บทที่8
ศัตรู
วันนี้กุลจิราออกมาเดินเล่นที่ห้างสรรพสินค้าเธอเดินไปเจอร้านอาหารเกาหลีที่กำลังดังอยู่ในตอนนี้เวลาสิบโมงถือว่ายังเช้าอยู่มากจึงไม่มีลูกค้า พอดีกับที่เธอไม่ได้ทานอาหารเช้าเธอจึงเดินเข้าไปในร้าน
หิวก็ต้องทาน มีเงินก็ต้องใช้!
ร้านอาหารเกาหลีร้านนี้ขึ้นชื่อในด้านรสชาติที่เหมือนกับต้นตำรับราคาก็ค่อนข้างแพง
เธออยากเห็นว่าว่าเนื้อแบบไหนราคาเชตละสองพัน!
การตกแต่งภายในร้านนั้นหรูหราและกว้างขวางบริกรที่เข้ามาทักทายเธอก็หน้าดีมากเช่นกัน
กุลจิราสั่งเซตปิ้งย่างที่บริกรแนะนำและเธอก็ให้ทิปบริกรไปอย่างมีความสุข หน้าตาดี อายุก็ยังน้อยเธอก็เลยให้ทิปน้องเขามากสักหน่อยเป็ทุนการศึกษา!
บริกรที่น่ารักก็รับไปอย่างเขินอายระหว่างนั่งทานอาหารอยู่นั้น เธอได้ยินบทสนทนาระหว่างคนสองคนที่อยู่ด้านหลัง
เธอไม่รู้ว่าจะมีใครเคยเจอว่ามีบางคนที่นั่งหันหลังให้แล้วพูดเื่ไม่ดีของเราลับหลัง และเรายังบังเอิญได้ยินพอดีหรือเปล่า?
กุลจิราเคยเจอแล้วเป็เพื่อนร่วมงานแผนกเดียวกันในชีวิตก่อน
พอเธอได้ยินคำว่ากุลจิราแล้วพูดคุยนินทาว่าร้ายเธอในการสนทนาของพวกเขา ความคิดแรกในใจของเธอคือเจอศัตรูอีกแล้ว ไม่ต้องพูดถึงแต่ละเื่ที่นางร้ายทำไว้ไม่มีดีเลยสักเื่
นางร้ายทำได้ดีเป็พิเศษในการดึงความเกลียดชังมารวมไว้ที่ตัวเธอจะมีใครบ้างที่มีศัตรูอยู่ทุกหนทุกแห่ง และก็มีไม่น้อยอีกด้วย!
กุลจิราตั้งใจเงี่ยหูฟังเธออยากจะฟังเื่ที่พวกเขากำลังพูด
เธอตั้งใจฟังการสนทนาของพวกเขาอย่างเงียบๆ
นีรชาบ่นเสียงเบา“อาหารร้านนี้ยังมีรสชาติไม่เหมือนต้นตำรับมากนักเทียบไม่ได้กับอาหารเกาหลีตอนที่ฉันไปเที่ยวเกาหลีก็ไม่ได้”
เขมิกาก็รู้สึกว่าอาหารร้านนี้ธรรมดาถ้าไม่ใช่เพราะคำแนะนำของเพื่อน เธอคงไม่ได้มาที่ร้านนี้หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง จู่ ๆ ก็หัวเราะ “เธอไม่ชอบแต่อาจจะมีบางคนอยากทานแต่ก็ไม่สามารถทานได้”
กุลจิราฟังแล้วมุมปากกระตุกบางคนก็ชอบยุ่งเื่ของคนอื่นมากเกินไป!
นีรชาหยิบโทรศัพท์ของเธอออกมาเล่นจากนั้นเงยหน้าขึ้นแล้วพูดว่า “ฉันได้ยินมาว่ากุลจิราไม่คอยตามตอแยพีรดนย์แล้วในที่สุดกุลจิราก็รู้ตัวสักทีว่าเธอนะอยู่คนละชั้นกับพวกเราไปแล้ว”
เขมิกาพูดด้วยน้ำเสียงดูถูกว่า“ทำไมเธอยังสนใจเื่ของกุลจิราอีก ตอนนี้กุลจิราก็แค่หมาหัวเน่าตัวหนึ่ง!”
นีรชาปิดปากหัวเราะ“ฉันก็เคยเป็เพื่อนกุลจิรามาก่อนฉันก็อยากเห็นว่ากุลจิราตอนที่กำลังลำบากจะเป็อย่างไร เมื่อก่อนเป็ลูกสาวคนเดียวของครอบครัวทรัพย์โภคินสายรองตอนนี้กลายมาเป็คุณหนูตกยาก เธอลองคิดดูสิ! สองคนที่ฐานะแตกต่างกันแล้วกุลจิรายังดันทุรังหาทางเข้าไปตอแยพีรดนย์อีก ฮ่าๆๆ ไม่เจียมตัว!”
เขมิกาหัวเราะตาม “เอาล่ะ คนแบบนี้พวกเราอย่าไปสนใจเลย เดียวไปชอปปิงคอลเลกชันใหม่กัน มีชุดฤดูใบไม้ผลิออกใหม่ไปดูกันนะ”
นีรชาเห็นด้วยกับความคิดของเขมิกาทันที“ก็ดี ฉันจะซื้อเพิ่มอีกสักสองสามชุด เดือนหน้าฉายรวีจะจัดงานวันเกิดฉันต้องหาชุดไปงานพอดี”
หลังจากนั้นไม่นานทั้งสองก็จ่ายเงินและจากไป
กุลจิรานั่งอยู่ที่เดิมด้วยสีหน้าบึ้งตึง
ผู้หญิงสองคนนี้น่ารังเกียจจริง ๆเหยียบย้ำนางร้ายกันอย่างมีความสุขเหลือเกิน!
ถ้าเธอเป็นางร้ายเธอคงเดินเข้าไปตบตีกับผู้หญิงสองคนนี้นานแล้ว
น่าเสียดายที่เป็เธอ!
หลังจากได้ฟังคำเยาะเย้ยถากถางมากมายเธอก็กลับมาตั้งใจทานอาหารต่ออย่างสบายใจ จ่ายแพงแล้วก็ต้องทานให้หมดเธอหยิบโทรศัพท์ออกมาและถ่ายรูปอาหารบนโต๊ะจากนั้นก็โพสต์ลงบนอินสตาแกรมที่เธอสร้างขึ้นใหม่
(อาหารเกาหลีต้นตำรับ!)
อาจเป็เพราะเธอไม่ค่อยได้ทานอาหารเกาหลีเธอจึงคิดว่ารสชาติไม่ค่อยจัดจ้านถูกปากเธอเท่าไหร่แต่เธอจ่ายเงินไปแล้วก็ต้องทานให้หมด
หลังจากยัดเซตอาหารที่สั่งมาจนหมดเธอก็รู้สึกอึดอัดแน่นท้องมาก!
บริกรที่น่ารักของเธอก็เสิร์ฟขนมให้“ผมให้ขนมจานนี้กับคุณเป็การส่วนตัว รสชาติดีมาก คุณลองชิมดูสิครับ”
กุลจิรา “...”
หลังจากทานอาหารมื้อนี้เสร็จแล้วเธอคิดว่าจะขับรถกลับห้อง
ทันทีที่เธอเดินออกจากร้านก็พบกับคนรู้จักของนางร้าย
ผู้หญิงสองคนที่สวมชุดแบรนด์เนมทั้งตัวท่าทางเย่อหยิ่งคือพวกผู้หญิงที่นินทาเธอในร้านอาหารเกาหลีเมื่อครู่นี้
กุลจิรารู้สึกแปลกใจ พวกเขาออกจากร้านไปนานแล้วไม่ใช่หรือไง?
ถ้าพวกเขาไม่ไป งั้นเธอก็ไปก็ได้!
กุลจิราทำเหมือนไม่เห็นพวกเขาไม่แม้แต่จะเหลือบมองพวกเขา เธอเดินผ่านพวกเขาไป
เขมิกาเรียกเธอให้หยุด “กุลจิราเป็ยังไงบ้างหลังจากที่เธอล้มละลายก็หายเงียบไปเลยนะ!”
นีรชาหัวเราะเยาะ “เธอไม่เห็นหรือไงเมื่อกี้กุลจิราแสร้งทำเป็ไม่รู้จักเรา ถ้าฉันเป็กุลจิรา ฉันก็อับอายเธอไม่เห็นเหรอไงว่าตอนเราพูดถึงกุลจิราในร้านตั้งนาน ก็ยังไม่กล้าหาเื่เราเลยกลัวเป็เต่าหัวหดไปแล้ว!”
กุลจิราหยุดเดินพวกเขารู้ว่าเธออยู่ในร้านและตั้งใจนินทาว่าร้ายเธอ!
เธอรู้สึกลำบากใจมากั้แ่เข้ามาในนิยาย เธอก็พยายามหลีกเลี่ยงปัญหาแต่ก็ถูกบังคับให้ต้องมาเจอกับปัญหาตลอดเวลา ทำไมชีวิตเธอถึงได้ยากลำบากขนาดนี้เธอแค่อยากอยู่สงบ!
เธอคิดมาตลอดั้แ่ยังเป็เด็กถ้าคนอื่นไม่หาเื่ เธอก็จะไม่หาเื่ใคร ถ้ามีใครมาทำให้เธอโกรธ เธอจะคิดบัญชีกับคนนั้น
กุลจิราหันหน้าไปเผชิญกับทั้งสองแล้วยกยิ้ม “พวกคุณคือ...”
จู่ ๆ ก็ทำท่าทางเหมือนนึกขึ้นได้“ออ...คุณนีรชากับคุณเขมิกาใช่ไหม? พวกคุณดูแก่ลงไปมากจนฉันแทบจำไม่ได้เลย่ที่ผ่านมาพวกคุณไม่ได้ฉีดไฮยาลูโรนิคต่อต้านริ้วรอยกันเลยหรือไง ไม่สิ! พวกคุณมีผิวหน้าที่หนาเกินไปควรไปทำศัลยกรรมดีกว่า!”
นีรชารู้สึกโมโหทันที “เธอพูดอะไรนะ?”
เธอเห็นท่าทางของนีรชาก็รู้แล้วว่านีรชามีฝีปากไม่เก่งเท่าเธอนีรชาทำได้เพียงจ้องมองกุลจิราด้วยความโกรธเท่านั้น
กุลจิรามีความมั่นใจมากเื่ฝีปากของเธอแต่ที่เธอพูดเป็ความจริงที่ว่าผิวของเขมิกากับนีรชาไม่ดีเท่าของกุลจิราและใครก็ตามที่มีสายตาที่มองเห็นได้อย่างชัดเจนก็สามารถมองเห็นได้
กุลจิราแต่งหน้าบางเบาผิวของเธอใสและเนียนสวย แม้ว่าจะเข้ามามองเธอใกล้ ๆ ก็มองไม่เห็นรูขุมขนผู้หญิงคนไหนก็ต้องอิจฉาเธอกันทั้งนั้น!
แน่นอนว่าการทะเลาะกันก็ต้องหาจุดอ่อนของศัตรูเพื่อบดขยี้ เพื่อให้ตนเองได้เปรียบแทนที่จะทำตามที่อีกฝ่ายชี้นำอย่างโง่เขลา
เขมิกาก็รู้เื่นี้ดีเช่นกัน“เธอตกต่ำถึงขนาดนี้ เธอก็ยังปากดี อย่างไรก็ตามพีรดนย์บอกว่าสิ่งที่เขารังเกียจมากที่สุดคือเธอ!”
หลังจากเขมิกาพูดจบ ก็จ้องมองกุลจิราแต่เธอไม่เห็นสีหน้าโกรธแค้นอย่างที่เธอจินตนาการเอาไว้บนใบหน้าของกุลจิราเลย
รอยยิ้มบนใบหน้าของเขมิกาหายไปทันที
กุลจิราส่งรอยยิ้มที่เป็มิตรให้“งั้นเหรอ?”
เขมิกาไม่อยากจะเชื่อสายตาของตัวเอง“เธอไม่โกรธเลยเหรอ?”
กุลจิราพูดด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง“ทำไมฉันต้องโกรธ ก็เป็ความจริงที่ทุกคนรู้กันแล้วไม่ใช่หรือ”
เขมิการู้สึกมึนงงอย่างมาก “เธอ...”
กุลจิรากล้ายอมรับความจริงอย่างตรงไปตรงมา!
าระหว่างทั้งสองฝ่ายมาถึงทางตันขณะนั้น นีรชาที่เงียบไปนานก็ลุกขึ้นสู้และด่ากุลจิราว่า “นังบ้าเธอมันก็แค่สัมภเวสีที่ขอส่วนบุญ เธอยังไม่มีปัญญาซื้อชุดแบรนด์เนมมาใส่ได้ด้วยซ้ำยังกล้ามาเสนอหน้าในแวดวงสังคมนี้อีก หน้าด้าน!”
กุลจิราตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่งมองนีรชาอย่างนิ่งเงียบ อันนี้ด่าแล้วใช่ไหม?
นีรชารู้สึกพอใจที่ทำให้กุลจิราเงียบได้ท่าทางนิ่งเงียบ โต้แย้งเธอไม่ได้ พอสังเกตดูชุดที่กุลจิราใส่ก็ดูเหมือนของราคาถูก
กุลจิรายกยิ้มขึ้น “ใช่แล้วตอนนี้ฉันยากจนมาก ฉันไม่สามารถซื้อชุดแบรนด์เนมใส่ได้ แต่ฉันก็ภูมิใจในตัวเองนะฉันสามารถทำงานตามความฝันของตัวเองได้ และฉันเป็ผู้หญิงโสดที่หาเงินเองได้ด้วยเธอสามารถหาเงินเองได้ไหม แล้วหาได้เท่าไหร่
เธอก็แค่ลูกหลานตระกูลใหญ่รุ่นหลังที่คอยแต่จะเกาะกินสมบัติเก่าของตระกูลไปจนวันตายด่าว่าฉันเป็สัมภเวสีขอส่วนบุญ แล้วเธอไม่ใช่สัมภเวสีเกาะกินบรรพบุรุษหรือไงโลกเปลี่ยนไปแล้วแท้ ๆ ยังยึดติดกับชนชั้นอีก สงสารบรรพบุรุษของเธอและอาจารย์ที่อบรมสั่งสอนเธอมาจริง ๆ สอนแล้วไม่จำ!”
ขณะที่กุลจิราพูดเธอก็เห็นสีหน้าของทั้งสองแดงมากขึ้นเรื่อย ๆ ดูมีสีสันมาก!
นีรชาโกรธจนตัวสั่น“เธอกำลังพูดเื่ไร้สาระอะไร? คนจนจะไปเข้าใจคุณหนูอย่างพวกฉันได้อย่างไร?”
กุลจิราเชิดคางขึ้นเล็กน้อยดูเย่อหยิ่ง“อย่าลืมสิ! ฉันก็เคยรวยเหมือนกัน ตอนฉันรวยฉันก็ไม่ได้ว่าใครที่ด้อยกว่าว่าเป็สัมภเวสีขอส่วนบุญ เธอก็หยาบคายเกินไปไม่สมกับเป็คุณหนูตระกูลใหญ่เลย!”
กุลจิราส่งไปอีกหนึ่งหมัด “อีกอย่างถ้าเธออยากจะตามจับพี่ดนก็ไม่ต้องมาพูดนินทาเพราะอิจฉาฉัน เธอสามารถไปตามตอแยพี่ดนเองได้ถ้าเธอมีความสามารถนะ อย่ามายุ่งเื่ของฉัน!”
กุลจิราเน้นทุกคำด้วยน้ำเสียงจริงจัง
เธอรำคาญผู้หญิงสองคนนี้มานานแล้ว!
กุลจิราถอนหายใจออกมาหันกลับไปอย่างไม่ลังเล เธอยกคางขึ้นอย่างภาคภูมิใจและเตรียมจะจากไป