ห้องอาหารกลางในเวลานี้ เฟยเฟิ่ง และ อวี้เหมยมารอไท่จื่อทั้งสองอยู่ก่อนแล้วเมื่อทั้งสามคนเข้ามาทุกคนในห้องจึงยอบกายทำความเคารพเล็กน้อย ก่อนจะนั่งลงประจำที่เช่นเดิม
“ไท่จื่อเฟย อวี้เหมยกงจู่ นี่องค์ชายรองอู่เหอซื่อ น้องชายของเปิ่นไท่จื่อ” ิหลงแนะนำให้สตรีทั้งสอง รู้จักน้องชายต่างมารดาของตนทันทีที่นั่งลง
“ถวายพระพรไท่จื่อเฟยพ่ะย่ะค่ะ” ด้วยความที่เฟยเฟิ่งมีศักดิ์สูงกว่าองค์ชายรอง ทั้งก่อนแต่ง และหลังแต่งงาน จึงไม่ต้องทำความเคารพแต่เป็องค์ชายรองแทนที่ต้องทำความเคารพนางก่อนที่เขาเองจะต้องรับการเคารพจากอวี้เหมยกงจู่ สตรีน้อยที่มีกิริยาแสนจะเรียบร้อยน่าทะนุถนอม ทำเอาผู้ที่จ้องมองถึงกับสติล่องลอย ก่อนสติจะกลับมาเมื่อได้ยินเสียงไท่จื่อเฟย
“ยินดีที่ได้รู้จักเพคะองค์ชายรองอย่างไรเราก็คนกันเองอย่าได้มากพิธีเลยเพคะ”
บนโต๊ะเสวยวันนี้เต็มไปด้วยอาหารชั้นเลิศมากมายแต่เนื่องจากในที่นี้มีแต่ราชนิกูล บรรยากาศการเสวยจึงมีแต่ความเงียบหากแต่เป็ความเงียบที่ไม่อึดอัด และมีความสุขกันยิ่งนัก เมื่ออิ่มกันแล้วไท่จื่อจึงได้ชักชวนิ่ไท่จื่อ และ องค์ชายรองร่วมร่ำสุราต่อ แต่คิดไม่ถึงว่า
“เฟิ่งเอ๋อ เ้ากับอวี้เหมยกงจู่ก็จะร่วมร่ำสุราด้วยงั้นหรือสุรานี้รสแรงนัก เปลี่ยนเป็น้ำชาหวานดีหรือไม่” ิหลงเอ่ยขึ้นด้วยความกังวลสตรีชั้นสูงเช่นพวกนางไหนเลยจะเคยดื่มสุราเช่นนี้ อย่างมากก็คงแค่สุรารสอ่อนและสุรามงคลในวันแต่งงานเพียงเท่านั้น
“เสด็จพี่อย่ากังวลเลยเพคะ ตอนอยู่แคว้นเว่ย น้องกับอวี้เหมยร่วมร่ำสุรากับต้าเกอบ่อยๆไม่เมาง่ายๆหรอกเพคะ” เฟยเฟิ่งยิ้มหวานก่อนจะยกจอกสุราขึ้นดื่มให้ดูิ่ไท่จื่อเองก็ช่วยกล่าวยืนยันด้วยอีกแรง
“พี่ิหลง ท่านอย่าห่วงเลย เฟิ่งเอ๋อ กับ เหมยเอ๋อร่ำสุราเก่งกว่าที่ท่านคิดมากนักขอรับ” เมื่อิ่ต้าเฟยหลงยืนยันเช่นนี้ิหลงก็ได้แต่ยอมตามใจพวกนาง
หลังจากร่วมร่ำสุรา สนทนากันอย่างสนุกสนานจนเวลาผ่านไปเกือบ 2 ชั่วยาม สตรีทั้งสองนางกลับไม่มีทีท่าจะเมามายสักนิดเพียงแค่หน้าแดงขึ้นเล็กน้อย พอให้เสริมความงดงามยิ่งขึ้นเท่านั้น
‘เพ้ย นี่แคว้นเว่ยเลี้ยงดูองค์หญิงกันอย่างไร เหตุใดจึงคอแข็งเช่นนี้เล่า’ องค์ชายรองเหอซื่อได้แต่ตกตะลึงไม่คิดว่าสตรีงดงาม เรียบร้อยอ่อนหวาน อย่างอวี้เหมยกงจู่จะมีอะไรให้แปลกใจได้เช่นนี้
“นี่ก็ดึกแล้ว น้องรองคืนนี้เ้าก็ค้างเสียที่นี่เลยเถอะพ่อบ้านตงดูแลิ่ไท่จื่อ และ องค์ชายรองด้วย”
“พ่ะย่ะค่ะ”
“เราเองก็กลับตำหนักกันเถอะเฟิ่งเอ๋อ น้ำค้างเริ่มลงแล้ว เดี๋ยวจะป่วยไข้เอาได้”
“เพคะ เ้าเองก็กลับไปพักผ่อนได้แล้วนะอวี้เหมยเจียวหลันดูแลองค์หญิงดีๆด้วยละ” เฟยเฟิ่งเอ่ยกำชับสองสามคำก่อนจะเดินเข้าตำหนักไปกับสวามี คืนนี้อากาศหนาวเย็นนัก หากได้รับไออุ่นสักหน่อยคงจะดีไม่น้อย
คืนนี้เป็อีกคืน ที่บรรดาดอกไม้หลังวังตะวันออกพากันเหี่ยวเฉาเพราะคืนนี้ไท่จื่อก็ยังคงประทับอยู่กับไท่จื่อเฟย
“อ๊า~ ~ เสด็จพี่เพคะ”
“เรียกพี่ิหลงสิ เฟิ่งเอ๋อ พี่อยากได้ยินเสียงเ้า อ๊า~” เสียงแหบพร่าเอ่ยบอกสตรีตรงหน้า ในขณะที่มือหนาก็คลึงเคล้นซาลาเปาคู่งามอย่างเบามือปลายนิ้วสะกิดยอดปทุมถัน เรียกเสียงครางหวานพาลให้ใจวาบหวิวยิ่งหนัก
“พี่ิหลง ~ ~ น้องจะไม่ไหวแล้วเพคะ”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ดั่งปลุกไฟราคะให้โหมกระหน่ำร่างสูงเร่งความเร็วมากขึ้น ก่อนสองร่างจะประสานเสียง ระบายความสุขสมออกมาอย่างรัญจวนใจ
อ๊า~ ~
หลังจากไท่จื่อออกไปทำงานแล้วเฟยเฟิ่งจึงเรียกพ่อบ้านตงเข้ามาพบ พร้อมสมุดบัญชีรายการต่าง ๆนางควรจะเริ่มจัดระเบียบภายในวังอย่างจริงจังเสียที
“พ่อบ้านตง จากที่เปิ่นไท่จื่อเฟยอ่านดูแล้วถือว่าท่านทำงานได้ดีเลยทีเดียว เช่นนั้นเปิ่นไท่จื่อเฟยก็สามารถไว้ใจท่าน ให้ทำหน้าที่นี้ต่อไปตามเดิมได้เพียงแต่เื่การเบิกจ่ายอะไรที่มากเกินไป หรือผิดปกติให้ท่านมาแจ้งเปิ่นไท่จื่อเฟยก่อน”
“พ่ะย่ะค่ะไท่จื่อเฟย” พ่อบ้านตงรู้สึกปลาบปลื้มยิ่งนักที่ไท่จื่อเฟยทรงเห็นผลงาน และไว้วางใจให้ตนทำหน้าที่เดิมต่อไป เดิมทีก็มีกังวลบ้างว่าเมื่อมีนายหญิงอะไรๆอาจไม่เหมือนเดิม
“อีกเื่ เปิ่นไท่จื่อเฟยอยากได้ข้ารับใช้เพิ่มอีกสักหน่อย ที่เป็คนของวังตะวันออกท่านคัดคนมาให้เปิ่นไท่จื่อเฟยเลือกด้วย และ ตำหนักหยกขาว ของอวี้เหมยกงจู่ฝากท่านจัดข้ารับใช้ให้สมเกียรติด้วย”
“รับด้วยเกล้าพ่ะย่ะค่ะ”
“แล้วเหลียงตี้ หรูจื่อทั้งหลายเป็อย่างไรบ้างมีผู้ใดสร้างปัญหาอะไรหรือไม่”
“ทูลไท่จื่อเฟย หลังจากเหตุการณ์เมื่อวาน วันนี้ทุกคนยังเก็บตัวเงียบพ่ะย่ะค่ะเอ่อ” พ่อบ้านตง ลังเลคล้ายอยากจะพูดอะไรบางอย่างเฟยเฟิ่งเห็นเช่นนั้นจึงเอ่ยถามออกไป
“มีอะไรที่ท่านอยากจะบอกเปิ่นไท่จื่อเฟยอีกหรือไม่”
“ไม่ใช่เื่ใหญ่โตอะไรพ่ะย่ะค่ะ เพียงแต่ก่อนหน้านี้ เจินเหลียงตี้หลินเหลียงตี้ อันหรูจื่อ เป็คนโปรดของไท่จื่อกระหม่อมเกรงว่าพวกนางจะสร้างปัญหาให้ไท่จื่อเฟยในภายหลังพ่ะย่ะค่ะ”
“พวกนางล้วนเป็บุตรสาวขุนนางใหญ่ในราชสำนักแคว้นหานหากพวกนางจะสร้างปัญหาเล็กๆคลายเหงาบ้าง เปิ่นไท่จื่อเฟยก็คงไม่ไปยุ่งวุ่นวายแต่หากมากเกินไปก็คงต้องกำราบกันเสียบ้าง ถ้าอย่างไร ฝากท่านพ่อบ้านช่วยเป็หูเป็ตาให้เปิ่นไท่จื่อเฟยด้วยได้หรือไม่”เฟยเฟิ่งกล่าวด้วยน้ำเสียงอารีย์มีเมตตา แม้กำลังใช้คน แต่ผู้ฟังกลับไม่รู้สึกว่าถูกใช้งานยิ่งรู้สึกภักดีต่อนายหญิงคนใหม่เพิ่มขึ้นแทน
"กระหม่อมเป็คนของวังตะวันออก ย่อมยินดีรับใช้ไท่จื่อ และ ไท่จื่อเฟยพ่ะย่ะค่ะ”
“ขอบใจท่านมาก จี้กงกง ซือซือ พวกเ้าเองก็ต้องศึกษาจากท่านพ่อบ้านให้มากๆเื่ราวของแคว้นหานย่อมต้องพึ่งพาพ่อบ้านตงแล้ว”เฟยเฟิ่งส่งสายตาแฝงความนัย ให้กับคนสนิททั้งสอง ด้วยความที่อยู่กับองค์หญิงมาั้แ่เด็กย่อมเข้าใจในความหมายแฝงนี้ไม่ยาก
“รบกวนท่านพ่อบ้านช่วยชี้แนะด้วย” ทั้งสองคนค่อมกายคาราวะพ่อบ้านตงเล็กน้อยอย่างฝากเนื้อฝากตัว
“ถ้าเช่นนั้น สักครู่กระหม่อมจะพาข้ารับใช้มาให้พระองค์เลือกพ่ะย่ะค่ะกระหม่อมทูลลา" เฟยเฟิ่งพยักหน้าอนุญาต ก่อนจะก้มหน้าอ่านรายงานกิจการของไท่จื่อต่อกิจการของไท่จื่อมีไม่น้อยเลย เห็นทีคงมีอะไรให้นางทำมากโข
"ไท่จื่อเฟย กระหม่อมพาคนมาให้เลือกแล้วพ่ะย่ะค่ะ"เฟยเฟิ่งวางรายงานลง ก่อนจะส่งมือให้ซือซือประคองออกไปหน้าตำหนัก เพื่อเลือกคนเข้าตำหนักเฟิ่งหวงหลังจากฟังพ่อบ้านรายงานการทำงานของแต่ละคนเสร็จสิ้น เฟยเฟิ่งจึงเลือกนางกำนัลขันที เข้ามารับใช้ในตำหนักเฟิ่งหวงเพิ่ม 12 คนก่อนจะสะดุดตากับนางกำนัลน้อยนางหนึ่ง
“เ้าที่ยืนตรงนั้น ชื่ออะไร”
“ทูลไท่จื่อเฟย หม่อมฉันชื่อ ชิวจื่อ เพคะ” นางกำนัลน้อยเอ่ยตอบอย่างนอบน้อมนางมีใบหน้ากลมเกลียงเกลา จิ้มลิ้ม ผิวขาวสะอาดสะอ้าน คะเนดูแล้วอายุน่าจะ 12-13หนาว
“เ้ามาเป็ผู้ช่วยของซือกูกูก็แล้วกัน พวกเ้าทุกคนจงฟังเมื่อมาเป็คนของตำหนักเฟิ่งหวงแล้ว อย่าได้คิดมีใจคิดคดทรยศเป็อันขาด หาไม่แล้วจะมาร้องขอความเมตตาทีหลังเปิ่นไท่จื่อเฟยคงไม่มีให้ แต่หากพวกเ้าภักดีเปิ่นไท่จื่อเฟยย่อมดูแลเป็อย่างดี”
“หม่อมฉันจะภักดีต่อไท่จื่อเฟยเพคะ / กระหม่อมจะภักดีต่อไท่จื่อเฟยพ่ะย่ะค่ะ”เหล่าข้ารับใช้กล่าวตอบรับอย่างพร้อมเพรียง แม้ไท่จื่อเฟยเพิ่งแต่งเข้าวังตะวันออกได้เพียงสองวันแต่เหตุการณ์สองวันที่ผ่านมา ล้วนทำให้พวกเขาประจักษ์ว่าไท่จื่อเฟยผู้นี้หาได้อ่อนแอดังกงจู่ทั่วไปไม่
“เพื่อเป็การต้อนรับพวกเ้า เปิ่นไท่จื่อเฟยเองก็มีของจะให้ ซือซือให้ร้านผ้าเข้ามาวัดตัวทุกคน แล้วตัดชุดให้พวกเขา ฤดูละ 4 ชุด มอบเงินคนละ 10ตำลึง และสั่งห้องครัวทำอาหารเนื้อต้อนรับพวกเขาด้วย”
“เพคะ ไท่จื่อเฟย”
“ขอบพระทัยไท่จื่อเฟย” ข้ารับใช้ล้วนยินดีกับสิ่งของที่ได้รับเกิดเป็ข้ารับใช้ ขอแค่มีนายดีย่อมสบายตลอดชาติแล้ว
‘เสด็จแม่บอกไว้ ไม่มีใครอยู่ได้ด้วยตัวคนเดียวยิ่งมาอยู่ต่างบ้านต่างเมืองยิ่งต้องมีพวกพ้องให้มากหน่อย’