“คุณไอราขึ้นไปช่วยนายน้อยหน่อยเถอะครับ” โจวเฟิงขอร้อง
“แล้วทำไมพวกคุณไม่ช่วยเขาเองละคะ” จะมาตามเธอให้ยุ่งยากทำไมกัน
“พวกผมมีเื่ต้องไปจัดการน่ะครับ...ไปเร็วอาหลัว” โจวเฟิงและหลัวจื่ออี้รีบเดินออกจากห้องครัวอย่างรวดเร็วไม่อยู่ฟังคำคัดค้านของหญิงสาวอีก
“ทำไมต้องเป็ฉันด้วยเนี่ย” แม้จะไม่เต็มใจแต่เธอก็รีบเดินขึ้นไปข้างบนด้วยกลัวว่าคนเ้าอารมณ์จะโมโหเป็ฟืนเป็ไฟอีกแต่มาคิดดูแล้วั้แ่เธอพบหน้าเขาเคยมีตอนที่เขาอารมณ์ดีด้วยหรือ...
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
“เข้ามา”
“เป็เต่าหรือไงถึงได้เดินช้านัก” หยางิที่พยายามติดกระดุมเสื้อเชิ้ตอยู่ปรายหางตาขึ้นมองเธอเล็กน้อย
“คงงั้นมั้งคะ” เบื่อจะเถียงกับคนเอาแต่ใจ เถียงไปก็ไร้ประโยชน์ ไอราจึงเลือกที่จะเดินเข้าไปหาหยางิโดยไม่พูดอะไรอีก
“หันมาสิคะฉันจะติดให้” เธอเดินไปหยุดตรงหน้าชายหนุ่มก่อนจะบอกให้เขาหันหน้ามาหาเธอไอราจัดการติดกระดุมเสื้อให้โดยที่ไม่ยอมเงยหน้าสบตาเขาแม้แต่น้อย แม้จะรู้ตัวว่าตัวเองกำลังถูกดวงตาคมดุจับจ้องอยู่ก็ตาม ดีที่เขาเปลี่ยนกางเกงไว้แล้วไม่อย่างนั้นเธอคงจะอายจนแทบแทรกแผ่นดินหนี
“ผูกเป็หรือเปล่า” หยางิสบประมาทคนที่กำลังหยิบเนกไทขึ้นมา
ไอราไม่ตอบแต่เธอกลับทำให้เขาเห็น มือน้อยค่อยๆเอาสายเนกไทอ้อมลำคอแกร่งและผูกปลายทั้งสองข้างเข้าหากันอย่างชำนาญ หยางิยิ้มมุมปากรู้สึกพอใจในการกระทำของเธอ
“เรียบร้อยแล้วค่ะ” ไอราบอกเขาก่อนจะหยิบเสื้อสูทตัวนอกมาสวมทับให้เขา
“มื้อเย็นไม่ต้องรอฉัน”
“ค่ะ” ถึงเขาไม่บอกเธอก็ไม่คิดจะหิ้วท้องรอเขาอยู่แล้ว
“อย่าออกจากบ้านหลังนี้ถ้า...” ‘ไม่มีผม’ ประโยคสุดท้ายกลืนหายลงไปในลำคอทันทีที่เธอพูดแทรกขึ้นมา
“อาโจวบอกแล้วค่ะ” ไอราไม่รอให้เขาพูดจบ เธอรู้ดีว่าเขาจะพูดว่าอะไร
“งั้นก็ดี” หยางิหันหลังเตรียมตัวจะออกจากห้อง
“ระวังตัวด้วย” แ่เบาแต่กินใจคนฟังเหลือเกิน หยางิหันกลับมาหาคนพูด พยัคหน้าให้เธอครั้งนึงก่อนจะหันกลับแล้วเดินออกจากห้องไป มือใหญ่ยกมือขึ้นจับที่หน้าอกของตัวเอง...ทำไมเขาต้องรู้สึกแปลกๆกับคำพูดของเธอ
ไม่นานรถก็พาเขามาถึงกาสิโนที่ใหญ่เป็อันดับหนึ่งของเกาะฮ่องกง พนักงานทุกคนออกมายืนรอต้อนรับเขาอย่างเช่นทุกวัน เื่ที่เขาถูกยิงมีเพียงสามคนเท่านั้นที่รู้ คือ ไอรา โจวเฟิง และหลัวจื่ออี้
“สวัสดีครับ/ค่ะนายน้อย” ทุกคนก้มหัวให้ หยางิเพื่อแสดงความเคารพ
แปะ แปะ แปะ
“เก่งนะเนี่ยยังมาทำงานได้” จางเหลียงเดินเข้ามาทักทายคู่อริ เขาอยากมาดูให้เห็นกับตาว่ามันมีสภาพเป็ยังไงหลังจากที่รอดตายจากเมื่อคืนนี้ได้
“หมายความว่าไง” มันรู้อย่างนั้นหรือว่าเขาาเ็
“แยกย้ายกันไปทำงานได้แล้ว” หลัวจื่ออี้ไล่พนักงานที่ยืนอยู่ให้แยกย้ายไปทำหน้าที่ของตน
“กูถามว่ามึงหมายความว่ายังไง” หยางิเดินเข้าไปกระชากคอเสื้อจางเหลียง โดยไม่เกรงกลัวลูกน้องของมันที่ตามมาเป็พรวน ที่นี่มันถิ่นเขาในเมื่อมันกล้ามาเหยียบจมูกเขาถึงที่ก็ไม่มีอะไรต้องกลัว
“เมื่อวานมึงไปฟัดกับใครมาล่ะ” จางเหลียงดึงมือที่จับคอเสื้อเขาออก
“มึงรู้ได้ไง...หมาตัวไหนคาบข่าวไปบอกหรือว่าทั้งหมดเป็ฝีมือของมึง”
“ฮึ!! กูรู้ได้ยังไงไม่สำคัญหรอก กูแค่อยากมาเห็นกับตาว่านายน้อยหยางิยังมีลมหายใจอยู่หรือไปเฝ้ายมบาลในนรกแล้ว” จางเหลียงยอมรับว่าหยางิเก่งทั้งที่ตัวคนเดียวแต่สามารถเอาตัวรอดจากพวกนักฆ่ารับจ้างฝีมือดีได้ แต่เขาไม่มีทางเชื่อเด็ดขาดว่ามันจะไม่ได้รับแม้แต่รอยขีดข่วน ภายใต้ชุดดำนั่นมันต้องปกปิดอะไรไว้แน่...รอยะุต้องอยู่ตรงไหนสักที่ในร่างกายของมัน
“นรกยังไม่้าคนอย่างกู…สงสัยกูยังเลวไม่พอมั้ง” หยางิยิ้มเยาะ เขาคิดไว้อยู่แล้วว่าพวกมันจะต้องมาและก็เป็อย่างที่เขาคิดจริงๆ
“แต่ก็คงไม่โชคดีทุกครั้งหรอก...ใช่ไหม” จางเหลียงเดินเข้ามาตบไหล่ซ้ายหยางิก่อนจะออกแรงกดเต็มแรง ลองเสี่ยงดูว่าเขาจะแสดงอาการผิดปกติอะไรออกมาให้เห็นหรือเปล่า
“นายน้อย” โจวเฟิงใเตรียมถลาจะเข้าไปหาแต่หยางิยกมือห้ามไว้เสียก่อน
“ไว้เจอกันใหม่...เมื่อนรก้า” ประโยคสุดท้ายจางเหลียงกระซิบแ่เบาราวกับ้าให้ได้ยินกันแค่สองคนเท่านั้น ก่อนจะหันหลังเดินจากไปพร้อมรอยยิ้มสะใจที่เผยออกมาบนใบหน้าเหี้ยมเกรียม‘โดนสินะ’