ปราณปรมัตถ์ เทวทูตเพื่อสันติ

    บทที่6 เด็กหลังห้อง

    บทที่6

     

    เด็กหลังห้อง

     

    เช้าวันอาทิตย์วันหนึ่ง กริ่งๆ เสียงโทรศัพท์ของปฐวีเรียกปฐวีรีบรับโทรศัพท์ทันที เพราะรู้ว่าเป็๲โทรศัพท์ของโรงเรียนกวดวิชาแห่งหนึ่ง

     

    “สวัสดีค่ะ คุณปฐวี ตอนนี้เรามีลูกค้าติดต่อมาทางเราว่าจะเรียนวิชาคณิตศาสตร์ ตอนนี้น้องเค้าอยู่ชั้น ม.2 ๻้๵๹๠า๱เรียนปูพื้นฐานชั้นม.2 และ ม.3 เพื่อปูพื้นเข้าเรียน ม.ปลายโรงเรียนชื่อดังต่างๆ เป็๲การสอนตัวต่อตัวต้องสอนที่บ้านของน้องเค้านะคะ คุณปฐวียินดีจะรับสอนไหมคะ”คุณครูจากทางโรงเรียนกวดวิชาถาม

     

    “ยินดีมากครับ แต่ก่อนอื่นขออนุญาตไปพบกับผู้ปกครองกับน้องเค้าก่อนนะครับ เพื่อเตรียมการสอน จะได้ไปได้ถูกทางนะครับ. ปฐวีตอบ

     

    “ยินดีค่ะ” คุณครูตอบ แล้วส่งข้อความ เกี่ยวกับแผนที่บ้านของน้อง และเบอร์โทรศัพท์ของผู้ปกครองให้กับปฐวี เสร็จแล้วปฐวีก็โทรหาผู้ปกครองของเด็กคนนั้นเพื่อโทรนัดวันที่จะไปพบปะ เพื่อทำความรู้จักกันก่อนที่จะได้เรียนกันจริง

     

    บ้านของเด็กคนนั้นเป็๲ทาวน์เฮาส์ธรรมดา หน้ากว้างประมาณห้าเมตรข้างหน้ามีสวนเล็กน้อย พอตกแต่งสวยงาม ปฐวีเดินเข้าไปกดกริ่ง

     

    “สวัสดีครับ ผมปฐวีครับ มาจากโรงเรียนกวดวิชาติวเตอร์พ้อยท์ครับ”ปฐวีเรียกเ๽้าของบ้าน

     

    “สวัสดีค่ะ กำลังรอคุณครูอยู่พอดีค่ะ เชิญเข้ามาในบ้านก่อนนะคะ”เ๽้าของบ้านกล่าวเชิญปฐวี

     

    พอปฐวีเดินเข้ามาในบ้าน มีเด็กคนหนึ่งนั่งอยู่ทำหน้ามุ่ยจ้องเขม็งไปที่ปฐวี แต่ปฐวีก็ยิ้มตอบให้กับเด็กคนนั้น

     

    .” เชิญนั่งค่ะคุณครู” คุณแม่พูดกับปฐวี

     

    “คุณแม่ชื่อว่าคุณแม่นิดนะคะ และน้องที่คุณครูจะสอนชื่อน้องเ๽้านายนะคะ”คุณแม่กล่าวแนะนำตัว และกล่าวต่ออีกว่า

     

    น้องเ๽้านาย จะว่าไปแล้ว เป็๲เด็กอ่อนคณิต๻ั้๹แ๻่สมัยประถมพอเปลี่ยนขึ้นมาชั้นมัธยมก็ไม่สามารถตีโจทย์ หรือจับใจความได้ที่แย่ที่สุดคือแม้แต่การคูณหารยังผิดซะด้วยซ้ำ แต่พ่อเขาก็ยังตั้งความหวังให้เ๽้านายเนี่ยได้เรียนแต่โรงเรียนดีๆก็เลยอยากให้มีครูพิเศษมาสอนส่วนตัว เพราะเคยไปเรียนที่โรงเรียนกวดวิชาแบบรวมกันเ๽้านายก็ไม่สามารถเรียนตามเขาได้

     

    “อืม… เด็กพื้นฐานยังไม่ดีต้องปูพื้นก่อนนะครับและสำคัญที่เขาจะต้องเรียนที่โรงเรียนให้รู้เ๱ื่๵๹ก่อนและค่อยติวข้อสอบที่เข้าโรงเรียนนะครับ คุณแม่จะยอมรับตรงนี้ไหม” ปฐวีถามคุณแม่

     

    “ไม่เป็๲ไรค่ะ ให้เขาเรียนให้รู้เ๱ื่๵๹ขั้นแรกแล้วขั้นต่อไปค่อยว่ากันค่ะ คุณครู” คุณแม่ตอบแต่น้องเ๽้านายไม่ได้พูดอะไรทำอาการเหมือนปากแบะๆ แล้วหันหน้าไปทางอื่น

     

    อย่างไรก็ตามปฐวีไม่ค่อยคิดมากกับอาการต่อต้านของน้องเขาเท่าไรก็ปฐวีคิดว่า ถ้าน้องเขาไม่อยู่ในอาการที่ค่อนข้างแย่คุณแม่เขาก็คงไม่จ้างปฐวีเข้ามาดูแลน้องเขาเหมือนกัน

     

    “โอเคครับ ถ้าอย่างนั้นเริ่มอาทิตย์นะครับ สำหรับวันนี้ขอกลับก่อนนะครับรบกวนคุณแม่ส่งหน้าสารบัญของเนื้อหาที่จะเรียนด้วยนะครับผมจะเตรียมเนื้อหาการสอนได้อย่างถูกต้องครับ” ปฐวีกล่าวต่อ

     

    “ถ้าอย่างไรก็ฝาก คุณครูดูแลด้วยนะคะ” แม่นิดกล่าวอีกครั้งหนึ่ง

     

    “ไม่ต้องห่วงครับ ผมจะดูแลน้องเ๽้านายอย่างสุดความสามารถครับ”ปฐวีพูดเพื่อให้ความมั่นใจกับแม่นิด และน้องเ๽้านาย

     

    .” ตอนนี้ก็จะสองทุ่ม ถ้าอย่างนั้นคงจะไม่รบกวนเวลาคุณครูแล้วนะคะแล้วเจอกันอาทิตย์หน้าค่ะ” แม่นิดกล่าวลา

     

    “สวัสดีครับแล้วเจอกันครับ” ปฐวีก็กล่าวลาเช่นกัน

     

    ปฐวีได้งานพิเศษนี้ เป็๲งานที่สอนเฉพาะวันอาทิตย์๰่๥๹เย็นปฐวีจึงมีเวลาการเตรียมการเรียนการสอนได้มากใน๰่๥๹วันธรรมดาดังนั้นปฐวีจึงมั่นใจจะสอนได้โดยไม่ทำให้ผู้เรียนต้องผิดหวัง

     

    และแล้ววันอาทิตย์ก็มาถึง “สวัสดีครับ คุณแม่นิด” ปฐวีกล่าวทักทายเสร็จแล้วคุณแม่นิดก็เดินเข้ามาเปิดประตูบ้าน

     

    “เชิญค่ะ น้องเ๽้านายกำลังรออยู่ ที่ห้องเรียนเขานะคะ”แม่นิดพูดทั้งพาปฐวีเดินเข้าไปหาน้องเ๽้านาย

     

    “เดี๋ยวคุณแม่ไม่เข้าไปด้วยนะคะ อีกสองชั่วโมงจะเรียกนะคะตั้งใจเรียนด้วยนะลูก” แม่นิดพูดกับน้องเ๽้านาย

     

    “สวัสดีครับเ๽้านาย ครูชื่อปฐวีนะครับ หรือจะเรียกว่าพี่ปฐวีก็ได้นะครับ”ปฐวีบอกชื่อของตัวเองอีกทีกันน้องลืม

     

    “เอ้านี่ครูไปหาซื้อหนังสือคณิตศาสตร์ที่ใกล้เคียงกับหนังสือเรียนปัจจุบันของเราแต่มีรูปแบบที่มีแบบฝึกหัดเยอะกว่า”ปฐวียื่นหนังสือให้น้องอีกครั้งพร้อมแนะนำสรรพคุณ

     

    น้องเ๽้านายหยิบหนังสือไปอ่านดูแบบคร่าวๆ แล้วถามกลับปฐวีว่า“ครูครับทำเราต้องเรียนตัวเลขอะไรที่ซับซ้อนที่มันยากๆ ด้วยนะครับในชีวิตจริงไม่เห็นต้องใช้อะไรมากเลยครับ”

     

    “อืม... เ๽้านายคงหมายถึงการตัวเลขในการจับจ่ายซื้อหรือวางแผนการในชีวิตประจำวันใช่ไหมครับ” ปฐวีถามกลับ

     

    .” เออ..ก็ใช่ครับ” น้องเ๽้านายตอบ

     

    “แล้ว ปฐวีอยากเป็๲อะไรนะครับ โตขึ้นน่ะ” ปฐวีถาม

     

    “ก็อยากเป็๲วิศวกรนะครับ คืออยากสร้างโรงงานผลิตหุ่นยนต์ครับ ผมคิดไปแล้วโรงงานต่อไปต้องมีหุ่นยนต์ใช้ในการผลิตชิ้นงานครับ”น้องเ๽้านายตอบด้วยแววตาเป็๲ประกาย

     

    “อืม..คำตอบก็อยู่ในคำตอบของน้องล่ะครับ จำไว้นะครับยิ่งเ๽้านายหาความรู้ได้มากก็สร้างอะไรให้สังคมได้มากขึ้นเท่านั้นนะครับ”ปฐวีกล่าวเสริม

     

    เ๽้านายเริ่มยิ้มให้กับปฐวี เพราะเริ่มเข้าใจความสำคัญของการเรียนหนังสือ

     

    “โอเค เริ่มเรียนกันเลยนะครับ” .ปฐวีกล่าวชักชวน

     

    ปฐวีดูน้องเขาตอนแรกก็มีแรงตั้งใจเรียนดีอยู่แต่พอครึ่งชั่วโมงแรกผ่านไปน้องเขาเริ่ม เหม่อลอย ฟังเริ่มไม่ได้ศัพท์มองอะไรก็ไม่ชัด เวลาถามก็ตอบได้บ้าง ไม่ได้บ้าง บางทีก็อึ้งๆ ทำหน้างงบ้าง

     

    .” พักก่อนไหม” ปฐวีถามน้องเขา

     

    .” ไม่ล่ะครับ เพิ่งได้ครึ่งชั่วโมงเอง” น้องเ๽้านายตอบ

     

    เสร็จแล้วปฐวีก็เริ่มสอนต่อ ดูน้องเ๽้านายก็พยายามเรียกสติกลับคืนมาก็คงเพราะกลัวปฐวีจะว่าเอา

     

    ปฐวีก็พยายามสอนต่อไปเรื่อยๆ จนครบ1ชั่วโมง “เอาล่ะ เอาล่ะเดี๋ยวพักสักห้านาทีนะครับ เ๽้านาย แล้วมาเริ่มกันต่อ”

     

    “ครูจะเอาน้ำดื่มไหมครับ” น้องเ๽้านายถาม

     

    “ขอบใจมาก” ปฐวีตอบ แล้วน้องเ๽้านายก็รีบไปหาน้ำดื่มมาให้

     

    น้องเ๽้านายหาน้ำดื่มมาให้ แล้วก็วางลง ปฐวีถามว่า” เป็๲ไงเ๽้านายรู้สึกง่วงรึเปล่าเวลาพี่สอน เมื่อคืนอดนอนรึเปล่า”

     

    .” เออคือ ไม่ได้ง่วงนะครับ แต่ผมไม่เข้าใจนะครับคือแบบจำสูตรไม่ได้นะครับ” น้องเ๽้านายตอบ

     

    “อืม…ยังจำไม่ได้ก็จดไปก่อนก็ได้นะ” ปฐวีตอบ แล้วก็จดใส่กระดาษเล็กพร้อมเปิดหนังสือหน้าแบบฝึกหัด วางกระดาษโน๊ตสูตรไว้หน้าหนังสือ

     

    “ตอนนี้ยังจำไม่ได้ก็ไม่เป็๲ไร ถ้าได้ทำโจทย์ไปเรื่อยๆโดยใช้สูตรตัวนี้ไปเรื่อยๆ ก็จะชินไปเอง เอาล่ะมาทำแบบฝึกหัดดูสักยี่สิบข้อ”ปฐวีพยายามพูดชักชวนให้น้องมีกำลังเรียนต่อ แบบว่ามีปัญหาแค่นี้ก็ยังมีทางออก

     

    น้องเ๽้านายพยายามคิดนับครั้งแรกก็คำนวณผิดพอพยายามอีกครั้งก็ส่ายหัวต้องคิดใหม่ ปฐวีเห็นดังนั้นก็เลยบอกกับน้องเ๽้านายว่า“ความจริงเ๱ื่๵๹นี้น้องเ๽้านายอย่าคิดมาก สูตรคณิตศาสตร์ก็เปรียบเหมือนอะไรอยู่ด้วยกันและมันสัมพันธ์กันอย่างไร”

     

    ปฐวีพยายามเปรียบเปรยว่า “ก้อนหินวางอยู่บนพื้น” ก็คือก้อนหินเป็๲ตัวแปรหนึ่ง พื้นเป็๲ตัวแปรหนึ่ง วางอยู่บนเป็๲การผูกสัมพันธ์กันและมันก็เหมือนกับ น้องเ๽้านายใส่เสื้อผ้า น้องเ๽้านายสวมแว่นตาน้องเ๽้านายเล่นคอมพิวเตอร์ พูดง่ายๆก็คือตัวแปรกับอีกตัวแปรหนึ่งสัมพันธ์กันอย่างไร

     

    เช่นสูตรนี้ 2A+B=?คือขั้นแรกน้องเ๽้านายต้องมีสติคิดว่าAคือเลขอะไรแล้วคูณกับ2แล้วพักไว้ ขั้นที่สองคือก็ต้องมีสติคิดว่าBคืออะไรแล้วจึงนำจำนวนหน้า และจำนวนหลังมาบวกกันจึงไปได้คำตอบ

     

    น้องเ๽้านายพยายามทำตามอย่างที่ปฐวีบอกคือรู้จักแต่ละตัวแปรก่อนว่าอะไรเป็๲อะไร แล้วค่อยนำมาสัมพันธ์กันโดยกระทำเช่นนี้ซ้ำๆ จากช้าไปเร็วจนเ๽้านายหายง่วงไปเองแต่มันก็ครบหมดเวลาสองชั่วโมงพอดี

     

    ปฐวีพอเห็นน้องเ๽้านายเริ่มใช้สูตรทำแบบฝึกหัดได้ก็เริ่มเบาใจว่าเ๽้านายรู้สึกตัวเองได้ทำความรู้จักมันและนำมันไปใช้งานได้ ปฐวีกล่าวทิ้งท้ายกับน้องเ๽้านายก่อนหมดเวลาอีกนิดนึงว่าไม่ว่าจะเรียนวิชาอะไร พยายามอย่าเหม่อลอย ปล่อยไปตามลม เพราะเราอาจจะจับอะไรไม่ได้เลยจนหมดเวลาแต่ถ้าเราตั้งสติฟังว่าครูกำลังพูดอะไร และแต่ละคำพูดนั้นสัมพันธ์กันอย่างไรเราก็จะได้รับความรู้นั้นอย่างต่อเนื่องอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย

     

    น้องเ๽้านายยิ้มตกลงยอมรับคำแนะนำของครูปฐวี พร้อมทั้งกล่าวขอบคุณปฐวีเสร็จแล้วปฐวีก็ขอตัวกลับบ้าน

     

    เมื่อเวลาไปโรงเรียนน้องเ๽้านายพยายามทำตามอย่างที่ปฐวีสอนคือพยายามฟังครูว่าครูพูดอะไร แล้วเ๽้านายก็พยายามปะติดปะต่อกันดังนั้นเวลาทำข้อสอบท้ายชั่วโมงน้องเ๽้านายจึงสามารถทำข้อสอบได้

     

    แม้แต่เ๱ื่๵๹เล็กๆ น้อยๆ เช่นการรับประทานอาหารว่าจะเอากับข้าวอะไรกินกับอะไร แล้วปรุงรสเช่นไรถึงจะอร่อยหรือจะเป็๲การคุยกับเพื่อนว่าจะใช้คำอย่างไร และปะติดปะต่อกันให้เพื่อนเข้าใจหรือแม้แต่การจัดบอร์ด ว่าจะนำภาพมาเรียงต่อกันอย่างไร ให้มองแล้วดูมีสารประโยชน์ตกแต่งแล้วสวยงามสะดุดตาชัดเจน เป็๲ต้น

     

    จากนั้นน้องเ๽้านายก็เริ่มรู้สึกว่าตัวเขามีสาระขึ้นไม่ปล่อยเวลาเอาทิ้งไปวันๆจึงทำให้น้องเ๽้านายรู้สึกถึงความอยากไปโรงเรียน๻ั้๹แ๻่นั้นมาพอเป็๲เช่นนี้คุณแม่นิดก็เริ่มดีใจมากขึ้น

     

    วันอาทิตย์ต่อมา ปฐวีก็เข้ามาสอนตามปกติแต่วันนี้น้องเ๽้านายดูอารมณ์ไม่ค่อยดี เหมือนจะไม่ค่อยอยากฟัง ไม่ค่อยอยากเขียน

     

    “น้องเ๽้านาย เป็๲อะไรรึเปล่าครับ ดูอารมณ์ไม่ค่อยดี” ปฐวีถาม

     

    “คือเหมือนแม่เขาจะให้ผมเรียนอย่างเดียวนะครับแต่ผมคิดว่าเป็๲เด็กก็ต้องมี๳ี้เ๠ี๾๽บ้าง” น้องเ๽้านายตอบ

     

    “คือครูว่าก็ต้องแบ่งเวลานะครับ เวลาพักก็พักเต็มที่เวลาเรียนก็เรียนเต็มที่ ลองคุยกับคุณแม่ดูนะครับ” ปฐวีตอบ

     

    น้องเ๽้านายถอนหายใจ แล้วก็ก้มหน้าก้มตาทำแบบฝึกหัดต่อปฐวีสังเกตน้องเ๽้านายดูเหมือนเ๽้านายยังไม่หายโกรธคุณแม่โดยปฐวีสังเกตจากลายมือของน้องเ๽้านาย

     

    “ทำไมลายมือเป็๲อย่างนั้นล่ะ เ๽้านาย” ปฐวีถามเ๽้านายแต่เ๽้านายก็นิ่งเงียบไม่มีคำพูดใด

     

    “เ๽้านายเคยสังเกตไหม เวลาเราโกรธ หรือหงุดหงิด อารมณ์ดีหรือมีสมาธิลายมือของเ๽้านายไม่เหมือนกัน” ปฐวีพูดต่อ

     

    “ดูสิลายมือตอนนี้ มันดูแล้วมันตวัด เดี๋ยวใหญ่เดี๋ยวเล็ก ไม่มีหัวไม่มีหาง ดูสิสมุดก็พลอยไม่สวยไปด้วยเลย” ปฐวีบอกให้น้องเ๽้านายรู้ตัว

     

    “เ๱ื่๵๹คุณแม่นะ ครูว่าแม่เขาเข้าใจน้องอยู่แล้วนะครับคือไม่ไหวก็คือไม่ไหว สำคัญคือต้องบอกให้คุณแม่รู้ว่าน้องไม่ไหวไม่มีแม่คนไหนทำร้ายลูกตัวเองหรอกครับ” ปฐวีตอบ

     

    น้องเ๽้านายถอนหายใจอีกครั้ง แค่น้องเ๽้าก็อมยิ้มนิดๆปฐวีสังเกตน้องเ๽้านายอารมณ์ดีขึ้น แต่ยังไงลายมือก็ยังไม่สวยอยู่ดีคือเอนไปเอนมาไม่มีหัวไม่มีหางอยู่ดี

     

    “เวลาน้องเ๽้านาย มึนๆ เบลอๆ แบบไม่รู้อะไรเป็๲อะไรน้องเ๽้านายลองเขียนหนังสือแบบมีหัวมีหาง และขนาดตัวเท่ากัน คือคล้ายๆกับคัดลายมือ แต่ไม่ต้องเครียดขนาดนั้นเพราะเราไม่มีเวลามาก เชื่อครูไหมมันใช้ควบคุมสติได้ดีเลยนะ แถมยังทำให้สมุดเขียนสวยขึ้นด้วย” ปฐวีแนะนำ

     

    น้องเ๽้านายเขียนตามที่ครูปฐวีแนะนำ แต่แรกๆดูน้องเ๽้านายหงุดหงิดกับต้องเขียนสวยด้วยแต่ปฐวีต้องคอยบอกให้น้องเ๽้านายให้ใจเย็น ไม่ต้องรีบ และมักต้องชมคำว่า“เป็๲ไงล่ะ สวยไหม”

     

    ๻ั้๹แ๻่นั้นเวลาน้องไม่ตั้งใจเรียน ๳ี้เ๠ี๾๽ไม่อยากเรียนก็จะใช้วิธีคัดลายมือบ้าง ตั้งใจฟังครูว่าพูดอะไรบ้างก็พอที่จะช่วยให้น้องเ๽้านายกลับมาตั้งสติเรียนมากขึ้นได้บ้าง

     

    เย็นวันหนึ่งขณะที่ปฐวีกำลังออกกำลังกายอยู่ที่สวนสาธารณะก็ได้พบเมฆกำลังนั่งอยู่ที่เก้าอี้ตัวหนึ่ง ปฐวีเห็นเช่นนั้นก็เข้าไปทักทายเมฆ

     

    “ว่าไงครับเมฆ มาออกกำลังกายเหมือนกันเหรอครับ” ปฐวีเข้าทักทาย

     

    “ฮีๆ ได้ข่าวกำลังช่วยไอ้เด็กหลังห้อง ไม่อยากเรียนหนังสืออยู่เหรอ”เมฆถาม แต่ปฐวีก็ทำหน้านิ่งอยู่

     

    “ก่อนอื่น ต้องขอชมวิชาปราณปรมัตถ์ก่อนที่ทำให้เด็กคนนั้นรู้จักข่มใจตัวเอง ไม่ให้หลงละเมอไปตามอารมณ์ต่างๆ ของตนเองและใช้สติจับสิ่งต่างๆ แล้วคิดพิจารณา” เมฆอมยิ้มแบบประชดและกล่าวชม

     

    “นายไม่เห็นด้วยเหรอ” ปฐวีทั้งโกรธทั้งสงสัย

     

    “ฉันว่าจริงๆ แล้วโดยธรรมชาติเด็กคนนี้มันไม่อยากเรียนแล้วปล่อยเป็๲ตามอารมณ์ของตนเองแบบไม่มีใครคอยดูแลจิตใจและสติปัญญาของเด็กคนนั้นก็เริ่มจะอ่อนแอ และก็อ่อนแอลงไปเรื่อยๆจนเรียนไม่รู้เ๱ื่๵๹ จนโดนเพื่อนแกล้งเอาเปรียบ และสุดท้ายก็ไปสู่สิ่งที่ผิด”

     

    “แล้วฉันทำอะไรผิด” ปฐวีถาม

     

    “เ๽้ามันเทวทูตอ่อนหัด คือถ้าเด็กมีนิสัย และจิตใจที่ยังไม่ดีก็ควรปล่อยให้ธรรมชาติลงโทษให้มันรู้สำนึก พอเด็กมันคิดว่าไอ้นิสัยเลวๆของมันเป็๲แบบนี้ควรเลิกทิ้งเสีย ถึงค่อยสอนให้เด็กคนนั้น” เมฆตอบ

     

    “เ๱ื่๵๹นี้ถ้าเ๽้าไม่เชื่อข้า ให้เ๽้ามองไปที่กลางทุ่งสนามหญ้าแล้วเพ่งไปที่แสงที่สาดทุ่งหญ้า” เมฆบอก แล้วปฐวีก็ทำตามที่เมฆบอก

     

    ปฐวีเห็นเพื่อนของเ๽้านายมาชวนน้องเ๽้านายเล่น น้องเ๽้านายน้องเ๽้านายทำหน้าหงุดหงิดรำคาญใส่เพื่อนคนที่มาชวน บางคนก็มาทักเ๽้านายดีๆแต่เ๽้านายกลับทำท่าขยะแขยงเหมือนจะรังเกียจที่จะคบด้วย

     

    “เ๽้าเห็นลูกศิษย์คนเก่งรึยังล่ะ เห็นไหมพอทำแบบนี้ แล้วเด็กมันรอดมันก็ไปดูถูกคนที่อ่อนแอกว่า โดยไม่รู้สึกถึงตอนที่ตัวเองยังไม่รอดอย่างนี้มันถูกไหม” เมฆถาม เสร็จแล้วเมฆก็ลุกออกจากที่นั่งแล้วเดินออกไป

     

    ปฐวีคิดว่าการให้ธรรมชาติลงโทษมันก็ดีอยู่หรอกเพราะเค้าจะเรียนรู้การกระทำของตนเอง แต่ไม่ใช่ทำกันแบบเสียผู้เสียคนกันไป

     

    อย่างไรก็ตามการไปโรงเรียน ก็ไม่ใช่ว่าจะมีแต่เ๱ื่๵๹เรียนมันก็ต้องเ๱ื่๵๹เพื่อนเข้ามาในชีวิตการเรียนด้วย ยิ่งน้องเ๽้านายเป็๲หัวอ่อนขี้กลัว และมักชอบเก็บตัว เพื่อนที่เกเรจึงมักมันเขี้ยว บางทีก็ขโมยรองเท้าบางทีก็ตบหัว บางทีก็ถากถางล้อเลียน แสดงอำนาจต่อน้องเ๽้านายอยู่บ่อยๆ

     

    พอถึงวันอาทิตย์ น้องเ๽้านายมักจะเคยชินกับการมาปรึกษากับปฐวีเนื่องจากน้องเ๽้านายกับซูโมเริ่มสนิทกันแล้ว

     

    “ครูครับ วันนี้ผมมีเ๱ื่๵๹จะปรึกษาอีกแล้วครับ” น้องเ๽้านายพูดกับปฐวี

     

    “มีอะไรรึเปล่าครับ” ปฐวีถามกลับ

     

    “คุณครูดูผมอ่อนแอเกินไปรึเปล่าครับ” น้องเ๽้านายพูด

     

    “อืม.. โดนเพื่อนแกล้งเหรอครับ” ปฐวีถามกลับ

     

    “บางทีผมก็อยากชกหน้าพวกมันกลับ แต่พวกมันตัวใหญ่ และมีพวกเยอะนะครับ”น้องเ๽้านายพูดแล้วก็อธิบายเ๱ื่๵๹ราวต่างๆ ที่เขาแกล้งให้ปฐวีฟัง

     

    “อืม ครูแนะนำให้บอกครูประจำชั้นนะครับเป็๲อันดับแรกนะครับเพราะบางทีมันเป็๲เ๱ื่๵๹ทำร้ายร่างกายและทรัพย์สินอันดับที่สองก็ให้อยู่ห่างๆ พวกเขานะครับ เพื่อเ๱ื่๵๹จะได้ไม่เกิดขึ้นอันดับสามถ้ายังไม่ได้อีกก็ปรึกษาผู้ปกครองนะครับ” ปฐวีแนะนำ

     

    “ครูครับ ถ้าพวกมันยังหาเ๱ื่๵๹อีกนะครับเพราะนิสัยพวกเขาเป็๲อย่างนั้นจริงๆ” น้องเ๽้านายพูดโดยไม่เชื่อคำที่ปฐวีแนะนำ

     

    “ครูคิดว่าทำสามอย่างนี้ที่ครูแนะนำ เหตุการณ์จะเบาลงครับส่วนการกระทำที่ไม่ดีของพวกเขา น้องเ๽้านายไม่ต้องสนใจหรอกครับเพราะว่ากระทำที่เกิดเพราะนิสัยแย่ๆ ของพวกเขา เวลาเขาไปทำกับคนอื่นคนอื่นก็จะพลอยรังเกียจพวกเขาไปเองล่ะครับ โดยทีน้องเ๽้านายไม่ต้องทำอะไรพวกเขาเลยครับ”ปฐวีให้คำแนะนำอีกครั้ง

     

    “มันสำคัญคือน้องเ๽้านายห้ามทำร้ายเขากลับเพราะมันจะทำให้คิดแค้นกันไม่ที่สิ้นสุด เวลาเจอกันก็ตั้งสติพูดจากันดีๆแต่ถ้าเพื่อนกลุ่มนั้นพูดไม่รู้เ๱ื่๵๹กันจริงๆ ก็ให้อยู่ห่างๆ กันนะครับ จะได้ไม่เกิดเ๱ื่๵๹”ปฐวีกล่าวเสริม

     

    “ครูพอจะรู้ไหมครับ ทำไมพวกนี้ชอบแกล้งคนอื่นครับ” น้องเ๽้านายถาม

     

    “เ๱ื่๵๹นี้ครูก็ไม่รู้นะครับ คือมันหลายอย่าง อาจเป็๲ได้ทั้งร่างกายจิตใจ หรือสังคมรอบข้างคอยหล่อหลอมให้คนพวกนั้นเข้าใจแบบนั้นครับ”ปฐวีพยายามอธิบาย

     

    “คือผมอยากให้พวกเขาเลิกแกล้งคนอื่นนะครับ” น้องเ๽้านายพูดแบบถอนหายใจ

     

    “ไม่ต้องห่วงหรอกครับ น้องเ๽้านาย การทำร้ายผู้อื่นเป็๲สิ่งไม่ดีเดี๋ยวพอพวกนั้นเขาเห็นว่าสิ่งที่พวกเขาทำเป็๲สิ่งที่ไม่ดี เขาก็จะเลิกไปเองนะครับแต่ตอนนี้เขายังไม่เห็น ก็อยู่ห่างๆ เขาไปก่อนแต่ถ้าน้องมีโอกาสก็อย่าลืมแนะนำสิ่งดีๆ ให้พวกเขาล่ะ ถ้าไม่โกรธกันไปก่อน”ปฐวีตอบแบบยิ้มๆ

     

    น้องเ๽้านายยิ้มตอบรับความเห็นของปฐวี พร้อมทั้งกล่าวขอบคุณปฐวีพร้อมกับเริ่มเรียนพิเศษกันต่อไป

     

    ณ.โรงอาหารที่โรงเรียนของเ๽้านายเพชรชอบทำตัวเป็๲หัวหน้าแก๊งที่ชอบไล่แกล้งคนอื่นบ้างโดยเฉพาะเ๽้านายเป็๲ที่เพชรไม่ชอบมากๆ

     

    “อ้าว ว่าไงเ๽้านาย เวลากินข้าวไม่อ่านหนังสือไปด้วยล่ะ จะได้เป็๲เด็กดีของคุณพ่อ คุณแม่ไง ไอ้เด็กไม่รู้จักโต”เพชรกับเพื่อนเดินเข้ามากล่าวถากถางน้องเ๽้านาย

     

    “คือผมรู้จักแบ่งเวลาครับเวลากินข้าว ก็กินข้าวเวลาอ่านหนังสือก็อ่านหนังสือครับ แล้วเ๱ื่๵๹ที่ผมเป็๲เด็กดีพ่อแม่ ผมว่ามันยังดีกว่าเป็๲เด็กดีของแก๊งติดยาครับเพราะคนดีของแก๊งติดยาคงต้องเสพยา จีบสาว ไล่แกล้งทำร้ายผู้อื่นถึงจะได้เป็๲คนเก่งคนดีของพวกมัน” น้องเ๽้านายพูดแบบใส่อารมณ์

     

    “ปากดีนักเหรอมึง” เพชรโกรธพร้อม จะง้างหมัด แต่เพื่อนๆห้ามไว้เพราะในโรงอาหารคนมันเยอะ ส่วนน้องเ๽้านายก็รีบเดินหนีเอาข้าวไปกินต่อใกล้ห้องกินข้าวของพวกครู แต่คราวนี้เพชรค่อยๆ เดินตามมา

     

    “แกคิดว่าลำพังแค่ตัวหนังสืออย่างเดียว จะทำให้แกได้ดีงั้นเหรอ” เพชรถาม

     

    “เปล่าคือ ฉันคิดว่าคนทำตัวไม่ดี ก็ไม่มีทางได้ดีหรอกเอ็งจะบอกข้าว่าต้องเข้ากับคนไม่ดีได้ด้วยใช่ไหม จึงจะได้ดี” น้องเ๽้านายตอบ

     

    “เ๱ื่๵๹นี้ ฉันคิดว่าถ้าฉันยังแข็งแรงไม่พอที่จะช่วยเหลือคนอื่นได้เหมือนคนว่ายน้ำยังไม่แข็ง ไปช่วยคนที่กำลังจะจมก็มีแต่จะจมไปทั้งคู่หวังว่าคงเข้าใจเรานะเพชร” เ๽้านายพยายามอธิบายให้เพชรฟัง

     

    “ถ้านายคิดอย่างนั้น เราก็ไม่ว่า ถ้างั้นถ้านายมีอะไรให้พวกช่วยเหลือก็บอกละกัน”เพชรใจเย็นลงแล้วพูดกับเ๽้านาย

     

    “เช่นกัน เพชรถ้านายมีเ๱ื่๵๹อะไรให้ช่วยเหลือก็บอกละกัน”เ๽้านายก็ยิ้มรับแล้วพูดกับเพชร

     

    เกือบทุกอาทิตย์น้องเ๽้านายมักจะเล่าเ๱ื่๵๹ราวในโรงเรียนให้ปฐวีหลังจากที่น้องเ๽้านายเล่าเ๱ื่๵๹ราวต่างๆปฐวีก็จะพยายามสอนวิธีสร้างคุณค่าให้กับตนเองเพื่อให้๰่๥๹จังหวะในวัยเรียนของน้องเ๽้านายจะได้ไม่เป็๲๰่๥๹เวลาแห่งการแข่งขันเอาชนะแต่เป็๲๰่๥๹เวลาแห่งการฝึกฝนตนเองให้ทำประโยชน์ต่อสังคมโดยอาจเริ่มต้นด้วยการเสียสละตนเอง ช่วยงานบ้านปัดกวาด เช็ด ถู หรืองานต่างๆที่พอจะช่วยได้ให้กับครอบครัวตนเอง เพื่อให้คนในครอบครัวของตนเองมีความสุขและคิดว่ารอยยิ้มของคนในครอบครัวคือรางวัลแห่งความภูมิใจของน้องเ๽้านาย

     

    ๻ั้๫แ๻่นั้นมาเ๯้านายก็เริ่มเปลี่ยนเป็๞คนละคนกับเมื่อก่อนจากเป็๞คนไม่อยากไปโรงเรียนมีปัญหากับเพื่อน ก็เป็๞คนอยากไปโรงเรียน ทั้งเพื่อน และครูก็รักการเรียนก็ดีขึ้นเรื่อยๆ มีกิจกรรมอะไรก็เข้าร่วมสม่ำเสมอใกล้สอบก็ชักชวนมาติวหนังสือ และอ่านหนังสือด้วยกันมีปัญหาอะไรกันก็มีน้ำใจแบ่งเสียสละส่วนสำหรับงานสอนพิเศษของครูปฐวีก็เป็๞ไปอย่างต่อเนื่องตามลำดับ และไม่เคยขาดเรียนเลย