อธิบดีมองตามหลังคนที่เรียกเขาว่าหมาน้อย และแทนตัวเองว่าพี่หมีหน้าตาเฉยไปด้วยสายตางุนงงปนเขินมือเล็ก ๆ ทั้งสองข้างยกขึ้นจับใบหน้าหวาน ๆ ของตนเองวัดอุณหภูมิดู เพราะรู้สึกว่าใบหน้าของเขาจะร้อนผะผ่าวบริเวณมุมปากหดเกร็งจนดึงริมฝีปากให้ยิ้มออกโดยไม่รู้ตัว ก่อนที่หมาน้อยสีชมพูจะเดินตามพี่หมีสีฟ้าเข้าไปในครัวด้วยอีกคน
“วันนี้หมาน้อยจะทำอะไรกินแล้วจะให้พี่หมีช่วยอะไร บอกมาได้เลย” ปกป้องยืนกอดอกอิงสะโพกกับเคาน์เตอร์วางเครื่องครัวหันหน้ามาทางปากประตูครัว เอ่ยถามคนที่เดินตามเข้ามา
“ผมว่าจะทำแกงส้มกุ้ง ปลากะพงทอดราดน้ำปลาแล้วก็ผัดเปรี้ยวหวาน เดี๋ยวเราช่วยกันล้างผักก่อนละกันครับ ใช้ผักหลายอย่างเลยวันนี้”พ่อครัวมือหนึ่งของบ้าน พูดพร้อมกับเดินเข้าไปเปิดตู้เย็นหยิบวัตถุดิบต่าง ๆ ออกมา
“เอาสิ”ปกป้องเดินไปหยิบผักที่อธิบดีหยิบออกมาจากตู้เย็น วางไว้ที่เคาน์เตอร์กลางห้องแล้วตรงไปที่อ่างล้างจานซึ่งเป็แบบสองหลุม
อธิบดีหยิบผักที่เหลือเดินตามไปประจำอ่างล้างจานอีกหนึ่งหลุมที่ว่างอยู่ช่วยกันล้างจะได้เสร็จเร็วขึ้น เนื่องจากวันนี้จะใช้ผักหลายอย่างเพื่อนำมาทำอาหารทั้งสามจานถึงแม้ว่าปลากะพงทอดราดน้ำปลาจะไม่มีผักเป็ส่วนประกอบ แต่ว่าพ่อครัวมือหนึ่งก็้าใช้ผักในการจัดจานอยู่ดี
“ผักกาดหอมนี่ซื้อมาทำอะไรเยอะเนี่ยวันนี้พี่ไม่เห็นมีอะไรที่ต้องใส่มันด้วยเลย”ปกป้องที่หยิบต้นผักกาดหอมออกจากถุงมาเอ่ยถามด้วยความสงสัยวันนี้อาหารสามจานที่คนตัวเล็กบอกว่าจะทำก็ไม่เห็นว่าจะน่ามีผักกาดหอมเป็ส่วนผสมด้วยแล้วที่อยู่ในมือเขานี่ก็เป็ต้นใหญ่พอดูเลยทีเดียว
“เอาไว้รองจานปลาทอดจะได้ดูน่ากินเหมือนที่ร้านไงครับพี่ แต่ไม่ต้องใช้หมดหรอก เอาแค่นี้ก็พอ” มือเล็กๆ ยื่นไปหยิบต้นผักกาดหอมจากมือใหญ่มาดึงเอาก้านออกมาสองสามก้านใส่กลับไปในมือใหญ่ ส่วนต้นที่อยู่ในมือเขาเองก็เอาเก็บใส่ถุงพลาสติกแล้วหันไปวางไว้บนเคาน์เตอร์กลางรอเก็บคืนใส่ตู้เย็น
“ถึงไม่มีผักรอง ปลาทอดฝีมือหมาน้อยก็หมดอยู่ดีนั่นแหละ”คนตัวใหญ่ล้างไปบ่นไป ด้วยเสียดายผักที่เขาล้างอยู่นี้สุดท้ายก็จะเหลือคาจานทิ้งอยู่ดี
และถึงแม้จะไม่ได้บ่นเสียงดังแต่คนที่ตั้งใจทำอาหารให้ออกมารสชาติดีและหน้าตาน่ากินก็ได้ยินเพราะยืนล้างผักอยู่ข้างกัน จึงหันมาอธิบายเพิ่มเติม
“ผักมีประโยชน์ต่อร่างกายนะครับพี่หมีไม่ได้มีดีแค่เอาไว้รองจานอย่างเดียว” คนตัวเล็กไม่ได้พูดเปล่ายังนำดอกแคที่อยู่ในมือมาแปะไว้ใต้จมูกทำเป็หนวดหยอกให้คนตัวใหญ่อารมณ์ดีเลิกบ่นอีกด้วย
“ฮ่าฮ่า มีประโยชน์อย่างนี้ด้วย...”ปกป้องเห็นสิ่งที่คนตัวเล็กทำแล้วก็อดขำไม่ได้ก่อนจะเล่นกลับบ้างด้วยการนำผักกาดหอมที่กำลังล้างอยู่ในมือไปวางไว้บนศีรษะของคนที่เริ่มเล่นก่อน “...อือ หมาน้อยน่ากินขึ้นมาจริง ๆ ด้วย”
“หืม ไอ้พี่หมีเล่นอย่างนี้ใช่ไหม ได้!!” คนตัวเล็กออกแนวฉุนเล็กน้อยอันที่จริงเขาอาจจะหัวเราะไปด้วยก็ได้ หากว่าผักที่นำมาแกล้งเขาไม่ได้มาพร้อมกับน้ำที่สะบัดเปียกเขาไปทั่ว
“นี่แน่ะ” หมาน้อยจึงเอาคืนด้วยการวักน้ำจากอ่างใส่พี่หมีเข้าบ้างเื่อะไรจะยอมเปียกอยู่คนเดียว
“เฮ้ย! ไอ้หมาน้อยเล่นอย่างนี้เหรอ”
หลังจากนั้นห้องครัวจึงกลายเป็ลานสงกรานต์ไปโดยปริยายกว่าศึกสาดน้ำจะจบ สนามรบก็เปียกปอนไปจนหมด
“ไม่รู้มาช่วยงานหรือมาช่วยเพิ่มงานกันแน่เนี่ย เปียกไปหมดเลย” หมาน้อยสีชมพูบ่นกระปอดกระแปดในขณะที่มือก็จับด้ามไม้ถูพื้นถูพื้นที่เปียกอยู่ไปด้วย
“บ่นอะไรหมาน้อย เอาไม้ถูมา พี่ถูให้เองนายไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเถอะ จะได้ออกมาทำกับข้าวต่อรับรองว่ารอบนี้พี่หมีจะไม่แกล้งแล้วครับ” ปกป้องยื่นมือแบขอไม้ถูพื้นจากคนตัวเล็กพร้อมกับเอ่ยคำรับรอง ด้วยน้ำเสียงหยอกเย้าขี้เล่นอีกด้วย
“ไม่เป็ไร ผมทำเอง พี่นั่นแหละไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเหอะ”
“เอามาเถอะน่า พี่ถูเอง พี่เป็คนเริ่มก่อนพี่จัดการเอง แล้วพื้นมันก็ลื่นด้วย เดี๋ยวเราไม่ระวังจะลื่นหัวแตกซะเปล่า ๆ”คนที่มีสำนึกรับผิดชอบ ยื่นมือไปดึงด้ามไม้ถูพื้นมาเมื่อเห็นว่าคนตัวเล็กไม่ยอมส่งให้ตามที่เขาบอก
“ไม่เป็ไรไง ผมทำเอง จะเสร็จแล้วเนี่ย”อธิบดียังคงยืนยันคำเดิม จากนั้นจากศึกน้ำ ก็กลายมาเป็ศึกไม้ถูพื้นไปเสียอย่างนั้นทั้งสองยื้อกันไปมาอย่างไม่ยอมกัน จนเกิดเื่...
“เฮ้ยยยย!!!”
“เฮ้ย! ระวัง!”
ปึ้ง!!
เสียงแรกเป็ของคนตัวเล็กที่เท้าขยับไปเหยียบน้ำที่ยังเช็ดไม่แห้ง ทำให้ลื่นหงายหลังเสียงที่สองเป็ของคนตัวใหญ่ที่เห็นคนตัวเล็กกว่ากำลังหงายหลังต่อหน้าต่อตาจึงเข้าไปดึงร่างเล็กเอาไว้ทันที ทว่าไม่ทันกลายเป็เขาเองก็ล้มทับร่างเล็กไปด้วยอีกคนแต่ยังโชคดีที่มือใหญ่ยื่นไปรองรับศีรษะของคนตัวเล็กเอาไว้ได้ทันเลยรอดจากการหัวแตกไปได้...แต่ปากกลับแตกแทน
ทั้งคู่ตกอยู่ใน่เดตแอร์กันอยู่ชั่วขณะเพราะตอนนี้ทั้งสองอยู่ในสภาพนอนมองตากันด้วยความตกตะลึงลมหายใจเป่ารดใส่กันจนร้อนผ่าวไปทั้งร่าง ริมฝีปากประกบกันอย่างไม่คาดฝันเป็ความพอดิบพอดีของจังหวะการล้ม ที่ทำให้คนตัวใหญ่ล้มลงมาปากกระแทกปากจนตอนนี้คนตัวเล็กกว่าก็รู้สึกถึงรสชาติปะแล่ม ๆ ของเืในปากแล้ว
“พี่ขอโทษ นายเจ็บตรงไหนบ้าง”ปกป้องได้สติรีบลุกขึ้นมาดึงคนตัวเล็กกว่าให้ลุกตามขึ้นมาด้วย
“โอ๊ย! เจ็บก้นเลยเนี่ย”คนที่หงายหลังไปก้นจ้ำเบ้าลุกขึ้นมาคลำก้นตัวเองป้อย ๆ หน้าตาเหยเก
“นายกลับห้องไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนนะเดี๋ยวพี่ไปหยิบยาแล้วตามเอาไปให้ที่ห้อง นายเดินไหวรึเปล่าล่ะ”
“ไหวครับ” คนตัวเล็กเดินกะโผลกกะเผลกมือจับก้นไปด้วย ซึ่งทำให้คนตัวใหญ่กว่าตัดสินใจ เดินเข้าไปช้อนร่างเล็กขึ้นมาอุ้มทำตัวเป็ขาให้คนเจ็บเสียเอง
“เฮ้ย! ไอ้พี่ป้องทำอะไรเนี่ยปล่อยยย.. ผมเดินเองได้ เดี๋ยวก็ตกกันพอดี” อธิบดีใ สองมือรีบคว้าคอของปกป้องเอาไว้ด้วยสัญชาตญาณที่กลัวตก
“ไม่ตกหรอกน่า จับไว้ให้แน่น ๆ แล้วกัน”
“ไม่เอา ปล่อย ผมจะเดินเอง”จะอยู่อย่างนี้ได้ยังไง พอหายใ แล้วก็ต้องมาใจเต้นแรงอีกอย่างนี้ไม่ตายเพราะเจ็บ แต่จะตายเพราะหัวใจวายก่อนน่ะสิ
การดิ้นรนของคนตัวเล็กกว่าไม่เป็ผล เพราะในที่สุดปกป้องก็อุ้มคนเจ็บเข้ามาวางไว้ให้ถึงบนเตียงกันเลยทีเดียว
“เอ้า! เปลี่ยนเสื้อผ้าซะเดี๋ยวพี่ไปเอายามาทาให้” สั่งเสร็จก็เดินออกจากห้องไปไม่ฟังคนที่กำลังอ้าปากจะพูดเลย
“ก้นนะ ไม่ใช่แขนขา จะได้เปิดให้คนอื่นมาทายาได้หน้าตาเฉย”เสียงบ่นกระปอดกระแปดของคนที่กำลังถอดเสื้อเปียกออกจากตัวไปพร้อมกับ เดินในลักษณะไม่ปกตินักไปเปิดประตูตู้หยิบผ้าขนหนูมาพันท่อนล่างเพื่อจะถอดกางเกงที่เปียกออก
แต่แล้วจู่ ๆความรู้สึกที่ว่าเหมือนถูกจับจ้องอยู่ก็เกิดขึ้นคนที่กำลังโก้งโค้งดึงกางเกงออกจากปลายขาอยู่จึงได้หันไปมองตามสัญชาตญาณแล้วก็ได้เห็นคนที่ยืนแข็งค้างอยู่ที่หน้าประตู
“เอ่อ...ยามาแล้ว นายเจ็บตรงไหนบ้างล่ะไหนดูหน่อยสิ” คนที่ตกตะลึงในความขาวของคนตัวเล็กไปชั่วขณะเอ่ยขึ้นเมื่อได้สติ
“ไม่เป็ไรครับ เดี๋ยวผมทาเอง”อธิบดีเดินเข้าไปจะหยิบหลอดยามาทาเองอย่างที่พูด
“นายจะทาถนัดเหรอ พี่ทาให้ได้นะ ผู้ชายกันเองไม่ต้องอายหรอก”
“ผมทาได้ครับ พี่ป้องไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเถอะเปียกเหมือนกันนี่” คนเจ็บยังยืนยันคำเดิมมือเล็กก็ยังคงแบเพื่อรอรับยาอยู่เช่นนั้น
ปกป้องมองหน้าหวาน ๆ สลับกับมือบาง ๆ ไปมาในที่สุดก็ยอมวางหลอดยาไว้บนมือที่แบแล้วเดินกลับไปเปลี่ยนเสื้อผ้าตัวเองด้วยความรู้สึกและความคิดที่หลากหลาย ทั้งเสียดาย ทั้งห้ามใจ ทั้งเตือนตัวเองรวมถึงความรู้สึกวิบวับในใจตอนนี้ที่มันกำลังส่งผลให้บางสิ่งบางอย่างในร่างกายของเขาเกิดจะคึกคักแข็งแรงขึ้นมาอย่างไม่อาจห้ามได้
คนร่างใหญ่เดินเข้าห้องตรงเข้าห้องน้ำจัดการสำเร็จโทษน้องชายตัวดีที่เกือบทำเอาเขาเสียหน้าต่อหน้าคนตัวเล็ก จนร้องห่มร้องไห้ไปเรียบร้อยจึงได้จัดการเปลี่ยนเสื้อผ้าออกมา ตั้งใจมาเช็ดพื้นห้องครัวต่อให้เสร็จแต่ไม่ทันกับคนตัวเล็ก เพราะเมื่อเขามาถึงก็เห็นหมาน้อยของเขาที่บัดนี้เปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จเรียบร้อยมายืนถูพื้นอยู่แล้ว
“นายไม่ต้องทำแล้ว เดี๋ยวพี่ทำเองไปนั่งอยู่เฉย ๆ เลย” ปกป้องเดินเข้าไปดึงไม้ถูพื้นมาจากมือของคนตัวเล็กซึ่งครั้งนี้ก็ได้มาโดยง่าย เพราะคนที่ถืออยู่ไม่ทันได้ตั้งตัวว่าจะมีคนมาแย่ง
“ผมไม่ได้เป็อะไรแล้ว งานแค่นี้ทำได้สบายมาก”คนที่ถูกแย่งงานไป รีบบอกคนหวังดี แถมยังทำหน้ายิ้มทะเล้นใส่เขาไปอีกด้วย
“แน่ใจ?” ปกป้องเอ่ยถามหน้านิ่ง
“อือ...”
เสียงตอบรับจากลำคอของคนตัวเล็กทำให้คนตัวใหญ่ค่อย ๆ สาวเท้าก้าวเข้าหาสายตานิ่งไม่บ่งบอกอารมณ์สบกับตาที่วิบไหวระยิบระยับอย่างไม่ลดละ
“พะ...พี่จะทำอะไรอะ”อธิบดีชักเริ่มไม่แน่ใจว่าอะไรจะเกิดขึ้น ทว่าเท้าเล็ก ก็ค่อย ๆขยับก้าวถอยตามสัญชาตญาณเช่นกัน
แต่ไม่ทันลำแขนแข็งแกร่งที่ตรงเข้ามารวบร่างของเขาเอาไว้ไม่ให้ถอยหนีแถมยังแนบชิดกับร่างหนาอยู่ตอนนี้จนหัวใจดวงน้อยเต้นเร็วกว่าปกติ ก่อนจะ...
“โอ๊ย!! พี่ป้องผมเจ็บนะ” คนที่ตกอยู่ในอ้อมแขนของคนตัวใหญ่ร้องเสียงหลง เพราะจู่ ๆมือใหญ่ก็บีบเข้าที่แก้มก้น ซึ่งเพิ่งจะนวดยามาเมื่อกี้นี้เลย
“ไหนบอกว่าไม่เป็อะไรแล้วไง”คนตัวใหญ่ยกมุมปากระบายยิ้มบาง ๆ ชอบใจที่จับโกหกคนปากแข็งได้
“ก็เพิ่งจะมาเป็ตอนที่พี่บีบนี่แหละตูดคนนะไม่ใช่เครื่องออกกำลังกายมือ บีบเข้ามาได้”คนตัวเล็กค้อนคนตัวใหญ่เข้าให้วงเบ้อเร่อ พร้อมกับยู่หน้าเอ่ยตอบอย่างไม่ค่อยสบอารมณ์นักทว่าอาการเช่นนั้น ยิ่งทำให้คนตัวใหญ่อารมณ์ดี มองคนตรงหน้าด้วยความเอ็นดู
“ฮ่าฮ่า งั้นก็ไปนั่งพักซะดี ๆ”
“มะ...” จากประโยคยาว ๆ ว่า ‘ไม่ได้เป็ขนาดนั้น’ อธิบดีพูดออกมาได้ยังไม่จบคำแรกด้วยซ้ำก็ถูกคนตัวใหญ่กว่าพูดดักเสียก่อนแล้ว
“หรือว่าต้องให้พี่อุ้มไป”
“ไม่ต้อง” คนตัวเล็กรีบปฏิเสธจนลิ้นเกือบพันกันเพราะดูจากท่าทางของคนตรงหน้าแล้ว เขาจะทำจริงอย่างที่พูดเสียด้วยสิดังนั้นเมื่ออธิบดีพูดจบ จึงรีบเดินไปนั่งที่เก้าอี้เองทันทีเรียกรอยยิ้มจากคนตัวใหญ่กว่าได้อีกครั้ง