บุรุษหลบออกอย่างรวดเร็ว
มือกู้สุ่ยเย่ว์คว้าได้แค่อากาศธาตุใบหน้าสวยสดฉายแววเสียดายออกมา ทว่าผลลัพธ์เช่นนี้ไม่ได้เหนือคาดตอนนี้นางอ่อนแอเกินไป ยังห่างไกลจากบุรุษผู้นี้หลายโข ไม่มีทางเป็คู่ปรับเขาได้
บุรุษเยาะเย้ยต่อ “กู้สุ่ยเย่ว์เ้ามีการหมั้นหมายอยู่กับตัว ทว่ากลับยังพัวพันกับคนเช่นนี้ดูท่าจวนตระกูลกู้จะไม่เคยสอนการเป็กุลสตรีกับเ้า”
“จวนตระกูลกู้ไม่ได้สอนการเป็นกุลสตรีกับข้าเกี่ยวอะไรกับเจ้า”กู้สุ่ยเย่ว์ย้อนกลับ “หรือเจ้าเป็นเขี้ยวเล็บที่กงซุนอี้ส่งมา เห็นเจ้านายถูกสวมเขา ดังนั้นจึงได้อยู่ไม่สุขร้อนใจเช่นนี้”ั์ตาบุรุษหน้ากากเงินจ้องนางเรียบนิ่งครู่หนึ่ง“ยังปากคอเราะร้ายนัก”
เสียงเพิ่งจะจบ เงาร่างก็หายวับไปแล้ว
นัยน์ตากระจ่างสวยของกู้สุ่ยเย่ว์จ้องมองทิศทางที่เขาจากไปเผยสีหน้าครุ่นคิด บุรุษสวมหน้ากากคนนี้เป็นคนของกงซุนอี้รึ นึกถึงกงซุนอี้ นางก็อดนึกถึงหลี่เย่จิ่นกับกู้เทียนชิงขึ้นมาไม่ได้นึกถึงลูกที่ตายจากไป นัยน์ตาที่เดิมนิ่งสงบทอประกายน่าหวาดหวั่นมือคู่ของนางกำหมัดแน่น สูดลมหายใจลึกๆ ข่มอารมณ์คลุ้มคลั่งนั่นลง“คุณหนูใหญ่”
กู้สุ่ยเย่ว์หันหน้าไปเห็นอี๋เหนียงสี่เฉินซื่อยืนอยู่นอกประตูั์ตากระจ่างดุจสายน้ำฤดูสารทจับจ้องนาง
ไม่ต้องสงสัย อี๋เหนียงสี่เป็หญิงงามนางหนึ่งนางอยู่ในจวนดำมืดนี้มาหลายปีเกินไปความกลัดกลุ้มและความทรมานนานปีทำให้ใบหน้างดงามของนางหม่นหมอง ตอนนี้ใบหน้าหม่นหมองนั้นกลับมาสดใสอีกครั้ง
“กำลังจะเดินผ่านเรือนคุณหนูใหญ่เลยอยากเข้ามาดูเสียหน่อย” เฉินซื่อเอ่ยความรู้สึกดีที่กู้สุ่ยเย่ว์มีต่อเฉินซื่อมาจากความชื่นชมที่ร่างกายนี้มีต่อเฉินซื่อทุกอย่างที่นางทำ ไม่ได้แก้แค้นให้เฉินซื่อแต่เป็การโต้กลับที่หลินซื่อปองร้ายนาง
“หลินเย่หรูป่วยแล้ว ป่วยไม่เบา หมอมาๆ กลับๆ หลายรอบล้วนแต่พูดว่าพบเื่ใจนเสียขวัญ” เฉินซื่อเอ่ย “กี่ปีแล้ว หลังลูกข้าจากไปข้าก็ไม่เคยดีใจเช่นนี้มาก่อน”
“อยู่ในเมืองหลวงตระกูลหลินไม่ถือว่าเป็นตระกูลใหญ่อะไรหลินเย่หรูแต่งเข้าจวนตระกูลกู้ ข้างบนมีด่านใหญ่อย่างฮูหยินผู้เฒ่า เบื้องล่างมีหม่าซื่อที่ได้รับความโปรดปราน ทว่าหลินเย่หรูกลับนั่งตำแหน่งนายหญิงใหญ่ได้อย่างมั่นคงนั่นเพราะนางมีความสามารถ ข้าไม่มีทางสู้ชนะนาง”“คุณหนูใหญ่ แม้หลินเย่หรูจะนอนโทรมป่วยหนักแต่นางเป็คนโเี้ฟื้นจากหนนี้ได้จะต้องหาวิธีที่อำมหิตกว่านี้มาจัดการคุณหนูแน่ดังนั้นคุณหนูจะต้องเตรียมการให้ดี”
“ข้าได้ยินคนที่จวนส่วนหน้าเอ่ยว่าอีกไม่กี่วันคุณชายใหญ่จะกลับมาแล้ว”
กู้จิ่งฝานคุณชายใหญ่จวนตระกูลกู้เป็บุตรชายคนโตของจวนตระกูลกู้ ทว่าไม่ได้กำเนิดจากหลินซื่อ แต่ถูกหลินซื่อเลี้ยงดูจนเติบใหญ่กู้จิ่งฝานเป็ที่พึ่งที่แข็งแกร่งที่สุดของหลินซื่อ
หลังเฉินซื่อจากไป กู้สุ่ยเย่ว์ต้องระวังกู้จิ่งฝานผู้นี้เพิ่มขึ้นอีกหลายส่วน
ปีนี้กู้จิ่งฝานอายุสิบเก้า คุณชายหนุ่ม หน้าตาไม่สามัญหลักแหลมแต่เด็ก หนึ่งขวบพูดได้ สวมขวบร่ายกลอนตัวเขายังเป็นอัจฉริยะด้านการฝึกยุทธ์ ตอนนี้กราบเจ้าอาวาสวัดผู่อันเป็นศิษย์ วรยุทธ์ก้าวหน้าบัดนี้กลับมาเพราะต้องการเข้าร่วมการสอบคัดเลือกขุนนางฤดูใบไม้ผลิปีหน้ากู้เชียนพึงพอใจในตัวลูกชายคนโตคนนี้มากเพราะกู้จิ่งฝานใกล้ชิดหลินซื่อมาก เห็นแก่หน้ากู้จิ่งฝานกู้เชียนจึงผ่อนปรนตามใจหลินซื่ออยู่บ้าง
อย่างเช่นครั้งนี้ หลินซื่อลงมือกู้สุ่ยเย่ว์ไม่เพียงไม่ตาย ยังให้ฉุนอ๋องเห็นเื่น่าอับอายของจวนตระกูลกู้เขาประชุมเช้าวันนี้ ฉุนอ๋องที่ปกติชอบทำตามอำเภอใจยังเอ่ยล้อเลียนกลางท้องพระโรงหยอกว่าจวนส่วนหลังของเขามีเื่น่าตื่นตาตื่นใจไม่ขาด หน้ากู้เชียนถึงกับเขียวคล้ำอยู่ตรงนั้น
เขากลับมาจวนส่วนหลังพร้อมไฟโทสะเต็มอก เห็นหลินซื่อนอนอยู่บนเตียงก็โมโหยิ่งกว่าอะไรดี หลินซื่อวางตัวดีมากกิริยาแต่ไม่ได้น่าสนใจอันใด ไม่เหมือนอี๋เหนียงสามที่เอาใจคนเก่งเช่นนั้นแต่เขาคิดว่าหลินซื่อเป็นคนฉลาด ดังนั้นจึงให้เกียรติมาโดยตลอด แต่คิดไม่ถึงว่านางจะทำเรื่องเช่นนี้ออกมาได้“ท่านพ่อ กู้สุ่ยเย่ว์โยนงูพิษของฉุนอ๋องมาบนตัวท่านแม่งูพิษนั่นยังรัดท่านแม่อยู่นาน” กู้ชิงเหลียนเอ่ยน้ำตาคลอ
สีหน้ากู้เชียนไม่น่าดูนัก ยิ่งไม่อยากได้ยินคำพูดพวกนี้แต่ไหนแต่ไรมากู้ชิงเหลียนสังเกตสีหน้าคนเป็ ทว่าครั้งนี้เพราะเสียใจมากเกินไปเลยไม่เห็นสีหน้ากู้เชียน
หลินซื่อกระแอมไอเสียงเบา กู้ชิงเหลียนเหมือนได้สติกลับมาก้มหน้าลง ไม่เอ่ยวาจาอีก นางอดน้อยใจขึ้นมาไม่ได้ หากตอนนี้เป็นกู้ชิงอวี้เขาต้องปวดใจหาใดเปรียบแน่ คงไปคิดบัญชีกู้สุ่ยเย่ว์นานแล้ว เหตุใดเปลี่ยนเป็นนางเขาถึงโมโหกว่าเก่ากัน กู้ชิงเหลียนรู้ดีว่าใจบิดานางลำเอียงมาแต่ไหนแต่ไร นางเป็นบุตรสาวสายตรงชัดๆ ทั้งเห็นได้ชัดว่าท่านแม่ไม่ได้รับความเป็นธรรมเพราะท่านพ่อทว่าเขากลับไม่ออกหน้าให้ท่านแม่เลยสักนิด ทว่าหลินซื่อเข้าใจโลกกว่ากู้ชิงเหลียนนางสัมผัสได้ถึงเรื่องนี้นานแล้วที่นางยืนหยัดอยู่ในจวนได้ไม่ได้พึ่งพาความรักจากนายท่านกู้แต่ต่อให้รักแล้วจะมีประโยชน์อันใด ตอนนี้หม่าซื่อยังไม่ใช่กลายเป็นเสียสติคลุ้มคลั่งรึ หลินซื่อมองนายท่านกู้ เอ่ย “ข้าเพิ่งได้จดหมายจากจิ่งฝาน บอกว่าอีกสามวันจะกลับมา”พอเอ่ยถึงกู้จิ่งฝาน สีหน้ากู้เชียนดูดีขึ้นมาก
“จดหมายอยู่ที่ใด ให้ข้าดูซิ”
ไม่นานมามาก็ส่งจดหมายมาตรงหน้านายท่านกู้ นายท่านกู้อ่านจดหมายจบแล้วความหงุดหงิดในใจหายเป็ปลิดทิ้ง เอ่ยกับหลินซื่อด้วยเสียงอ่อนโยนขึ้นมาก“ฮูหยินรักษาตัวให้ดี รีบหายไวๆ ไม่เช่นนั้นจิ่งฝานกลับมาแล้วจะปวดใจได้”
นายท่านกู้พูดจบแล้วก็จากไป
กู้ชิงเหลียนตักยาที่ต้มไว้มาป้อนหลินซื่อ
ทว่าหลินซื่อกลับหันหน้าออก
“ท่านแม่ ท่านกินยาเถอะ ไม่เช่นนั้นจะหายได้อย่างไร”
หลินซื่อยกยิ้ม “หายรึ หากว่าข้าหายแล้วจิ่งฝานจะรู้ได้อย่างไรว่ามารดาถูกเหยียดหยามและหลู่เกียรติอย่างไร”
สามวันถัดมา
วันนี้บรรยากาศจวนตระกูลกู้แตกต่างจากความอึมครึมไม่กี่วันก่อนอย่างสิ้นเชิงบ่าวรับใช้ตื่นกันแต่เช้า ทำความสะอาดทั้งจวนตระกูลกู้หนหนึ่งรอตะวันลอยเด่นกลางฟ้า อาชาตัวหนึ่งพุ่งทะยานมาแต่ไกลเหยียบย่างเข้าสู่จวนตระกูลกู้
ชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาพลิกกายลงจากรถม้าไม่นานก็มีบ่าวรับใช้กรูออกมา มีคนจูงม้า มีคนรับสัมภาระบนมือเขามีคนยื่นส่งผ้าเปียก คุณชายใหญ่จวนตระกูลกู้ถูกคนห้อมล้อมเช่นนี้ บ่าวรับใช้ส่งข่าวมา ให้กู้สุ่ยเย่ว์ไปร่วมงานเลี้ยงตอนเย็นแต่ไหนแต่ไรมานางเป็นแค่คนที่ถูกลืม ได้รับเชิญหลังจัดการหลินซื่อไปหมาดๆเป็นงานเลี้ยงอาบยาพิษอย่างไม่ต้องสงสัยมีประสงค์ร้ายแอบแฝงต่อให้เป็เช่นนี้ กู้สุ่ยเย่ว์ไม่รู้จักคำว่า ‘ถอยหนี’สองพยางค์นี้ นางเปลี่ยนชุด ไปเข้าร่วมแล้ว
งานเลี้ยงจัดใหญ่โตนัก เห็นได้ถึงระดับความสำคัญที่กู้เชียนมีให้ลูกชายคนโตกู้เชียนมีบุตรชายสาม บุตรสาวสี่ ตัดกู้ชิงอวี้ที่ตายไปออกที่เหลือต่างก็เข้าร่วมงานเลี้ยงครั้งนี้
กู้เชียน ฮูหยินผู้เฒ่ากู้ หลินซื่อ อี๋เหนียงห้าคนบุตรชายสามบุตรสาวสาม คนจวนตระกูลกู้มาครบครันตำแหน่งกู้สุ่ยเย่ว์ยังจัดไว้เด่นสะดุดตา
กู้จิ่งฝานไม่ได้เกิดจากท้องหลินซื่อแต่ถูกหลินซื่อเลี้ยงจนเติบใหญ่ เคารพหลินซื่ออย่างยิ่ง เขานั่งอยู่ข้างๆ หลินซื่อคอยปรนนิบัติดูแลหลินซื่ออยู่ตลอด กตัญญูเป็ที่สุด
หลินซื่อนั่งตรงข้ามกู้สุ่ยเย่ว์ สวมเสื้อคลุมจิ้งจอกตัวหนาสีหน้าซีดขาว เสื้อคลุมจิ้งจอกสีขาวนั่นยิ่งขับเน้นหน้าไร้เืฝาดของนางนางนั่งอยู่ตรงนั้น สีหน้าย่ำแย่ยิ่ง แทบจะอิงแอบไปบนตัวกู้จิ่งฝานอยู่แล้ว
สายตากู้สุ่ยเย่ว์ร่วงตกไปที่ตัวกู้จิ่งฝาน
ความเยาว์วัยไร้เดียงสาของเด็กหนุ่มเลือนหาย เค้าโครงต่างๆปรากฏชัด องคาพยพทั้งห้าได้รูป เขาดูสะอาดสุภาพเหมือนกู้เชียนแต่เพราะฝึกยุทธ์มานานปี บนตัวมีความองอาจน่าเกรงขามเพิ่มมา
ด้วยสายตาที่ใช้มองคนของกู้สุ่ยเย่ว์ กู้จิ่งฝานคนผู้นี้ถือเป็นเพชรน้ำดีของจวนตระกูลกู้อย่างแท้จริง ยังให้ความสำคัญกับสายใยและมิตรภาพเป็นอย่างยิ่ง ในเหล่าทายาทของกู้เชียน มีเพียงกู้จิ่งฝานที่ไม่ธรรมดาสามัญ ในภายภาคหน้าจะต้องประสบความสำเร็จก้าวหน้าเป็นแน่ น่าเสียดายที่เขาเป็นลูกของหลินซื่อถูกกำหนดไว้แล้วว่าต้องเป็ศัตรูกัน
บนหน้ากู้สุ่ยเย่ว์เผยแววตาเสียดายออกมา
บางทีอาจเพราะััถึงสายตานาง สายตากู้จิ่งฝานเคลื่อนมาร่วงตกบนตัวนาง บนหน้าฉายแววสงสัยเลือนราง
“พี่ใหญ่ นั่นพี่สุ่ยเย่ว์เ้าค่ะ” กู้ชิงเหลียนเอ่ย
กู้จิ่งฝานเป็นหนุ่มอัจฉริยะกู้สุ่ยเย่ว์เป็นหญิงโง่สติไม่ดี ทั้งสองคนยุ่งเกี่ยวกันน้อยมากความเข้าใจที่มีต่อกู้สุ่ยเย่ว์ของกู้จิ่งฝานจึงหยุดอยู่แค่บทสนทนาระหว่างมารดาและน้องสาวแต่ก่อนน้องสาวเอ่ยถึงกู้สุ่ยเย่ว์มักจะเอ่ยเรียกด้วยวาจาชิงชัง ‘หญิงสติไม่ดีนางนั้น’
มารดาก็มักจะเอ่ยว่า ‘บุตรสาวสายตรงคนโตจวนตระกูลกู้ เกิดมาได้ดีทว่าชะตาอาภัพ สติไม่ดีไม่สมประกอบ ถูกอี๋เหนียงสามกับลูกสาวนางรังแก’
แต่ตอนนี้ หญิงสาวตรงหน้า ใบหน้าเรียว คางแหลม ในนัยน์ตากระจ่างคล้ายมีประกายสดใสไหววับ หน้าตาสวยจิ้มลิ้มแฝงความสง่ามากกิริยาดุจดั่งไข่มุกที่ยังคงส่องแสงเปล่งประกายแม้ตกอยู่ท่ามกลางหมู่คนทั่วไปเสียงไอของหลินซื่อดังขึ้น
น้ำเสียงกู้ชิงเหลียนแฝงแววกังวล “ท่านแม่ท่านเห็นพี่สุ่ยเย่ว์แล้วคิดถึงเรื่องไม่ดีอะไรใช่หรือไม่พี่สุ่ยเย่ว์แค่ล้อเล่นกับท่าน ถึงได้ล่องูตัวนั้นไปบนตัวท่านแม่ ทำให้ท่านแม่ตกใจจนล้มป่วยมานานเพียงนี้ แต่คิดดูแล้ว พี่สุ่ยเย่ว์ก็ไม่ได้ตั้งใจนะเจ้าคะ”สุขภาพร่างกายหลินซื่อแข็งแรงมาแต่ไหนแต่ไร
ตอนกู้จิ่งฝานจากไป หลินซื่อไปส่งเขาถึงนอกเมืองแม้หลินซื่อจะอ่อนโยนสุภาพ แต่กลับไม่เหมือนหญิงอ่อนแอพวกนั้น นางยิ้มส่งเขาจากไป เขายังจำตอนเขาจากไปได้ดี จำความอาลัยบนใบหน้ามารดาได้ไม่ลืม หนึ่งปีผ่านมา เขากลับมาอีกครั้ง มารดาป่วยหนักอยู่บนเตียง สีหน้าซีดขาวราวกับวิญญาณหลุดหายทั้งตัวคนดูเหมือนแก่ชราไปสิบกว่าปีอย่างไรอย่างนั้นเขาถามสาเหตุการป่วยของมารดาอยู่หลายครั้งทว่ามารดากลับพูดข้ามบ่ายเบี่ยง
ตอนนี้ได้รู้สาเหตุจากปากน้องสาวกู้จิ่งฝานถึงรู้สาเหตุที่มารดาบ่ายเบี่ยง คงเห็นแก่ความสงบของจวนส่วนหลังไม่อยากให้เขากับกู้สุ่ยเย่ว์ผิดใจกัน
สงสารมารดาที่ต้องเห็นแก่ภาพรวม ทว่าบนใบหน้ากู้สุ่ยเย่ว์กลับไร้ซึ่งความรู้สึกผิดแม้เพียงนิดกู้จิ่งฝานมองสีหน้ากู้สุ่ยเย่ว์ชั่วขณะนั้นใจเขาก็เย็นเยียบ