ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของบุรุษดังขึ้นที่หน้าประตูตำหนัก พร้อมกับเสียงหัวเราะคิกคักของสตรีที่นางจำได้ดีว่าเป็ เย่ว์เอ๋อร์ อนุภรรยาคนโปรดที่กำลังมีอำนาจล้นมือในจวนแห่งนี้ ประตูไม้ถูกผลักออกอย่างแรงจนกระแทกกับผนัง ส่งผลให้ลมหนาวภายนอกพุ่งทะลักเข้ามาดับแสงเทียนไปหลายเล่ม
"ไป๋หลิน เ้ายังไม่นอนอีกหรือ?" เสียงทุ้มต่ำที่แฝงไปด้วยความรำคาญใจดังขึ้น
ชินอ๋องก้าวเข้ามาในห้องด้วยท่วงท่าองอาจ ชุดอาภรณ์สีดำขลับปักลายัเงินส่งเสริมให้เขาดูน่าเกรงขามทว่ามืดมน ข้างกายของเขาคือเย่ว์เอ๋อร์ในชุดผ้าไหมสีชมพูบางเบาที่เน้นส่วนเว้าส่วนโค้ง นางเกาะกุมแขนแกร่งของท่านอ๋องไว้แน่นพลางส่งสายตาเยาะเย้ยมาทางไป๋หลิน
ไป๋หลินสังเกตเห็นว่าเย่ว์เอ๋อร์สวมใส่เครื่องประดับที่มีค่ามากมาย กำไลหยกเขียวขจีที่เคยเป็ของมารดานาง สร้อยคอไข่มุกที่พระาาประทานให้ในวันแต่งงาน และแหวนทับทิมที่เป็มรดกตกทอดของตระกูลไป๋ สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็ของที่ชินอ๋องแอบนำไปให้เย่ว์เอ๋อร์โดยไม่ได้ขออนุญาตจากนาง
"หม่อมฉันนึกว่าท่านพี่จะไม่มาแล้วเสียอีกเพคะ" ไป๋หลินลุกขึ้นยืนช้าๆ พร้อมกับย่อกายทำความเคารพอย่างอ่อนช้อย ใบหน้าของนางยังคงรักษากิริยา 'ดอกบัวขาว' ผู้แสนดีไว้ได้อย่างไร้ที่ติ
"ข้าเพียงแค่พาเย่ว์เอ๋อร์มาเดินชมจันทร์ แล้วบังเอิญผ่านมาเห็นว่าตำหนักของเ้ายังเปิดไฟอยู่" ชินอ๋องกล่าวพลางกวาดสายตามองไปรอบห้องที่ดูซบเซา "ห้องของเ้านี่ช่างน่าอึดอัดเสียจริง เย็นเยียบจนข้าขนลุก เย่ว์เอ๋อร์บอกว่านางอยากเห็นแจกันหยกขาวที่ฝ่าาประทานให้เ้า นางชอบมันมาก... เ้าคงไม่หวงหรอกใช่ไหม?"
คำพูดนั้นเรียบง่ายทว่าปักลึกลงในใจไป๋หลินราวกับเข็มพิษ เขามาที่นี่เพียงเพื่อจะชิงของพระราชทานไปให้เมียน้อยต่อหน้าต่อตานาง แจกันหยกขาวนั้นเป็ของที่มีความหมายสำคัญ เป็สัญลักษณ์ของการที่พระาายังคงยอมรับนางในฐานะพระชายาเอก แต่ชินอ๋องกลับ้านำไปให้เย่ว์เอ๋อร์เพื่อยกย่องฐานะของนาง
"หากน้องหญิงเย่ว์เอ๋อร์ชอบ หม่อมฉันจะขัดศรัทธาท่านพี่ได้อย่างไรเพคะ" ไป๋หลินยิ้มบางๆ แววตาที่ดูเ็ปนั้นทำให้ชินอ๋องรู้สึกสะใจลึกๆ เขาชอบเห็นสตรีที่ดูสูงส่งผู้นี้ตกอยู่ภายใต้อำนาจของเขา
เย่ว์เอ๋อร์ยิ้มแย้มแจ่มใสพลางเดินไปหยิบแจกันหยกขาว "ขอบคุณพี่สะใภ้นะคะ พี่สะใภ้ใจดีจริงๆ" นางกล่าวด้วยเสียงหวานเจี๊ยบแต่แฝงไปด้วยความเยาะเย้ย "ข้าจะเก็บมันไว้ดีๆ เลยค่ะ"
ไป๋หลินมองดูแจกันหยกขาวที่เคยเป็ความภาคภูมิใจของนางถูกนำไปโดยมือของหญิงสาวที่เป็เพียงอนุภรรยา ใจของนางเต็มไปด้วยความโกรธแค้น แต่นางยังคงยิ้มอย่างสงบ
"ท่านพี่ หม่อมฉันอยากจะเดินออกไปรับลมข้างนอกสักหน่อยเพคะ อยู่ในห้องนานเกินไปจนรู้สึกอึดอัด" ไป๋หลินกล่าวขึ้น
"เดินไปเถอะ แต่อย่าไปไกลเกินไป" ชินอ๋องตอบอย่างไม่สนใจ เขากำลังยุ่งอยู่กับการชื่นชมเย่ว์เอ๋อร์ที่กำลังตรวจดูแจกันหยกขาว
หลังจากที่ชินอ๋องและอนุภรรยาคนโปรดจากไปพร้อมกับแจกันหยก ความเงียบสงัดก็กลับมาเยือนอีกครั้ง ไป๋หลินนั่งลงที่เดิม ทว่าคราวนี้ไม่มีร่องรอยของความโศกเศร้าบนใบหน้าของนางอีกต่อไป ปลายนิ้วที่เคยสั่นเทาเปลี่ยนเป็นิ่งมั่นคง นางมองเงาตัวเองในกระจกพลางเหยียดยิ้มที่มุมปาก... ยิ้มที่หากชินอ๋องได้เห็นคงต้องหวาดวิตกจนถึงสันหลัง
"ความเ็าของท่านช่างเป็เครื่องปรุงชั้นเลิศสำหรับแผนการของข้าจริงๆ..."
นางเดินไปที่หีบเก็บของส่วนตัว เปิดฝาชั้นล่างที่ซ่อนอยู่ ข้างในมีจดหมายหลายฉบับที่นางเขียนไว้แล้วแต่ยังไม่ได้ส่ง จดหมายถึงเหล่าขุนนางที่เคยสนิทสนมกับตระกูลไป๋ จดหมายถึงพ่อค้าที่เคยติดต่อค้าขายกับครอบครัวของนาง และที่สำคัญที่สุด คือจดหมายถึงพระาาที่เล่าเื่ราวความจริงเกี่ยวกับการที่ชินอ๋องใช้อำนาจในทางที่ผิด
นางรู้ดีว่าการส่งจดหมายเหล่านี้ไปเพียงอย่างเดียวยังไม่พอ นาง้าหลักฐานที่ชัดเจนกว่านี้ หลักฐานที่จะทำให้ชินอ๋องตกจากอำนาจและเสียชื่อเสียงอย่างสิ้นเชิง
นางคิดถึงอาเฉิง หัวหน้าทาสชายผู้ดูแลสวน เขาเป็คนที่มีความรู้เกี่ยวกับการเคลื่อนไหวต่างๆ ในจวน และที่สำคัญคือเขาเป็คนที่ชินอ๋องไม่เคยใส่ใจ นางรู้ว่าเขามองนางด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความปรารถนา และนางจะใช้ความปรารถนานั้นเป็เครื่องมือในแผนการของนาง