นิยายแปล ทุ่งรวงทอง **จบแล้ว**

    Re-new ตอนที่ 102 ทำงานชุ่ย

    ตอนที่ 102 ทำงานชุ่ย

     

    ขณะที่เอ่ยนางก็ได้ให้สาวใช้บริการนางต่อหญิงชราหยิบตะเกียบขึ้นมาคีบหัวไชเท้าหวานกรอบและวางมันลงในชาม...นางกินข้าวต้มหมดชามโดยไม่รู้ตัวและยังอยากจะกินอีกนางให้สาวใช้ตักข้าวต้มอีกถ้วย แล้วชิมอาหารอย่างอื่นทุกชนิดบนโต๊ะ แต่สิ่งที่นางกินมากที่สุดก็คือหัวไชเท้าหวานกรอบรสชาติอร่อยนั่น

     

    ในทางกลับกันท่านผู้เฒ่าของตระกูลชอบถั่วแช่เหล้ามากที่สุด ชายชราโปรดปรานในการดื่มเหล้าถั่วแช่เหล้ามีกลิ่นหอมของเหล้าและรสเผ็ดเล็กน้อยซึ่งกระตุ้นต่อมรับรสของเขาได้เป็นอย่างทำให้เขาอยากกินมันไปเรื่อย ๆ โดยที่ไม่อยากหยุดเลยแม้แต่น้อย

     

    สำหรับสมาชิกคนอื่น ๆ ในตระกูล ทุกคนต่างก็พากันชมเชยอาหารเรียกน้ำย่อยทั้งสองอย่างต่อเนื่องโจวซือชู่มีสีหน้าพอใจ ทันใดนั้นเขาก็นึกถึงคำกล่าวของเด็กหญิงตัวน้อยที่สวมเสื้อผ้าเก่าๆ โกโรโกโส ผู้ที่มีพรสวรรค์ที่น่าทึ่งยิ่งกว่าหญิงสาวสูงศักดิ์เหล่านั้น เขาจึงเอ่ยถามปู่ของเขาว่า“ท่านปู่คิดว่าผักดองพวกนี้เป็นเยี่ยงไรบ้างขอรับ ? ”

     

    ผู้เฒ่าโจวหยิบหมั่นโถวเล็ก ๆ ขึ้นมาหนึ่งชิ้นและใช้ตะเกียบคีบถั่วแช่เหล้าไปวางไว้ข้างบนเขาอ้าปากกว้างกัดแล้วหลับตา “มิเลว...”

     

    “ท่านปู่คิดว่าลูกค้าจะชอบหรือไม่ขอรับถ้าร้านเจินซิวจะเพิ่มผักดองเหล่านี้ลงในอาหารเรียกน้ำย่อยด้วย? ” ที่ร้านขายผักดองเด็กหญิงได้เอ่ยถึงความคิดนี้อย่างถ่อมตัวและมันช่วยจุดประกายความคิดในการทำธุรกิจของเขา

     

    เมื่อได้ยินเช่นนั้นดวงตาที่ปิดสนิทของท่านผู้เฒ่าก็เปิดกว้างทันทีเขาวางตะเกียบในมือลงและลูบเครา จากนั้นก็พยักหน้าและเอ่ยด้วยน้ำเสียงพอใจ“ชู่เอ้อร์ ปู่คิดไม่ผิดจริง ๆ ที่คอยจับตามองหลานเอาไว้ หลานเหมือนลูกรองอย่างแท้จริงอ่า...ความคิดนี้พอจะเป็นไปได้อยู่ เยี่ยงนั้นปู่จะให้หลานจัดการก็แล้วกัน ! ”

     

    โจวซือฟางกำหมัดแน่นอยู่ใต้โต๊ะแม้เล็บจะจิกเข้าไปในเนื้อแล้วแต่เขาก็ไม่รู้สึกเจ็บ เขาพยายามอย่างที่สุดที่จะคงรอยยิ้มบางๆ บนหน้าเอาไว้ “ท่านปู่ขอรับ น้องชู่เป็นม้ามืดที่มีความคิดน่าทึ่งอย่างแท้จริงโชคดีที่สมาชิกทุกคนของตระกูลโจวมีสายเลือดเดียวกัน”

     

    ในใจของเขาแอบเกลียดน้องชายอยู่ไม่ว่าเขาจะพยายามอย่างหนักหนาเพียงใด ไม่ว่าจะทำธุรกิจเก่งมากถึงขนาดใหน ในใจของท่านปู่ก็ไม่มีที่พอให้เขาขึ้นมาอยู่เหนือน้องๆ ที่เกิดจากภรรยาของตระกูลได้เลย

     

    แม้ว่าท่านปู่จะชื่นชมเขาในเรื่องความเฉียบแหลมและความสามารถในการทำธุรกิจแต่เขาก็แค่ได้รับกิจการเล็ก ๆ ไม่กี่แห่งเท่านั้น โจวซือชู่เป็นเพียงเด็กน้อยที่ไม่รู้ความอะไรเลยแต่แค่ความคิดง่าย ๆ ที่ใครก็คิดได้ ท่านปู่กลับตัดสินใจให้เขามีส่วนร่วมในธุรกิจมากขึ้นทำให้เขากลายเป็นผู้สืบทอด แล้วเขาจะยอมรับเรื่องนี้ได้เยี่ยงไร ?

     

    ภายในตระกูลโจวซึ่งเป็นตระกูลที่ร่ำรวยที่สุดในเมืองถังกู่มีบางคนที่รื่นเริงยินดีและบางคนที่วิตกกังวล ในทางกลับกัน เสี่ยวเฉายังคงทำหน้าที่ตามปกติของนางต่อไปนั่นคือการทำอาหารตุ๋นและขายอาหารตุ๋นคนทั้งบ้านต่างทำงานกันยุ่งเป็นพัลวันเพื่อให้บรรลุเป้าหมายของพวกเขา

     

    หลังจากนางจางมาสร้างความวุ่นวายและได้สูตรอาหารตุ๋นกลับไปแล้ววันต่อมานางก็ไปที่ตลาดและได้ซื้อหัวหมูขนาดใหญ่หนึ่งหัวและยังทำให้คนขายเนื้อต้องเอาไส้หมูกับผ้าขี้ริ้วหมูให้นางด้วยก่อนที่จะกลับบ้านไปเตรียมอาหาร

     

    ไส้หมูกับผ้าขี้ริ้วไม่เพียงแต่จะสกปรกเท่านั้นมันยังเหม็นอีกด้วย นางจางย่อมไม่อยากทำงานกับของพวกนี้ด้วยตนเองอยู่แล้ว ส่วนลูกสาวของนางก็กำลังจะออกเรือนจะทำให้มือของนางเจ็บหรือทำงานหนักไม่ได้ ดังนั้นหน้าที่นี้จึงตกเป็นของนางหลี่

     

    นางหลี่เป็นคนขี้เกียจชอบแต่จะกินกับนินทาเท่านั้น แล้วนางจะทำงานหนักเช่นนั้นได้เยี่ยงไร ?ถ้าลงแรงไปแล้วเงินเข้ากระเป๋านางเองก็เป็นอีกเรื่องแต่นี่รายได้ทั้งหมดของครอบครัวอยู่ในความควบคุมของแม่สามี นางจึงไม่มีแรงจูงใจในการทำงาน

     

    นางหลี่ใช้มือข้างหนึ่งบีบจมูกขณะที่ใช้น้ำล้างคราบสกปรกที่อยู่ในไส้หมูออกไปจากนั้นนางก็แช่ไส้หมูในน้ำสะอาดสองสามครั้งโดยไม่ได้ขัดถูพวกมัน  ส่วนหัวหมูนั้นนางไม่ได้เสียเวลาเอาขนออกให้หมดเลยด้วยซ้ำไม่ได้ทำความสะอาดหูหมูอีกด้วย นางเอามันใส่ลงไปในหม้อต้มทันที

     

    ระหว่างขั้นตอนการทำนางจางไม่อยากใช้เครื่องเทศให้มากเกินไปเพราะกลัวเปลืองเงิน  นางจึงลดปริมาณเครื่องเทศแต่ละอย่างลงครึ่งหนึ่งส่วนเครื่องเทศที่มีราคาแพงนางก็ตัดออกไปเลย ด้วยเหตุนี้รสชาติของอาหารจึงจืดลงไปด้วย

     

    เนื้อหัวหมูกับเครื่องในตุ๋นที่เสร็จแล้วมีกลิ่นเหม็นของของเสียหมูที่ทำให้ทุกคนอยากอาเจียนใครจะอยากกินของที่มีกลิ่นเหม็นเยี่ยงนี้กัน ?ที่โต๊ะอาหารเฒ่าหยูไม่คิดจะลองเนื้อหัวหมูตุ๋นเลย ตรงกันข้ามเขากลับตบโต๊ะดังปังและตะคอกเสียงดัง“เนี่ยน่ะรึอาหารคน ? เอามันไปโยนทิ้งประเดี๋ยวนี้ !ใครมันจะไปกินของเหม็น ๆ น่าขยะแขยงเยี่ยงนี้ลง ? ”

     

    หยูป่อลูกชายคนที่สามก็อยู่ที่บ้านด้วยนาน ๆ เขาจะมาเยี่ยมบ้านสักครา แต่กลิ่นของอาหารตุ๋นก็ทำให้เขาเกือบจะอาเจียนออกมาอยู่หลายคราเขาทำได้เพียงเลียบ ๆ เคียง ๆ เขี่ยอาการก่อนจะโยนตะเกียบลงและกลับเข้าห้องของตนเองไปประตูห้องของเขาถูกกระแทกอย่างแรงส่วนหยูไซตี้นั้นหยิบเอาแผ่นแป้งและหัวไชเท้าแห้งเดินไปกินที่ลานบ้าน

     

    ไห่สือเป็นคนเดียวที่กลิ่นเหม็นน่าขยะแขยงนี้ทำอะไรเขามิได้เขาคีบเนื้อหัวหมูชิ้นใหญ่ขึ้นมากิน หากเสี่ยวเฉาอยู่ที่นั่น นางคงหัวเราะเยาะอยู่เงียบๆ ‘เจ้าเด็กโง่นี่ ขอให้เป็นเนื้อเถอะ ต่อให้กลิ่นแย่ยิ่งกว่าอุจจาระคน พนันเลยว่าเขาก็ยังจะกินมันเป็นแน่! ’

     

    อย่างไรเสียพวกเขาใช้เงินซื้อหัวหมูไปประมาณ 10 อีแปะ อีกทั้งพวกเครื่องเทศก็เสียเงินซื้อมาเช่นกันโดยรวมแล้วพวกเขาใช้เงินไปประมาณ 20 - 30 อีแปะถ้าโยนอาหารพวกนี้ทิ้งไปก็เท่ากับโยนเงินทิ้งเช่นกัน

     

    นางจางไม่สนใจอะไรทั้งนั้น บ่ายวันนั้นนางเอาหัวหมูตุ๋นกับไส้หมูตุ๋นใส่ตะกร้าและลากนางหลี่ไปที่ท่าเรือกับนาง

     

    “เนื้อห่อละ 1 อีแปะจ้า ! อาหารตุ๋นตระกูลหยูของแท้ดั้งเดิม ! อร่อยและถูก...พี่ชายสนใจซื้อไปลองสักห่อหรือไม่? ” นางจางกระตุ้นให้นางหลี่เค้นรอยยิ้มออกมาและเรียกลูกค้าแต่ในใจนางหลี่ไม่ได้เต็มใจเลยสักนิด

     

    มันเป็นเวลาเหมาะพอดีหัวหน้าซุนไม่ได้มีงานมากนัก เหล่าคนงานจึงพากันมารออาหารตุ๋นห่อละ 1อีแปะของเสี่ยวเฉา เมื่อพวกเขาได้ยินนางหลี่ตะโกน ทุกคนจึงเดินเข้ามา

     

    เฒ่าห่าวหยิบเงิน 2 อีแปะออกมาตามปกติและเอ่ยถามว่า“เอาปลาหมัก 2 ห่อ...วันนี้เสี่ยวเฉาไปไหนล่ะ ? เหตุใดนางมิมา ? ”

     

    ปลาหมัก ? รอยยิ้มบนใบหน้าของนางหลี่แข็งทื่อไปชั่วครู่ตรงกันข้ามกับนางจางที่รีบรับเงินและเอ่ยว่า “หลานสาวของข้าน่ะรึ อ่า...วันนี้นางยุ่งน่ะน้องชายวันนี้พวกเรามิมีปลาหมัก แต่มีเนื้อหัวหมูตุ๋นกับไส้ตุ๋น เจ้าจะเอาหรือไม่ ?”

     

    “เอา เอา !เอาเนื้อหัวหมู 2 ห่อ ห่อใหญ่พิเศษเลยนะ” เนื้อหัวหมูตุ๋นเป็นอาหารโปรดของเฒ่าห่าวเขาเคยชินกับการซื้อปลาหมักในยามเว่ยจนชินดังนั้นจึงค่อนข้างแปลกใจที่วันนี้สามารถซื้อเนื้อหัวหมูตุ๋นได้ในเวลานี้

     

    หลังจากรับห่อกระดาษที่นางจางให้มาแล้วเฒ่าห่าวก็ชั่งน้ำหนักของในมือเล็กน้อย เขาลอบบ่นอยู่ในใจว่า ‘เหตุใดวันนี้เหมือนจะให้ห่อเล็กกว่าเดิม ? ’แต่หลังจากคิดนิดหนึ่งเขาก็คิดว่า ‘เนื้อนี่อร่อยเป็นอย่างมากและราคาเพียงแค่1 อีแปะ ห่อเล็กก็ห่อเล็ก...’ เฒ่าห่าวฉีกห่อกระดาษออกอย่างใจร้อนแต่กลิ่นที่ออกมาไม่ใช่กลิ่นหอมน่ากินเหมือนเคย  มันยากจะอธิบายแต่มันทำร้ายจมูกของเขาจนต้องนิ่วหน้าเขาใช้มือนึงหยิบเนื้อขึ้นมาและพบว่าเนื้อชิ้นนั้นยังมีขนหมูติดอยู่ ขนหมูตั้งตรงสูงสง่าราวกับเป็นเรื่องที่น่าภาคภูมิใจ

     

    อาหารตุ๋นห่อละ 1 อีแปะที่เสี่ยวเฉาขายจะมีกลิ่นหอมน่ากินอยู่เสมอรสชาติอร่อยล้ำ แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือนางทำความสะอาดวัตถุดิบอย่างละเอียดพิถีพิถันอยู่เสมอด้วยเหตุนี้แม้แต่คนโง่ก็สามารถบอกได้ว่ามีบางอย่างผิดปกติกับอาหารตุ๋นอันนี้

     

    เฒ่าห่าวถือห่อเนื้อหัวหมูเบียดฝูงชนเข้าไปเขาโบกชิ้นเนื้อที่มีขนตรงหน้านางจางแล้วพูดว่า “ไอหยา ! ป้าแน่ใจรึว่านี่เป็นเนื้อหัวหมูที่เสี่ยวเฉาทำ ? ”

     

    “ใช่...ใช่สิ ! ขนนิดหน่อยนั้นคงหลบสายตาพวกเราไปได้ตอนเตรียมอาหารน่ะ ก็เลยมิเห็น...น้องชายข้าจะเปลี่ยนห่อใหม่ให้นะ...” นางจางเอ่ยตะกุกตะกักพร้อมรอยยิ้มที่ฝืดเคียงบนใบหน้า

     

    เมื่อเห็นว่าหญิงชราอ้ำอึ้งเฒ่าห่าวก็รู้ว่ามีบางอย่างที่ไม่ชอบมาพากลขึ้นแล้วเขาวางเนื้อชิ้นนั้นกลับลงไปในห่อกระดาษแล้วยัดของทั้งหมดใส่มือนางจาง “เอาไปดมเองสิ! ทุกคราที่เปิดห่ออาหารตุ๋น 1 อีแปะของเสี่ยวเฉา กลิ่นที่ออกมาจะหอมเป็นอย่างมากส่วนของเจ้าน่ะเปิดออกมาแล้วข้าแทบจะอาเจียน นี่มิใช่ของที่เสี่ยวเฉาทำเป็นแน่...ข้ามิอยากได้แล้วเอาเงินคืนมา เอาเงินคืนข้ามา ! ”

     

    นางจางก็เหมือนปี่เซียะเงินทองที่เข้าปากไปแล้วมิมีวันได้กลับออกมาอีกเป็นแน่ ถ้าอยากให้นางคืนเงินก็คงต้องอาศัยโชคแบบสุดๆ ! สีหน้าของนางจางเปลี่ยนเป็นเย็นยะเยือกขึ้นทันควัน นางตะโกนเสียงแหลมว่า“อะไรกัน ! กินเข้าไปแล้วจะมาขอเงินคืน ! คิดว่าจะรังแกยายแก่ผู้นี้ได้ง่าย ๆ รึเยี่ยงไร ? ”

     

    ตอนนี้นางขายไปได้เกิน 10 ห่อแล้ว พอคนที่อยู่รอบๆ รู้ว่ามีบางอย่างผิดปกติ พวกเขาจึงเก็บเงินเข้ากระเป๋าและยืนมองอยู่ด้านข้างแทน

     

    คนงานอีกหลายคนที่เพิ่งซื้ออาหารไปและยังไม่ได้เปิดห่อก็รีบถามขึ้นว่า“ป้าข้าเพิ่งจะซื้อไป ยังมิทันได้เปิดห่อเลย ข้าขอคืนได้หรือไม่ ? ”

     

    เมื่อนางจางเห็นว่าการค้าของนางหยุดชะงักนางจึงมิอยากคืนเงินที่ได้มา นางจึงเริ่มหยิกต้นขาตนเองและเริ่มกรีดร้องเสียงดัง “ไอหยา...เป็นเยี่ยงนี้นี่เอง! พวกเจ้าทุกคนพยายามรังแกผู้หญิงอ่อนแอ 2 คน ! มิอยากจ่ายเงินค่าสินค้ากันล่ะสิ! สวรรค์เห็นทุกอย่างแล้ว พวกเจ้ามิกลัวโดนสวรรค์ลงโทษเลยรึเยี่ยงไรกัน? ”

     

    นางหลี่ก็ร่วมตะโกนด้วย “พวกเรากำลังขายอาหารกันอยู่ถ้ารับอาหารไปแล้ว ใครจะรู้ว่าพวกเจ้าทำอะไรกับมันไปบ้าง ? ถ้าคืนอาหารแล้วพวกเราจะขายให้คนอื่นได้เยี่ยงไร?  ซื้อไปแล้วพวกเรามิรับคืนทั้งนั้นและจะมิคืนเงินด้วย ! ”

     

    เฒ่าห่าวชี้ไปที่เนื้อหัวหมูในมือเขาอย่างหงุดหงิด“อาหารที่เจ้าขายมันกินมิได้ !คืนเงินก็ถูกต้องตามกฎสวรรค์และหลักการของโลกมนุษย์แล้วมิใช่รึ ! ”

     

    “กฎสวรรค์และหลักการของโลกมนุษย์อะไรของเจ้า? มันจะกินมิได้ได้เยี่ยงไร ? ถ้ากินเข้าไปจะตายรึไง ? ก็ลองกินเข้าไปดูสิถ้าตายจริง ๆ พวกเราจะจ่ายค่างานศพให้ ! ” นางจางเข้าสู่โหมดอารมณ์ร้ายปากจัดออกมาแบบเต็มกำลังถึงเยี่ยงไรแล้วนางก็เป็นเพียงหญิงชราคนหนึ่งเท่านั้น เหล่าคนงานที่ท่าเรือจึงไม่กล้าแตะต้องนางถ้าพวกเขาทำ  คงได้โดนลงโทษเป็นแน่ !

     

    เฒ่าห่าวลืมตากว้างด้วยความโกรธ เขากำหมัดแน่นและก้าวออกมาหนึ่งก้าว“นังแก่ เหตุใดถึงมิมีเหตุผลเช่นนี้ ? อีกทั้งยังมาแช่งผู้อื่นให้ตายอีก ! ”

     

    “ไอหยา !เขาจะฆ่าข้า ! ทุกคนโปรดดูไว้ ผู้ชายทั้งกลุ่มรังแกผู้หญิงที่อ่อนแอเพียง2 คน ! มิมีใครที่นี่สนใจเลยรึเยี่ยงไรกัน...”นางจางตกใจกลัวสายตาที่โกรธจัดของเหล่าคนงาน นางถอยหลังไป 2 ก้าวแล้วล้มลงบนพื้น นางตบต้นขาตนเองพร้อมกับกรีดร้องร่ำไห้

     

    เฒ่าห่าวกับคนงานคนอื่น ๆ ไม่รู้จะหัวเราะหรือร้องไห้ให้กับสถานการณ์นี้ดีขายของเยี่ยงนี้ต่อไปใครจะอุดหนุนเจ้ากัน !

     

    “ท่านย่า เกิดอันใดขึ้น ? ใครจะรังแกท่านย่า? ” เสียงของเสี่ยวเฉาดังขึ้นจากด้านหลังของฝูงชน คนงานท่าเรือเปิดทางให้นางเข้ามาเสี่ยวเฉาเดินถือตะกร้าตรงไปหานางจางที่นั่งอยู่บนพื้น

     

    นางจางหน้าไม่หนาพอที่จะยอมให้เด็กรุ่นหลานมาเห็นนางในสภาพน่าสมเพชเช่นนี้นางรีบลุกขึ้นและปัดฝุ่นออกจากร่างกาย จากนั้นก็ตะโกนว่า “เสี่ยวเฉา เจ้ามาพอดีเลย! เจ้าจงใจให้สูตรผิด ๆ ข้ามาใช่หรือไม่ ? มิอยากให้พวกเราขโมยกิจการของเจ้าสินะ? พวกเขาบอกว่ามีบางอย่างผิดปกติกับอาหารแล้วก็อยากจะคืน ! ”

     

    เสี่ยวเฉาเหลือบมองใบหน้าที่อยู่ด้านหลังนางจางและเข้าใจคร่าวๆ ว่าน่าจะเกิดอะไรขึ้น  นางเดินเข้าไปหาเฒ่าห่าวและมองไปที่ห่ออาหารในมือเขาแล้วเอ่ยว่า“ท่านลุงห่าวเจ้าคะ  ขอข้าดูอาหารตุ๋นที่มือของท่านลุงหน่อยได้หรือไม่เจ้าคะ? ”

     

    เฒ่าห่าวส่งห่ออาหารของเขาให้และบ่นออกมาว่า“เสี่ยวเฉาลองดมดูสิ อาหารเยี่ยงควรเอามาให้คนกินได้ด้วยรึ ? ”

     

    เมื่อเอามาดูกลิ่นที่ออกจากห่อก็จู่โจมจมูกของนางจนต้องขมวดคิ้วนางตรวจสอบเนื้อหัวหมูอย่างละเอียดแล้วหันไปเอ่ยกับนางจางว่า “ท่านย่า ก่อนจะเอาเนื้อหัวหมูมาตุ๋นต้องทำให้แน่ใจว่าเอาขนออกจากหัวหมูหมดแล้วนะเจ้าคะแล้วต้องขัดทำความสะอาดสิ่งสกปรกในหูมันให้หมดด้วย ที่สำคัญคือต้องขัดแรง ๆหลังจากนั้นต้องผ่าหัวหมูเอาสมองของมันออกมา จากนั้นก็แช่ในน้ำสะอาดให้เลือดในหัวหมูไหลออกมาให้หมดแล้วต้องนำไปแช่ในน้ำร้อนประมาณ 2 เค่อ นี่เป็นวิธีเดียวที่จะกำจัดกลิ่นแปลก ๆ จากหัวหมูได้แล้วดูเนื้อหัวหมูนี่สิเจ้าคะยังมีขนติดอยู่เลย เห็นได้ชัดเลยว่าคนที่ล้างหัวหมูน่ะทำงานชุ่ย มิได้เรื่อง ! ”

     

    1.     เชื่อกันว่าปี่เซียะ เป็นลูกตัวที่ 9 ของมังกร เป็นสัตว์ที่กินเก่งและไม่มีรูทวาร เป็นสัญลักษณ์ของการพิทักษ์และคุ้มครองทรัพย์สมบัติอันเนื่องจากการเป็นสัตว์ที่กินอย่างเดียวไม่มีการขับถ่าย  จึงมีการปั้นเป็นรูปปั้นเฝ้าหน้าท้องพระโรงภายในพระราชวัง เช่น ฮ่องเต้ปูยีจักรพรรดิองค์สุดท้ายของราชวงศ์ชิงและประเทศจีน ปัจจุบันเป็นที่บูชาของนักพนัน ผู้ที่นิยมเสี่ยงโชคในลักษณะวัตถุมงคลเป็นสัญลักษณ์ของการเก็บทรัพย์ ซึ่งกาสิโนบางแห่งในประเทศจีน,มาเก๊า และฮ่องกง จะมีรูปปั้นปี่เซียะนี้อยู่ด้านหน้าด้วย

    คล้ายกับเรื่องนิยายแปล ทุ่งรวงทอง **จบแล้ว** ที่คุณอ่าน

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508
    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    นิยาย รัก
    149K 452
    God of Holy Aqua Martial (เทวยุทธ์วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์)

    God of Holy Aqua Martial (เทวยุทธ์วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    146K 311
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    712K 1023
    เงาเทพผ่าจันทรา ( Martial MoonKnight )

    เงาเทพผ่าจันทรา ( Martial MoonKnight )

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    481K 312
    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    นิยาย รัก
    615K 1801
    เหนือพิภพ สยบสวรรค์ (ภาค 2 สยบสวรรค์)

    เหนือพิภพ สยบสวรรค์ (ภาค 2 สยบสวรรค์)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.13M 1288
    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    นิยาย แฟนตาซี
    161K 179
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498