หลังจากอ่านนิยายตอนใหม่และ่พูดคุยกับนักเขียนจบ เซวียนซือซือเ้าหนูยอดนักสืบที่ไม่ต้องสืบก็ได้รู้ข่าวใหญ่ เธอมั่นใจว่าเธอคือนักอ่านหนึ่งคนที่เหลืออยู่ของนิยายเื่นี้ แต่เธอควรขออ่านต้นฉบับโดยไม่เสียเงินสักหยวนจริงๆ น่ะเหรอ
พอคิดทบทวนแล้ว หญิงสาวก็ส่งอีเมลไปหานักเขียน เมื่อได้รับต้นฉบับแล้วเธอก็อ่านมันอย่างตั้งใจและถอนหายใจเป็ระยะเพราะมันน่าเสียดาย
นิยายเื่นี้ดีมากจริงๆ มันไม่ควรถูกฝังกลบเพราะคนเลวๆ อย่างนักเขียนขี้ก๊อบนั่น
เซวียนซือซือตัดสินใจส่งอีเมลไปหานักเขียนอีกรอบเพื่อขอวีแชทเป็การส่วนตัว เธอไม่รู้หรอกว่าค่าใช้จ่ายในการฟ้องร้องมันเท่าไรและใช้เวลานานเพียงใด แต่เธออยากให้ผู้เขียนสู้ต่อไป อย่าพ่ายแพ้ให้ความอยุติธรรม
[ซือซือ: ฉันหวังว่าคุณจะผ่านมันไปได้ เงินจำนวนนี้ไม่อาจพูดได้ว่าเหมาะสมกับนิยายดีๆ เื่นี้ แต่ฉันอยากให้มันเป็กำลังใจและตอบแทนความสุขที่ฉันได้รับจากนิยายของคุณ]
หลังจากที่อีกฝ่ายยอมรับคำขอเป็เพื่อนแล้ว เธอก็กดส่งข้อความพร้อมกับซองแดงให้ แล้วโทรหาใครบางคน ก่อนจะควานหาหนังสือเล่มหนึ่งที่เพิ่งนึกได้ว่าเคยซื้อมันจากร้านลุงจางเมื่อนานมาแล้ว
...
ปักกิ่ง
ภายในห้องเช่าชั้นใต้ดินย่านชุมชนแออัด หญิงสาวที่กำลังกินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเส้นอืดๆ น้ำตาไหลอย่างห้ามไม่อยู่
เธอพนันได้ถูกจริงๆ
อีเมลต้นฉบับที่ส่งออกไปได้ถึงมือผู้อ่านที่ซื่อสัตย์ไม่ใช่นักเขียนขี้ก๊อบนั่น
[ซือซือ: เพิ่มวีแชทคนๆ นี้เขาคือทนายเป็พี่ชายของฉันเอง ไม่ต้องกังวลเื่ค่าใช้จ่าย]
เมิ่งซีรู้สึกราวกับฝันไป นอกจากที่เธอจะได้กำลังใจจากนักอ่านแล้ว เธอยังจะได้รับความยุติธรรมในอนาคตด้วยใช่ไหม?
“ขอบคุณนะ ขอบคุณจริงๆ” เธอรีบปาดน้ำตาก่อนจะเพิ่มวีแชทของผู้ติดต่อที่เซวียนซือซือแนะนำมา
...
“มีเื่อะไรกัน?”
“อ๊ะ คือว่าสมาชิกครอบครัวนี้ที่ขายตัวเป็ทาสอาการไม่ดีเท่าไหร่ครับ ดูเหมือนจะอยู่ได้อีกไม่นาน”
ผู้เป็หัวหน้าเ้าหน้าที่ที่มาวันนี้หันไปมองร่างของหญิงสาวผอมแห้งที่นอนหมดสติไม่รู้ว่าเป็หรือตาย
“เปลี่ยนคน! เอาคนแบบนี้ไปก็ไร้ประโยชน์ไม่นับว่าหนี้ได้รับการชดใช้ ติดต่อครอบครัวนี้ให้หาคนมาแทน ไม่อย่างนั้นจะดำเนินคดีเอาผิดฐานหลอกลวง”
เ้าหน้าที่ตำแหน่งต่ำกว่ารีบรับคำสั่งทันที ใช้เวลาไม่นานสมาชิกในครอบครัวเซวียนก็มาถึงอย่างงงๆ
“เด็กนั่นทำผิดอะไรหรือเปล่า ไม่อย่างนั้นเ้าหน้าที่จะเรียกพวกเรามาทำไม”คนบางคนเอ่ยกระซิบกระซาบ
“จะไปรู้ได้อย่างไร ตัวปัญหาก็สร้างปัญหาตลอดนั่นแหละ”
“ครอบครัวเซวียนใช่ไหม!?” เสียงโหดดังขึ้นพลอยให้ผู้ที่มาใหม่กลุ่มนี้สะดุ้งโหยง
“ชะ ใช่ครับ” ผู้นำครอบครัวขานรับตะกุกตะกัก
“หนี้ของครอบครัวพวกคุณคือห้าล้านเหรียญดวงดาว กิจการและที่ดินบางส่วนถูกขายไปสองล้าน ดังนั้นจะเหลือหนี้คือเบ็ดเสร็จแล้วคือสามล้านเหรียญดวงดาว ผู้ใหญ่สามคนที่ขายตัวเป็ทาสคิดเป็สามล้านถึงจะปลดหนี้ได้ แต่ทั้งสามคนฆ่าตัวตาย รอดมาได้คนเดียวคือคนที่นอนตรงนั้น แต่ดูไปก็เหมือนจะไม่รอดอยู่แล้ว หาคนมาแทนซะ”
ครอบครัวเซวียนได้ฟังก็โกรธจัด พวกเขาตกลงกันดิบดีแล้วว่าจะส่งใครไปเป็ทาส แต่แล้วทำไมคนพวกนั้นถึงฆ่าตัวตายหนีความผิด!
“นี่มัน...” เขาพูดไม่ออกเลยจริงๆ
“ผิดแล้วค่ะ พวกเราแยกครอบครัวมานานแล้ว ธุรกิจที่ล้มละลายนั่นเป็ของครอบครัวรอง ครอบครัวนั้นมีพ่อแม่และลูกสองคน เ้านี่เป็ลูกอีกคนหนึ่ง พวกเราจะไปเกี่ยวได้อย่างไร” ไม่พูดเปล่า สะใภ้ใหญ่ผลักเด็กชายตัวลีบๆ ผิวเหลืองเหมือนคนขาดสารอาหารออกมา
เ้าหน้าที่จ้องเขม็งไปที่เด็กชายแล้วถามอายุ “อายุเท่าไหร่?”
“สิบ สิบปีครับ” เด็กน้อยรีบก้มหน้า เมื่อครู่นี้เขาได้ยินอะไร พ่อแม่ฆ่าตัวตาย?
เ้าหน้าที่ได้ยินเช่นนั้นก็เลิกคิ้ว เด็กสิบขวบแต่ตัวผอมกะหร่องแบบนี้น่ะเหรอ ต้องตรวจสอบข้อมูลให้ดี
จากการตรวจสอบพบว่าเด็กชายที่ยืนตรงหน้าอายุ 10 ปีจริงๆ และเป็ลูกของคู่สามีภรรยาที่ฆ่าตัวตายไปจริงๆ ส่วนการแยกครอบครัวนั้นไม่ปรากฏอยู่ในฐานข้อมูลทะเบียนสำมะโนประชากร แต่จากการตรวจสอบข้อมูลของธุรกิจที่ล้มละลายไปนั้น ดูเหมือนว่ากิจการจะถูกบริหารโดยครอบครัวรองตระกูลเซวียนจริงๆ ส่วนที่ว่ามีคนอื่นเกี่ยวข้องอีกไหม ก็มีแต่เป็เพียงตำแหน่งเล็กๆ เหมือนพนักงานทั่วไป จึงไม่อาจกล่าวได้ว่าคนอื่นในครอบครัวเซวียนมีส่วนเกี่ยวข้องด้วยจนกว่าจะตรวจสอบและมีหลักฐานชัดเจน
ตอนนี้ทั้งครอบครัวเหลือเพียงเด็กชายตัวเล็กๆ ที่อายุถึงเกณฑ์ที่จะตีราคาเป็ทาสผู้ใหญ่ได้พอดิบพอดี แต่มูลค่าหนี้คือ 3 ล้านเหรียญดวงดาวซึ่งหมายความว่ายังไม่เพียงพอ อาจกล่าวได้ว่าเด็กคนนี้ต้องเป็ทาสไปตลอดชีวิต
“แค่ก แค่ก” เสียงไอคอกแค่กสองครั้งที่ไม่ดังมากดังขึ้นทำให้ผู้คนหันไปมอง ก่อนจะพบว่าหญิงสาวที่นอนซึ่งก่อนหน้านี้มีอาการร่อแร่ตอนนี้ได้ลุกขึ้นมาแล้วแต่กลับนั่งอย่างเหม่อลอย
แม้จะดีใจที่อย่างน้อยคนก็ไม่ตาย แต่เ้าหน้าที่ก็ยังไม่อาจเบาใจได้เพราะอาการของหล่อนอาจจะเสียชีวิตเมื่อไหร่ก็ได้
“คนพวกนั้นเป็ครอบครัวคุณหรือเปล่า ครอบครัวได้แยกกันไปไหมหรืออยู่ร่วมกัน”
เซวียนซือซือสบตากับผู้ถามด้วยสีหน้างงงวยก่อนจะส่ายหน้า “ฉันไม่รู้จักพวกเขาจริงๆ ฉันอยู่กับพ่อแม่แล้วก็พี่ชาย ลุงป้าเป็คนละครอบครัว”
คำตอบของเซวียนซือซือทำให้สมาชิกครอบครัวเซวียนโล่งใจ อย่างน้อยเด็กคนนี้ก็ไม่โง่เขลาพอที่จะลากทุกคนไปลงนรกด้วย หัวไวเหมือนกันนี่
“พี่ชาย? คุณหมายถึงน้องชายหรือเปล่า นี่น้องชายของคุณ”
เซวียนซือซือหันไปมอง เห็นเป็เด็กชายตัวเล็กๆ ที่คล้ายจะร้องไห้อยู่รอมร่อ เธออ้าปากแต่ก็พูดไม่ออก ในใจคิดอยากปฏิเสธแต่เมื่อเห็นใครหลายคนพยายามหยักคิ้วหลิ่วตาส่งสัญญาณบางอย่าง หญิงสาวจึงร้องอ้อไปหนึ่งคำ
“ให้เธอพักผ่อนก่อนดีกว่านะคะ ถ้าไม่มีอะไรแล้วพวกเราขอตัว” สะใภ้ใหญ่รีบตัดบท ท่าทางของเซวียนซือซือดูแปลกพิกล เธอคิดต่างจากคนอื่นที่บอกว่าเด็กนั่นฉลาด ดูจากท่าทีแล้วดูเหมือนจะหลงลืมมากกว่า บางที่นี่อาจเป็ผลพวงจากการฆ่าตัวตายพร้อมกับผู้เป็พ่อแม่ แต่ก็ดีเหมือนกันที่หลานของเธอจะความจำเสื่อม เพราะหล่อนเป็คนเดียวที่ยังมีชีวิตอยู่แล้วรู้เื่ราวธุรกิจของครอบครัวรอง
“ทางเราจะตรวจสอบอีกครั้งหนึ่ง ถ้าพวกคุณไม่ได้เกี่ยวข้องกับทางนี้จริงก็ไม่ต้องร่วมรับผิดอะไร แต่หากสืบได้ว่ามีการเล่นกลและปกปิดความจริงคงรู้ใช่ไหมว่าผลจะเป็อย่างไร” เ้าหน้าที่เอ่ยทิ้งท้ายก่อนจะเรียกคนมารับสมาชิกตระกูลเซวียนกลับไปส่งที่เดิม
ส่วนทางด้านของเซวียนซือซือ หลังจากที่คนพวกนั้นจากไปแล้ว เธอกับน้องชายก็ถูกส่งไปยังสถานที่พักฟื้นเพื่อรอต่อแถวขึ้นเครื่องบินในวันต่อไป
หญิงสาวรู้สึกสับสนเป็อย่างมาก ตอนนี้เธอไม่ควรจะอยู่ที่บ้านหรอกเหรอ ทำไมถึงมาอยู่ในสถานที่แปลกๆ ผู้คนแปลกๆ แบบนี้กันนะ เธอจำได้ว่าเธอได้คุยกับพี่ชายและไหว้วานให้เขาเป็ทนายให้นักเขียน จากนั้นก็ได้หยิบหนังสือ “คู่มือเดินทางข้ามกาลเวลา” ที่ซื้อจากร้านหนังสือลุงจางในราคา 38 หยวนออกมาจากกระเป๋าผ้า ซึ่งนั่นเป็หนังสือที่เธอเก็บไว้จนลืม
หลังจากที่เปิดอ่านไปเรื่อยๆ ก็รู้สึกง่วงนอน เนื้อหาด้านในค่อนข้างน่าเบื่อ มีทั้งการเตรียมตัวข้ามเวลาไปอดีต ไปอนาคต และยังมีการแบ่งแยกย่อยอีกมากมาย
การทำสบู่ การทำอาหาร การทำซีอิ๊ว การบ่มเพาะพลัง การตัดเย็บ การทำเกษตรกรรม สารพัดสิ่งสารพัดความรู้ที่อธิบายลงรายละเอียดอย่างจริงจัง ไหนจะรายการสิ่งของที่ควรเตรียมตัว ตอนนั้นเธอยังคิดว่านี่มันหนังสือองค์ความรู้ร้อยแปดอย่างหรือเปล่า ใครจะไปอ่านเื่น่าเบื่อหนาๆ แบบนี้ได้จนจบเล่มกัน
ยิ่งคิดก็ยิ่งเบื่อ ยิ่งคิดก็ยิ่งง่วงจนตาจะปิด และสุดท้ายเธอก็ไม่อาจต้านทานเวทมนตร์ความง่วงนอนได้จึงผล็อยหลับไป แต่ไหงจู่ๆ ตื่นมาดันมาโผล่ที่ไหนก็ไม่รู้ได้ซะนี่