นางก็แค่ดูเหมือนสาวใช้เองหากมิใช่เพราะใบหน้านี้ของเ้าของร่างเดิมเสียโฉมมานานป่านนี้คงถูกสกุลเย่ขายออกไปเป็ทาสรับใช้แล้วไม่แน่อาจจะตกต่ำกว่าสาวใช้ด้วยซ้ำไป
“ชิงชิงช่างเป็คนที่มีจิตใจงดงามยิ่งนัก~ คนทั่วไปคงโกรธเคืองไปแล้ว”เคออิ๋งอิ๋งเอ่ยพลางยกมือปิดปากหัวร่อ
ทั้งสองฝ่ายจึงรู้จักกันแล้วก็กล่าวทักทายกันตามมารยาทเผยรุ่นจือกับเคออิ๋งอิ๋งมีธุระ จึงขอตัวจากไปก่อน
เย่ชิงชิงหันกลับมามองหยางหลิ่วขณะนี้ชายขี้เมาหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยคาดว่าคงหลบหนีไปเพราะเกรงว่าจะต้องชดใช้ค่าเสียหายพ่อค้าขายร่มผู้โชคร้ายจำต้องดึงรั้งหยางหลิ่วไว้มิให้จากไป
“หากไม่ชดใช้มาหนึ่งตำลึงเงิน ข้าจะส่งพวกเ้าไปให้ทางการ!” พ่อค้าเปล่งเสียงตะคอกอย่างเดือดดาล
หยางหลิ่วปาดคราบเืที่หน้าผากตนเองแล้วแขวนป้ายขายตัวขึ้นใหม่พลางเอ่ยว่า “ข้าไม่มีเงินเ้าค่ะ”
เย่ชิงชิงส่ายหน้าแล้วก้าวเข้าไปขัดจังหวะพ่อค้าผู้ไม่ยอมความง่ายๆสุดท้ายก็ซื้อตัวหยางหลิ่วมาด้วยเงินจำนวนห้าตำลึง
ผู้คนที่สัญจรไปมาต่างพากันเตือนว่าสาวใช้ผู้นี้ดุร้ายนักเกรงว่าจะไม่เชื่อฟังคำสั่งสอน และอาจกลายเป็ข้าทาสข่มเ้านายได้ในภายหน้า
เย่ชิงชิงยิ้มบางๆนางกับครอบครัวบังเอิญ้าคนที่แข็งแกร่งและดุร้าย นางซูมีสถานะพิเศษการซื้อคนรับใช้ชายคงไม่เหมาะสม ส่วนหญิงสาวที่เก่งกาจก็หายากนักครั้นในยามนี้ได้พบคนที่เหมาะสม นางย่อมไม่พลาดโอกาสนี้เป็แน่
ครั้นเย่จื้อเฟิงนำเงินมาให้พ่อค้าขายร่มก็พอใจกับเงินหนึ่งตำลึงเงินที่ได้รับส่วนหยางหลิ่วรับเงินค่าตัวสี่ตำลึงซ่อนไว้ในอกเสื้อแล้วเดินตามหลังเย่ชิงชิงไปโดยไม่ปริปากบ่น
ในยามราตรีเมื่อกลับถึงบ้านนางซูทราบเื่ก็ไม่เห็นด้วย แม้ว่าในยามนี้คนในบ้านจะงานล้นมืออยู่บ้างแต่หากขาดคนช่วยงานก็สามารถจ้างวานคนมาช่วยทำได้การใช้เงินห้าตำลึงเงินในคราวเดียว ทั้งที่มิได้ซื้อมาจากนายหน้าขายคนจะทราบได้อย่างไรว่าเชื่อถือได้หรือไม่ หากนางหลบหนีไปจะไปตามตัวได้จากที่ใด
ความจริงได้พิสูจน์แล้วว่าหยางหลิ่วเป็คนประเภทที่ก้มหน้าก้มตาทำงานหนักไม่ค่อยพูดจาและไม่ชอบยิ้มให้ผู้คน แต่ทำงานอย่างจริงจังและตั้งใจ
นางซูสังเกตการณ์อยู่หลายวันก็เลิกบ่น หากพิจารณาในระยะยาวแล้ว การซื้อสาวใช้ย่อมคุ้มค่ากว่าการว่าจ้างยิ่งไปกว่านั้น ไม่มีราคาใดถูกไปกว่าห้าตำลึงเงินอีกแล้วนางเพียงแต่กังวลว่ายังมิได้มีบ้านเป็ของตน จึงไม่ยอมให้ใช้จ่ายเงินฟุ่มเฟือย
การทำเต้าเจี้ยวถั่วเหลืองที่เคยกล่าวไว้บัดนี้ได้นำมาใส่ในตารางงานแล้ว น้ำพุวิเศษในมิติทำให้เต้าเจี้ยวถั่วเหลืองที่หมักมีกลิ่นหอมเค็มชวนน้ำลายสอรสชาติเข้มข้นน่ารับประทาน เมื่อเติมพริกเพิ่มลงไป ก็ยิ่งเพิ่มความอยากอาหาร
รสเค็มและรสเผ็ดย่อมเป็หนึ่งในวิธีที่มีประสิทธิภาพในการถนอมอาหารเมื่อเย่ชิงชิงได้กลิ่นหอมเข้มข้นของน้ำราดปรุงรสนางจึงตัดสินใจลองทำเนื้อหมูตุ๋นหม้อดินด้วยน้ำปรุงรสเหล่านี้
นำหมูสามชั้นหั่นเป็ชิ้นหมักให้เข้าเครื่องแล้วชุบแป้งทอดให้กรอบ เมื่อเย็นลงแล้วจึงนำไปใส่ในกระทะ เตรียมพร้อมปรุงรสเติมเครื่องเทศปรุงรสต่างๆ ลงไป ตักเต้าเจี้ยวถั่วเหลืองสองช้อน เติมน้ำวิเศษแล้วเคี่ยวด้วยไฟอ่อนๆ
เวลาผ่านไปกว่าครึ่งชั่วยามเนื้อหมูก็ถูกตุ๋นจนหอมนุ่มละมุนลิ้น และด้วยการแช่ในน้ำแกงเป็เวลานานทำให้รสชาติซึมซาบเข้าถึงเนื้อในเย่ชิงชิงยังใส่เปลือกส้มจากมิติลงไปอีกสองสามกลีบช่วยเพิ่มความสดชื่นและตัดความมันของเนื้อได้เป็อย่างดี
นางซูชิมสองสามคำก็ดีใจจนกอดเต้าเจี้ยวถั่วเหลืองไว้แน่นไม่ยอมปล่อย พร้อมกับยิ้มและเอ่ยว่า“เต้าเจี้ยวของเราอร่อยกว่าของคนอื่นนัก นี่แหละคือของวิเศษ!”
“ข้ารู้สึกว่าน่าจะเป็เพราะน้ำในบ่อ” เย่จื้อเฟิงลูบคางครุ่นคิดเขามิได้ชอบดื่มชา ไปโรงน้ำชาก็จะดื่มแค่น้ำต้มสุกเมื่อนำมาเทียบกันจึงเห็นความแตกต่างชัดเจนนักเพราะน้ำบ่อในบ้านของเขาช่างหวานและใส
เย่ชิงชิงแอบใไม่นึกว่าพี่ชายจะสังเกตเห็นแล้ว แต่นางได้เตรียมรับมือไว้แล้วจึงแสร้งทำเป็ประหลาดใจพลางเอ่ยว่า “ได้ยินมาว่าหมู่บ้านเถียนซินเคยเป็ที่พำนักของนางจิ้งจอกผู้เป็เซียนนางหนึ่งและได้ทิ้งสมบัติไว้มากมายบ่อน้ำแห่งนี้คงเป็มรดกที่นางเซียนจิ้งจอกทิ้งไว้กระมังเ้าคะ?”
“นี่มันเื่หลอกเด็กชัดๆ…” นางซูหัวเราะคิกคักพลางเอ่ยว่า“น้ำในบ่อของเรารสชาติดีจริง แต่เรารีบเก็บเงินซื้อบ้านกันเถิดพวกเ้าไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้จ่ายฟุ่มเฟือยอีกแล้ว!”
ยามนี้การซื้อบ้านคือเป้าหมายอันดับแรกพี่น้องเย่จื้อเฟิงย่อมเชื่อฟังคำสั่งเป็อย่างดี
พอเนื้อหมูตุ๋นเย็นลงแล้วจึงนำใส่ในหม้อดินขนาดเล็ก แล้วปิดผนึกปากหม้อให้สนิทเย่ชิงชิงตบพุงหม้อดินพลางเอ่ยว่า “อีกห้าวันเราค่อยเปิดดู”
ผลลัพธ์ที่ได้นั้นน่าประหลาดใจยิ่งนัก!หลังจากผ่านไปห้าวัน เนื้อหมูตุ๋นในหม้อดินไม่เพียงแต่ไม่เกิดสิ่งผิดปกติใดๆแต่ยังส่งกลิ่นหอมกรุ่นเมื่อเปิดหม้อ!
ทั้งสามคนกลืนน้ำลายเอื๊อกเมื่อมองดูหม้อดินเล็กๆทั้งสองหม้อ ในมื้อค่ำวันนั้นทุกคนต่างตักข้าวเพิ่มอีกชามรสชาติช่างหอมอร่อยอย่าบอกใคร
หม้อดินขนาดเท่าฝ่ามือของผู้ใหญ่ที่ใช้ใส่เหล้าเพียงพอสำหรับสามมื้อ เย่ชิงชิงเสนอราคาหนึ่งร้อยอีแปะเพราะความพิเศษและเป็เอกลักษณ์ ราคาหนึ่งร้อยอีแปะจึงไม่นับว่าแพงยิ่งกว่านั้นยังปรุงจากเนื้อสัตว์ล้วนๆ
ในวันรุ่งขึ้นหลังนางซูเตรียมหัวไชเท้าเสียบไม้รสเผ็ดเสร็จเรียบร้อยก็ทิ้งหยางหลิ่วไว้ที่บ้านให้เสียบไม้ต่อไป ส่วนนางก็บังคับรถไปสั่งทำหม้อดินเล็กๆ
เย่จื้อเฟิงเฝ้าร้านที่ถนนจิ้นเหมินส่วนเย่ชิงชิงติดตามนางซูไปด้วย นางตั้งใจจะสั่งทำหม้อดินเฉพาะสำหรับร้านของตนโดยจะสลักอักษรลงบนตัวหม้อดิน
การดำเนินการนี้มิใช่เื่ยากนางซูพาเย่ชิงชิงตรงไปยังโรงทำเครื่องปั้นดินเผาและสั่งทำหม้อดินขนาดเล็กห้าสิบใบในคราวเดียว นางมอบเงินมัดจำให้แก่เ้าของโรงงานและตัดสินใจสลักข้อความว่า ‘เนื้อหมูตุ๋นหม้อดินสูตรชิงชิง’
เย่ชิงชิงรู้สึกอับอายและขบขันในใจนางกลายเป็ป้ายโฆษณาของเนื้อหมูตุ๋นหม้อดิน ไม่รู้ว่าควรจะดีใจหรือไม่...
“ชิงชิงของเราเป็คนมีโชค ใช้ชื่อนี้เป็ป้ายโฆษณาคงจะราบรื่นเนื้อหมูตุ๋นหม้อดินนี้สามารถเก็บไว้ได้นานห้างร้านไท่หรานยังสามารถขนส่งไปขายที่อื่นได้อีกด้วย” นางซูยิ้มแย้มแจ่มใสอุ้มนางขึ้นมาพลางเอ่ยว่า“ไม่แน่ว่าก่อนสิ้นปีเราก็อาจจะซื้อบ้านได้”
สองแม่ลูกดีใจมากจึงพากันนำเนื้อหมูตุ๋นหม้อดินอีกหม้อหนึ่งไปมอบให้เผยรุ่นจือคุณชายเ้าของห้างยุ่งอยู่กับภารกิจพันประการ มิได้อยู่แต่ภายในห้างมีเพียงบ่าวรับใช้ผู้หนึ่งออกมาต้อนรับ
“เชิญท่านทั้งสองนั่งพัก ข้าจะชงชามาให้ท่านคลายกระหาย”
นางซูยิ้มเล็กน้อยให้เขาพลางเอ่ยว่า“รบกวนท่านแล้ว”