บทที่17 :อดีตของพี่น้องผู้สูงศักดิ์
เมื่อเ้าเมืองเฉินตูหายไปจากสายตาเรียบร้อย ทหารองครักษ์เองก็ควบม้ากลับทางเดิมเช่นกัน
จากนั้นทหารมากมายที่คุกเข่าก็ยืนขึ้นพร้อมถอนหายใจอย่างโล่งอก และรีบไปประจำตำแหน่งเดิมของตน
หนิงผิงที่คุกเข่าไปย่อมไม่ได้ให้ความสนใจเฉินเจียง จึงไม่รู้สหายที่อยู่ข้างๆยังคงยืนอยู่ แถมไม่มีความเคารพแม้เพียงนิด แต่ก็ดีแล้วเพราะถ้าหากเขารู้คงจะหัวใจวาย
หนิงผิงหลังจากลุกขึ้นมาจึงหันไปมองเฉินเจียงที่ยืนอยู่ข้าง กล่าวถามคำถามเช่นเดิม แต่ในครานี้ไม่มีใครมารบกวน เฉินเจียงจึงตอบกลับว่า"ได้"
เมื่อได้ยินเช่นนั้นหนิงผิงจึงเดินนำทางไปทางประตูเมือง แน่นอนทหารในครั้งนี้ไม่ได้ห้าม ยังกลับต้อนรับดีกว่าเดิมอีก เพราะผู้แข็งแกร่งเป็ใครใครก็อยากสานสัมพันธ์
...
ณ พระราชวัง
ในพระราชวัง บนบัลลังก์ัทองซึ่งเป็ขององค์จักรพรรดิ บนนั้นจะเป็ใครอื่นอื่นไปไม่ได้นอกจากจักรพรรดิของอาณาจักร
ออร่ารอบตัวช่างดูแข็งแกร่งมีโชคชะตามากมายอยู่รอบร่าง แต่ทว่าออร่าแข็งแกร่งกลับถูกปล่อยขณะกำลังหลับบนบัลลังก์สิ่งนี้แสดงถึงพลังอันแข็งแกร่ง
รอบตัวของท่านไม่มีใครอยู่ใกล้ มันทำให้ตัวท่านดูสูงส่งมากกว่าเดิมเสียอีก จักรพรรดิองนี้คือจักรพรรดิพิรุณแห่งอาณาจักรพิรุณ ทว่าสิ่งที่แปลกก็คือออร่าที่ถูกปล่อยออกมารอบตัวไม่ใช่หลอมกายาขั้น9ทว่าเป็สิ่งที่สูงส่งกว่านั้น
มันไม่ใช่ขอบเขตสร้างปราณขั้น1แต่ออร่าที่ถูกปล่อยมันแข็งแกร่งกว่านั้นเล็กน้อย ช่างไม่น่าเชื่อว่าจักรพรรดิพิรุณจักกลับกลายเป็อัจฉริยะ500ปีจะโผล่มาหนึ่งคน
ขอบเขตที่ท่านอยู่คือหลอมกายาขั้น10สูงส่งเหนือสร้างปราณแต่ก็อยู่ต่ำกว่าสร้างปราณเช่นกัน พระจักรพรรดิทรงพระเนตรเปิดขึ้น
เหล่าขันทีราชครูที่อยู่เบื้องหน้าต่างตัวสั่นงันงก เพราะต่างก็เกรงกลัวในออร่าที่ไม่เข้าใจในร่างกายคนตรงหน้า
ทันใดจักรพรรดิทรงพูด"ได้เวลา ออกเดินทางไปเมืองเฉินตูแล้ว" เหล่าขันทีต่างกล่าวขานรับคำ"พ่ะยะค่ะ กะหม่อมจะเตรียมราชรถรอ"
เมื่อเหล่าขันทีออกไปจากราชวัง ฝั่งทหารมีคนเดินเข้ามาหาจักรพรรดิบนเสื้อเกราะมีคำว่า'หัวหน้าองครักษ์จักรพรรดิ' เขาคนนั้น ไม่สิควรเรียกว่าเธอดีกว่าเธอมายื่นข้างกายจักรพรรดิ
ถ้าหากเป็ผู้อื่นคงถูกตัดหัวไปแล้ว แต่นี้คือผู้แกร่งกล้าของอาณาจักรเช่นกันหัวหน้าองครักษ์มีนามว่าฉิงหรู่ ส่วนจักรพรรดิมีนามว่าฉิงเจิงเทียน
ทั้งสองเป็พี่น้องกัน แต่แน่นอนตำแหน่งหัวหน้าองครักษ์ไม่สามารถได้มาด้วยเส้นสาย แต่ต้องใช้ฝีมือเพราะหากมีฝีมือไม่ดีแล้วให้มาปกป้องจักรพรรดิมันจะต้องเกิดอันตรายขึ้นอย่างแน่นอน
ฉิงหรู่เธอดูสวยเป็ผู้ใหญ่มีรูปร่างที่เซ็กซี่จนชายใดได้มองเป็อันต้องควบคุมตนไม่ได้แม้อายุจะเกือบ25แต่เพราะเป็ผู้บ่มเพาะทำให้มีความอ่อนเยาว์มากกว่าคนปกติทว่าก็สามารถทำให้ร่างกายแก่ช้าได้เท่านั้นหากไม่มีการเลื่อนขอบเขตไปสร้างปราณหรือได้รับยาอายุวัฒนะ
อายุก็ยังคงเท่ากับ100ปีแต่หากดูแลสุขภาพดีแล้วอาจอยู่ถึง140ปีได้
ส่วนฉิงเจิงเทียนมีหน้าตาเป็เทพบุตรลงมาเยือนโลกให้พวกสามัญชนโลกมนุษย์ได้มอง มีผิวขาวเนียนออร่าน่าเกรงขามปล่อยออกมาทำให้สตรีใดได้เห็นเป็อันต้องรู้สึกปลอดภัยอายุ27ปีเป็ผู้มีพร์อย่างน่าเหลือเชื่อ
ถึงพวกเขาจะอายุน้อยแต่ออร่ารอบตัวที่ปล่อยออกมานอกกายมันทำให้ดูมีความ
เป็ผู้ใหญ่ สิ่งนี้เป็เพราะในตอนเด็กพวกเขาเป็เพียงหนึ่งชาวบ้านของหมู่บ้านหนึ่ง
แต่ทว่ามีอยู่วันวันหนึ่ง ในวันนั้นเป็วันที่สงบดูปกติทุกคนในหมู่บ้านต่างทำงานที่ตนมี แต่ฝูงนกฝูงสัตว์มากมายต่างแตกตื่นกัน กลุ่มโจรมากมายหลายร้อยเข้ามาปล้นหมู่บ้าน
ในหมู่บ้านมีเพียงผู้บ่มเพาะสองคือหัวหน้าหมู่บ้านและภรรยาหัวหน้าหมู่บ้านทั้งสองเคยเป็ทหารรับใช้อาณาจักรมาก่อนจะเกษียณ ด้วยความมีผลงานมากมายในการจัดการกลุ่มโจรหลายกลุ่มจึงได้สิทธิ์หัวหน้าหมู่บ้านมาตอนเกษียณ
ทว่าต่อให้พวกเขาทั้งคู่จะกลายเป็หลอมกายาขั้น2แต่ก็มิอาจต่อกรกับกันศัตรูนับร้อยได้ ทำได้เพียงต่อต้านไว้ให้ชาวบ้านหลบหนี กลุ่มผู้ชายที่อยู่ในวัยหนุ่มต่างอยากเข้าไปช่วยแต่ก็ถูกห้ามมีเพียงผู้ใหญ่ที่เคยเป็ทหารเก่าช่วยกันต้าน
พวกเขาสองพี่น้องที่อายุได้พี่อายุได้6ปีน้องอายุได้4ปีต่างก็ต้องตามกลุ่มชาวบ้านหนี แต่ทว่าหากหนีได้พวกเขาอาจจะไม่ได้เปลี่ยนแปลงตัวเองมันคงที่พวกเขาจะต้องกลับกลายเป็ชาวบ้านอีกครั้ง
แต่ในใจของทั้งคูู่ต่างก็อยากให้มันเป็แบบนั้นเพราะความแข็งแกร่งนี้มาได้เพราะต้องแลกกับครอบครัวที่รัก
กลุ่มคนที่ต่อต้านต้องต้านคนนับร้อย โจรที่ไม่ได้สู้กับพวกถ่วงเวลาจึงวิ่งตามชาวบ้านที่หนี พวกชาวบ้านที่ไม่ได้ฝึกร่างกายอะไรมากจะสามารถวิ่งหนีโจรที่ต้องใช้พละกำลังข่มเหงคนอื่นได้หรือ
ใช้เวลาไม่นานโจรพวกนั้นก็ตามทัน เหล่าชาวบ้านเริ่มสิ้นหวัง แต่ก็มีคนเสียสละโดยการหยิบไม้ตามถนนวิ่งเข้าใส่อย่างสิ้นหวัง ในใจเพียงหวังว่าครอบครัวของตนจะสามารถหนีไปได้
การทำแบบนั้นมันก็พอช่วยได้แต่ก็ไม่มาก คนเสียสละส่วนใหญ่จะเป็ผู้ชายมีผู้หญิงเป็ส่วนน้อย
ทันทีที่วิ่งไปถึงตรงหน้ากลุ่มโจรพวกเขาสามารถฟาดไม้ถ่วงเวลาได้บ้าง แต่เพียงไม่นานพวกเขาก็โดนรุมล้อมก่อนบางคนจะโดนฆ่าบางคนโดนจับ
ผู้ชายโดนจับไปเป็ทาส ผู้หญิงจะถูกจับไปบำเรอแก่โจรมากมาย
ภาพคนมากมายตายและเสียสละมันอยู่สายตาของพี่น้องทั้งสอง มันทำให้ในใจของพวกเขาเติบโตอย่างรวด ตระหนักได้ว่าความไร้เดียงสาเป็สิ่งที่อ่อนแอ ความไร้เดียงสาในร่างกายของพวกเขาต่างเลือนหายไปั้แ่ตอนนั้น
แม้การเสียสละจะดูเหมือนช่วยได้ แต่เมื่อเวลาผ่านไปคนจากมากมายสุดท้ายจึงเหลือเพียงห้าสิบกว่าคน ในกลุ่มนั้นมีเด็ก14คน ผู้หญิง29คน ผู้ชาย7คน
กลุ่มคนที่ถ่วงเวลาเริ่มไม่มีคนออกไปจากนั้นบิดามารดาของฉิงหรู่และฉิงเจิงเทียน ขณะวิ่งต่างก็อำลาลูกๆของตน"ข้าหวังว่าพวกเ้าจะปลอดภัย"
คำพูดนี้เป็คำพูดสุดท้ายที่เขาและเธอจะได้ยินจากบิดามารดา
แม้จะอยากให้เื่นี้มันหยุดมากแค่ไหนก็มิอาจทำได้ ฉิงเจิงเทียนผู้เป็พี่ต้องดึงแขนของน้องเพื่อทำให้ความเร็วเพิ่มขึ้น ในตอนนั้นอารมณ์มากมายประทุในร่างกายของเขา
สุดท้ายคนในหมู่บ้านจึงเหลือรอดกันมาเพียง20คน สาเหตุที่กลุ่มโจรเลือกที่จะไม่ตามไปจนจับได้หมดนั้น ห่างไป100เมตรมีเมืองอยู่ซึ่งเป็ที่ที่อันตรายมากสำหรับผู้ทำผิดกฏหมายอย่างพวกเขา
ั้แ่ในวันนั้นในร่างกายของเขามีเหมือนเป็อะไรที่กระหายความแข็งแกร่ง จนถึงวันนี้ความรู้สึกนั้นก็มิอาจหายไปจากร่างกายของฉิงเจิงเทียน
เป็ความรู้สึกที่กระหายความแข็งอกร่งอย่างไม่สิ้นสุด สิ่งนี้ทำให้การฝึกของเขาราบรื่นมากจนแทบไม่มีคอขวด สุดท้ายเขาได้สถาปนาอาณาจักรพิรุณนี้ขึ้นตอนอายุ18ปี
ถือเป็จักรพรรดิที่มีอนาคตไกล แต่ด้วยการที่เขายังไม่สามารถกำจัดกลุ่มโจรที่สังหารบิดามารดาเขาได้ เขาจึงเก็บกดการทะลวงไปขอบเขตสร้างปราณ
แต่ทว่าใครจะไปรู้หลังจากการกักเก็ลปราณปฐีโดยไม่เลื่อนเป็เวลาหลายปีกลับทำให้เขาสามารถทำล้ายคอขวดขั้น10ได้ ในอดีตจนถึงปัจจุบันมีเพียงสำนักระดับ5¹ขึ้นไปเท่านั้นถึงจะสามารถรู้ถึงหลอมกายาขั้น10
หากใครสามารถทะล่วงกลายเป็หลอมกายาขั้น10 สิ่งนี้เป็เสมือนบัตรผ่านสำหรับสำนักระดับสูงได้สบายๆ ต่อให้้ากลายเป็ศิษย์เ้าสำนักก็ยังสามารถทำได้
แต่ทว่า ณ ที่ป่าแห่งหนึ่งของอาณาจักรพิรุณกลับมีแสงเป็เกลียวคลืนสีฟ้า
ตรงเกลียวคลื่นสีฟ้ามีคนโผล่ออกมาทั่วร่างของเขามีอุปกรณ์ที่ดูไม่เหมือนยุคอาวุธเย็นเท่า ในมือสองข้างของชายคนมีเหล็กขนาดเท่าแขนรูปร่างแปลกตา
หากเฉินเจียงมาเห็นสิ่งนี้เขาต้องอุทานออกมาแน่นอน สิ่งที่ชายคนนั้นถืออยู่คือปืนM4 ใบหน้าของมีกล้องอินฟราเรด
ไม่นานหลังจากนั้นก็มีคนหลายร้อยโผล่ออกมา พวกเขาตระเวนไปทั่วเพื่อตรวจสอบก่อนจะทำการสร้างฐานขึ้นมา
คนกลุ่มนี้คือหน่วยรบพิเศษของโลก
_________________________________
1 การแบ่งระดับสำนักจะแบ่งได้เป็1-9ระดับ 1คือต่ำสุด ระดับ9เก่งกาจที่สุด