่านเข้ารอบมอนเน่เองก็เป็หนึ่งในนั้น
เด็กสาวไม่ได้ร้องไห้น้ำตานองหน้าเหมือนเด็กฝึกคนอื่นๆ ริมฝีปากยังคงประดับด้วยรอยยิ้มบางๆ ขณะที่สองมือปรบเข้าหากันเบา ๆ ั์ตาสงบนิ่งทอดมองขึ้นไปยังเวทีทรงพีระมิดซึ่งบัดนี้... เก้าอี้ทั้งเจ็ดตัวที่ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องบนล้วนถูกจับจองมีเ้าของจนครบหมดแล้ว
สายตาของเด็กสาวมองเลยขึ้นไปยังเก้าอี้ลำดับที่หนึ่งสถานที่ที่ครั้งหนึ่งเธอเคยมีโอกาสได้ขึ้นไปในรอบคัดเลือกเมื่อครั้งประเมินคลาสโดยกรรมการก่อนจะร่วงลงมาและกลายเป็เพียงหนึ่งในผู้เข้าร่วมการแข่งขัน
Comment: ไม่นะน้องมอนเน่ของผม
Comment: แม้แต่ในเวลานี้น้องก็ไม่มีน้ำตาน้องโคตรเข้มแข็งเลย
Comment: นี่เป็รายการที่เท่าไรแล้วอะทำไม์ถึงใจร้ายกับน้องแบบนี้
Comment: ไปดูลำดับในเว็บมาถ้าไม่ใช่เพราะแฟนคลับกิ่งดาวอัดเงินโหวตเข้าไปก้อนใหญ่คนสุดท้ายที่ได้รับเลือกน่าจะเป็มอนเน่นี่แหละ
Comment:แค่ความพยายามแม่งไม่พอจริง ๆ สำหรับโลกที่ขับเคลื่อนด้วยเงิน
เด็กฝึกหัดที่ถูกคัดออกทยอยเดินลงจากเวที มอนเน่เองก็เดินตามลงไปด้วยดีไม่มีอาการอิดออดคล้ายคนที่ยังตัดใจไม่ได้แม้แต่น้อย
เสียงเพลงเดบิวต์บรรเลงคลอไปกับเสียงร้องและเสียงเชียร์จากผู้ชมเื้ัมอนเน่ก้าวไปข้างหน้าโดยไม่ผ่อนฝีเท้า ต่างจากเด็กสาวบางคนที่หยุดยืนมองการแสดงของเด็กฝึกที่ถูกเลือกจากด้านหลังเวทีอย่างอาวรณ์
ยิ่งได้ยินเพลงที่เธอซ้อมซ้ำแล้วซ้ำเล่านานเท่าไรสักแห่งภายในใจของเธอก็ยิ่งรู้สึกเหมือนกำลังจะพังทลาย
ทำไมถึงมีแค่พวกเธอที่ได้อยู่บนเวที...?
แล้วเธอล่ะ...?
ทำไมวันนี้ถึงไม่ใช่วันของเธอบ้าง...?
“มอนเน่! จะไปไหนน่ะ”
เด็กฝึกคนหนึ่งบังเอิญหันมาเห็นร่างบางกำลังเดินสับขาเร็วๆ ไปตามโถงทางเดินซึ่งเป็คนละทิศทางกับจุดนัดหมายที่ทีมงานได้แจ้งไว้จึงะโเรียกออกไปเพราะเข้าใจว่ามอนเน่อาจจะแค่จำทางผิด
“...” เด็กสาวได้ยินเสียงเรียกนั้นแต่แทนที่จะหยุด ขาเรียวยาวกลับก้าวเร็วขึ้นจนกลายเป็การออกวิ่งไปตามทางเดินที่ทอดยาวโดยไม่สนใจเสียงะโรั้งของเด็กฝึกคนอื่นเลยแม้แต่น้อย
เธอวิ่งหลบเข้ามาในห้องน้ำที่ตั้งอยู่ห่างจากจุดถ่ายทำพอสมควรทั้งที่คิดว่าพาร่างกายหนีออกมาไกลมากแล้วแต่เสียงทำนองเพลงจากบนเวทีก็ยังคงดังก้องกังวานให้ได้ยินอย่างชัดเจนอยู่ดี
เธอเคยซ้อมเพลงนี้ซ้ำไปซ้ำมาอย่างหนักเพราะคาดหวังว่าจะเกิดปาฏิหาริย์ในค่ำคืนนี้แต่มันก็ไม่เกิดขึ้น ผลอย่างเป็ทางการได้ออกมาแล้ว 1 ใน 7คนของเกิร์ลกรุ๊ปวงใหม่ไม่มีที่ยืนสำหรับเธอ
กึด
มอนเน่กัดฟันกรอดที่เสียงเพลงเดบิวต์ยังตามหลอกหลอนเธอไม่เลิก
ก็ได้! ในเมื่อหนีไม่พ้นก็เต้นให้ผีบ้านผีเรือนแถวนี้ดูแทนแล้วกัน... ถึงพวกเขาอาจจะอยากดูการแสดงบนเวทีมากกว่าก็ตาม
“รับรองว่าจะเต้นไม่ให้ขัดตาค่ะ”มอนเน่เม้มปาก เด็กสาวหลุบตามองพื้นครู่หนึ่งเพื่อนับจังหวะและไม่นานทั้งแขนและขาก็ขยับไปตามจังหวะของเสียงเพลงที่กำลังบรรเลงอยู่
เอี๊ยด! เอี๊ยด! เอี๊ยด!
ตึง! ตึง! ตึง!
พื้นรองเท้าสนีกเกอร์บดเบียดกับกระเบื้องลายหินอ่อนของพื้นห้องน้ำเด็กสาวจ้องมองตนเองในกระจกที่กำลังขยับแขนและขามี่หนึ่งที่เธอเห็นตัวเองในวัยเจ็ดขวบกำลังขยับเต้นตาม แล้วค่อย ๆเติบโตขึ้นจนกลายเป็เธอในปัจจุบัน
อายุ 9 ปีสมัครเข้าร่วมการแข่งขันรายการร้องเพลงเด็ก ไม่ผ่านแม้แต่รอบออดิชัน
อายุ 10 ปี สมัครเข้าร่วมรายการเดิมอีกครั้งก่อนจะถูกคัดออกในรอบ 16 คน
อายุ 12 ปี ออดิชันเข้าร่วมวงเกิร์ลกรุ๊ปแฟรนไชส์ที่มีชื่อเสียงโด่งดังในประเทศก่อนจะถูกคัดออกก่อนถึงรอบออดิชันครั้งสุดท้าย
อายุ 15 ปี สมัครเข้าแข่งขันรายการเซอร์ไววัลค้นหาเกิร์ลกรุ๊ปก่อนจะถูกคัดออกก่อนถึงรอบเซมิไฟนอล
อายุ 16 ปี สมัครเข้าแข่งขันรายการร้องเพลง ก่อนจะถูกคัดออกในรอบเซมิไฟนอล
ตอนนี้เธออายุ 17 ปีแล้ว ประจวบเหมาะกับที่วงไอดอลรุ่นพี่ซีซันก่อนครบกำหนดสัญญาและต้องแยกวงทำให้ทางรายการเปิดรับสมัครเด็กฝึกหน้าใหม่อีกรอบ เธอจึงตัดสินใจกลับมาลงแข่งขันในรายการเดิมอีกครั้ง
เด็กสาวมองว่านี่คือโอกาสอันดีที่จะลองหวนกลับมาสมัครออดิชันอีกครั้ง และคราวนี้เธอก็ทำผลงานได้ยอดเยี่ยมมาโดยตลอด บรรดาแฟนคลับที่ยังจดจำได้ว่าเธอเคยลงแข่งในซีซันก่อนต่างพร้อมใจกันเทโหวตสนับสนุนและผลักดันจนสามารถส่งให้เธอขึ้นไปยืนอยู่บนจุดสูงสุดได้ั้แ่รายการเพิ่งออกอากาศไม่นาน
ทั้งที่อุตส่าห์วาดหวังเอาไว้ว่าต้องเป็ครั้งนี้!ครั้งนี้แน่ ๆ ที่เธอจะสามารถปีนป่ายขึ้นไปจนถึงยอดเขาอันสูงชันได้สำเร็จเสียที
แต่สุดท้าย... ก็ยังก้าวพลาดและร่วงหล่นลงมาที่จุดเริ่มต้นอีกแล้ว
มอนเน่ทอดสายตามองตัวเองที่หน้ากระจกมองตัวเองใน่วัยที่ควรจะเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและรอยยิ้มสดใสราวกับดอกไม้ที่เพิ่งเริ่มแตกกิ่งผลิบานทว่าภาพที่สะท้อนกลับมากลับมีเพียงใบหน้าที่นิ่งสงบและแววตาที่อ่านไม่ออก
ั์ตาสีฟ้าครามคู่นั้นว่างเปล่าไร้ซึ่งประกายแห่งความหวัง แม้แต่มุมปากก็ไม่มีทีท่าว่าจะขยับยกขึ้นช่างขัดกับจังหวะดนตรีของเพลงเดบิวต์เกิร์ลกรุ๊ปวงใหม่ที่แสนจะน่ารักเนื้อร้องอัดแน่นไปด้วยเื่ราวของความฝันและความพยายาม เต็มไปด้วยพลังบวกมากมายที่ไม่ว่าใครได้ฟังก็จะต้องเผลอยิ้มตาม
แต่สำหรับมอนเน่ในตอนนี้ เพลงนั้นมันไม่ต่างจากพลังบวกเชิงลบที่ทำให้จิตใจของเธอหดหู่ทุกครั้งเมื่อเผลอคิดว่า...ทำไมถึงไม่ใช่เธอที่ได้ยืนเฉิดฉายอยู่กลางแสงไฟ?
คนบนเวทีต่างร้องเต้นกันด้วยรอยยิ้มแต่ผู้ที่ไม่ถูกเลือกกลับทำสีหน้าเ็าขณะเต้นอยู่ในห้องน้ำเพียงลำพัง
“มอนเน่ กลับบ้านไปพักผ่อนนะลูก”เมธัสยืนรออยู่หน้าทางออกด้านหลัง ซึ่งบริเวณนั้นก็มีผู้ปกครองหลายคนมารอรับลูกของตนเช่นกัน
ชายวัยกลางคนรอตรงนี้ั้แ่ผลการคัดเลือกถูกประกาศเสร็จสิ้นไม่อยู่ดูการแสดงของเกิร์ลกรุ๊ปวงใหม่ตรงดิ่งมารอรับลูกที่ทางออกด้านหลังทันทีรออยู่เกือบชั่วโมงถึงได้เห็นลูกสาวเดินลากกระเป๋าออกมา
ดูเอาเถอะ...เด็กคนอื่นเขาลากกระเป๋าไปร้องไห้ไป แต่ลูกสาวของเขากลับทำหน้าเ็ายิ่งกว่าูเาน้ำแข็งที่ขั้วโลกเหนือเสียอย่างนั้น
ปัง
ทว่าเมื่อเสียงประตูรถปิดสนิทได้ไม่นานเด็กสาวที่เคยมีสีหน้านิ่งเฉยก็เริ่มมีการเปลี่ยนแปลงทางสีหน้าสองไหล่งองุ้มเข้าหากัน ริมฝีปากเบะคว่ำลงดวงตาเอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำที่พร้อมจะหลั่งริน เพียงเปลือกตาขยับแค่เล็กน้อย น้ำตามากมายก็ไหลพรั่งพรูอย่างไม่อาจสะกดกลั้นได้อีกต่อไป
“ไม่เป็ไรนะลูก พ่อยังอยู่ตรงนี้ยังเป็แฟนคลับนัมเบอร์วันของหนูเสมอ” เมธัสเม้มปากมองลูกนั่งร้องไห้สะอื้นจนตัวโยนก็ปวดใจเลือกที่จะปลอบลูกก่อนที่จะออกรถพาพวกเขาทั้งสองคนกลับบ้าน
เขาโทษตัวเองทุกครั้งที่ต้องเห็นลูกร้องไห้ผิดหวังเป็เขาเองที่ไม่มีกำลังสนับสนุนลูกมากพอ ถึงต้องมาเห็นน้ำตาของลูกอยู่ร่ำไป
“ฮึก พ่อคะ หนูเจ็บใจ หนูเจ็บใจค่ะ” เด็กสาวระบายความอัดอั้นตันใจตลอด9 ปีที่ผ่านมา
โอกาสที่พลาดครั้งแล้วครั้งเล่าทำให้เธอเฝ้าถามตัวเองอยู่ทุกวันว่ายังพยายามไม่พอใช่ไหม? แล้วต้องพยายามอีกเท่าไรถึงจะสมปรารถนา?
“เป็ความผิดของพ่อเองลูกเป็ความผิดของพ่อเอง” เมธัสไม่อาจทนเห็นลูกร่ำไห้ปานจะขาดใจได้ ปลดเข็มขัดนิรภัยฝั่งตัวเองโน้มตัวไปกอดลูกสาวเอาไว้แน่น
มอนเน่เป็ดั่งแก้วตาดวงใจที่เขาถนอมไว้กลางฝ่ามือขอแค่ไม่เกินความสามารถ เขาพร้อมจะหาทุกอย่างที่ลูกร้องขอมาให้ แต่สิ่งที่ลูก้าคือการได้เป็นักร้องมืออาชีพได้อยู่ท่ามกลางทะเลแห่งดวงดาวที่ลูกสาวตกหลุมรักั้แ่แรกเห็นเขาจึงได้แต่มองลูกพยายามปีนป่ายหุบเขาที่ชื่อว่าวงการบันเทิงนี้ด้วยตัวเองมาตลอด
ชายที่ใกล้จะเข้าสู่่วัยกลางคนเม้มปากน้ำตาไหลรินเป็สายไม่ต่างจากคนลูก เป็เพราะเขาไม่ได้มีสมบัติพัสถานมากมายมากองให้ลูกเป็แค่พนักงานออฟฟิศธรรมดาคนหนึ่ง แค่จ่ายค่าเทอม ค่าเรียนพิเศษ และค่าครูสอนร้องสอนเต้นก็ต้องทำโอทีจนเืตาแทบกระเด็นแล้วจะเอาเงินถุงเงินถังที่ไหนไปซื้อโหวตเลื่อนลำดับให้ลูกได้เป็ล้าน ๆในคราวเดียว
“ไม่ใช่เพราะพ่อหรอกค่ะเป็ที่หนู เป็หนูที่ยังพยายามไม่มากพอ” มอนเน่ไม่คิดโทษบิดาดันบิดาออกส่ายหน้าไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่พ่อเอ่ยออกมาอีกฝ่ายสนับสนุนเธออย่างเต็มที่มาโดยตลอดต้องโทษที่ตัวเธอเองไม่มีความสามารถพอจะพาตัวเองไปถึงความฝันได้ เป็เพราะเธอคนเดียวทั้งหมด…
เด็กสาวใช้แขนเสื้อเช็ดน้ำตาออกจากใบหน้า
“หนูไม่เป็ไรแล้วค่ะพ่อหนูเข้าใจกฎของการแข่งขันดี ถ้าไม่ได้รายการนี้ หนูก็แค่ต้องไปลองที่รายการถัดไป...ดูเหมือนว่าที่ประเทศ Kกำลังจะมีรายการเซอร์ไววัลรายการใหม่ แถมค่ายต้นสังกัดที่จัดก็เป็ค่ายที่หนูอยากจะเข้าร่วมมาตลอดหนูคิดว่าจะไปเข้าร่วมรายการนี้ต่อค่ะ”
“มอนเน่…”เมธัสเม้มปากมองลูกสาวที่เข้มแข็งขึ้นด้วยตัวเองครั้งแล้วครั้งเล่าอย่างเ็ปใจ
“หนูไม่เป็ไรค่ะพ่อหนูพลาดโอกาสในรายการนี้ไปแล้วก็จริง แต่ก็คงมีสักวันที่เป็วันของหนูบ้าง”เด็กสาวส่งยิ้มที่ยังเจือไปด้วยร่องรอยของความเสียใจให้ผู้เป็บิดา
“ถ้าอย่างนั้น…พ่อขอให้รายการที่ลูกจะไปรอบนี้เป็รายการสุดท้ายได้ไหมลูก”
“!!!”
[1] ไลน์เดบิวต์เปรียบเสมือนพื้นที่ปลอดภัยของเด็กฝึกที่เข้าร่วมการแข่งขันเฟ้นหาไอดอล