ตอนที่ 29 ถูกงูกัด
อาจเพราะไป๋เพ่ยเพ่ยไม่ค่อยมั่นใจในตัวเซี่ยเสี่ยวหย่านัก
ไป๋เพ่ยเพ่ยจึงรู้สึกว่าเด็กคนนี้ค่อนไปทางคร้าน ไม่มีน้ำอดน้ำทน เรียกได้ว่าประพฤติตนเยี่ยงคุณหนู จอมบงการ แถมยังเย่อหยิ่ง ไม่รู้ว่าเ้าของร่างเดิมคิดอย่างไร แต่การเลี้ยงดูลูกสาวให้เป็เช่นนี้จะไม่เป็การทำร้ายนางหรอกหรือ
ตกเย็นไป๋เพ่ยเพ่ยให้เซี่ยเสี่ยวหย่าไปล้างจาน
“หา? ล้างทั้งหมดเลยหรือ!” เซี่ยเสี่ยวหย่าตะลึงงัน
“เหมียวเหมียวลูกพี่ลูกน้องของเ้าทำงานมาทั้งวัน ไหนยังต้องป้อนข้าวพี่หญิงใหญ่ พ่อเ้ากับข้าช่วยกันป้อนข้าวพี่รองกับพี่สามของเ้า เ้าอยู่ว่าง ๆ หากเ้าไม่ทำแล้วใครจะทำ ตัวเองเอาแต่เที่ยวเล่นข้างนอกมาทั้งวัน กลับมาแล้วก็ต้องช่วยทำงานบ้างไม่ใช่หรือ?”
เซี่ยเหมียวเหมียวอยากจะท้วงว่านางไม่ได้เหนื่อยอะไรนัก แต่กลับได้รับสายตาห้ามปรามจากไป๋เพ่ยเพ่ย
เมื่อเซี่ยเหมียวเหมียวเห็นท่าทีไม่พอใจของเซี่ยเสี่ยวหย่าแล้ว ช่วยไม่ได้ เกรงว่าคืนนี้ตนคงถูกลูกพี่ลูกน้องขับไล่ออกจากห้องอีกครา...
เซี่ยเหมียวเหมียวยกโจ๊กใส่ลูกสนที่ยังไม่เลาะเปลือกเข้าไปในห้อง
“พี่ วันนี้มีลูกสนให้กินด้วย อร่อยมากเลย โจ๊กนี้ก็อร่อย รสชาติเช่นเดียวกับลูกสน”
เซี่ยต้ายามองลูกสนที่น้องสาวบอกอย่างฉงน มันส่งกลิ่นหอมชวนให้น้ำลายสอ
นางให้เซี่ยเหมียวเหมียวพยุงตนเองขึ้น ก่อนนอนพิงหมอนเพื่อกินโจ๊กด้วยตนเอง
ฝ่ายน้องสาวเองก็มีน้ำใจ ส่งโจ๊กให้ก่อนนั่งลงข้าง ๆ เพื่อแกะเปลือกลูกสนที่เหลือ “พี่ ลองชิมลูกสนดูว่ารสชาติเป็อย่างไร”
“อื้ม” เซี่ยต้ายายิ้ม ก่อนชิม “อร่อยมาก! ข้าไม่เคยกินของอร่อยเช่นนี้มาก่อน นี่มันคือ... ลูกสนหรือ”
“ใช่แล้ว เนื้อด้านในลูกสน ลูกสนลูกโตแต่แกะออกมาแล้วเหลือเพียงชิ้นเท่านี้... หากท่านแม่ไม่บอกข้าคงไม่รู้ ลูกสนดิบไม่อร่อย ท่านแม่สอนข้าให้นำพวกมันมาทำอาหารแล้ว ปรุงเข้ากับเครื่องปรุง...” เซี่ยเหมียวเหมียวว่าไปพร้อมรอยยิ้มกว้าง
เซี่ยต้ายานึกไม่ถึงว่าอาสะใภ้รองจะยินดีสอนเซี่ยเหมียวเหมียว แม้แต่เซี่ยเสี่ยวหย่าผู้เป็ลูกสาวบังเกิดเกล้า นางยังไม่ได้สอนเลยด้วยซ้ำ
ดูเหมือนว่าอาสะใภ้รองจะเปลี่ยนไปแล้วจริง ๆ
“จริงหรือ เช่นนั้นหากท่านแม่ยอมสอนเ้า เ้าก็ต้องตั้งใจเรียนรู้และอย่าให้นางผิดหวัง ขยันขันแข็งและทำงานให้มาก เมื่อข้าหายดีแล้ว ข้าจะไปช่วยเ้า เ้าจะได้ไม่ต้องทำงานหนักเช่นนี้อีก...”
“ได้ ไว้ท่านหายดีแล้ว เรามาทำงานด้วยกัน เอาไว้ข้าจะสอนให้ท่านด้วย”
เดิมทีเซี่ยต้ายาจะพยักหน้ารับ แต่กลับลังเลใจไปครู่หนึ่งก่อนส่ายหน้า “ช่างเถิด ท่านแม่เป็คนสอนเ้า หากเ้าลอบสอนข้าแล้วท่านแม่โกรธจะทำอย่างไร หากท่านแม่ยินดีจะสอนข้า ต่อไปนางก็คงจะสอนข้าเอง”
เซี่ยเหมียวเหมียวผิดหวังเล็กน้อยเมื่อได้ยินเช่นนี้
ทว่าเซี่ยเหมียวเหมียวก็เข้าใจความหมายของคำพี่สาว เซี่ยต้ายากลัวว่าอาสะใภ้รองจะโมโหและกลับไปเป็คนเดิม
เซี่ยเหมียวเหมียวทำได้เพียงถอนหายใจพลางบอก “ข้าเข้าใจแล้ว”
อีกด้านหนึ่ง ไป๋เพ่ยเพ่ยกับเซี่ยเหล่าเอ้อร์กำลังป้อนข้าวให้ลูกชายฝาแฝด
ทั้งสองถูกปลุกให้ตื่นเช่นเคย เซี่ยิเสียงคนรองไม่เป็ไร เขาว่าง่ายและไม่คิดมาก ให้ทำอะไรก็ทำตามแต่โดยดี
เซี่ยิรุ่ยคนสามทนไม่ไหว เขารู้สึกตัวว่าตนมีแต่กินกับหลับไป ราวกับว่าไม่ปกติ เขาอยากจะถามว่าเกิดอะไรขึ้น เหตุใดเขาถึงผล็อยหลับไปเร็วนัก นอกจากตอนกินข้าวก็แทบไม่รู้สึกตัวเลย
คนปกติจะหลับยาวนานขนาดนี้ได้อย่างไร
“เ้ากับพี่รองไม่สบาย ต้องพักผ่อนให้ร่างกายฟื้นตัว ข้าจึงให้เ้านอนหลับให้มากหน่อย”
“แต่เราสองคนถึงผล็อยหลับไปเร็วนัก แถมไม่สะดุ้งตื่นขึ้นมาอีก”
ไป๋เพ่ยเพ่ยบอก “เพราะข้าใช้วิธีของข้า ข้าเคยทำงานกับหมอโหยว คิดว่าวิธีนี้คงเปล่าประโยชน์แล้ว นึกไม่ถึงว่าจะได้ผลกับพวกเ้า ดูหมือนหมอโหยวจะไม่ได้หลอกลวงข้า วิชาของเขาเป็ของจริง...”
เซี่ยิรุ่ยปากกระตุก จะบอกว่าเขากับพี่รองเป็หนูทดลองของมารดาอย่างนั้นหรือ?
ทว่าเมื่อตรองดูตามสถานการณ์ของเขากับพี่ชาย ก็เข้าใจว่าเหตุใดนางถึงได้ยอมเสี่ยงใช้วิธีนี้
กลัวว่าจะจนตรอกจนไม่เหลือทางเลือกอื่นนอกจากจะต้องพยายามอย่างถึงที่สุด
หลังกินโจ๊กเสร็จ ไป๋เพ่ยเพ่ยกดจุดให้เซี่ยิรุ่ย ทำให้เขาหลับไปในชั่วพริบตา
นางไม่ได้หยุดเพียงเท่านั้น แต่ยังกดจุดต่อเพื่อให้ร่างกายสามารถซึบซับสารบำรุงได้ดีมากขึ้น ครั้งนี้นางบอกให้เซี่ยเหล่าเอ้อร์ลองทำ ต่อไปหากนางไม่สะดวกเขาจะได้ทำเองได้
เซี่ยเหล่าเอ้อร์เคร่งเครียดและไม่มีหัวด้านนี้เอาเสียเลย ทว่าหลังได้ทำครั้งหนึ่งแล้วก็ยังพอจดจำได้ จึงลองทำซ้ำเพื่อทบทวน
“มันเหมือนมีเวทมนตร์เลย ต่อไปหากข้าท้องอืดจะสามารถกดจุดแบบนี้เพื่อรักษาได้ไหม?”
“ได้แน่นอน มันช่วยเื่ระบบย่อยและการดูดซึมสารอาหาร รวมถึงอาการท้องอืดด้วย แต่ให้คนช่วยกดจุดให้จะดีที่สุด บางจุดกดเองได้ไม่สะดวกนัก”
…
ทั้งตระกูลเฉียวและตระกูลซุนต่างก็สูญเงินให้ตระกูลเซี่ยเช่นกัน หากเงินไม่พอจ่ายก็ใช้ของอื่นชดเชยได้
อยู่ ๆ ตระกูลเซี่ยก็ได้รับเมล็ดพันธุ์จากทั้งสองทาง แม้จะเป็เพียงเมล็ดพันธุ์ แต่สำหรับตระกูลเซี่ยที่ขัดสนจนแทบไม่มีปัญญาได้มันมา เมล็ดพันธุ์นี้เป็เหมือนสายฝนในหน้าแล้ง
ไป๋เพ่ยเพ่ยเลียนแบบท่าทางเ้าของร่างเดิม เข้าไปในห้องก่อนนำออกมาทุกวัน เพื่อให้เซี่ยเหมียวเหมียวไปทำอาหาร
การมีเมล็ดพันธุ์นี้ทำให้นางคลายความกดดันเื่ปากท้องไปได้มาก ไม่จำเป็ต้องขึ้นเขาทุกวันไปหาของประทังชีวิต
แม้จะเก็บเกี่ยวกลับมาได้มากทุกครั้งที่ขึ้นเขา แต่ส่วนใหญ่มักเป็มันสำปะหลังที่ต้องใช้เวลาเตรียมการล่วงหน้า ไม่สามารถกินได้ในทันที
ต่อให้นางจะรีบ แต่ก็ยังต้องแช่มันสำปะหลังเอาไว้หลายวัน
ยามนี้ตระกูลเซี่ยแช่มันเอาไว้เป็จำนวนมากในถังและอ่างน้ำใบใหญ่ นางค้นเอาภาชนะที่สามารถใช้ได้ทั้งหมดในบ้านมา สิ่งใดหยิบมาใช้ได้ก็นำมาใช้
ในบ้านเต็มไปด้วยสมุนไพร ชนิดที่ว่าไม่ทันได้ถึงบ้านก็ได้กลิ่นสมุนไพรลอยมา
เวลานี้ชาวบ้านมั่นใจว่าไป๋เพ่ยเพ่ยรู้วิธีการทำยาสมุนไพร แต่ยังกังขาว่านางจะสามารถรักษาคนได้หรือไม่
ทว่าความคลางแคลงใจนี้พลันคลายลงโดยเร็ว เมื่อซุนเสี่ยวเป่า ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของซุนต้า บ้านใหญ่ตระกูลซุนถูกงูกัด
มารดาเสี่ยวเป่ากอดลูกชายขณะร่ำไห้เสียงหลง “เสี่ยวเป่าลูกข้า เสี่ยวเป่าลูกรัก... ฮือ ๆ เสี่ยวเป่าเอ๋ย....”
หญิงผู้หนึ่งเห็นแล้วใ เพราะลูกชายตนเล่นอยู่กับเสี่ยวเป่า กลับกลายเป็ว่าลูกชายอีกฝ่ายถูกงูกัด เกิดอะไรขึ้นกัน แล้วนางจะชดเชยให้ลูกชายอีกฝ่ายอย่างไรเล่า
เด็กชายที่เล่นด้วยกันหวาดกลัวจนร้องไห้จ้า เสียงดังจนทำเอาคิดว่าเป็เขาที่ถูกกัด ต้องได้รับการขับพิษและห้ามเื ไม่ใช่ซุนเสี่ยวเป่า
“ร้องไห้ทำไมเล่า เ้าทำให้เสี่ยวเป่าโดนงูกัด ข้ายังไม่ได้คิดบัญชีกับเ้าเลย เ้าร้องไห้ทำไมกันนักหนา...” มารดาเขาตระหนกและฟาดก้นลูกชายเรียกเสียงร้องของเขาไปหนึ่งที
ผู้อื่นกรูเข้ามาเมื่อได้ยินเสียงโหวกเหวก เมื่อรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น หนึ่งในนั้นพลันคิดได้จึงบอก “ตายแล้ว แม่เสี่ยวเป่า อยู่เฉยทำไม รีบพาลูกชายไปหาไป๋เพ่ยเพ่ยเร็ว นางมีทักษะทางการแพทย์ไม่ใช่หรือ นางอาจพอมีหนทาง...”
“นางจะทำอะไรได้ นางไม่ได้เป็หมอ... ห่างไกลนับร้อยนับพันลี้ หากข้าอุ้มลูกไปหาหมอ ลูกข้าอาจตายกลางทาง”
“เ้าโง่ ลืมแล้วหรือว่านางห้ามเืให้คนในครอบครัวได้ ่นี้นางเก็บสมุนไพรมามาก นั่นอาจพอมีหนทางอยู่จริง ๆ”
มารดาเสี่ยวเป่าเป็กังวลอยู่บ้าง ตระกูลซุนเพิ่งมีเื่บาดหมางกับอีกฝ่าย วันก่อนเพิ่งส่งของชดเชยไป มีปัญหากันแบบนี้ ไป๋เพ่ยเพ่ยจะยอมช่วยลูกชายนางหรือ
ทว่านางมีลูกชายเพียงคนเดียว หากเขาเป็อะไรไป นางจะอยู่อย่างไร
ฮือ ๆ ๆ ...
นางกัดฟันแล้วอุ้มซุนเสี่ยวเป่าไปบ้านตระกูลเซี่ย