Chapter 03
ความรู้สึกของคนเมา
มอสเป็ผู้ชายตัวสูงราว180ซม. เรียกได้ว่าเป็คนที่รูปร่างดีเชียวล่ะ หุ่นของเขาแม้จะไม่ได้มีกล้ามแน่นเป็มัดเหมือนพวกนายแบบ แต่ก็ฟิตและเฟิร์มอย่างพวกที่เข้าใช้บริการฟิตเนสเป็ประจำ รึไม่ที่บ้านก็มีเครื่องออกกำลังกายอยู่สักสองสามชนิด
ผมรู้... เพราะกำลังไถฟีดไอจีของเขาอยู่น่ะสิ
[พ่อกับแม่ผมแยกทางกันั้แ่เด็กแล้ว ผมอยู่กับแม่ แต่ว่าแม่ก็ทำงานอย่างหนักจนแทบไม่มีเวลาให้ ผมสงสารแม่มากเลย]
“...”
[ผมเติบโตมากับความไม่สมบูรณ์ ก็เลยต้องดิ้นรนมากกว่าคนอื่น ผมก็เลยชอบเงิน ทำอะไรก็ได้ที่ได้เงินเยอะ ๆ]
“ก็เลยเลือกมาทำงานที่นี่เหรอ?”
[ก่อนหน้านั้นผมทำธุรกิจส่วนตัวหลายอย่าง ทั้งเปิดร้านเสื้อผ้าในห้าง เปิดร้านทุกอย่างยี่สิบบาท ทำร้านซูชิ แล้วก็เป็นายหน้าขายบ้าน ที่พอจะรู้เื่ความงามมาบ้างก็ตอนเป็ศูนย์กระจายสินค้าประจำภาคตะวันออกของธุรกิจขายตรงแบรนด์หนึ่ง]
“ฟังดูยิ่งใหญ่นะ”
[ก็ได้อยู่นะพี่]
“แล้วตอนนี้ก็ยังทำอยู่เหรอที่ว่ามาทั้งหมดน่ะ?”
[ก็ปิดไปบางส่วนโดยเฉพาะพวกสินค้าตามเทรนด์ แล้วก็หากระแสใหม่ ๆ ไปเรื่อย ๆ]
“นายเก่งนะ ดูเป็คนที่แอคทีฟตลอดเวลา”
ปลายสายหัวเราะในลำคอรับคำชมนิดหน่อย
[แต่พอโควิดก็ทำพังไปหลายอย่างเลยพี่ หนักสุดก็เพิ่งปิดศูนย์กระจายสินค้าที่ว่านั่นไปเพราะบริษัทแม่ก็ปิดตัวลงไปด้วยเหมือนกัน]
“แย่เลยสินะ”
[ยังดีที่อัญญายังทำงานอยู่ที่บริษัทนี้ บวกกับคุณอ้อยวางแผนจะฟอร์มทีมชลบุรีขึ้นมาใหม่เพื่อมาแทนทีมเดิมที่สร้างปัญหาไว้ ผมก็เลยลองมาทำดู]
“อย่างนี้นั่นเองที่มาที่ไปของคุณมอส” ผมแกล้งแซว
ตอนที่คุยกับเขาผมก็เปิดดูรูปในไอจีของเขาประกอบไปด้วย มอสเป็คนที่ชอบอัปรูปเยอะพอสมควร ดูเป็คนเปิดเผยและตรงไปตรงมาเหมือนที่เขาเล่าเื่ส่วนตัวให้ผมฟังอย่างเพลิดเพลิน
ผมไล่ดูเกือบทุกโพสต์ ก็พบว่าใบหน้าเกลี้ยงเกลาของเขาเรียวยาวรับกับสันจมูกที่พอจะดูออกว่าผ่านการศัลยกรรมมาเพราะเป็ทรงสวย ขนคิ้วเข้มเรียงเส้นหนาและกันตกแต่งเป็ทรงอย่างหมดจด ตาสองชั้นหลบในตามเทรนด์หนุ่มเกาหลียอดฮิต แต่นั่นล่ะ ทำให้ไม่ว่าเขาจะมองไปทางไหนก็เหมือนคนพร้อมจะหาเื่คนอื่นตลอดเวลา
ขนตายาวสวยเชียว...
ริมฝีปากอวบอิ่มเหมือนผู้หญิง แถมสีชมพูระเรื่อเสียด้วย แต่มุมปากก็ตกจนทำให้ใบหน้าของเขาหากไม่ยิ้มก็จะดูไม่เป็มิตร
ที่จริงไม่น่าจะเป็เพราะมุมปากตก แต่เป็เพราะนิสัยมากกว่า
ผมพอจะดูออกอยู่หรอก โชคดีของผมสินะที่ถูกมอบหมายให้เป็พี่เลี้ยง ไม่อย่างนั้นก็คงจะถูกหาเื่ไปนานแล้ว ดูจากที่มีเื่วันนี้สิ เขากลัวใครที่ไหนทั้งที่ตัวเองเพิ่งมาใหม่แท้ ๆ
หากไม่ใช่เพราะประกาศตัวว่าเป็สามีของอัญญาคงมีคนเข้าหาเขาเยอะมากทีเดียว ทรงของเขาดูเป็เมโทรเซ็กชวล[1] คิดว่าคงเตะตาทั้งสาวน้อย หญิงทึนทึก และเหล่าแอลจีบีทีคิวในออฟฟิศไม่น้อยทีเดียว
อย่างน้อยพอได้คุย ผมก็ยอมรับว่าสนใจในตัวเขาขึ้นมาสัก... 12%
หมายถึงความไร้มารยาทของเขาที่ผมมองข้ามไป
“พี่ว่ามันแปลกๆ” ‘พี่เพ็ญ’ ทำหน้าวิเคราะห์เื่ที่ผมเพิ่งเล่าให้ฟัง
เธอเป็สาวพลัสไซซ์ลูกสองซึ่งมีตำแหน่งเป็หัวหน้าทีมออดิตของบริษัทแถมยังมีตำแหน่งพิเศษคือเป็ผู้ดูแลท่านประธาน วันนี้เห็นว่าเ้านายจะเข้ารักษาการณ์ที่บู้ธกิจกรรมด้วยเธอจึงต้องมาตามติดเป็นางสนองโอษฐ์ และมักจะอาศัยติดรถผมแบบนี้เสมอ
“แปลกยังไง?” ผมถามกลับพร้อมหาวหวอด
“ก็แปลกที่คุณกายบอกว่าโทรมาคุยเื่งานแค่ครึ่งชั่วโมง ที่เหลือก็คือคุยสัพเพเหระไปจนถึงตีห้า”
“เกือบตีห้าครับ”
“ก็นั่นแหละ ไม่คิดว่าแปลกเหรอคะ คนที่ไม่ได้สนิทหรือรู้จักกันมาก่อน มีอะไรต้องให้คุยกันนานขนาดนั้นคะ”
“นั่นสินะครับ” ผมตอบกลับแบบยียวน
“ถ้าไม่รู้มาก่อนว่าเป็สามีอัญญา พี่คงคิดว่าคุณกายโดนจีบเข้าแล้วล่ะค่ะ”
“บ้าน่าพี่เพ็ญ พูดอะไรน่ากลัว”
“นั่นสินะคะ น่ากลัวมาก” เธอทำท่าทางขนพองสยองเกล้าใส่ผม
“พี่กาย วันนี้วันเกิดมอสนะ” เสียงกระซิบจากสาวหน้าสวยอัญญาเ้าเดิม “หนูซื้อเค้กมาแล้ว”
ผมละสายตาจากการตรวจยอดขายในไอแพดแล้วกะพริบตามองอีกฝ่ายอย่างงงๆ
อัญญาเป็ผู้หญิงที่หน้าตาน่าเอ็นดู ดวงตาของเธอกลมโต ั์ตาสีดำสุกสกาวดูไร้เดียงสา แก้มป่อง ๆ ริมฝีปากจิ้มลิ้ม แถมเวลารวบผมตึงหน้าผากยังโหนกนูนยิ่งดูน่ารักขึ้นไปอีก ผมสีดำขลับของเธอพอมัดเป็หางม้าแล้วยาวไปถึงกลางหลัง
เมื่อยืนคู่กันกับมอสก็ไม่ได้ทำให้ดูแปลกแยกไปเท่าไรนัก มีเพียงส่วนสูงเท่านั้นที่ดูจะต่างกัน เพราะเธอเป็ผู้หญิงตัวเล็ก
“ปกตินายเขาจะให้ความสำคัญกับวันเกิดของผู้จัดการ เผื่อว่า...”
“จะยืมปากพี่วันงั้นเถอะ”
อัญญาหัวเราะแหยๆ โดยที่พักหลังดูเธอจะผ่อนคลายกับการเข้าหาผมมากขึ้น ไม่ค่อยเกร็งเหมือนแต่ก่อนแล้ว
แต่มาบอกเอาตอนใกล้เลิกงานก็กระไรอยู่
พอเหลือบไปเห็นพี่เพ็ญเตรียมเก็บสัมภาระของเ้านายลงกระเป๋า ผมจึงรีบปรี่ไปยังโต๊ะที่ท่านประธานนั่งอยู่
“นายครับ วันนี้วันเกิดมอสนะครับ” ผมกระซิบบอก
“จริงเหรอ?” แล้วเ้านายก็ทำหน้าซีดเซียว “แต่วันนี้ฉันเหนื่อยมากเลย กำลังจะฝากเธอประชุมปิดบู้ธอยู่พอดี ยังไงก็ฝากดูแลน้องใหม่ด้วยแล้วกันนะ ฉันต้องกลับไปพักผ่อนก่อนกลัวจะแย่ไปกว่านี้”
ได้ยินอย่างนั้นก็ยากจะดึงดัน เพราะสีหน้าของท่านประธานในวันนี้ไม่สู้ดีจริงๆ
เมื่อเห็นเ้านายพร้อมด้วยบอดี้การ์ดสองคนและผู้ติดตามอีกสามคนหิ้วของพะรุงพะรังตามกันเป็พรวนไปยังทางออกลานจอดรถ อัญญาก็หันมาทำหน้าเศร้าใส่ผม
“นายกลับไปเลยเหรอพี่?”
ผมพยักหน้าตอบ “นายไม่สบายน่ะ แต่ฝากพี่เป่าเค้กแทนแล้วล่ะ” ผมจึงต้องรับจบอย่างไม่มีทางเลี่ยง
พอเป็ตัวแทนเ้านายประชุมสรุปงานเสร็จแล้ว ผมก็ชักชวนพี่เพ็ญให้ไปร่วมเลี้ยงวันเกิดมอสด้วยกัน รวมถึงชวนผู้จัดการคนสนิทติดตัวผมอีกสองคนไปด้วย
ผมพามาเลี้ยงที่โคเรียนทาวน์ย่านสุขุมวิท เพราะที่นี่มีร้านประจำที่เปิดถึงหกโมงเช้า แถมยังมีห้องไพรเวทสไตล์เกาหลีที่ผมชอบด้วย
เบื้องหน้าของพวกเรามีอาหารเกาหลีพร้อมเครื่องเคียงเรียงรายอยู่เต็มโต๊ะขนาดสองตัวต่อกัน มีก้อนเนื้อหมูสามชั้นหมักรอย่างกว่าสิบจาน ใช้พนักงานสองคนเปิดสองเตาเพื่อบริการพวกเรา
อัญญาเองก็ดูจะเตรียมเซอร์ไพรส์สามีเต็มที่ จัดเต็มอุปกรณ์ปาร์ตี้ ทั้งหมวก ทั้งริบบิ้น และของตกแต่งรุงรังอีกเยอะแยะ
ส่วนผมเองก็นานแล้วที่ไม่ได้ทำอะไรแบบนี้ ถึงผมจะอายุเพียงยี่สิบแปดปี แต่หน้าที่รับผิดชอบก็สูงมาก ทั้งยังต้องวางตัวในฐานะโมเดลขององค์กร ทำให้จะกระดิกตัวทำอะไรก็ลำบาก เพราะต้องคอยดูแลภาพลักษณ์ แถมผมยังเป็พวกอ้วนง่าย ฉะนั้นการกินมื้อดึกหลังหกโมงเย็นเป็สิ่งที่ผมหย่าขาดไปนานแล้ว
แต่วันนี้ก็จะขอผ่อนคลายสักวันแล้วกัน
“แฮปปี้เบิร์ธเดย์ทู้... ยู...~”
หลังจบเพลงก็มีเสียงปรบมือดังเปาะแปะจากจำนวนสมาชิกเพียงไม่กี่คน แต่ก็ดูเหมือนจะสร้างรอยยิ้มให้กับสองสามีภรรยาเป็อย่างมาก แถมพวกเขายังกินจุกว่าที่ผมคิด ไม่ว่าพนักงานจะย่างหมูกี่ชิ้นก็หายวับไปในพริบตาเดียว
เราผลัดกันอวยพรวันเกิดให้เ้าของงาน แล้วถ่ายรูปเล่นกันอีกเล็กน้อย จนกระทั่งเริ่มดึกมากแล้วจึงพากันกลับ
กลับถึงคอนโดกลิ่นเดียวที่ติดตัวผมคือกลิ่นปิ้งย่าง น้ำหอมกลิ่น Yellow Diamond ของVersace ที่ฉีดพรมไว้ทั่วตัวจางหมดแล้วไม่มีเหลือ ผมจึงต้องอาบน้ำชำระร่างกายอยู่นานกว่าจะออกมาก็เกือบตีสี่แล้ว ่นี้ผมนอนดึกติดกันบ่อยจนผิวเริ่มจะแย่เสียแล้วสิ
แต่พอคว้าโทรศัพท์มือถือมาดูอีกทีก็พบว่ามีสายที่ไม่ได้รับถึงยี่สิบห้าสาย และเป็เบอร์ของ...
-มอส-
มีเื่คอขาดบาดตายรึไงนะ
สัญญาณรอสายดังไม่กี่ครั้งอีกฝ่ายก็กดรับพร้อมกรอกเสียงงัวเงีย
[ทำอะไรอยู่ครับ ผมรอพี่ตั้งนานแน่ะ]
“รอทำไมล่ะ? มีเื่อะไรอีกรึเปล่า”
[เปล่า...] เสียงของเขายานคางและงึมงำ เหมือนคนที่นอนตายซากเกยคางอยู่บนเตียง [แค่อยากจะบอกว่าประทับใจมาก ๆ เลย!] จู่ ๆ เขาก็เสียงดังขึ้นมา
ตามสไตล์ล่ะ ก็กระดกโซจูไปเยอะขนาดนั้น แปลกใจที่ยังจะมีสติโทรมาหานี่ล่ะ
[ไม่เคยมีใครทำดีกับผมแบบนี้เลยนะ]
“นายไม่มีเพื่อนบ้างรึไง?”
ผมชักเริ่มแปลกใจ
[ผมไม่คบใครนานแล้ว]
“น่าจะกลับกันรึเปล่า” ผมพึมพำ ดีที่อีกฝ่ายได้ยินไม่ถนัด
[ผมล่ะโคตรชอบพี่เลย! รู้ตัวมั้ย?!]
“...!”
[ชอบ ๆ ๆ ๆ ๆ โคตรจะน่ารัก!]
“เมาใหญ่แล้ว เริ่มเพ้อเจ้อแล้วเนี่ย”
[ไม่เมาผมก็จะพูดแบบนี้แหละ พี่อย่ามาห้าม!]
ผมจึงได้แต่เงียบเพื่อรับฟัง
[ขอบคุณนะครับพี่กาย ไว้เราไปกินกันอีกนะ ผมอยากกินกับพี่ทั้งวันทั้งคืนเลย!]
ถึงมันจะฟังดูแปลกๆ แต่ผมก็คงจะถือเอาสาระอะไรไม่ได้ คำพูดของคนเมาก็ไม่ต่างอะไรกับเปิดน้ำให้ไหลทิ้งนั่นล่ะ...
[1]Metrosexual ผู้ชายที่ใส่ใจกับภาพลักษณ์และดูแลตัวเอง ชื่นชอบที่จะให้ตัวเองดูดีอยู่เสมอ มีรสนิยมในการเลือกเครื่องแต่งกายและการใช้แบรนด์เนม