ไม่มีผู้ใดรู้ถึงความคับข้องใจของอิ้นถัง แม้เขาจะพยายามแก้ไขความขัดแย้งในใจอย่างไรแต่เมื่อยิ่งดื่มก็ยิ่งทำให้รู้สึกแย่ลงเท่านั้น
หลินชูจิ่วยืนอยู่นอกประตู มองอิ้นถังกำลังรินสุราให้ตนเองทีละจอก ในใจพลันรู้สึกกระวนกระวายอย่างไร้ที่สิ้นสุด หลังจากการไตร่ตรองอย่างถี่ถ้วน ในที่สุดเขาก็ตัดสินใจส่งคนไปเชิญหว่านซีมา
สำหรับสตรีในตำหนักในหลินชูจิ่วไม่เคยใส่ใจเื่สถานะภายนอกของผู้ใดมากไปกว่าสถานะที่อยู่ในใจของอิ้นถัง
ในอดีต เมื่อใดก็ตามที่มีเื่ไม่สบายใจเกิดขึ้นองค์ชายแปดและองค์ชายสิบจะอยู่เคียงข้างอิ้นถังเสมอหลินชูจิ่วก็ยังเคยได้ดูแลองค์ชายเ่าั้แต่ในวันนี้ดูเหมือนว่าองค์ชายเก้าจะไม่้าเชิญองค์ชายแปดและคนอื่นๆ แต่กลับดื่มอยู่เพียงลำพัง
นี่อาจจะทำให้เสียสุขภาพได้!
หลินชูจิ่วเป็กังวลก็จริงทว่าเขาไม่ได้มีความกล้าปรามอิ้นถังแต่อย่างใดนิสัยของอิ้นถังนั้นนั้นมีเพียงไม่กี่คนที่จะทำให้เขายินยอมรับฟังได้ เมื่อนึกถึงว่าเ้านายเคยยกเว้นเื่ที่เกี่ยวกับหว่านซีไม่รู้กี่หนต่อกี่หนหลินชูจิ่วก็ตัดสินใจที่จะเสี่ยง
หว่านซีได้ยินว่ามีผู้มาใหม่เข้ามาในตำหนัก นางก็ไม่ได้สอบถามอะไรเพิ่มเติม แต่กลับเข้าใจไปว่านี่เป็นกลอุบายของต่งเอ้อซื่อที่จะเลือกสาวใช้คนหนึ่งออกมาจากบรรดาคนรับใช้ทั้งหลายเพื่อดึงตัวอิ้นถังไปและเพราะนางไม่ได้ไถ่ถามอย่างละเอียด นางจึงยังไม่รู้ว่าคนที่มาใหม่นั้นคือคนที่น่าเกลียดชังอย่างสุดซึ้งจ้าวเจียซื่อ
ถ้าต่งเอ้อซื่อเป็ผู้บีบให้นางตาย จ้าวเจียซื่อก็คือฆาตกร
ถ้านางรู้ว่าคนที่เข้ามาในตำหนักครั้งนี้คือจ้าวเจียซื่อ นางคงไม่นั่งอยู่เฉยๆ ในเรือนแล้วคัดลอกพระสูตรอยู่เช่นนี้
หลังอาหารเย็น หว่านซีเดินเล่นในเรือนสักพักเพื่อย่อยอาหารก่อนที่จะเข้าไปในห้องเพื่อทำงานเย็บปักต่อ ขณะกำลังจะให้ทิงจู๋เปลี่ยนชา เกาหมัวมัวก็รีบเดินเข้ามาในห้อง
“เกิดอะไรขึ้น” หว่านซีถามเบาๆ วางเข็มและด้ายในมือของนาง
"นายหญิงหลินกงกงส่งคนมาบอกว่าองค์ชายกำลังรอท่านอยู่ที่ห้องหนังสือเ้าค่ะ" เกาหมัวมัวพูดด้วยสีหน้าเปี่ยมสุข
“ห้องหนังสือ?” เมื่อได้ยิน หว่านซีก็พลันชะงัก
นางจำได้ว่าสตรีเรือนหลังไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปในห้องนั้น สนมชายาอาจจะส่งน้ำแกงหรือถ้อยคำเชิญชวนเพื่อแย่งชิงความโปรดปรานได้แต่ไม่มีทางที่พวกนางจะได้รับอนุญาตให้เข้าไปในห้องหนังสือ แม้แต่พระชายาอย่างต่งเอ้อซื่อเองก็ยากที่จะก้าวเข้าสู่ห้องหนังสือหากอิ้นถังไม่อนุญาต ในชีวิตที่แล้วแม้ว่าหว่านซีมักจะไปห้องหนังสือของอิ้นถัง แต่กับคำเชิญเช่นนี้นับว่าเป็ครั้งแรกที่ได้ยินจริงๆ
"เกาหมัวมัวให้ทิงจู๋ และคนอื่นๆ มาช่วยข้าแต่งหน้าที"หว่านซีเลิกคิ้วเล็กน้อย สงสัยว่าเหตุใดอิ้นถังจึงต้องยกเว้นให้นางเช่นนั้น
“เ้าค่ะ"
บรรยากาศแตกต่างจาก่เงียบสงบก่อนหน้านี้อย่างเห็นได้ชัด ทุกคนในเรือนของหว่านซีดูยิ้มแย้มแจ่มใส เมื่อเ้านายได้รับคาวมโปรดปรานวันเวลาของบ่าวรับใช้ก็จะผ่านไปได้ด้วยดีเช่นกันก่อนหน้านี้พวกเขาต่างคิดว่าเมื่อมีคนใหม่เข้ามา องค์ชายอาจจะเปลี่ยนพระทัยทว่ายามนี้เมื่อเห็นว่าองค์ชายยังคงให้ความสำคัญกับนายสาวของตนเองมากที่สุด ทุกคนจึงต่างพอใจเป็อย่างมาก
หว่านซีแต่งหน้าพลางฟังทิงอวี่รายงานว่าอิ้นถังกำลังดื่มอยู่ในห้องหนังสือแม้จะรู้สึกประหลาดใจแต่นางก็สั่งให้คนเตรียมอาหารและเครื่องดื่มที่เขาโปรดปรานให้พร้อมก่อนจะมุ่งหน้าไปยังห้องหนังสือ
หลินชูจิ่วยืนรออยู่นอกห้อง เมื่อเห็นหว่านซีใกล้เข้ามา เขาก็คารวะนางทันทีและพูดว่า “ข้าน้อยคารวะอนุหวันเหยียนขอรับ"
“องค์ชายเป็อย่างไรบ้าง” หว่านซีพยักหน้า มองไปทางห้องหนังสือแล้วถาม
“่นี้องค์ชายอารมณ์ไม่ดี หลังๆ มานี้ไม่เสวยอาหารเย็นทำเพียงดื่มเท่านั้นขอรับ”หลังจากพูดจบ หลินชูจิ่วก็มองไปที่หว่านซีซึ่งมีสีหน้ากังวลในมือถือกล่องอาหาร หลินชูจิ่วอดไม่ได้ที่จะนึกในใจ ไม่แปลกที่องค์ชายจะปฏิบัติต่ออนุหวันเหยียนต่างออกไปจากคนอื่นเพราะนางเตรียมทุกสิ่งไว้พร้อมเช่นนี้นี่เองนี่ย่อมดีกว่าคนที่แสวงหาความโปรดปรานจากองค์ชาย ทว่าไม่รู้กระทั่งว่าองค์ชายประสงค์สิ่งใดทำเพียงมุ่งหน้ามาอย่างรวดเร็ว แต่กลับลืมไปว่าอารมณ์ขององค์ชายรุนแรงเพียงใด
อารมณ์ขององค์ชาย?
นี่เขายังไม่ได้รายงานองค์ชายเลย แล้วองค์ชายจะลงโทษเขาที่ให้อนุหวันเหยียนมาเช่นนี้หรือไม่!
เมื่อหว่านซีผลักประตูเข้าไป อิ้นถังก็มีท่าทางมึนเมาและยังคงรินสุราดื่มอย่างต่อเนื่อง เห็นได้ชัดว่าเขาอารมณ์ไม่ดีเพียงใด
"ใคร..."เมื่อเห็นประตูห้องหนังสือถูกผลักเปิดออก อิ้นถังจ้องเขม็ง เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายคือหว่านซีก็โบกมือพร้อมกับเผยรอยยิ้มแรกบนใบหน้าในรอบเกือบครึ่งเดือน "อา...ซีเอ๋อร์ มาดื่มกับข้ามา”
หว่านซีมองไปที่อิ้นถังที่ส่งยิ้มให้นางอย่างเมามาย แววตาของนางก็เต็มไปด้วยความปวดร้าว บุรุษผู้นี้ดูเหมือนจะมีอำนาจเหนือทุกสิ่ง แต่จริงๆแล้วเขาก็เ็ปเช่นกัน นางไม่รู้ว่าใครทำร้ายเขา แต่นางก็ยังหวังว่านางจะรักษาแผลเป็บนหัวใจของเขาได้
เมื่อเห็นว่าเขากำลังจะลุกขึ้นยืน นางก็อดไม่ได้ที่จะก้าวไปหาพลางวางกล่องอาหารไว้บนโต๊ะ แล้วพูดเบาๆว่า"องค์ชายอยากดื่ม เช่นนี้จะปราศจากอาหารได้เช่นไรเพคะ หม่อมฉันเตรียมอาหารเล็กๆ น้อยๆ ไว้แล้วรสชาติไม่เลวเลยทีเดียว เหตุใดไม่รองท้องสักหน่อย แล้วหม่อมฉันจะร่วมร่ำสุรากับองค์ชายเอง”
อิ้นถังที่จ้องมองนางอย่างไม่ละสายตาเห็นแววตากังวลเต็มเปี่ยมคู่นั้นเมื่อได้ยินเสียงนางเอ่ย เขาก็อดไม่ได้ที่จะพูดตอบ “เ้าป้อนข้าสิ"
"เพคะ"นางเผยรอยยิ้มอ่อนโยน ความสุขอบอวลอยู่ในคำพูดนั้น
เห็นอิ้นถังไม่ได้โกรธและยังคงพูดคุยหัวเราะออกมาได้หลินชูจิ่วพลันโล่งใจ ทั้งดีใจที่ตนเองคิดไม่ผิด
หว่านซีนำจานทั้งหมดออกจากกล่องอาหารและวางไว้ข้างหน้าอิ้นถัง จากนั้นจึงค่อยๆ ป้อนอาหารที่เขาชอบสองสามคำแล้วเกลี้ยกล่อมให้เขาดื่มน้ำแกงลงไปชามหนึ่ง เมื่อเห็นว่าสีหน้าของเขาดีขึ้นมากแล้ว นางก็รู้สึกโล่งใจขึ้นมาเช่นกันผิวของเขาดีขึ้นมาก และเขาก็รู้สึกโล่งใจ
อิ้นถังเฝ้ามองดูหว่านซีขยับไปมาในใจรู้สึกอบอุ่น ทว่าเขายังคงเงียบ หว่านซีเองก็ไม่ได้รบกวนความเงียบนั้นเพียงค่อยๆ ป้อนอาหารให้เขาทุกครั้งที่เขาดื่มเพื่อป้องกันไม่ให้เขาดื่มมากเกินไปจนทำร้ายสุขภาพของตนเอง
เดิมที อิ้นถังคิดว่าหว่านซีจะเกลี้ยกล่อมให้เขาหยุดไม่คาดว่านางเพียงอยู่กับเขาอย่างเงียบๆ เช่นนี้ ทั้งหมดที่นางทำมีเพียงการทำให้เขากินอาหารเพิ่มขึ้นเท่านั้น “เหตุใดจึงไม่พูดเล่า”
“แล้วหม่อมฉันต้องพูดอะไรเพคะ” หว่านซีตอบคำถามด้วยคำถาม
อิ้นถังเอนหลังลงบนเก้าอี้ถือขวดสุราในมือข้างหนึ่งและจอกสุราในมืออีกข้างหนึ่ง ขณะที่พูดสุราก็ยังคงไหลลงท้องเขาทีละแก้ว “เ้ามาที่นี่เพื่อเกลี้ยกล่อมให้ข้าดื่มน้อยลงมิใช่หรือ"
"ใช่เพคะ"หว่านซีพยักหน้า หยิบตะเกียบแล้วป้อนเข้าปากของอิ้นถัง “แต่หม่อมฉันเห็นว่าองค์ชาย้าดื่มและพอคิดดูแล้ว ดื่มเป็ครั้งคราวก็ไม่ได้เสียหายอะไร"
“ดียิ่ง” นางให้เขาดื่ม ทว่าความอยากที่จะดื่มของเขากลับลดน้อยลงแล้ว
อิ้นถังวางขวดและจอกสุราลงก่อนใช้แรงเล็กน้อยดึงหว่านซีมานั่งบนตักนางซุกตัวลงกับอกเขา ศีรษะนางกลายเป็ที่วางคางของเขา พลางฟังเขาเอ่ย “ซีเอ๋อร์ข้าไม่สบายใจเลย”
ใช่ เขารู้สึกย่ำแย่ยิ่งนัก
เขาอยากจะแสร้งทำเป็ว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทว่าเื่ทั้งหมดกลับหนักหน่วงและกรีดลงบนใจเขาราวกับใบมีด ความเ็ปเ่าั้มากเสียจนเขาไม่อาจแสร้งทำเป็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นได้
หว่านซีรู้สึกถึงความหงุดหงิดและโกรธแค้นของเขานางอดไม่ได้ที่จะเอื้อมมือไปลูบหลังเขาเบาๆ “องค์ชายเชื่อเื่โชคชะตาหรือไม่”
“ไม่เชื่อ"
"หม่อมฉันเชื่อ"เมื่อหว่านซีพูดเช่นนี้ น้ำเสียงของนางก็เปี่ยมไปด้วยความสุขโดยไม่ได้ตั้งใจ
"เหตุใด?"อิ้นถังรู้สึกสนใจขึ้นมาทันที
“องค์ชายอาจไม่รู้ว่าจริงๆ แล้วชะตากรรมของทุกคนถูกกำหนดไว้แล้ว เมื่อก่อนหม่อมฉันเชื่อว่าคนที่ใกล้ชิดที่สุดก็คือบิดามารดาและพี่น้องแต่ตอนนี้คนที่หม่อมฉันใกล้ชิดที่สุดกลับเป็องค์ชาย สำหรับหม่อมฉันแล้ว นี่คือชะตานำพาเป็สิ่งที่ถูกลิขิตเอาไว้แล้ว” หว่านซีถูไถใบหน้ากับแผ่นอกของเขาพร้อมรอยยิ้ม
ผู้คนชอบฟังคำพูดดีๆ และชอบที่จะได้รับการดูแล โดยเฉพาะอย่างยิ่งยามที่พวกเขากำลังโศกเศร้า คำพูดดีๆที่แสดงถึงความห่วงใยสามารถเรียกความสุขและความมั่นใจให้กลับคืนมาหาคนฟังได้อีกครั้งหนึ่ง
อิ้นถังผงะเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำพูด จากนั้นเอื้อมมือไปลูบหลังของหว่านซี ก่อนพูดว่า "เป็ความจริงที่โชคชะตาทำให้ข้าได้พบกับเ้า ปีศาจน้อย”
"โชคชะตาจะทำให้ท่านมองเห็นทุกอย่างได้อย่างชัดเจน" หว่านซีซุกอยู่ในอ้อมแขนของเขา กลิ่นสุราจางๆอบอวลอยู่ในอากาศ เจือจางไปกับประโยคสุดท้ายอันลึกซึ้งของนาง
อิ้นถังลูบมือนางอยู่ชั่วครู่ก่อนจะกลับไปมีท่าทีเช่นเดิมไม่อาจคาดเดาได้เลยว่าเขาจะได้ยินประโยคนั้นหรือไม่