๒.
แขนเรียวเล็กเจ็บแทบหัก ไม่กล้าร้องโวยวายต่อหน้าคนงานเยอะ ๆ เขาเหวี่ยงเธอลงกองขี้วัวเปียกชุ่ม หญิงสาวจะเอาเื่เขาชี้หน้าห้ามให้หยุด จำเป็ต้องหันหลังไปหยิบจอบเตรียมขุด
“ไม่ให้ใช้... เธอต้องขุดด้วยมือของเธอเองถ้าไปเสร็จ อย่าหวังจะได้พัก ได้ยินแล้วนี่ทำไป...!!”
เธอจำยอมต้องขุดทั้งเหม็นทั้งเฉอะแฉะติดไม้ติดมือ มีหนอนยั้วเยี้ยกระดืบขึ้นเท้าขาว ๆ เธอร้องลั่น ทำเอาคนงานหันมาหัวเราะเยาะ ตลกในความโง่เขลาในตัวเธอ
เขานึกสนุกใช้คนงานไปพักกลางวัน ทั้งที่ไม่ถึงเวลา หันรีหันขวางมองไปทางไหนไม่มีคนแม้แต่คนเดียว มีสุนัขเดินป้วนเปี้ยนคอยเดินหาอาหาร
ต้นอ้อไล่เท่าไหร่ก็ยังไม่ไป ไล่มาก ๆ เข้ากลับเห่าใส่กันเสียอีก มองหน้าชายหนุ่มจะช่วยหรือเปล่า เขากลับหัวเราะชอบใจมากกว่า ยิ้มเ้าเล่ห์หญิงสาวเบี่ยงตัวหยิบขี้วัวปาใส่หน้าร่างหนา หัวเราะสะใจ
“ที่ฉันบ้างล่ะไอ้ชั่ว” เขามีหรือจะยอม จับหัวเธอได้กดศีรษะลงพยายามที่จะกันดันแขนแรงแทบจะไม่มีเหลือ ด้วยแรงมหาศาลของเขา หน้าสวย ๆ แนบไปกับกองหนอนเหม็นเน่า
“แก...ไอ้ชั่วช้า...” พูดทั้งน้ำตา ไหลปะปนไปกับขี้วัวป้ายปาดเท่าไหร่กลิ่นยิ่งแรง
“ทำไป อย่ามาปากเก่ง ถ้าไม่อยากเจ็บ!!” เสียงเขาเด็ดขาดบอกให้รู้เอาจริง ต้นอ้อฝืนทนทำทรมาน มือไม้รู้สึกเจ็บแดงให้เห็น
หญิงสาวเปียกซ่กแค่จะยืนทรงตัวให้ได้ เธอต้องใช้เรี่ยวแรงทั้งตัวเพื่อทนความปวดร้าวเข้ากระดูก ยามเมื่อถูกดึงร่างปะทะแผงอกที่เ็ปก็ต้องทน คนร้ายใจสั่งทำ แม้ปวดเมื่อยขบไปทั้งตัวหนาวสั่นกอดกายตัวเองร้องไห้โอดครวญสุดทนอีกแล้ว
กรกิจเหวี่ยงผ้าเช็ดตัวใส่ตัวมองตาขวาง ถอดผ้าถอดผ่อนก่อนที่เขากลับเข้ามาอีก ไม่ทันไรเขามายืนดูเธอตอนไหนเมื่อไรร่างเปลือยกอดปิดบังสายตา
"กระบิดกระบวนอีกนานไหมรีบอาบ ๆ รึอยากให้ฉันอาบให้ ... ได้” เขาก้าวเท้าไปช่วยอาบ เธอปัดป้องวุ่นวายร้องเสียงหลง
“ไม่... ต้อง” เขาหัวเราะยิ้มชอบใจ สายตาเ้าเล่ห์ผุดยิ้ม ยิ่งอยากแกล้งยายดื้ออีกสักหน่อย เดินเข้าประชิดคนตัวเล็กถอยกรูดไปติดผนังห้องเปียกผลักอกหนาด้วยแรงอันน้อยนิด
เขาจับแขนพาดเหนือหัวตรึงกับผนังเธอดิ้นรนต่อต้านเม้มปากหลบเลี่ยงเขาพยายามจูบ ปากก็ร้องห้าม
“บ้า... นี่มันในห้องน้ำนะ” เขาหยุดเพ่งมองร่างเปลือยหลับตาปี๋ เอ่ยบางคำที่คนฟังแล้วขนลุกมองตาค้าง
“ต้องเตียงเท่าสินะ... ถึงจะดี"
“ไอ้ปาก...ลามก คิดแต่เื่สกปรกจกกะเปรตเคยคิดถึงเื่ที่ทำให้ชีวิตเจริญขึ้นบ้างไหม ไม่ใช่เอาเวลาคิดเื่ต่ำ ๆ ที่ไม่พ้นหัวเข็มขัด ว่างมากเอาเวลาไปดูคนงานหรือไรก็ได้ รึไม่หาอะไรทำเสียนะจะได้ประเทืองปัญญากับเขา”
เขาเพียงอยากให้หยุด เขาไม่ได้ฟังที่เธอพร่ำบอกแม้แต่สักน้อยนิด ผลักร่างบางออกมาปิดประตูใส่หน้าอีกต่างหาก
เธอรื้อตู้เสื้อเขาหยิบโน่นนี่นั่นมากองร่วมพยายามลองไปทุกตัวไม่มีตัวไหนใส่ได้พอดีสักตัว บ้างก็หลวมไปทุกตัวตัดสินใจเอาสักตัวเพื่อปิดบังสายตาหื่นกามก็ยังดี เก็บเสื้อผ้าที่ไม่ใส่เข้าตู้ตามเดิม นั่งรอเขาเพราะความเพลียหรืออะไรเธอผล็อยหลับ
เขาห้องเห็นสาวเ้านอนหลับตาพริ้มโน้มตัวไปจูบแก้มขาวเกลี่ยไล่ผมลูบไซ้พอใจผละใส่เสื้อผ้า
"ยาย... โธ่เว้ยรื้อมาได้... น่าจับฟัดเสียให้เข็ดโทษฐานยุ่ง” เขาสบถ
“ลุกไปกิน... จะนอนอะไรนักหนาฮะ ตื่น ๆ” ท่าทางงัวเงียสาวเ้า ชายหนุ่มอดขำที่เห็นเธอทำตัวเป็เด็ก ๆ ที่พึ่งตื่นเขาไม่เคยเป็กับใครมาก่อนถึงเขาเคยแต่งงานมาแล้ว หญิงสาวเป็คนแรกที่ทำให้เขาหวั่นไหวได้ เขาตัดปัญหาช้อนร่างอรชรอุ้มลงไปข้างล่าง คนงานพากันมองเป็ตาเดียว
“หา...” ผงกหัวมองหน้ามองหลังมองลงมองคนอุ้ม เธอยังคงไม่ตื่นดี
“วางฉันลงได้แล้ว…วางซิวางลง...คนอื่นเขามองกันใหญ่แล้วฉันอายเขา” กระซิบกระซาบบอกเขาเบา ๆ ชายหนุ่มหยุดก้มดูยิ้มเ้าเล่ห์ชอบกลยื่นจมูกชิดแก้มสูดความหอมกลิ่นกายสาวเข้าปอดลึก ๆ วางหญิงสาวลงมือยังไม่วายจูงจับ ต้นอ้อวางหน้าไม่ถูกทั้งเขินทั้งอายใบหน้าร้อนผ่าว ใช้มืออีกข้างแกะวุ่นวาย
“เลิกตีซะที... ถ้าไม่อยากโดนจูบต่อหน้าคนงานเป็ร้อย... ถ้ากล้าก็เอา” คนโดนขู่หน้าซีดเป็ไก่ต้มปล่อยให้จูงลากไปเฉย ๆ เขาเหยียดยิ้มมุมปาก
เขาสั่งให้เธอนั่งกินกับคนงานบอกคนงานด้วยว่าถ้าเธอไม่กินคนงานพวกนี้จะโดนอะไรกำชับแม่บ้าน
“เอ๊า...นี่กินซะจะได้มีแรงทำงานต่อ” เธอมองจานข้าวมันมีแต่ผัดผักเธอผลักจานข้าวกลับไปให้เขาตามเดิม
“ฉันไม่กิน... มีแต่ผักใครจะกินเข้าไปได้” คนงานมองหน้าตาขวาง เงยหน้าแล้วก้มลงเหมือนเดิม
“จะกินไหมกิน...ได้!!! งั้นมานี่...” เขากระชากแขนรั้งจานข้าวยัดใส่ปากจนเธอสำลักออกมาหมดล้มไปกองกับพื้น เขายังตามไปลากเธอขึ้นมาเก็บข้าวตกเกลื่อนกลาด หยิบมาโรยบนหัวเธอทั้งเนื้อทั้งตัวเต็มไปด้วยเม็ดข้าวยืนตัวสั่นงันงกใกลัวหวาดผวาการกระทำของเขา
คนเมื่อกี้หายไปไหนปาดน้ำตามองคนหุนหันที่จ้ำอ้าวโกรธแค้น คนงานไม่มีใครกล้าเข้ามาให้ความช่วยเหลือกลัวถูกคาดโทษไปด้วย ต้นอ้อไปที่ก๊อกน้ำล้างเนื้อล้างตัวมีคนงานยื่นผ้าเช็ดหน้ามาให้
ต้นอ้อหยิบจับก้มหัวขอบคุณพอเป็มารยาทส่งคืน
“ผมทศพล นิภานุ ครับ ผมเป็ผู้จัดการไร่นี้แล้วก็เป็เพื่อนเ้ากรด้วย ยินดีที่ได้รู้จักผู้หญิงคนใหม่ของมันอย่างเป็ทางการครับ” เธอบอกปัดว่าไม่ใช่แต่เขาคงคิดว่าเราพูดปด เธอจึงปล่อยเลยตามเลย
“ค่ะ ยินดีค่ะ!!” ยิ้มรับในใจกลับคิดตรงกันข้าม เขามีเพื่อนด้วยหรือเนี่ยไม่น่าเชื่อคนอะไรนิสัยกับหน้าไปกันคนทิศคนทาง
“คุณครับ... คุณ”
“ค่ะ ... เรียกอ้อเหรอคะ... พอดีคิดอะไรเพลิน ๆ ไปหน่อยแหละค่ะอย่าถือเลยนะ” ยิ้มแหย ๆ ไม่สนิทใจที่นินทาเพื่อนเขา กรกิจใส่หน้าั์เดินตรงมาหาคนทั้งสองฉุดรั้งเพื่อนให้ออกห่าง
“มานี่ไอ้ทศข้ามีเื่อยากจะบอกว่ะ” เดินกระซิบกระซาบอย่างกับคู่เกย์ ได้โอกาสเหมาะสำรวจไปรอบเพื่อหาทางหนี เธอเดินสุดท้ายไร่มีรั้วรอบขอบชิดกั้นระหว่างแดนของใครกั้นหญิงสาวชะเง้อตามช่องมีเงาใครไหวตรงรั้วฟากโน้น เธอใแทบสติหลุด เมื่อคนผู้นั้นโผล่มาให้เห็นหน้า ร้องขอความช่วยเหลือ