คู่มือเดินทางข้ามกาลเวลา ราคา 38 หยวน

    ตอนที่ 3 นักอ่านคนเดียว

            หลังจากอ่านนิยายตอนใหม่และ๰่๥๹พูดคุยกับนักเขียนจบ เซวียนซือซือเ๽้าหนูยอดนักสืบที่ไม่ต้องสืบก็ได้รู้ข่าวใหญ่ เธอมั่นใจว่าเธอคือนักอ่านหนึ่งคนที่เหลืออยู่ของนิยายเ๱ื่๵๹นี้ แต่เธอควรขออ่านต้นฉบับโดยไม่เสียเงินสักหยวนจริงๆ น่ะเหรอ

            พอคิดทบทวนแล้ว หญิงสาวก็ส่งอีเมลไปหานักเขียน เมื่อได้รับต้นฉบับแล้วเธอก็อ่านมันอย่างตั้งใจและถอนหายใจเป็๞ระยะเพราะมันน่าเสียดาย

            นิยายเ๱ื่๵๹นี้ดีมากจริงๆ มันไม่ควรถูกฝังกลบเพราะคนเลวๆ อย่างนักเขียนขี้ก๊อบนั่น

            เซวียนซือซือตัดสินใจส่งอีเมลไปหานักเขียนอีกรอบเพื่อขอวีแชทเป็๞การส่วนตัว เธอไม่รู้หรอกว่าค่าใช้จ่ายในการฟ้องร้องมันเท่าไรและใช้เวลานานเพียงใด แต่เธออยากให้ผู้เขียนสู้ต่อไป อย่าพ่ายแพ้ให้ความอยุติธรรม

            [ซือซือ: ฉันหวังว่าคุณจะผ่านมันไปได้ เงินจำนวนนี้ไม่อาจพูดได้ว่าเหมาะสมกับนิยายดีๆ เ๱ื่๵๹นี้ แต่ฉันอยากให้มันเป็๲กำลังใจและตอบแทนความสุขที่ฉันได้รับจากนิยายของคุณ]

            หลังจากที่อีกฝ่ายยอมรับคำขอเป็๞เพื่อนแล้ว เธอก็กดส่งข้อความพร้อมกับซองแดงให้ แล้วโทรหาใครบางคน ก่อนจะควานหาหนังสือเล่มหนึ่งที่เพิ่งนึกได้ว่าเคยซื้อมันจากร้านลุงจางเมื่อนานมาแล้ว

            ...

            ปักกิ่ง

            ภายในห้องเช่าชั้นใต้ดินย่านชุมชนแออัด หญิงสาวที่กำลังกินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเส้นอืดๆ น้ำตาไหลอย่างห้ามไม่อยู่

            เธอพนันได้ถูกจริงๆ 

            อีเมลต้นฉบับที่ส่งออกไปได้ถึงมือผู้อ่านที่ซื่อสัตย์ไม่ใช่นักเขียนขี้ก๊อบนั่น

            [ซือซือ: เพิ่มวีแชทคนๆ นี้เขาคือทนายเป็๞พี่ชายของฉันเอง ไม่ต้องกังวลเ๹ื่๪๫ค่าใช้จ่าย]

            เมิ่งซีรู้สึกราวกับฝันไป นอกจากที่เธอจะได้กำลังใจจากนักอ่านแล้ว เธอยังจะได้รับความยุติธรรมในอนาคตด้วยใช่ไหม?

            “ขอบคุณนะ ขอบคุณจริงๆ” เธอรีบปาดน้ำตาก่อนจะเพิ่มวีแชทของผู้ติดต่อที่เซวียนซือซือแนะนำมา

            ...

            “มีเ๹ื่๪๫อะไรกัน?”

            “อ๊ะ คือว่าสมาชิกครอบครัวนี้ที่ขายตัวเป็๲ทาสอาการไม่ดีเท่าไหร่ครับ ดูเหมือนจะอยู่ได้อีกไม่นาน”

            ผู้เป็๞หัวหน้าเ๯้าหน้าที่ที่มาวันนี้หันไปมองร่างของหญิงสาวผอมแห้งที่นอนหมดสติไม่รู้ว่าเป็๞หรือตาย

            “เปลี่ยนคน! เอาคนแบบนี้ไปก็ไร้ประโยชน์ไม่นับว่าหนี้ได้รับการชดใช้ ติดต่อครอบครัวนี้ให้หาคนมาแทน ไม่อย่างนั้นจะดำเนินคดีเอาผิดฐานหลอกลวง”

            เ๯้าหน้าที่ตำแหน่งต่ำกว่ารีบรับคำสั่งทันที ใช้เวลาไม่นานสมาชิกในครอบครัวเซวียนก็มาถึงอย่างงงๆ

            “เด็กนั่นทำผิดอะไรหรือเปล่า ไม่อย่างนั้นเ๽้าหน้าที่จะเรียกพวกเรามาทำไม”คนบางคนเอ่ยกระซิบกระซาบ

            “จะไปรู้ได้อย่างไร ตัวปัญหาก็สร้างปัญหาตลอดนั่นแหละ”

            “ครอบครัวเซวียนใช่ไหม!?” เสียงโหดดังขึ้นพลอยให้ผู้ที่มาใหม่กลุ่มนี้สะดุ้งโหยง

            “ชะ ใช่ครับ” ผู้นำครอบครัวขานรับตะกุกตะกัก

            “หนี้ของครอบครัวพวกคุณคือห้าล้านเหรียญดวงดาว กิจการและที่ดินบางส่วนถูกขายไปสองล้าน ดังนั้นจะเหลือหนี้คือเบ็ดเสร็จแล้วคือสามล้านเหรียญดวงดาว ผู้ใหญ่สามคนที่ขายตัวเป็๲ทาสคิดเป็๲สามล้านถึงจะปลดหนี้ได้ แต่ทั้งสามคนฆ่าตัวตาย รอดมาได้คนเดียวคือคนที่นอนตรงนั้น แต่ดูไปก็เหมือนจะไม่รอดอยู่แล้ว หาคนมาแทนซะ”

            ครอบครัวเซวียนได้ฟังก็โกรธจัด พวกเขาตกลงกันดิบดีแล้วว่าจะส่งใครไปเป็๞ทาส แต่แล้วทำไมคนพวกนั้นถึงฆ่าตัวตายหนีความผิด!

            “นี่มัน...” เขาพูดไม่ออกเลยจริงๆ

            “ผิดแล้วค่ะ พวกเราแยกครอบครัวมานานแล้ว ธุรกิจที่ล้มละลายนั่นเป็๞ของครอบครัวรอง ครอบครัวนั้นมีพ่อแม่และลูกสองคน เ๯้านี่เป็๞ลูกอีกคนหนึ่ง พวกเราจะไปเกี่ยวได้อย่างไร” ไม่พูดเปล่า สะใภ้ใหญ่ผลักเด็กชายตัวลีบๆ ผิวเหลืองเหมือนคนขาดสารอาหารออกมา

            เ๽้าหน้าที่จ้องเขม็งไปที่เด็กชายแล้วถามอายุ “อายุเท่าไหร่?”

            “สิบ สิบปีครับ” เด็กน้อยรีบก้มหน้า เมื่อครู่นี้เขาได้ยินอะไร พ่อแม่ฆ่าตัวตาย? 

            เ๽้าหน้าที่ได้ยินเช่นนั้นก็เลิกคิ้ว เด็กสิบขวบแต่ตัวผอมกะหร่องแบบนี้น่ะเหรอ ต้องตรวจสอบข้อมูลให้ดี

            จากการตรวจสอบพบว่าเด็กชายที่ยืนตรงหน้าอายุ 10 ปีจริงๆ และเป็๞ลูกของคู่สามีภรรยาที่ฆ่าตัวตายไปจริงๆ ส่วนการแยกครอบครัวนั้นไม่ปรากฏอยู่ในฐานข้อมูลทะเบียนสำมะโนประชากร แต่จากการตรวจสอบข้อมูลของธุรกิจที่ล้มละลายไปนั้น ดูเหมือนว่ากิจการจะถูกบริหารโดยครอบครัวรองตระกูลเซวียนจริงๆ ส่วนที่ว่ามีคนอื่นเกี่ยวข้องอีกไหม ก็มีแต่เป็๞เพียงตำแหน่งเล็กๆ เหมือนพนักงานทั่วไป จึงไม่อาจกล่าวได้ว่าคนอื่นในครอบครัวเซวียนมีส่วนเกี่ยวข้องด้วยจนกว่าจะตรวจสอบและมีหลักฐานชัดเจน

            ตอนนี้ทั้งครอบครัวเหลือเพียงเด็กชายตัวเล็กๆ ที่อายุถึงเกณฑ์ที่จะตีราคาเป็๲ทาสผู้ใหญ่ได้พอดิบพอดี แต่มูลค่าหนี้คือ 3 ล้านเหรียญดวงดาวซึ่งหมายความว่ายังไม่เพียงพอ อาจกล่าวได้ว่าเด็กคนนี้ต้องเป็๲ทาสไปตลอดชีวิต

            “แค่ก แค่ก” เสียงไอคอกแค่กสองครั้งที่ไม่ดังมากดังขึ้นทำให้ผู้คนหันไปมอง ก่อนจะพบว่าหญิงสาวที่นอนซึ่งก่อนหน้านี้มีอาการร่อแร่ตอนนี้ได้ลุกขึ้นมาแล้วแต่กลับนั่งอย่างเหม่อลอย

            แม้จะดีใจที่อย่างน้อยคนก็ไม่ตาย แต่เ๽้าหน้าที่ก็ยังไม่อาจเบาใจได้เพราะอาการของหล่อนอาจจะเสียชีวิตเมื่อไหร่ก็ได้

            “คนพวกนั้นเป็๞ครอบครัวคุณหรือเปล่า ครอบครัวได้แยกกันไปไหมหรืออยู่ร่วมกัน”

            เซวียนซือซือสบตากับผู้ถามด้วยสีหน้างงงวยก่อนจะส่ายหน้า “ฉันไม่รู้จักพวกเขาจริงๆ ฉันอยู่กับพ่อแม่แล้วก็พี่ชาย ลุงป้าเป็๲คนละครอบครัว”

            คำตอบของเซวียนซือซือทำให้สมาชิกครอบครัวเซวียนโล่งใจ อย่างน้อยเด็กคนนี้ก็ไม่โง่เขลาพอที่จะลากทุกคนไปลงนรกด้วย หัวไวเหมือนกันนี่

            “พี่ชาย? คุณหมายถึงน้องชายหรือเปล่า นี่น้องชายของคุณ”

            เซวียนซือซือหันไปมอง เห็นเป็๞เด็กชายตัวเล็กๆ ที่คล้ายจะร้องไห้อยู่รอมร่อ เธออ้าปากแต่ก็พูดไม่ออก ในใจคิดอยากปฏิเสธแต่เมื่อเห็นใครหลายคนพยายามหยักคิ้วหลิ่วตาส่งสัญญาณบางอย่าง หญิงสาวจึงร้องอ้อไปหนึ่งคำ

            “ให้เธอพักผ่อนก่อนดีกว่านะคะ ถ้าไม่มีอะไรแล้วพวกเราขอตัว” สะใภ้ใหญ่รีบตัดบท ท่าทางของเซวียนซือซือดูแปลกพิกล เธอคิดต่างจากคนอื่นที่บอกว่าเด็กนั่นฉลาด ดูจากท่าทีแล้วดูเหมือนจะหลงลืมมากกว่า บางที่นี่อาจเป็๲ผลพวงจากการฆ่าตัวตายพร้อมกับผู้เป็๲พ่อแม่ แต่ก็ดีเหมือนกันที่หลานของเธอจะความจำเสื่อม เพราะหล่อนเป็๲คนเดียวที่ยังมีชีวิตอยู่แล้วรู้เ๱ื่๵๹ราวธุรกิจของครอบครัวรอง

            “ทางเราจะตรวจสอบอีกครั้งหนึ่ง ถ้าพวกคุณไม่ได้เกี่ยวข้องกับทางนี้จริงก็ไม่ต้องร่วมรับผิดอะไร แต่หากสืบได้ว่ามีการเล่นกลและปกปิดความจริงคงรู้ใช่ไหมว่าผลจะเป็๞อย่างไร” เ๯้าหน้าที่เอ่ยทิ้งท้ายก่อนจะเรียกคนมารับสมาชิกตระกูลเซวียนกลับไปส่งที่เดิม

            ส่วนทางด้านของเซวียนซือซือ หลังจากที่คนพวกนั้นจากไปแล้ว เธอกับน้องชายก็ถูกส่งไปยังสถานที่พักฟื้นเพื่อรอต่อแถวขึ้นเครื่องบินในวันต่อไป

            หญิงสาวรู้สึกสับสนเป็๞อย่างมาก ตอนนี้เธอไม่ควรจะอยู่ที่บ้านหรอกเหรอ ทำไมถึงมาอยู่ในสถานที่แปลกๆ ผู้คนแปลกๆ แบบนี้กันนะ เธอจำได้ว่าเธอได้คุยกับพี่ชายและไหว้วานให้เขาเป็๞ทนายให้นักเขียน จากนั้นก็ได้หยิบหนังสือ “คู่มือเดินทางข้ามกาลเวลา” ที่ซื้อจากร้านหนังสือลุงจางในราคา 38 หยวนออกมาจากกระเป๋าผ้า ซึ่งนั่นเป็๞หนังสือที่เธอเก็บไว้จนลืม

            หลังจากที่เปิดอ่านไปเรื่อยๆ ก็รู้สึกง่วงนอน เนื้อหาด้านในค่อนข้างน่าเบื่อ มีทั้งการเตรียมตัวข้ามเวลาไปอดีต ไปอนาคต และยังมีการแบ่งแยกย่อยอีกมากมาย

            การทำสบู่ การทำอาหาร การทำซีอิ๊ว การบ่มเพาะพลัง การตัดเย็บ การทำเกษตรกรรม สารพัดสิ่งสารพัดความรู้ที่อธิบายลงรายละเอียดอย่างจริงจัง ไหนจะรายการสิ่งของที่ควรเตรียมตัว ตอนนั้นเธอยังคิดว่านี่มันหนังสือองค์ความรู้ร้อยแปดอย่างหรือเปล่า ใครจะไปอ่านเ๹ื่๪๫น่าเบื่อหนาๆ แบบนี้ได้จนจบเล่มกัน

            ยิ่งคิดก็ยิ่งเบื่อ ยิ่งคิดก็ยิ่งง่วงจนตาจะปิด และสุดท้ายเธอก็ไม่อาจต้านทานเวทมนตร์ความง่วงนอนได้จึงผล็อยหลับไป แต่ไหงจู่ๆ ตื่นมาดันมาโผล่ที่ไหนก็ไม่รู้ได้ซะนี่