ผจญภัยในยุค 90 จากผักดองหนึ่งไห สู่ชีวิตใหม่ของหลินเซี่ยน

    ตอนที่ 2 ความตายที่ไร้เงินรักษา...หรือชีวิตเธอไม่มีค่ากันนะ?!

    ตอนที่ 2 ความตายที่ไร้เงินรักษา...หรือชีวิตเธอไม่มีค่ากันนะ?!

     

    ขณะที่แม่ของหลินเซี่ยนต้องไปขอข้าวโพดจากย่า หลินเซี่ยนในร่างใหม่เริ่มมอง “ไหผักดอง” ใบเดียวในบ้านเป็๲ซึ่งอาจจะเป็๲โอกาสแรกในชีวิต

    เสียงฝีเท้าเร่งรีบของแม่ดังลับหายไปนอกประตูบ้าน

    หลินเซี่ยนมองตาม นางคือ หานซิ่วเหมย ผู้หญิงวัยสามสิบปลายที่ร่างกายดูเหนื่อยล้าและทรุดโทรมเกินวัย

    เสื้อตัวเดิมที่เย็บแล้วเย็บอีก สีซีดจากการถูกซักซ้ำๆหลายครั้ง อีกทั้งยังไม่แห้งจากน้ำฝนที่สาดเข้ามาภายในบ้านเมื่อคืน
    น้องชายของเธอ หลินเสี่ยวซาน เด็กชายวัยเจ็ดขวบ นอนขดตัวใต้ผ้าขี้ริ้วด้วยความหิว ร่างกายเล็กผอมแห้ง แก้มตอบดูน่าสงสาร

    สายตาหลินเซี่ยนหันไปมองไหผักดองในมุมห้อง แล้วเห็นขวดแก้วที่แม่ล้างและเรียงเก็บไว้
    ดวงตาของเด็กหญิงๆเปล่งประกายขึ้นมา

    “ถ้าเราทำให้มันสะอาดสักหน่อย แล้วเอาไปขายในตลาดนัดได้ละก็…”
    “หนึ่งขวด หนึ่งหยวน… เริ่มต้นที่เงินหยวนแรก เราอาจเปลี่ยนอนาคตได้จริง ก็ได้นะ
    !”

    หลังจากที่มีความหวังอีกครั้ง หลินเซี่ยนรีบลุกขึ้นคลำหาผ้าขาว อยากจะใช้น้ำร้อนสำหรับล้างมือ และล้างขวดเล็ก ๆ เหล่านี้ให้สะอาดอีกรอบ

    โชคดีที่ชาติที่แล้ว เธอเองก็เกิดและเติบโตในชนบท จนถึงวัยเข้ามหาวิทยาลัยถึงได้เข้ามาเรียนในเมือง หลินเซี่ยนจึงจุดเตาฟืนเพื่อต้มน้ำเป็๞

    เสียงฝีเท้าหนักๆของหานซื่อเดินมาจนถึงลานหน้าบ้านใหญ่

    สำหรับบ้านใหญ่ตระกูลหลิน ถือว่าเป็๞อีกหนึ่งครอบครัวที่ไม่ได้มีความขัดสน

    ตัวเรือนหลักเป็๲บ้านอิฐดินเผา หลังคามุงกระเบื้องดินเผา มีประตูไม้บานคู่ใหญ่ที่เปิดออกสู่ลานดินอัดแน่นและโรยหินกรวด หน้าบ้านมีกระถามต้นพลัมเก่าแก่ ลานบ้านด้านข้างกว้างขวาง ไว้ใช้สำหรับตากข้าว มีเล้าไก่และคอกหมูอยู่หลังบ้าน
    บนตั่งไม้หน้าบ้าน ย่า ซึ่งก็คือหลินไท่ไท่
     นั่งปักผ้าอยู่ ด้านข้างคือ เฉินซื่อฮวา ป้าสะใภ้หน้าตาเคร่งเครียดกำลังซักผ้าอยู่ข้างบ่อน้ำ

    “แม่คะ... ขอแป้งข้าวโพดให้เด็ก ๆ สักสองชามเถอะค่ะ เซี่ยนเอ๋อร์ตื่นแล้วแต่ยังไม่มีแรง” หานซิ่วเหมยกล่าวเสียงเบา

    หลินไท่ไท่หยุดมือจากการปักผ้า เงยหน้ามองลูกสะใภ้ด้วยสายตารำคาญ

    “ข้าวโพดมันจะงอกออกเองที่ต้นหรือยังไงซิ่วเหมยเอ๊ยยยย? คิดว่าใครเขาไม่ต้องกินบ้างล่ะ?”
    “แม่... ฉันขอแค่ชามเดียวก็ได้ค่ะ ลูกป่วย ไม่มีแรงลุกเลย…”

    ย่าหลินหรี่ตามองอย่างไม่คิดจะรักษาสีหน้า ก่อนกระแทกเสียงถามกลับ

    “แหม ทีตอนลูกแกเริ่มมีไข้ แกมาขอเงินข้า ข้าไม่ให้ แกทำหน้าเหมือนจะฆ่าคนทั้งบ้าน ให้ตาย!ทีตอนนี้มาร้องขอแป้งข้าวโพด ไม้ให้เงินไปหาหมอก็ไม่เห็นนังเด็กเวรนั่นมันตายเลยนี่”

    เฉินซื่อฮวา ป้าสะใภ้ซึ่งนั่งซักผ้าอยู่ใกล้ ๆ หัวเราะหึๆ เสริมทันที

    “นั่นสิแม่ ฉันยังวันนั้นได้อยู่เลย ซิ่วเหมยมาเคาะประตูแต่เช้า บอกว่าจะพาลูกไปหาหมอในอำเภอ! ”

    หานซิ่วเหมยหน้าซีด กำชายเสื้อแน่น

    “ก็เพราะฉันไม่มีทางเลือก... หลิวเซี่ยนไข้สูงมาก... แล้วดูสิ ลูกฉันก็ไม่ไหวจริง ๆ เป็๞ไข้สูงสามวันสามคืน จนฉันใจจะขาดอยู่แล้ว...”

    หลินไท่ไท่วางสะดึงปักผ้าลงดังปึ้ง ก่อนลุกขึ้นยืนตรง

    “ฟังให้ชัดนะ! เงินข้ามีแค่ก้อนเดียว ข้าส่งให้ เจี้ยนกั๋ว ไปเรียนวิทยาลัยในเมืองแล้ว แล้วอีกส่วนก็ต้องส่งให้ ตงไห่ ลูกชายของซื่อฮวา มันเรียนมัธยมปลายในอำเภอ เด็กมันต้องเช่าหอพัก ต้องกินต้องใช้อีก!”

    “แล้วแก... บ้านรองที่มีแต่ลูกสาว กับเด็กน้อยที่ป่วยออดๆแอดๆเสียเงินซื้อยาทุกเดือน กินยาอย่างกับหลุมดำไม่มีก้น จะมาเอาอะไรอีก!”

    หานซิ่วเหมยน้ำตาคลอ 

    “แม่... ฉันไม่เคยอยากให้เป็๲แบบนี้เลย... เ๱ื่๵๹เงินไปรักษาลูก ก็ให้แล้วไปเถอะ... แต่ข้าวโพดนี่ฉันจะเอาไปบดต้มก็ยังดี... ลูกจะได้มีแรงอยู่ต่ออีกสักวัน”

    หลินไท่ไท่มองลูกสะใภ้อย่างไม่สะทกสะท้าน

    “ข้าจะให้... ก็เพราะสงสารที่นังเด็กนั่นมันฟื้นมาได้”
    “แต่ข้าวโพดน่ะ ข้าจะให้แค่ชามเดียว อย่าหวังจะได้เท่ากับบ้านใหญ่!”

    เฉินซื่อฮวาสะบัดน้ำออกจากผ้าเสียงดัง ก่อนหันมายิ้มเย้ย

    “ดีแล้วแม่ ถ้าให้มาก เดี๋ยวพวกมันจะเคยตัว!”

    หานซิ่วเหมยกัดฟันแน่น รับชามข้าวโพดมากอด น้ำตาหยดแล้วหยดเล่าไหลลงบนหละงมือเธอ เธอก้มหน้าลงร้องไห้เงียบๆ ไม่ใช่เพราะอาย… แต่เพราะปวดใจ

    เธอเป็๲แม่ที่ไร้ความสามารถจริงๆ


    เด็กหญิงวัยเก้าขวบจัดไหผักดองวางเรียงหน้าระเบียง เตรียมขวดเก่า ๆ ที่แม่ล้างไว้ นำมาต้มฆ่าเชื้อก่อนผึ่งให้แห้ง

    เดิมทีขวดเหล่านี้เคยใช้ไส่น้ำผึ้งที่ย่าหลินซื้อมา หลังจากน้ำผึ้งหมด ย่าหลินมักจะทิ้งขวดเหล่านี้ แม่ของเธอจึงไปเก็บมาล้างไว้
    หลินเซี่ยนเปิดไหผักดอง กลิ่นดองหอมฉุย ชวนน้ำลายสอ ลอยมาจากแตงดองในน้ำเกลือเข้มข้น

    หานซื่อกลับมาถึง พร้อมชามใส่แป้งข้าวโพด เธอหยุดร้องไห้แล้ว แต่ขอบตากลับแดงเรื่อ

    “เซี่ยนเอ๋อร์... แม่ขอโทษที่แม่ไม่มีอะไรให้มากกว่านี้เลย…”

    หลินเซี่ยนรับแป้งข้าวโพดมาเงียบ ๆ 

    “แม่ไม่ต้องขอโทษ... แม่เลี้ยงฉันมาอย่างดีที่สุดแล้ว”
    “ต่อจากนี้ ฉันจะไม่ปล่อยให้ใครเหยียบย่ำเราได้อีก”

    เธอหยิบขวดแก้วขึ้นมาหนึ่งใบ
    แสงแดดที่ส่องลงมาทำให้แตงดองในน้ำใสสะท้อนประกาย

    “เริ่มจากไหนี้แหละแม่... หนูจะขายผักดอง!”