เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    เล่มที่ 4 บทที่ 106 เต้นลืมรัก

            บริเวณที่ถูกเขาจูบเริ่มร้อนขึ้นเรื่อยๆ

            ความร้อนนั้นค่อยๆ แผ่กระจายมายังพวงแก้มทั้งสองข้างซูเจี่ยนอันยืนนิ่งอึ้งแข็งเป็นหิน

            ตอนที่แขกในงานปรบมืออย่างกึกก้องเพื่อเชิญลู่เป๋าเหยียนขึ้นเวทีสายตาของพวกเขาก็หันมาทางพวกเธออยู่แล้วเพราะฉะนั้นพวกเขาก็คงเห็นตอนที่ลู่เป๋าเหยียนจูบหน้าผากเธอเช่นกัน

            ถึงแม้สื่อทุกสำนักจะลงข่าวว่าพวกเธอรักกันดีแต่นอกจากการจับมือ พวกเธอไม่เคยแสดงความใกล้ชิดให้คนอื่นเห็นมาก่อน คราวนี้...ฮือน่าอายชะมัด

            แต่ในสายตาของคนรอบข้างท่าทางของซูเจี่ยนอันในตอนนี้คือแบบอย่างของหญิงสาวที่กำลังมีความสุขไม่มีผิด

            ใบหน้ามนที่กำลังแดงระเรื่ออย่างเขินอายนัยน์ตาเป็นประกายสดใสมองตามแผ่นหลังของลู่เป๋าเหยียนไป ดูอย่างไรก็เหมือนภรรยาที่รักใคร่ในตัวสามีของตนเป็นอย่างมาก

            ไม่รู้เพราะชุดราตรีที่เธอสวมใส่หรือเพราะอะไรเธอในยามนี้เหมือนดอกกุหลายสีขาวที่กำลังผลิบาน ทั้งสวยหวานและบริสุทธิ์ทำให้คนมองอยากจะเข้าไปเชยชมใกล้ๆ ทว่ากลับไม่มีใครกล้าพอ

            เพราะมีเพียงลู่เป๋าเหยียนเท่านั้นที่คู่ควรกับกุหลาบขาวดอกนี้

            ลั่วเสี่ยวซีขยับเข้ามาหาเธอโดยไม่บอกกล่าว

            “อั๊ยย๊ะๆๆเมื่อกี้ฉันเห็นหมดแล้วนะ”

            ซูเจี่ยนอันชินกับการแซวของลั่วเสี่ยวซีอยู่แล้วเธอจึงตอบกลับไปแบบไม่สะทกสะท้าน

            “คนอื่นก็เห็นแล้วเหมือนกัน”

            “ไม่เลวเลยนะจ๊ะสาวน้อย”เธอคงต้องมองเพื่อนคนนี้ใหม่ “สมแล้วที่อยู่กับลู่เป๋าเหยียนมานาน”

            ซูเจี่ยนอันยิ้มก่อนจะมองไปยังลู่เป๋าเหยียนที่กำลังเดินขึ้นเวทีพิธีกรกำลังช่วยปรับไมค์ให้สูงขึ้นเล็กน้อย

            ช่วงนี้จะอนุญาตให้นักข่าวบางกลุ่มถ่ายภาพได้เท่านั้นแสงแฟลชเจิดจ้าไปทั่วทุกทิศ ในห้องจัดงานเงียบกริบ และเช่นเดียวกับซูเจี่ยนอันความสนใจของแขกทั้งงานต่างจับจ้องอยู่ที่ลู่เป๋าเหยียน

            แค่เขายืนนิ่งๆ อยู่บนเวทีโดยไม่ต้องพูดหรือทำอะไร ก็สามารถดึงความสนใจของทุกคนได้ราวกับเป็นทวยเทพของผู้คนอย่างไรอย่างนั้น

            เสน่ห์อันเหลือร้ายของเขาคนทั่วโลกต่างรู้กันดี

            แต่ในสายตาของซูเจี่ยนอันลู่เป๋าเหยียนในเวลานี้หล่อทำลายสถิติตัวเองอีกแล้ว เธอดันไปชอบคนแบบนี้เข้าให้แล้วจะถอนตัวได้อย่างไร

            ลั่วเสี่ยวซีกระซิบเสียงเบา

            “ถ้าฉันเจอกับลู่เป๋าเหยียนก่อนเจอพี่ชายเธอไม่แน่ฉันอาจจะหลงรักเขาก็ได้นะ! หล่อแบบไม่เกรงใจฟ้าดินเลยให้ตาย...”

            “ไม่ทันแล้วล่ะ”ซูเจี่ยนอันพูดยิ้มๆ “เขาเป็นสามีฉันแล้ว ไปตามจีบพี่ฉันต่อเถอะ”

            ลั่วเสี่ยวซีหันไปมองซูอี้เฉิงซึ่งกำลังยืนอยู่กับจางเหมยไม่ไกลยัยจางเหมยทำท่าอย่างกับเป็นแฟนเขา เห็นแล้วอดหมั่นไส้ไม่ได้

            “ช่างเถอะ”เธอพูดอย่างหงุดหงิด “มาฟังกันดีกว่าว่าบอสลู่จะพูดอะไร”

            มหาวิทยาลัยหลายที่เคยเชิญให้ลู่เป๋าเหยียนไปบรรยายแต่เขาก็ปฏิเสธไปทุกครั้ง เพราะเขาเป็นคนพูดน้อยเมื่ออยู่บนเวที

            เขาพูดขอบคุณแขกผู้มีเกียรติทุกท่านที่สละเวลาอันมีค่ามาเข้าร่วมงานเลี้ยงฉลองครบรอบของเครือลู่ขอบคุณพนักงานทุกคนที่ตั้งใจทุ่มเททำงานอย่างเต็มที่จากนั้นก็สรุปสถานการณ์ของบริษัทอย่างคร่าวๆประกาศการเปลี่ยนแปลงเรื่องกฎระเบียบของบริษัทต่างๆ รวมถึงการที่พนักงานจะได้รับโบนัสปลายปีอย่างเต็มที่ทั้งหมดนี้เขาสรุปสั้นๆ ด้วยเสียงทุ้มต่ำอย่างมีเสน่ห์ก่อนจะได้รับเสียงปรบมือและเสียงโห่ร้องอย่างอุ่นหนาฝาคั่ง

            หลังจากไปทำงานที่บริษัทมาสองวันซูเจี่ยนอันรู้ดีว่ามีเหลือคนอยู่เหมือนกันที่ไม่ค่อยชอบลู่เป๋าเหยียนสักเท่าไรเพราะเขาไม่ใช่คนที่ทำงานด้วยง่ายๆ แถมยังชอบทำหน้าขรึมจนคนอื่นกลัวไปหมด

            แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็รู้สึกได้ว่าทุกคนในบริษัทต่างก็เชื่อมั่นและเคารพนับถือในตัวเขา ภายใต้การนำของลู่เป๋าเหยียนทุกคนทำงานกันอย่างทุ่มเท แม้แต่พนักงานระดับกลางก็ดูหนักแน่นน่าเชื่อถือ

            ลู่เป๋าเหยียนอาจจะไม่ใช่บอสที่ดีนักแต่เขาเป็นผู้นำที่ดีของทุกคน

            เสียงปรบมือดังกึกก้องกว่าช่วงแรกดังขึ้นทันทีหลังจากที่เขาพูดจบซูเจี่ยนอันรู้ตัวอีกที ลู่เป๋าเหยียนก็ยื่นมือมาหาเธอ ก่อนจะโค้งขอเธอเต้นรำ

            จริงสิ พวกเธอต้องเต้นเปิดฟลอร์นี่นา

            เธอส่งมือให้เขาคนอื่นๆ เริ่มขยับถอยหลังเพื่อเปิดพื้นที่ตรงกลางให้กลายเป็นฟลอร์เต้นรำ

            “แขนเธอเป็นยังไงบ้าง”ลู่เป๋าเหยียนถาม

            ซูเจี่ยนอันยิ้มตอบ“ฉันประคบประหงมมันมาทั้งวัน เต้นรำแค่นี้ไม่มีปัญหา!”

            “ไม่ตื่นเต้น?”

            “ทำไมต้องตื่นเต้นด้วยล่ะ”ซูเจี่ยนอันกะพริบตาปริบๆ พลางถามกลับ “ฉันกับแขกทุกคนสนิทกันทั้งนั้นไม่เชื่อนายลองไปถามพวกเขาดูสิ ว่าสนิทกับฉันหรือเปล่า”

            ตอนนี้เธอคือคุณนายลู่ต่อให้ไม่สนิทจริง ทุกคนก็คงพยักหน้าตอบรับกันอย่างขันแข็ง

            นานๆ ทีเธอจะย้อนเขาได้แบบนี้ลู่เป๋าเหยียนหุบยิ้ม ก่อนที่เพลงวอลซ์ก็ดังขึ้นเขาเริ่มเต้นรำไปพร้อมกับซูเจี่ยนอันเหมือนตอนอยู่บ้านไม่มีผิด

            ซูเจี่ยนอันเพิ่งเต้นเป็นได้ไม่นานแถมยังไม่ได้เต้นมาตั้งหลายวันแล้ว ตอนแรกเขานึกว่าเธอจะเกร็งๆ อยู่บ้างแต่เธอกลับฉลาดกว่าที่เขาคิด เธอเต้นประสานกับเขาได้อย่างลงตัวตั้งแต่แรกโดยไม่กลัวสายตาผู้คนแม้แต่น้อย ไม่เหมือนกับพนักงานสาวเมื่อครั้งก่อนๆ ที่ดูหวาดหวั่นอย่างเห็นได้ชัด

            สมแล้วที่เป็นลูกศิษย์ของเขา

            ในสายตาของแขกในงานไม่มีการเต้นเปิดฟลอร์ครั้งไหนน่ามองไปมากกว่าครั้งนี้อีกแล้ว

            แค่รูปลักษณ์ของลู่เป๋าเหยียนกับซูเจี่ยนอันรวมกันก็ทำให้คนมองเพลินตาเพลินใจได้มากพออยู่แล้ว ยิ่งเวลาที่พวกเขาสบตากัน แววตาที่มีเพียงฝ่ายตรงข้ามรวมถึงท่วงท่าที่สอดประสานกันอย่างลงตัวก็แสดงให้เห็นแล้วว่าพวกเขาเข้ากันได้ดีมากแค่ไหน

            “ไม่อยากเชื่อเลยว่าพวกเขาจะแต่งงานกันกะทันหัน”เสียงจากแขกคนหนึ่งในงานดังขึ้น “เข้ากันดีขนาดนี้ คงคบกันมานานหลายปีแล้วแน่ๆ”

            “หลายปีอะไรกัน”แขกอีกคนพูดพลางหัวเราะ “สองคนนี้เขารู้จักกันมาสิบกว่าปีแล้วโตมาด้วยกันเลยมั้งน่ะ”

            เสียงซุบซิบถกเถียงกันเรื่องนี้ดังขึ้นทั่วงาน

            “แบบนี้ก็แสดงว่าลู่เป๋าเหยียนกับหานรั่วซีอาจจะไม่ได้คบกันจริงๆน่ะสิ ข่าวที่ออกมาช่วงก่อน คงเป็นหานรั่วซีฝ่ายเดียวที่พยายามเกาะลู่เป๋าเหยียนดังแน่ๆ”

            “แต่เดิมก็คงไม่ได้คบกันอยู่แล้วเรื่องที่ลู่เป๋าเหยียนซื้อเพชรให้กับหานรั่วซีนั่นก็เป็นเรื่องที่พวกแฟนคลับจิ้นกันไปเองต่างพูดว่าลู่เป๋าเหยียนซื้อเพชรมาให้ไอดอลของตัวเอง แต่เธอลองคิดดูสิ ลู่เป๋าเหยียนเคยออกมาพูดเรื่องนี้ที่ไหนกันมีแต่หานรั่วซีนั่นแหละที่จงใจทำให้พวกสื่อเข้าใจผิด”

            “เฮ้อคราวนี้หานรั่วซีจะขายหน้าแค่ไหนนะ...”

            หานรั่วซีที่ยืนอยู่ในมุมมืดได้ยินทุกคำนินทาอย่างชัดเจน

            สิ่งที่คนพวกนั้นคาดเดาถูกต้องทั้งหมดหลายปีมานี้ มีแค่เธอคนเดียวที่พยายามเล่นละครหลอกทุกคนพวกสื่อที่รู้เบื้องหลังความจริง เธอก็ปิดปากเอาไว้หมดไม่ให้เรื่องหลุดออกไป

            เป็นเพราะซูเจี่ยนอันความจริงจึงค่อยๆถูกเปิดเผยออกมาทีละนิด เสียงเย้ยหยันเหล่านั้นจึงได้เข้ามาทิ่มแทงจิตใจเธอไม่ยั้ง

            แต่เธอไม่ยอมง่ายๆ แบบนี้แน่

            เธอจะต้องเอาคืนซูเจี่ยนอันให้ครบทุกดอก

            ตอนนั้นเองเสียงเพลงก็หยุดลง การเต้นรำเปิดฟลอร์ได้จบลงแล้ว

            เพลงต่อไปยังคงเป็นเพลงวอลซ์เช่นเดิมหานรั่วซีจัดกระโปรงของตัวเองให้ดูดี ก่อนจะเดินเข้าไปท่ามกลางแสงสปอตไลต์ไม่นานก็มีคนเข้ามาขอเธอเต้นรำ เธอย่อตัวตอบรับอย่างสง่างามก่อนจะเริ่มเต้นรำไปพร้อมๆ กับคนอื่นๆออร่าความเป็นดาราของเธอโดดเด่นออกมาจากทุกคนในนั้นอย่างเห็นได้ชัด

    จางเหมยเห็นดังนั้นจึงสะกิดซูอี้เฉิงเบาๆ

    “พวกเราเต้นด้วยกันสักเพลงดีไหมคะ”

            ซูอี้เฉิงนิ่งไปชั่วเสี้ยววินาทีก่อนจะโค้งขอจางเหมยเต้นรำ จางเหมยรีบส่งมือให้กับเขาอย่างไม่อิดออดทั้งสองคนจึงกลายเป็นจุดเด่นของฟลอร์ในชั่วพริบตา

            ลั่วเสี่ยวซีเคี้ยวเนื้อวัวในปากอย่างหงุดหงิดหลังเห็นภาพดังกล่าว

            ฉินเว่ยหยิบจานอาหารออกจากมือเธอ“พรุ่งนี้เธอต้องชั่งน้ำหนักอีกไม่ใช่เหรอไง ฉันยอมใจเธอจริงๆคืนนี้เธอกินเยอะที่สุดในงานเลยมั้งน่ะ”

            “ก็เพราะวันนี้ฉันอารมณ์ไม่ดีที่สุดน่ะสิ!”ลั่วเสี่ยวซีตอบอย่างหัวเสีย

            “เพลงต่อไปไปเต้นด้วยกันหน่อยเป็นไง”ฉินเว่ยยิ้มอย่างยั่วเย้า “ซูอี้เฉิงยังเต้นกับผู้หญิงคนอื่นได้แล้วทำไมเธอจะเต้นอย่างเร่าร้อนกับฉันไม่ได้ล่ะ”

            ลั่วเสี่ยวซีเช็ดปากก่อนถาม“เต้นอย่างเร่าร้อน?”

            “เต้นวอลซ์น่าเบื่อจะตาย”ฉินเว่ยยิ้มอย่างมีเลศนัย “เดี๋ยวฉันไปเตี๊ยมกับวงดนตรีก่อนเธอรอฟังเพลงต่อไปได้เลย”

            พูดจบฉินเว่ยก็เดินออกไปลั่วเสี่ยวซีหยิบเหล้าผลไม้มาจิบ เอางั้นก็ได้ เธอก็อยากรู้เหมือนกันว่าเพลงต่อไปจะเป็นเพลงอะไร

            บรรยากาศในงานตอนนี้บางคนก็เต้นรำ บางคนก็คุยกันเรื่องงานคนที่ว่างที่สุดกลับกลายเป็นลู่เป๋าเหยียนกับซูเจี่ยนอัน นานๆ ทีก็มีคนเข้ามาขอชนแก้วบ้างลู่เป๋าเหยียนดื่มเหล้าหมดแก้วแล้วแก้วเล่า จนซูเจี่ยนอันเริ่มจะเป็นห่วง

            “นายคงไม่เมาหรอกใช่ไหม”

            ลู่เป๋าเหยียนนิ่งไปสักพักก่อนตอบ

            “ปีนี้อาจจะเมา”

            ซูเจี่ยนอันไม่เข้าใจสิ่งที่เขากำลังบอกใบ้พอดีกับที่พิธีกรหนุ่มเดินตรงมาลู่เป๋าเหยียนสัมผัสได้ถึงสายตาระยิบระยับของคนข้างกาย

            เขาหรี่ตามองก่อนถาม“เธอชอบเขา?”

            “อื้อ!”ซูเจี่ยนอันพยักหน้าตอบรับ “นอกจากวัตสันแล้ว ดาราชายที่ฉันชอบที่สุดก็เขานี่แหละ”

            วัตสันที่ว่าคือพระเอกหนังที่เธอลากลู่เป๋าเหยียนไปดูด้วยกันคราวก่อน

            “เขาจะอาศัยแค่หน้าตาในการทำมาหากินก็ได้แต่ตอนนี้เขาใช้ความสามารถของตัวเองล้วนๆ เลย!” ซูเจี่ยนอันยิ่งพูดยิ่งตื่นเต้น“ฉันอยากถ่ายรูปกับเขาจัง!”

            สีหน้าของลู่เป๋าเหยียนเริ่มมืดมน

            “เธอกล้างั้นเหรอ”

            “ทำไมล่ะ”ซูเจี่ยนอันถามอย่างน่าสงสาร

            ลู่เป๋าเหยียนโอบเอวเธออย่างอ่อนโยน“สถานการณ์และสถานะของเธอในตอนนี้คงจะไม่เหมาะ ไว้คราวหน้าดีไหม หืม?”

            ซูเจี่ยนอันลองคิดๆ ดูแล้วก็จริงอย่างที่เขาว่าเธอจึงพยักหน้าอย่างว่าง่าย

            แต่ในความเป็นจริงลู่เป๋าเหยียนคิดเอาไว้แล้วว่าจะไม่มีทางให้เธอได้เจอกับพิธีกรคนนี้อีกแน่ คราวหน้าอะไรกันเขาหลอกเธอล้วนๆ ส่วนสาเหตุน่ะเหรอ...ก็เพราะเธอกับเขายังไม่เคยถ่ายรูปด้วยกันสักครั้งแล้วจะปล่อยให้เธอไปถ่ายรูปกับคนอื่นได้ยังไง ฝันไปเถอะ!

            ด้วยเหตุนี้ซูเจี่ยนอันจึงพลาดโอกาสอันดีงามเพียงหนึ่งเดียวของชีวิตไปอย่างน่าเสียดาย

            ท่ามกลางบรรยากาศอันผ่อนคลายและเสียงเพลงวอลซ์ที่ดังคลอเบาๆลู่เป๋าเหยียนลอบยิ้มบางโดยที่ซูเจี่ยนอันไม่รู้ตัวเลยสักนิดว่าเธอโดนเขาหลอกเสียแล้ว

            ไม่นานหลังจากนั้นเสียงบรรเลงเพลงวอลซ์ก็จบลง พร้อมๆ กับฉินเว่ยที่วิ่งกลับมาหาลั่วเสี่ยวซีเขาส่งสายตาเจ้าเล่ห์มาทางเธอ นั่นยิ่งทำให้เธออยากรู้เข้าไปใหญ่ว่าเขาไปทำอะไรมา

            สองนาทีให้หลังเสียงเพลงลาตินอันร้อนแรงก็ดังขึ้น

            การเต้นสไตล์ลาตินก็เหมือนกับเพลงไม่มีผิดเร่าร้อน เถรตรง ทำให้ไฟในตัวของทุกคนลุกโชนขึ้นมาได้อย่างประหลาด

            ลาตินแดนซ์เป็นการเต้นที่ลั่วเสี่ยวซีชอบมากที่สุดเธอมักจะเต้นลาตินเพื่อเป็นการฆ่าเวลาอยู่บ่อยๆ ส่วนฉินเว่ยนั้นเขาเองก็ชอบเต้นลาตินกลับสาวๆ ในสตูดิโอเช่นเดียวกัน

            เพราะมีงานอดิเรกที่เหมือนกันพวกเขาจึงมักชวนกันไปเต้นลาตินอยู่บ่อยๆ

            แล้วก็เป็นไปตามคาดลั่วเสี่ยวซีป้องปากตัวเองพลางมองฉินเว่ยอย่างเซอร์ไพรส์

            ฉินเว่ยมองเธออย่างสำรวจ“เธอในชุดนี้ถ้าเต้นลาตินแล้วล่ะก็คงทำให้พวกหนุ่มๆ คลั่งแน่ส่วนฉันก็คงเป็นคนแรกที่จะหลงเสน่ห์เธอ”

            “เลิกเอามุกจีบสาวของนายมาใช้กับฉันได้แล้ว”

            ลั่วเสี่ยวซียังพูดไม่ทันจบก็ถูกฉินเว่ยลากเข้าไปกลางฟลอร์เต้นรำ เขาลูบใบหน้างามของเธอเบาๆ

            “เสี่ยวซีฉันจะทำให้เธอลืมซูอี้เฉิงให้ได้ เรามีงานอดิเรกเหมือนกัน นิสัยก็เข้ากันได้พวกเราเหมาะสมกันที่สุด เธอชอบเขาก็จริง แต่เขาไม่สามารถให้ความสุขกับเธอได้”

            ลั่วเสี่ยวซีเสียสมาธิไปเล็กน้อยเธอโดนฉินเว่ยลากเข้าไปกลางฟลอร์ได้ไม่นาน เขาก็เริ่มนำเธอเต้นเธอจึงก็เต้นประสานกับเขาในทันที

            การเต้นสไตล์ลาตินนั้นต่างจากการเต้นวอลซ์อย่างสิ้นเชิงอีกทั้งลั่วเสี่ยวซีและฉินเว่ยเองก็ดูสะดุดตาไม่นานผู้ชมโดยรอบก็หันมาสนใจคู่นี้กันหมด ซูเจี่ยนอันดึงลู่เป๋าเหยียนให้หันมามองก่อนจะเห็นว่าซูอี้เฉิงเองก็ยืนมองอยู่ฝั่งตรงข้ามเช่นเดียวกัน

            พี่ชายเธอจะรู้สึกหึงบ้างไหมนะ?

    คล้ายกับเรื่องเจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่ ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    นิยาย รัก
    623K 530
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    นิยาย รัก
    399K 392
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.36M 891
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    นิยาย รัก
    85K 245