รุ่งอรุณสาดแสงสีทองอาบหลังคาจวนอ๋อง ขบวนเดินทางถูกจัดเตรียมอย่างเรียบง่ายแต่แฝงด้วยความน่าเกรงขาม หลี่เฟยหลงสวมชุดองครักษ์ฝึกหัดสีกรมท่า แม้จะดูธรรมดาแต่เนื้อผ้าถูกลงอาคมป้องกันเบื้องต้นไว้โดยท่านพ่อ
"พร้อมนะ?" หลี่กวงควบม้าเข้ามาใกล้ วันนี้เขาดูภูมิฐานผิดหูผิดตาในชุดเกราะเต็มยศ "เข้าวังหลวงคราวนี้ เ้าห้ามไปทำหน้ามึนใส่พวกขุนนางล่ะ เดี๋ยวจะโดนเพ่งเล็งเอา"
เฟยหลงยิ้มรับ "ข้าจะพยายาม"
เฟยหลง เหม่ยอิงและหลี่กวงควบม้า ผ่านถนนสายหลักจนกระทั่งเห็นกำแพงวังสีแดงชาดมหึมาปรากฏแก่สายตา กลิ่นอายของ 'ปราณัฟ้า' ที่ท่านพ่อเคยเตือนไว้เริ่มแผ่ซ่านออกมาจากตัววังหลวง มันเป็ปราณที่ทรงพลัง กดดัน และเต็มไปด้วยกลิ่นอายแห่งอำนาจ
เมื่อถึงประตูวัง ความเงียบเชียบและระเบียบวินัยอันตึงเครียดเข้าปกคลุมทันที เหม่ยอิงที่ขี่ม้าขนาบข้างกระซิบเสียงเบา "สำรวมลมปราณของเ้าไว้ อย่าทำตัวเด่นเกินไปนัก จะเป็ภัยกับตัวเ้า"
ยังไม่ทันที่เฟยหลงจะตอบ ขันทีาุโในชุดม่วงเข้มก็เดินออกมาต้อนรับ สายตาคมกริบของเขากวาดมองมาที่เฟยหลงราวกับจะมองให้ทะลุถึงปอด
"คารวะองค์ชายหลี่กวงและคณะ..." ขันทีผู้นั้นยิ้มเย็น "และนี่คงเป็ 'ท่านอ๋องน้อย' ที่องค์ฮ่องเต้ทรงระบุไว้ในพระราชโองการสินะ ดูเป็ม้าป่าที่ยังไม่ได้ฝึกฝน"
เฟยหลงรู้สึกถึงแรงกดดันมหาศาลจากขันทีผู้นี้ แต่มือหนึ่งกลับเอื้อมมาแตะที่หลังมือของเขาอย่างแ่เบา กลิ่นดอกเหมยจาง ๆ จากตัวเหม่ยอิงช่วยให้จิตใจเขาจดจ่ออยู่กับปัจจุบัน
"เขาอาจจะดูไร้เดียงสาไปบ้าง แต่ก็เรียนรู้เร็ว" หลี่กวง เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งแต่สยบแรงกดดันรอบข้างลงในพริบตา
คืนแรกในวังหลวง เฟยหลงถูกแยกมาพักที่เรือนองครักษ์ท้ายวัง บรรยากาศที่นี่ต่างจากจวนอ๋องราวฟ้ากับเหว ทุกย่างก้าวมีหูตาคอยจับจ้อง เขาขยับตัวเข้าหาหน้าต่าง มองเห็นแสงไฟจากตำหนักกลางที่สว่างไสว
"เ้าก็รู้สึกใช่ไหม? เ้าัน้อย" เฟยหลงพึมพำ "ที่นี่ไม่ใช่ที่ของเรา... แต่เราถอยกลับไม่ได้แล้ว"
ทันใดนั้น เงาสายหนึ่งพาดผ่านขอบหน้าต่าง เฟยหลงสะดุ้งสุดตัว มือคว้ากระบี่ข้างกายตามสัญชาตญาณ แต่เมื่อมองชัด ๆ กลับเป็กิ่งดอกเหมยสีแดงสดกิ่งหนึ่งที่ถูกวางไว้ที่ขอบหน้าต่าง พร้อมกับเศษกระดาษเล็ก ๆ ที่เขียนด้วยลายมือบรรจง
*'ในวังหลวง จงอย่าเชื่อใจใครง่ายๆ แม้กระทั่งรัชทายาท จาก... ศิษย์พี่'*
เฟยหลงกำกระดาษแผ่นนั้นแน่น ความกังวลในใจทุเลาลงอย่างประหลาด แม้จะอยู่ท่ามกลางดงัฟ้าที่จ้องจะกลืนกินเขา แต่เขาก็รู้ว่าไม่ได้สู้เพียงลำพัง