บทที่ 2: กับดักในเงา
รุ่งอรุณของวันใหม่มาเยือนเมืองเมฆาล่อง แสงสีทองอ่อนๆ สาดส่องลงมาย้อมม่านเมฆให้กลายเป็สีส้มงดงาม อากาศยามเช้าสดชื่นและเย็นสบาย เย่เฉินในชุดฝึกทะมัดทะแมงเดินทางมาถึงประตูเมืองทิศเหนือตามที่นัดหมายไว้
ที่นั่น เซียวอี้เฟิงยืนรออยู่แล้วพร้อมกับรอยยิ้มเช่นเคย ทว่าวันนี้เขาไม่ได้มาคนเดียว ข้างกายเขามีเด็กหนุ่มอีกสองคนยืนอยู่ ทั้งสองเป็คนของตระกูลเซียวที่เย่เฉินคุ้นหน้าคุ้นตาดี พวกเขามักจะติดตามเซียวอี้เฟิงไปทุกหนทุกแห่ง
"สหายเย่เฉิน เ้าตรงต่อเวลาเสมอ" เซียวอี้เฟิงทักทายอย่างเป็กันเอง "นี่คือเซียวลี่กับเซียวซาน พวกเขาอยากจะมาเปิดหูเปิดตาด้วย"
เย่เฉินพยักหน้าให้คนทั้งสองเป็เชิงทักทาย แม้ในใจจะรู้สึกว่าการไปสำรวจถ้ำเล็กๆ ไม่จำเป็ต้องใช้คนมากถึงเพียงนี้ แต่เขาก็ไม่ได้เอ่ยทักท้วงอันใด อาจเป็เพราะความเชื่อใจในตัวสหายที่คบหากันมานานหลายปี
การเดินทางสู่เทือกเขาเมฆาดับใช้เวลาไม่นานนัก ตลอดทาง เซียวอี้เฟิงชวนคุยอย่างออกรส ทั้งเื่การฝึกยุทธ์ เื่น่าสนใจในเมือง ไปจนถึงเื่การประลองประจำปีที่กำลังจะมาถึง ดูเหมือนเขากำลังพยายามสร้างบรรยากาศให้ผ่อนคลายและเป็กันเองอย่างเต็มที่
"ข้าได้ยินมาว่าคู่หมั้นของเ้า องค์หญิงหลันเยว่แห่งจวนเ้าเมือง ก็จะมาชมการประลองในปีนี้ด้วย" เซียวอี้เฟิงเอ่ยขึ้นลอยๆ ขณะที่พวกเขากำลังเดินลึกเข้าไปในป่าทึบ "เ้าช่างน่าอิจฉาเสียจริง ไม่เพียงแต่พร์จะสูงส่ง ยังมีวาสนาได้ดองกับจวนเ้าเมืองอีก"
เย่เฉินเพียงยิ้มรับบางๆ ไม่ได้ตอบอะไร ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับองค์หญิงหลันเยว่เป็สิ่งที่ราชวงศ์และตระกูลเย่เห็นชอบร่วมกันมาั้แ่พวกเขายังเด็ก มันเป็มากกว่าเื่ของความรู้สึก แต่คือการเชื่อมสัมพันธ์ของสองขุมกำลัง
ในที่สุด พวกเขาก็มาถึงปากถ้ำที่ซ่อนตัวอยู่หลังพุ่มไม้หนาทึบ ไอเย็นะเืสายหนึ่งพัดออกมาจากความมืดมิดภายในถ้ำ ทำให้รู้สึกขนลุกได้อย่างประหลาด
"ดูเหมือนจะเป็ถ้ำที่ลึกเอาเื่" เย่เฉินกล่าว สายตาสำรวจไปรอบๆ อย่างรอบคอบตามสัญชาตญาณ
"ฮ่าๆๆ สมบัติล้ำค่าย่อมซ่อนอยู่ในที่อันตราย" เซียวอี้เฟิงหัวเราะ ก่อนจะก้าวเข้าไปเป็คนแรก "ไปกันเถอะ อย่าให้ความกลัวมาบดบังวาสนาของเรา"
เย่เฉินขมวดคิ้วเล็กน้อยกับลางสังหรณ์ที่ก่อตัวขึ้นอีกครั้ง แต่เมื่อเห็นเซียวอี้เฟิงเดินเข้าไปแล้ว เขาก็ตัดสินใจสลัดความรู้สึกนั้นทิ้งและก้าวตามเข้าไป โดยมีเซียวลี่และเซียวซานเดินตามปิดท้าย
ภายในถ้ำนั้นมืดและชื้นแฉะ มีเพียงแสงสว่างจากหินเรืองแสงที่เซียวอี้เฟิงหยิบออกมาเท่านั้นที่ช่วยนำทาง พวกเขาเดินลึกเข้าไปเรื่อยๆ จนกระทั่งมาถึงโถงถ้ำขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง ที่ใจกลางโถงนั้น มีแท่นหินประหลาดตั้งอยู่ และบนแท่นหิน...กลับว่างเปล่า ไม่มีสมุนไพริญญาใดๆ ทั้งสิ้น
ทันใดนั้นเอง!
"ฟุ่บ!"
เสียงฝีเท้าดังขึ้นจากด้านหลัง เย่เฉินหันขวับไปตามสัญชาตญาณ แต่ก็ช้าไปก้าวหนึ่ง เซียวลี่และเซียวซานที่เดินตามหลังมาได้เคลื่อนไหวแล้ว พวกมันซัดผงสีเทาชนิดหนึ่งเข้าใส่หน้าของเขาเต็มๆ
เย่เฉินรีบกลั้นหายใจและถอยหลัง แต่ก็ยังสูดเข้าไปเล็กน้อย เขารู้สึกได้ทันทีว่าพลังปราณในร่างกายปั่นป่วนและเชื่องช้าลงอย่างกะทันหัน "ผงสลายปราณ!"
"ถูกต้องแล้ว สหายข้า" น้ำเสียงที่คุ้นเคยดังขึ้นจากเบื้องหน้า แต่ครานี้มันไม่ได้มีความเป็มิตรหลงเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย
เย่เฉินเงยหน้าขึ้นมองเซียวอี้เฟิง รอยยิ้มบนใบหน้าของสหายบัดนี้ได้แปรเปลี่ยนเป็รอยยิ้มที่เหี้ยมเกรียมและเ็า ในมือของเขามีเข็มสีดำสนิทเล่มหนึ่งปรากฏขึ้นั้แ่เมื่อใดก็สุดรู้
"ทะ...ทำไม?" เย่เฉินเค้นเสียงถาม ความรู้สึกสับสนและเ็ปถาโถมเข้ามาในใจรุนแรงยิ่งกว่าพิษใดๆ
"ทำไมรึ?" เซียวอี้เฟิงหัวเราะเสียงแหลม "ข้าต่างหากที่ต้องถามว่าทำไม! ทำไม์ต้องลำเอียง! ทำไมทุกอย่างต้องเป็ของเ้า, เย่เฉิน! พร์อันดับหนึ่ง? ตระกูลที่ยิ่งใหญ่? แม้กระทั่งองค์หญิงหลันเยว่ก็ต้องเป็ของเ้า! ข้าฝึกฝนแทบเป็แทบตาย แต่ก็ยังตามหลังเงาของเ้าอยู่เสมอ! ข้าทนมามากพอแล้ว!"
สิ้นเสียงะโอันบ้าคลั่ง ร่างของเซียวอี้เฟิงก็พุ่งเข้ามาประชิด เขารวบรวมพลังปราณทั้งหมดไว้ที่ฝ่ามือ ก่อนจะจ้วงแทงเข็มสีดำสนิทเล่มนั้นเข้าใส่ตำแหน่งท้องน้อยของเย่เฉินอย่างโเี้!
"ฉึก!"
ความเ็ปที่ไม่อาจบรรยายได้แล่นปราดไปทั่วร่างของเย่เฉิน เขาก้มลงมองท้องน้อยของตนเอง รู้สึกได้ถึงพลังงานบางอย่างที่เย็นะเืกำลังชอนไชเข้าไปทำลายบางสิ่งบางอย่างที่สำคัญที่สุด...
"รากฐานพลังของข้า..." เย่เฉินพึมพำเสียงแ่ ดวงตาเบิกกว้างด้วยความสิ้นหวัง เขารู้สึกได้ว่าแก่นแท้แห่งพลังที่เขาสั่งสมมาทั้งชีวิตกำลังแตกสลาย...ร้าว...และแหลกละเอียดลงในที่สุด!
"ฮ่าๆๆๆ!" เซียวอี้เฟิงดึงเข็มกลับและหัวเราะอย่างสะใจ " 'เข็มสลายิญญา' นี้ ข้าต้องใช้แต้มสมทบของตระกูลทั้งหมดเพื่อแลกมันมา ต่อจากนี้ไป เ้าก็เป็ได้แค่ไอ้ขยะ! ขยะที่ไม่มีแม้แต่พลังจะบำเพ็ญเพียร!"
ร่างกายของเย่เฉินอ่อนแรงลงดุจกองดิน เข่าของเขาทรุดลงกับพื้น ดวงตาที่เคยสงบนิ่งบัดนี้ว่างเปล่าและแตกสลาย
"เพื่อไม่ให้มีปัญหาตามมา ข้าคงต้องส่งเ้าไปสู่ปรโลก" เซียวอี้เฟิงแสยะยิ้ม ก่อนจะเดินเข้ามาเตะร่างของเย่เฉินให้กลิ้งไปยังขอบของโถงถ้ำ ซึ่งเบื้องล่างนั้นคือหุบเหวที่มืดมิดจนมองไม่เห็นก้น มีเพียงเสียงลมหวีดหวิวและไอหมอกลอยอวลขึ้นมา
"ลาก่อน... อัจฉริยะอันดับหนึ่ง"
เซียวอี้เฟิงกล่าวเป็ครั้งสุดท้าย ก่อนจะใช้เท้าถีบร่างที่ไร้เรี่ยวแรงของเย่เฉินให้ร่วงหล่นลงไปในความมืดมิดอันไร้ที่สิ้นสุดนั้น
ร่างของเย่เฉินลอยคว้างอยู่กลางอากาศ สติสัมปชัญญะของเขาเริ่มเลือนราง... ภาพสุดท้ายที่เขาเห็นคือรอยยิ้มอันแสนสะ
ใจของคนที่เขาเคยเรียกว่า "สหาย"
แล้วทุกอย่าง...ก็ดับวูบลง
(จบตอนที่ 2)