“แล้วนี่ท่านฝึกคนของท่านไปมากเท่าไหร่แล้ว” อันดาถามตาใส
“ปืนกับะุที่เ้าทิ้งไว้มันมีจำนวนจำกัด ข้าให้พวกองครักษ์เงาของข้าฝึกเท่านั้น แต่ปืนกลมือของเ้าน่ะ มันเล็กเกินไป สามารถขยายขนาดได้หรือไม่” แม่ทัพถาม
“มันมีตัวเลื่อนเข้าออก เดี๋ยวกลับไปข้าจะทำให้ดู” อันดาเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าลืมบอกว่ามันมีตัวเลื่อนล็อกได้
“ไหนๆ ก็ออกมาแล้วเ้าตามข้ามา” แม่ทัพพาเธอะโขึ้นเหนือยอดไม้ ไปยังต้นทางของลำธาร ในป่าทึบมีน้ำตกใหญ่ที่สวยงาม
เป็ทิวทัศน์ที่มอบความสดชื่นให้ได้มากทีเดียว แม่น้ำตกใหญ่จะส่งเสียงคำรามตลอดเวลา แต่ตัวลำธารนั้นใสมองเห็นเบื้องล่างได้อย่างชัดเจน
โขดหินน้อยใหญ่ที่ถูกกัดกร่อนตามธรรมชาติมีตะไคร่น้ำสีเขียวเกาะสีเหมือนมรกตทำให้ภาพตรงหน้านั้นติดตราตรึงใจเป็อย่างมาก
“โห สวยจัง"อันดาอุทานออกมาเบาๆ มันสวยจนเธอแทบจะลืมหายใจ ที่ตรงนี้กับพื้นที่แห้งแล้งด้านนอกมันต่างกันราวฟ้ากับเหว
“ที่นี่เป็ที่ลับของข้า โดยทั่วไปสภาพภูมิประเทศอย่างนี้ไม่น่าจะมีน้ำตกใหญ่ และด้านนอกไม่ควรจะแล้งอย่างนี้ ดูเหมือนว่ามีคนมาเปลี่ยนทางน้ำ และน้ำจากที่นี่สามารถทำทางเบี่ยงให้ไหลออกไปทางหมู่บ้านได้” แม่ทัพหยางบอก
“ใครมาเปลี่ยนทางน้ำ” อันดาเริ่มสงสัย คนเปลี่ยนทางน้ำต้องเป็คนที่โเี้มากแน่ๆ ที่ทำให้คนอื่นเดือดร้อนกันในหมู่มาก
“ข้าไม่แน่ใจ” ส่วนใหญ่น่าจะเป็ผู้มีอำนาจ เพราะการเปลี่ยนทางน้ำต้องใช้แรงงานคนในการขุดร่องน้ำใหม่ และถมร่องน้ำเดิม
“แล้วทำไมท่านไม่ไปดูทางน้ำว่ามันไปทางไหนล่ะ ถ้าใครได้ประโยชน์ก็เป็คนนั้นที่ขุดไม่ใช่เหรอ” อันดาแปลกใจเื่แค่นี้ทำไมไม่รู้
“ตามข้ามา” แม่ทัพหยาง พาอันดาบินมาที่จุดเบี่ยงน้ำ น้ำนั้นไม่ได้ไปต่อที่ไหนมันวนกลับเข้าไปในป่า ซึ่งทำให้ที่ในป่าตรงน้ำน้ำท่วมแต่น้ำนั้นก็ไหลออกไปทางต้นน้ำอีกทางที่เป็สายหลักของลำธารที่มีอยู่แล้ว
“ศัตรูแน่ๆ พวกมันกำลังทำลายระบบนิเวศใหญ่ เป็ไปได้ว่าชาวบ้านที่ปลายทางอีกด้านก็จะประสบปัญหาน้ำท่วมด้วยทำไมท่านไม่เบี่ยงทางน้ำกลับเล่า” อันดาถาม
“นั่นก็เพราะว่าข้าเพิ่งจะพบที่แห่งนี้ และ่นี้เป็่า เรายังไม่มีเวลาพากำลังพลมาที่นี่ เพราะในนี้เป็ป่าลึก การเดินทางเข้ามาถ้าไม่บินเข้ามาอย่างนี้ก็เป็อันตรายจากสัตว์ป่าและพืชพิษด้วยเช่นกัน ที่พาเ้ามา ก็เพื่อให้เ้าหาวิธีเบี่ยงทางน้ำโดยไม่ต้องใช้กำลังพลมากนักและไม่ทำลายร่องน้ำที่มีอยู่ด้วย” นายพลหยางถาม
“ท่านรู้จักวิธีทำฝายมั้ย แต่ต้องใช้กำลังพลตัดต้นไม้แล้วก่อฝายด้านนี้ พอน้ำเปลี่ยนเส้นทางค่อยไป แล้วถ้านำกำลังพลเข้าจากอีกฝั่งจะได้หรือไม่” อันดาถาม
“ไม่ได้เพราะเป็หน้าผาสูง ทางเข้าที่ปลอดภัยที่สุดคือเข้ามาจากชายป่า” แม่ทัพหยางตอบแล้วผิวปากเรียกเหยี่ยวแล้วกระซิบบางอย่างข้างหูของเหยี่ยวแล้วดูเหมือนเ้าเหยี่ยวนั่นจะเข้าใจเขาทุกอย่าง
“ท่านพูดกับเหยี่ยวนั่นรู้เื่ด้วย” อันดาถาม
“ใช่ ข้าเจออาเฟยตอนมันาเ็น่าจะถูกล่าน่ะ เลยรักษาและฝึกให้มันปฏิบัติภารกิจ มันกับข้าเปรียบเสมือนเป็พี่น้องกัน ไว้ใจได้” ดูเหมือนแม่ทัพหยางจะไว้ใจสัตว์มากกว่าคนจริงๆ สายตาของเขานั้นมีความเชื่อมั่นมากกว่าเวลาที่เขามองหลานชายตัวเองเสียอีกนะ
ในขณะที่แม่ทัพกับอันดากำลังวางแผนย้ายทางน้ำอยู่นั้น ในพระราชวังก็มีความวุ่นวายเกิดขึ้นั้แ่เมื่อสองวันที่แล้ว เมื่อเกิดปรากฏการณ์ฟ้าผ่ากลางวันแสกๆ โหรต่างก็ต้องเข้าวังมารายงานปรากฏการณ์ครั้งนี้
“ว่าอย่างไรท่านโหราจารย์” เจียหลงฮ่องเต้ ที่กังวลกับเหตุการณ์ประหลาดที่เห็นได้ชัด เมื่อตอนเที่ยงวันเกิดฟ้าฝนห่าใหญ่พายุ ฟ้าลั่นและผ่าลงมาที่ลานกลางพระราชวัง จากนั้นทุกอย่างก็กลับมาสงบเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“วันที่เกิดเหตุนั้นปรากฏดาวเก้าดวงเรียงตัวกันเหมือนการเข้ามาเป็พยานของการกลับมาของเทพเซียนหรือไม่ก็เป็หงส์เพลิงในตำนาน เหตุนี้เคยเกิดขึ้นเมื่อแปดปีที่แล้วพร้อมกับการตของเสียนฮองเฮาและการหายตัวไปของท่านหญิงผิงอันพ่ะย่ะค่ะ” โหรที่กลับไปรวบรวมข้อมูลจากสำนักสรุปความได้จากปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น
“หมายความว่าอย่างไร เสียนฮองเฮาจะฟื้นคืนมาหรือท่านหญิงจะกลับมา” ฮ่องเต้ตื่นเต้น เหตุการณ์เมื่อแปดปีที่แล้วนอกจากเขาจะสูญเสียฮองเฮาอันเป็ที่รักไป แต่ในคืนเดียวกันนั้นทำให้ข้อตกลงความสงบเริ่มมีความระหองระแหงเกิดขึ้น
นั่นก็เพราะองค์หญิงแห่งซีเป่ยที่มาสมรสเพื่อสานสัมพันธ์กับซื่อจื่อที่เป็ลูกพี่ลูกน้องของเขาและเพื่อเป็การให้เกียรติองค์หญิงจากซีเป่ย เขาจึงอวยยศให้ซื่อจื่อคนนั้นเป็เวยอ๋องนั้นทำให้เกิดความสงบในชายแดนและการค้าก็รุ่งเรือง การเจริญสัมพันธไมตรีกับซีเป่ยต้องหยุดลงเมื่อทายาทแห่งความปรองดองของสองแคว้นหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย
มีการเข้าแทรกแซงของสายลับจากซีเป่ยเข้ามาไม่น้อยเพื่อการตามสืบหาตัวท่านหญิงผิงอัน หากได้นางกลับคืนมา ความสงบก็จะได้กลับคืนมา
“ฝ่าา ท่านอัครเสนาบดีขอเฝ้าเฝ้าพ่ะย่ะค่ะ” เหรินกงกง เข้ามารายงาน
“ให้เขาเข้ามา เื่นี้อาจเกี่ยวข้องกับเขามากกว่าเราเสียอีก” เจียหลงฮ่องเต้อนุญาตให้เสนาบดีซ้าย ที่จริงเขาคือเวยอ๋องนั่นเอง เพราะเขานั้นเป็ลูกขององค์หญิงหยางเฟยเซียนที่เป็มาตุฉา หรือป้าของฮ่องเต้องค์ปัจจุบัน เหตุเพราะการแต่งงานจึงได้อวยยศเพื่อเป็เกียรติแก่ทางภรรยาเท่านั้น
แต่หลังจากที่ท่านหญิงผิงอันหายตัวไป เขาจึงคืนยศ และเข้าสอบรับตำแหน่งอัครเสนาบดีแทนเพราะเขาเป็คนที่มีความสามารถทั้งบุ๋นและบู๊ ทั้งยังรั้งตำแหน่งผู้นำตระกูลกู้ที่เป็ตระกูลแม่ทัพใหญ่ของแคว้นต้าซาน ไม่แพ้ตระกูลหยางของฮ่องเต้แม้แต่น้อย
“ขอพระองค์ทรงพระเจริญหมื่นปี หมื่นๆ ปี"อัครเสนาบดีกู้
“ลุกขึ้นเถิด” เจียหลงฮ่องเต้
“มีเบาะแสใช่หรือไม่ท่านโหราจารย์” อัครเสนาบดีตื่นเต้น
“ใช่ขอรับท่านอัครเสนาบดี ดาวที่มาเรียงตัวกันเหมือนมาเป็พยานการกลับมาของนาง คืนก่อนท่านเซียนได้มาหาข้าและแจ้งว่าอีกไม่นาน ท่านจะได้นางกลับคืนมาตอนนี้ไม่ต้องทำอะไร แต่นางนั้นต้องเผชิญชะตากรรมของนางก่อน ดวงของนางนั้นต้องเผชิญการพลัดพรากถึงสามครั้ง ตอนนี้นางผ่านด่านกรรมสองด่านแล้ว เหลือด่านสุดท้ายที่นางต้องเผชิญด้วยตนเอง ท่านจงรอเถิด ไม่นานนางจะได้กลับมาและสร้างความรุ่งเรืองและสันติภาพให้แก่แคว้น” โหราจารย์รายงาน
“ขอบคุณ” อัครเสนาบดีตอบอย่างสงบ ทั้งที่ในใจเขาอยากจะรีบกลับไปหาพระชายาแจ้งข่าวดีนี้ให้นาง
“ขอบคุณท่านมาก ท่านกลับไปพักเถอะ” เจียหลงฮ่องเต้ให้โหราจารย์กลับไปหลังจากที่คุยรายละเอียดและสอบถามเรียบร้อยแล้ว
“ท่านพี่ ท่านคิดเห็นการใด แล้วพี่สะใภ้ของข้านางให้อภัยเราบ้างหรือยัง” เมื่อไล่ให้ทุกคนออกไปแล้วฮ่องเต้จึงปรึกษากับอัครเสนาบดีในฐานะพี่ชาย
“นางใจแข็งมาก ตอนนี้แม้แต่ลูกอย่างเหอผิง และหนิงเทียนยังไม่สามารถโน้มน้าวใจนางได้เลย ทำอย่างไรนางก็ไม่ยอมกลับมาจากอารามซีเปียนเลย” เขามีแค่ลูกสาวคนเดียว และลูกชายอีกสองคนแต่นั่นก็ไม่ได้ช่วยให้ภรรยาสงบใจได้เลย