บทที่ 34 ศาสตราจารย์ผู้สง่างาม ศูนย์รวมความมืดมิด
ใบหน้าของเสิ่นเฉินโจวไม่ได้แสดงอารมณ์ใด เขาจ้องไปที่ซิงซิงครู่หนึ่ง ดวงตาคู่นั้นของเขามืดสนิทราวกับหลุมดำ จากนั้นเขาก็ถอนสายตาและโบกมือให้อินเสินผู้มีใบหน้าซีดเซียวเล็กน้อย
“แกมานี่ ทำสิ่งที่แกต้องทำก่อน”
อินเสินสูดหายใจเข้าลึก ๆ ในใจคิดว่าอย่างน้อยซิงซิงก็ปลอดภัยไปก่อนชั่วคราว
เขานั่งลงตรงหน้าเสิ่นเฉินโจวและมอบข้อมูลบางอย่างที่เขาเตรียมไว้ตลอดทั้งคืนให้
แต่เสิ่นเฉินโจวเพียงแค่มองดูมันอย่างไม่ใส่ใจ “รายงานมา”
อินเสินพยักหน้าและเริ่มรายงานทันที
ภายในห้องรับแขกมีไฟสลัว ๆ บนพื้นปูโดยพรมแคชเมียร์สีดำ เสิ่นเฉินโจวสวมชุดคลุมสีดำนั่งขมวดคิ้วในขณะที่ฟังคำบรรยายของอินเสิน ปลายนิ้วของเขาลูบแหวนบนนิ้วนางมือซ้ายเบา ๆ
เพียงแค่นั่งอยู่แบบนี้เขาก็เหมือนมีพลังบางอย่างที่ทำให้ผู้คนต้องคุกเข่าลงยอมจำนน
เขาเป็ศาสตราจารย์ด้านปรัชญาที่ได้รับความนับถือจากลูกศิษย์ เป็ที่เคารพของเหล่ามาเฟีย และยังเป็ศูนย์รวมกันของความมืดมิด
อินเสินหรี่ตาลงครึ่งหนึ่ง น้ำเสียงของเขาทุ่มต่ำและมั่นคง ท่าทางของเขาให้ความเคารพน่าเกรงขาม
ในบรรยากาศที่แทบจะหยุดนิ่งนี้…
ซิงซิงกำลังจะปีนขึ้นไปนั่งโซฟาเดี่ยวตัวข้าง ๆ เธอรู้สึกอยู่เสมอว่าตัวเองเป็สมาชิกตัวเล็กของการประชุมนี้ด้วย เธอเองก็อยากนั่งกับพ่อและพี่ชายของเธอนะ!
แต่ขาสั้นป้อมไม่สามารถพาเธอขึ้นไปบนโซฟาได้สำเร็จ เธอจึงพยายามอย่างมากมาพักหนึ่ง แต่ก็ยังล้มเหลว
ริมฝีปากของซิงซิงยู่เข้าหากันอย่างไม่พอใจเล็กน้อย เป็เพราะซิงซิงยังป่วยถึงไม่มีแรงแน่เลย! รอให้ซิงซิงหายก่อนเถอะ แล้วจะรู้ว่าซิงซิงไม่ได้ขาสั้น!
เ้าก้อนแป้งแสนเปราะบางนั่งคุกเข่าลงบนพรมนุ่ม ๆ หอบหายใจอยู่ครู่หนึ่งแล้วเงยหน้าขึ้น มือเ้าเนื้อกำหมัดแน่นให้กำลังใจตัวเองเงียบ ๆ
เธอดึงเบาะอย่างแรงด้วยมือทั้งสองข้าง โดยใช้เท้าข้างหนึ่งพยุงร่างกาย และอีกข้างหนึ่งพยายามปีนขึ้นไปสุดชีวิต
เหมือนกับคอร์กี้ที่กำลังปีนไปชั้นบน…
ในขณะที่ซิงซิงออกแรงอยู่นั้น จู่ ๆ ก็รู้สึกได้ถึงแรงดันที่ก้นของเธอ
นุ่มนิ่มและอบอุ่น
หลังจากนั้นก็ได้ยินเสียงดัง ‘กุกกัก’
ขึ้นได้แล้ว!
ซิงซิงหันกลับมาอย่างตื่นเต้นและพบกับหน้าของ ‘เ้าหมาใหญ่’
ว้าว เป็เ้าหมาตัวใหญ่ที่ผลักเธอให้ขึ้นโซฟา!
เ้าหมาใหญ่เท่สุด ๆ!
เ้าหมาใหญ่ดีที่สุดเลย!
“ขอบคุณนะ!” ซิงซิงนั่งลงและกล่าวขอบคุณมันอย่างสุภาพ
หมาป่าค่อย ๆ หันศีรษะของมันกลับมาที่เสิ่นเฉินโจว
……
สายตาของเสินเฉินโจวมองไปยังหมาป่าที่นั่งลงข้างกายซิงซิง หมาป่าตัวนี้นอกจากเขามันก็ไม่เอาใครเลย ครั้งนี้มันผิดปกติมาก
เขายกมือขึ้นขัดจังหวะการพูดของอินเสิน
“พอแล้ว” เสิ่นเฉินโจวเอ่ยน้ำเสียงเ็า
“บอกจุดประสงค์ในการพาสัตว์เลี้ยงตัวน้อยของแกมาที่นี่หน่อยสิ”
มือที่วางอยู่บนหัวเข่าของอินเสินกำแน่น
เขาลดเสียงลงเล็กน้อย “เธอชื่อว่าซิงซิงครับ”
“่นี้ผมมีศัตรูมากมาย แล้วพรุ่งนี้ผมต้องเดินทางไปทำงาน มันคงจะอันตรายเกินไปที่จะปล่อยซิงซิงอยู่บ้านของผม หรือแม้กระทั่งบ้านของเซี่ยจื่ออวี้ก็ตาม...”
เสิ่นเฉินโจวหัวเราะเบา ๆ
“อินเสิน แกคงไม่ได้อยากส่งเธอมาให้ฉันดูแลหรอกใช่ไหม”
อินเสินหลับตา
“ซิงซิงเป็เด็กดีมาก เธอสามารถดูแลตัวเองได้ แล้วก็...”
เขาพร้อมที่จะบอกเกี่ยวกับความสามารถพิเศษของซิงซิง บางทีมันอาจจะคุ้มค่าในการใช้ประโยชน์ พ่อของเขาถึงจะเต็มใจยอมรับคำขอนี้
อินเสินรู้ว่าตัวเองเป็บุตรบุญธรรมที่พ่อของเขาชอบมากที่สุด เขาจึงเดิมพันว่าพ่อของเขาจะเห็นด้วย แม้ว่าโอกาสที่จะแพ้มีสูงมาก แต่เขาจะพยายามอย่างเต็มที่เพื่อทำให้ซิงซิงปลอดภัย
แทนที่จะปล่อยให้พ่อทำลายซิงซิงซึ่งเป็จุดอ่อน ไม่สู้ปล่อยให้พ่อรู้เื่เกี่ยวกับซิงซิงจะดีกว่า อย่างไรก็ตาม อินเสินยังไม่ทันจะพูดจบ เสิ่นเฉินโจวก็กล่าวออกมา
“ได้”
ทันใดนั้นดวงตาของอินเสินก็เบิกกว้าง เขาจ้องมองไปยังเสิ่นเฉินโจวด้วยความไม่เชื่อหู หัวใจของเขาพลันเต้นระรัว และปฏิกิริยาแรกของเขาก็คือ…
ไม่ใช่ว่าพ่อจะจับเ้าก้อนแป้งไปทดลองหรอกนะ…
เสิ่นเฉินโจวยกมุมปากขึ้นแล้วโบกมือ “เอาละ สัตว์เลี้ยงตัวน้อยอยู่ที่นี่ ส่วนแกออกไปได้”
อินเสินรู้สึกหวาดกลัวเล็กน้อย “พ่อจะไม่...”
เสิ่นเฉินโจวมองไปยังเ้าก้อนแป้งที่นั่งสับสนอยู่ข้าง ๆ ปลายนิ้วของเขาลูบปากเบา ๆ
“อินเสิน แกตัดสินใจถูกแล้วที่พาเธอมาที่นี่วันนี้”
“ไม่อย่างนั้น ฉันคงจะปล่อยให้เธอหายไปจากโลกนี้จริง ๆ”
……
จนกระทั่งอินเสินจากไป ซิงซิงก็ตระหนักถึงบางสิ่งบางอย่างได้ในที่สุด
“พี่ใหญ่กำลังเดินทางไปทำงาน ่นี้หนูต้องมาพักที่บ้านคุณพ่อหรือเปล่าคะ” เด็กน้อยเอียงศีรษะมองเสิ่นเฉินโจวที่ตอนนี้ยืนอยู่ตรงหน้าอย่างจริงจัง
เสิ่นเฉินโจวก้มศีรษะลงมองดูเธอ เงาสูงชะลูดทาบไปที่ร่างของเด็กน้อย
หลังจากนั้นไม่นานเขาก็พูดออกมา “ใช่แล้ว”
เขามักจะถูกเรียกว่าพ่ออยู่บ่อยครั้ง แต่ไม่เคยถูกเรียกด้วยน้ำเสียงเช่นนี้มาก่อน
เสิ่นเฉินโจวไม่เคยเสวนากับเด็กเล็กเช่นนี้ เด็กน้อยพวกนั้นพอเห็นเขาก็ล้วนต้องกลัวเขาไปหมด พวกลูกบุญธรรมของเขา ตอนที่ถูกเขารับเลี้ยงก็อายุเจ็ดขวบขึ้นไปแล้วทั้งนั้น
เสิ่นเฉินโจวไม่ใช่คนที่จะอยู่ดูแลลูก ๆ ด้วยตนเอง
หลังจากมองซิงซิงสักพัก เขาก็หันกลับมาแล้วเดินไปที่ห้องครัว ก่อนจะชี้ไปที่ตู้เย็น
“อยากกินอะไรอยากดื่มอะไรในนั้นมีหมด ขอแค่ไม่ส่งเสียงดังจะทำอะไรก็ได้ทั้งนั้น”
ดวงตาของซิงซิงเบิกกว้างด้วยความประหลาดใจ! ถ้าอย่างนั้นเธอก็อยากเดินเล่นดูว่าบ้านของคุณพ่อของเธอเป็ยังไงบ้าง!
แต่มีสิ่งแรกที่ทำให้เธอชะงัก—
ซิงซิงลงจากโซฟาไม่ได้ง่ะ…
ใบหน้าเล็ก ๆ ยับยู่ด้วยความเขินอาย ทันใดนั้นหมาป่าก็เข้ามาคาบเสื้อผ้าจากด้านหลังของเธอขึ้นมาและวางเธอลงบนพื้น
ว้าว!
เ้าหมาใหญ่ใจดีจังเลย~
เด็กน้อยรู้สึกตื่นเต้นมากจนแทบจะหายป่วยเป็ปลิดทิ้ง เธอกอดคอหมาป่าและเอียงศีรษะถามเสิ่นเฉินโจว
“คุณพ่อคะ มันชื่ออะไรเหรอคะ”
เสิ่นเฉินโจวเดินไปข้างเตียง จุดซิการ์และตอบอย่างเกียจคร้าน
“ไม่มีชื่อ”
ชื่อทำให้เกิดอารมณ์ความรู้สึกลึกซึ้งได้
ซิงซิงเอียงคอมองไปที่ด้านหลังของเสิ่นเฉินโจวข้างหน้าต่าง ควันสีเทาอ่อนยังคงหลงเหลืออยู่รอบ ๆ ตัวของเขา
ทำให้คนรู้สึกถึงความอ้างว้าง
ซิงซิงไม่ค่อยเข้าใจว่ามันคือความรู้สึกยังไง เธอแค่อยากเห็นรอยยิ้มของพ่อ
เด็กน้อยคิดอย่างรอบคอบ
“งั้นเรียกมันว่าติ๋งติ่ง~”*[1]
เสิ่นเฉินโจวรู้สึกงุนงงกับตรรกะในการตั้งชื่อของเด็กน้อย ก่อนจะเหลือบมองซิงซิงอย่างเอือมระอา
ซิงซิงถูกสายตาของพ่อจ้องมองมา จึงรู้สึกมีความสุขขึ้นมาทันที
“เพราะเมื่อกี้นี้มันเอาหัวมาดันก้นหนู ทำให้หนูขึ้นไปบนโซฟาได้”
เสิ่นเฉินโจว “...”
หมาป่า “...”
ตอนนี้ควรจะเรียกว่าติ๋งติ่งแล้ว แต่เห็นได้ชัดว่าเ้าหมาป่าตัวนั้นไม่ยอมรับชื่อนี้
หลังจากที่ซิงซิงยืนกรานที่จะเรียกมันว่าติ๋งติ่งอยู่หลายครั้ง หมาป่าก็หมุนตัวกลับแล้วเดินจากไป
ลูกมนุษย์ช่างน่ากลัวจริง…
เพื่อนหมาป่าของซิงซิงไม่สนใจเธอแล้ว ซิงซิงจึงรู้สึกเศร้าเล็กน้อย แต่ไม่นานเธอก็ถูกดึงดูดไปที่หน้าต่าง
บ้านของเสิ่นเฉินโจวมีสนามหญ้าขนาดใหญ่ ซิงซิงมองเห็นผีเสื้อ!
เด็กหญิงวิ่งดุ๊กดิ๊กไปที่สนามทันที หลังจากะโไปมาอยู่นาน เธอก็คว้าจับได้หนึ่งตัว เด็กน้อยประสานมือแล้วเดินไปหาเสิ่นเฉินโจว ราวกับกำลังจะมอบของล้ำค่า ขาสั้นป้อมยืนเขย่งเท้าเรียกเขาเบา ๆ
“คุณพ่อขา~ ดูสิ”
ทันทีที่เสิ่นเฉินโจวพ่นควันบุหรี่ออกมา เขาก็ลดสายตาลงมองตาเด็กน้อยที่เปล่งประกาย ทั้งยังแสดงสีหน้าเหมือนกับว่าจะได้รับความดีความชอบ
ซิงซิงค่อย ๆ ปล่อยมือของเธอออก ผีเสื้อสีเหลืองก็บินออกมาจากปลายนิ้วของเธอ
“หนูให้คุณพ่อค่ะ!”
ใบหน้าของเธอเปลี่ยนเป็สีแดงด้วยความตื่นเต้น เธอมองไปที่เสิ่นเฉินโจวอย่างคาดหวัง
วินาทีต่อมา สุนัขใหญ่กระหายเืก็รีบพุ่งเข้ามางับ ทำให้ผีเสื้อแสนสวยตัวนี้ตายก่อนที่จะได้บินออกไปและถูกฝังไว้ในท้องหมาป่า
ซิงซิง “...”
ซิงซิง “ฮือออ…”
เสิ่นเฉินโจว : หึหึ
[1] ติ่ง (顶) มีหลายความหมาย หนึ่งในนั้นหมายถึง ดันให้ขึ้นไป้า