ตอนที่ 111: ขยับทัพ ขยายฐาน
ท่ามกลางความมืดมิดและกลิ่นอายอับชื้นปนปราณอสูรของมิติทับซ้อนแดนลับปีศาจ ค่ายเมืองย่อยของหลีเฮงบัดนี้มิได้เงียบเหงาและรกร้างเหมือนดั่งวันวานอีกต่อไป ซากปรักหักพังสีเทาหม่นได้รับการทำความสะอาดและซ่อมแซมจนกลายเป็นแนวกำแพงหินศิลาที่แข็งแกร่ง แสงอัคคีจากคบเพลิงเวทมนตร์วูบวาบสะท้อนเงาของเหล่าสิ่งมีชีวิตรูปร่างประหลาดที่กำลังเดินตรวจตราอย่างขะมักเขม้น
เสียงฝีเท้าหนักแน่นและกรงเล็บเหล็กกล้ากรีดครูดไปกับพื้นศิลาดังระงมเป็นระยะ นั่นคือเสียงของ "อสูรหมาป่าสองขา" ร่างกายสีดำทมิฬมะเมื่อม กล้ามเนื้อขาหลังอันทรงพลังช่วยให้พวกมันเคลื่อนไหวได้อย่างรวดเร็วว่องไวราวกับสายฟ้าแลบ ดวงตาสีแดงก่ำจับจ้องรอบบริเวณด้วยความระแวดระวังภัยอย่างสูงสุด
ทว่าสิ่งที่ดูโดดเด่นและน่าเกรงขามยิ่งกว่าในยามนี้ กลับเป็นสิ่งมีชีวิตสายพันธุ์ใหม่ที่เพิ่งฟักออกมาจากรังไข่อสูรอันร้อนระอุ พวกมันคือ "อสูรปีศาจพ่นพิษมาร" ที่มีส่วนหัวขนาดใหญ่โตหนาเตอะ เปลือกแข็งสีม่วงเข้มปกคลุมไปทั่วร่าง ลำตัวท่อนล่างคดเคี้ยวไปมาคล้ายอสรพิษขนาดยักษ์ผสมผสานกับอสูรกายแมลง แผงคอหนาด้านหลังขยับขึ้นลงเป็นจังหวะพร้อมที่จะปลดปล่อยของเหลวสีเขียวเข้มซึ่งเป็นกรดพิษร้ายแรงหลอมละลายได้แม้กระทั่งศิลาแกร่ง
หลีเฮงยืนทอดน่องอยู่บนแท่นศิลาสูงใจกลางค่ายเมืองย่อย สองมือไพล่หลังพลางกวาดสายตามองภาพกองทัพอสูรใต้บังคับบัญชาด้วยแววตาพึงพอใจประหนึ่งเจ้าเมืองผู้ยิ่งใหญ่ หากไม่ติดว่าใบหน้าหล่อเหลาคมคายของเขามักจะประดับไปด้วยรอยยิ้มกรุ้มกริ้มเจ้าเล่ห์ดั่งคนไร้ยางอายอยู่เป็นนิจ
"เจ้านี่... พอมองดูจากมุมสูงแบบนี้แล้ว กองทัพของพวกเราก็ดูน่าเกรงขามไม่เบาเลยนะ" หลีเฮงเอ่ยขึ้นพลางหัวเราะเบาๆ ในลำคอ
"น่าเกรงขามงั้นหรือ? ข้าเห็นแต่คนขลาดเขลาที่ชอบยืนหลบอยู่ข้างหลังสตรีเสียมากกว่า" เสียงหวานใสแฝงแววประชดประชันดังขึ้นจากด้านหลัง พร้อมกับการปรากฏตัวของเย่เจาจวิน ราชินีปีศาจราตรีผู้เลอโฉม
นางอยู่ในชุดกระโปรงยาวสีดำสนิทขลิบด้ายแดง ผ่าข้างสูงเผยให้เห็นเรียวขาขาวเนียนดั่งหิมะสะกดสายตา เส้นผมสีดำขลับประบ่าขยับไหวตามสายลมเย็น แววตาคู่สวยสีม่วงลึกลับจับจ้องชายหนุ่มด้วยความหมั่นไส้ แต่ถึงกระนั้น มุมปากของนางก็ยังแอบยกยิ้มบางเบาอย่างเอ็นดู
"โธ่... เจาจวินคนดีของข้า เจ้ากล่าวเช่นนี้ได้อย่างไรกัน?" หลีเฮงหันกลับมาส่งสายตาหวานเชื่อมพลางสาวเท้าเข้าไปใกล้ "การที่ข้าเลือกหลบหลังสตรีรูปงามเช่นเจ้า มันมิใช่เพราะข้าขลาดเขลาหรอกนะ แต่เป็นเพราะข้าชื่นชมในความเก่งกาจและอยากปกป้องแผ่นหลังอันบอบบางนี้ต่างหากเล่า อีกอย่าง... หากข้าไม่หลบหลังเจ้า ข้าจะได้รับรู้ถึงกลิ่นหอมรัญจวนใจและไออุ่นจากเรือนร่างของเจ้าได้อย่างไรกัน?"
"วาจาเหลวไหลหน้าหนาเช่นเคย!" เย่เจาจวินเบือนหน้าหนีทำเป็นไม่ใส่ใจ ทว่าพวงแก้มขาวนวลกลับขึ้นสีระเรื่ออย่างห้ามไม่อยู่ นางยกมือขึ้นกอดอกเพื่อปกปิดอาการใจสั่นก่อนจะรีบเปลี่ยนหัวข้อสนทนา "เลิกเล่นลิ้นได้แล้ว หลีเฮง รีบมาประเมินสถานการณ์ของค่ายเมืองย่อยแห่งนี้เสียที"
"น้อมรับบัญชาจากฮูหยิน" หลีเฮงยิ้มกว้างก่อนจะเอ่ยเรียกหน้าต่างระบบในใจ
ทันใดนั้น หน้าจอแสงสีครามโปร่งแสงของระบบเทพแมงดาก็เด้งขึ้นมาตรงหน้าเขาอย่างรวดเร็ว พร้อมกับเสียงสังเคราะห์ป่วนประสาทที่ดังขึ้นในหัว
*[ติ๊ง! ระบบเทพแมงดาขอรายงานค่าสถานะและแต้มสะสมล่าสุดของโฮสต์ผู้ทรงเกียรติ (และหน้าหนาที่สุดในสามโลก)]*
*- แต้มแมงดาคงเหลือ: 34,500 แต้ม*
*- แต้มวิบัติสะสม: 47 แต้ม*
*- เกราะพลังเมีย: 7 หน่วย*
*- ขีดจำกัดยูนิตอสูรปัจจุบัน: 1,000 / 1,000 ตัว*
หลีเฮงขมวดคิ้วเล็กน้อยพลางลูบคางตัวเองขณะเพ่งมองที่ตัวเลขขีดจำกัดยูนิตอสูร "เต็มแล้วงั้นหรือ? รวดเร็วถึงเพียงนี้เชียว"
"ใช่แล้ว" เย่เจาจวินพยักหน้าพลางก้าวมายืนเคียงข้าง "ด้วยอัตราการฟักไข่ของรังอสูรที่เจ้าปรับปรุง บัดนี้พลังปราณของค่ายเมืองย่อยระดับหนึ่งไม่สามารถรองรับการกำเนิดของยูนิตอสูรเพิ่มขึ้นได้อีกแล้ว หากเจ้าต้องการขยายกองทัพเพื่อต้านทานการรุกรานที่แข็งแกร่งกว่านี้ หรือต้องการก่อสร้างค่ายกลป้องกันระดับสูงเพื่อสร้างกำแพงค่ายกลชั้นสูงที่แข็งแกร่งกว่าเดิม เจ้าจำเป็นต้องอัปเกรดฐานหลักของค่ายเมืองย่อยนี้ให้ขึ้นสู่ 'ขั้นสอง' เสียก่อน"
"การอัปเกรดขึ้นสู่ขั้นสองต้องใช้เงื่อนไขอะไรบ้างล่ะ?" หลีเฮงถามพลางใช้นิ้วจิ้มหน้าจอระบบเพื่อเรียกดูรายละเอียดภารกิจขยายฐานทัพ
หน้าจอระบบแปรเปลี่ยนเป็นรายละเอียดเงื่อนไขการอัปเกรดทันที
*[เงื่อนไขการยกระดับค่ายเมืองย่อยสู่ขั้นสอง]*
*1. แต้มแมงดาจำนวน 10,000 แต้ม (โฮสต์มีเพียงพอ)*
*2. แกนอสูรระดับสูงจำนวน 10 ชิ้น (โฮสต์มีเพียงพอ)*
*3. แร่ธาตุอุณหภูมิสูงชนิดพิเศษ: 'ศิลาไฟโลกันตร์' จำนวน 500 กิโลกรัม (ยังขาดแคลน)*
"ศิลาไฟโลกันตร์?" หลีเฮงทวนคำพลางทำตาโต "เจ้านี่คือแร่อะไรกัน?"
เย่เจาจวินขมวดคิ้วมุ่น "มันคือแร่ธาตุวิเศษที่ก่อตัวขึ้นลึกใต้พิภพในบริเวณที่มีธารลาวาไหลผ่าน มันดูดซับปราณอัคคีเข้มข้นจนมีสีแดงฉานประหนึ่งโลหิตและร้อนแรงดั่งไฟนรก แร่นี้มีความสามารถในการเป็นตัวนำและกักเก็บพลังปราณปีศาจระดับสูงได้ดีเยี่ยม หากไม่มีมัน เราจะไม่สามารถวาดลวดลายค่ายกลป้องกันสำหรับกำแพงขั้นสองได้เลย เพราะพลังปราณธรรมดาจะแตกสลายเมื่อเผชิญกับการสะกดข่มของบรรยากาศแดนปีศาจชั้นใน"
"แล้วเราจะไปหาแร่ศิลาไฟโลกันตร์นี่ได้จากที่ไหนกันล่ะ? ในระบบมีขายไหม?" หลีเฮงลองเลื่อนดูร้านค้าระบบของโฮสต์ผู้ไร้ศักดิ์ศรี แต่ก็ต้องส่ายหัวเมื่อพบว่าราคาในร้านค้านั้นแพงมหาศาลจนกระเป๋าอาจจะฉีกได้ และที่สำคัญ การซื้อของสำเร็จรูปจากระบบบ่อยครั้งจะทำให้แต้มวิบัติสะสมของเขาพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่คุ้มค่าเอาเสียเลย
"ไม่จำเป็นต้องซื้อหรอก" เย่เจาจวินกล่าวพลางชี้มือลงไปยังแผนที่โฮโลแกรมสามมิติที่ระบบจำลองขึ้นมาจากกระแสจิตของหลีเฮง "ระบบสแกนของเจ้าจับคลื่นความร้อนใต้ดินได้มิใช่หรือ? ลองดูตรงรอยแยกใต้พื้นศิลาฝั่งทิศใต้นี่สิ"
หลีเฮงเพ่งมองตามนิ้วเรียวงามของนาง ทันใดนั้นระบบก็ทำการฉายภาพพื้นที่ขยายใหญ่ขึ้นมาทันที มันแสดงให้เห็นเส้นทางอุโมงค์ถ้ำใต้ดินคดเคี้ยวเลี้ยวลดราวกับเขาวงกต ลึกลงไปนับหลายร้อยเมตร และที่จุดปลายสุดของเส้นสีส้มแดงเดือดพล่านนั้น ปรากฏสัญลักษณ์สีแดงกะพริบถี่ๆ พร้อมข้อความแจ้งเตือน
*[ติ๊ง! ตรวจพบเหมืองแร่ศิลาไฟโลกันตร์ธรรมชาติหนาแน่นสูง]*
*พิกัด: ถ้ำใต้ดินอัคคี รังของเผ่าแมงมุมไหมเพลิง*
*ระดับความอันตราย: ปานกลางถึงสูง (เหมาะสำหรับกองทัพอสูรที่ต้องการขยายขอบเขตและยกระดับฝีมือ)*
"รังของเผ่าแมงมุมไหมเพลิงงั้นหรือ..." หลีเฮงพึมพำ น้ำเสียงแฝงความตื่นเต้นปนสงสัย
"ใช่แล้ว เผ่าแมงมุมไหมเพลิงเป็นเผ่าปีศาจระดับกลางที่ปกครองพื้นที่ใต้พิภพแถบนี้ พวกมันไม่ชอบขึ้นมาบนพื้นผิว แต่จะอาศัยอยู่ตามรอยแยกหินย้อยใต้ดินที่อบอวลไปด้วยธารลาวาเดือดพล่าน จุดเด่นของพวกมันคือความสามารถในการพ่นใยไหมเพลิงที่เหนียวแน่นและร้อนแรงประหนึ่งเปลวไฟ หากสิ่งใดโดนรัดรั้งไว้จะถูกแผดเผาจนกลายเป็นเถ้าถ่านในพริบตา อีกทั้งพวกมันยังมีจำนวนมหาศาล มักจู่โจมพร้อมกันเป็นฝูงใหญ่นับร้อยนับพัน" เย่เจาจวินอธิบายด้วยสีหน้าจริงจัง แววตาแฝงความกังวลเล็กน้อย "การจะบุกเข้าไปขุดแร่ศิลาไฟโลกันตร์ในรังของพวกมัน จึงมิใช่เรื่องง่ายดายเลย"
แต่แทนที่จะแสดงความหวั่นเกรง หลีเฮงกลับเลิกคิ้วขึ้นพร้อมกับผุดรอยยิ้มกว้างอย่างตื่นเต้น ดวงตาของเขาฉายแวววาบหวามประหนึ่งเด็กหนุ่มที่ได้เจอของเล่นชิ้นใหม่ที่ถูกใจ
ในอดีตชาติก่อนที่จะมาเกิดใหม่ในโลกนี้ หลีเฮงเคยเป็นคอเกมตัวยงที่หลงใหลในเกมวางแผนจำลองกลยุทธ์ทำศึกแบบเรียลไทม์เป็นชีวิตจิตใจ การจัดทัพ การส่งหน่วยรบออกไปปะทะ การแก้ทางประเภททหาร และการควบคุมยูนิตเพื่อช่วงชิงทรัพยากรล้วนเป็นสิ่งที่เขาช่ำชองและเชี่ยวชาญอย่างที่สุด!
และในตอนนี้ ดินแดนลับปีศาจแห่งนี้ก็ไม่ต่างอะไรกับฉากแผนที่ในเกมสงครามที่เขาเคยเล่น!
"ยอดเยี่ยม! เผ่าแมงมุมไหมเพลิงโจมตีเป็นฝูงและเน้นการรัดแผดเผางั้นหรือ? แบบนี้สิถึงจะน่าสนุก!" หลีเฮงหัวเราะร่าพลางทุบมือตัวเอง "เจาจวิน เจ้าไม่ต้องกังวลไป ในเมื่อศัตรูมาเป็นฝูงใหญ่และมีทักษะพ่นใยจับกุม เช่นนั้นยุทธศาสตร์การรบของพวกเราก็ต้องปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมกับการต่อกร... เอ้ย! การแก้ทางยูนิตของพวกมัน"
"แก้ทางยูนิตงั้นหรือ? เจ้ากำลังพูดภาษาแปลกๆ อีกแล้วนะ" เย่เจาจวินมองเขาด้วยสายตาสงสัยปนขบขันกับคำศัพท์ประหลาดที่สามีมักพ่นออกมาบ่อยครั้ง
"ฮ่าๆ ไม่มีอะไรหรอก ข้าหมายถึงการจัดทัพวางขบวนรบแบบพิเศษน่ะ" หลีเฮงยิ้มอย่างมีเลศนัยพลางหันไปมองขบวนทัพอสูรที่อยู่เบื้องล่าง "ถ้าศัตรูเด่นเรื่องการพ่นใยไหมเพลิงโจมตีระยะกลางและประชิด เราจะใช้ยุทธศาสตร์การสลับหน้ากระดานรับปะทะและยิงสนับสนุนระยะไกล!"
หลีเฮงกวาดนิ้วมือไปในอากาศประหนึ่งสั่งการกองทัพจำลองในหัว "เราจะจัดให้อสูรหมาป่าสองขาซึ่งมีความเร็วสูงและกรงเล็บแหลมคมจัดตั้งขบวนเป็นแถวหน้าทำหน้าที่เป็นโล่เนื้อคอยดึงความสนใจและพุ่งเข้าปะทะฉีกกระชากพวกมันทันทีที่ปรากฏตัว ความรวดเร็วของพวกมันจะทำให้พวกแมงมุมไหมเพลิงเล็งเป้าหมายได้ยากขึ้น"
"และที่สำคัญที่สุด..." หลีเฮงชี้ไปที่ฝูงอสูรปีศาจพ่นพิษมารที่นอนขดตัวอยู่อีกฝั่ง "เราจะนำอสูรปีศาจพ่นพิษมารที่เป็นหน่วยรบยิงไกลตัวใหม่ของเรา จัดขบวนไว้แนวหลังอย่างเป็นระบบ ให้พวกมันคอยใช้กระสุนกรดพิษร้ายแรงยิงถล่มจากระยะปลอดภัย น้ำกรดพิษของพวกมันนอกจากจะกัดกร่อนเปลือกแข็งของแมงมุมเพลิงแล้ว ยังสามารถละลายทำลายใยแมงมุมที่เหนียวเหนอะหนะได้อีกด้วย! เมื่อแถวหน้าทำหน้าที่ปะทะ แถวหลังคอยยิงสกัดและสลายกับดัก เช่นนี้แล้ว ชัยชนะย่อมอยู่แค่เอื้อม!"
เย่เจาจวินฟังแผนการวางขบวนรบของหลีเฮงแล้วก็นิ่งอึ้งไปเล็กน้อย นางประเมินความคิดของชายหนุ่มในใจอย่างละเอียดถี่ถ้วนก่อนจะพยักหน้าอย่างยอมรับ "การจัดทัพสอดประสานเช่นนี้... นับว่ารอบคอบและชาญฉลาดมาก โล่เนื้อแนวหน้าและพลังทำลายล้างระยะไกลแนวหลัง หากพวกมันประสานงานกันได้ดีดั่งใจเจ้าคิด รังแมงมุมเพลิงก็คงมิใช่สิ่งที่น่ากลัวอีกต่อไป"
"แน่นอนอยู่แล้ว สมองของสามีเจ้าย่อมไม่ธรรมดา" หลีเฮงได้ทีรีบเสนอหน้าเข้าไปใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกับแก้มของนาง "เพื่อเป็นรางวัลสำหรับยุทธศาสตร์อันล้ำเลิศนี้ เจาจวินคนดี... เจ้าช่วยมอบรางวัลเป็นจุมพิตหวานๆ สักฟอดให้สามีชื่นใจหน่อยได้หรือไม่?"
"ฝันไปเถอะ! คนฉวยโอกาส!" เย่เจาจวินใช้พัดในมือเคาะหน้าผากเขาเบาๆ ด้วยความเอ็นดู ทว่าดวงตาของนางกลับระยิบระยับไปด้วยประกายแห่งความสุข
ในจังหวะนั้นเอง เสียงฝีเท้าที่แผ่วเบาและอ่อนช้อยทว่าทรงพลังดังขึ้นจากบันไดศิลา ร่างระหงเรือนร่างอวบอัดสะกดสายตาเยื้องกรายเข้ามาหาพวกเขาทั้งสอง นางคือ "สืออิง" อดีตราชินีเผ่าอสรพิษมารผู้สง่างาม ซึ่งบัดนี้ได้แปรสถานะมาเป็นข้ารับใช้ผู้ซื่อสัตย์และยอดขุนพลอสูรประจำค่ายแห่งนี้
สืออิงอยู่ในชุดเกราะกึ่งผ้าไหมสีเขียวมรกตที่รัดรึงเน้นสัดส่วนทรวงอกอวบอิ่มอัดแน่นและหน้าท้องแบนราบคอดกิ่วสะพานโค้ง ส่วนหางงูขนาดยักษ์สีเขียวเลื่อมพรายขยับกวาดไปกับพื้นหินอย่างเงียบเชียบ ใบหน้างดงามดั่งนางปีศาจจำแลงดูนอบน้อมดวงตาสีทองคู่สวยทอดมองหลีเฮงด้วยความภักดีอย่างสุดซึ้ง
"สืออิง นอบน้อมต่อนายท่าน และพี่เจาจวินเจ้าค่ะ" สืออิงคุกเข่าลงครึ่งหนึ่งพลางประสานมือรายงานเสียงนุ่มหวาน "ข้าได้ทำการคัดเลือกและจัดระเบียบฝูงอสูรหมาป่าสองขาจำนวนเจ็ดร้อยตัว และอสูรปีศาจพ่นพิษมารอีกสามร้อยตัว รวมเป็นหนึ่งพันตัวตามขีดจำกัดสูงสุดเรียบร้อยแล้วเจ้าค่ะ ทั้งหมดบัดนี้มีความพร้อมและฮึกเหิมเต็มที่ รอคอยเพียงคำสั่งเคลื่อนทัพของนายท่านเท่านั้น"
หลีเฮงมองดูสตรีปีศาจงูผู้เลอโฉมตรงหน้า แววตาของเขาเป็นประกายวิบวับทันที ความภักดีอันแสนซื่อสัตย์ของนางบวกกับร่างกายอันเย้ายวนชวนให้ใจสั่นทำให้สัญชาตญาณของระบบเทพแมงดาทำงานอย่างรวดเร็ว
"สืออิง... เจ้าทำหน้าที่ได้ยอดเยี่ยมมาก ลำบากเจ้าแล้วจริงๆ" หลีเฮงก้าวเข้าไปหาพลางประคองร่างของนางให้ลุกขึ้นอย่างสุภาพอ่อนโยน ทว่ามือหนากลับค่อยๆ เลื่อนไปโอบประคองที่เอวคอดกิ่วของนางอย่างเป็นธรรมชาติ
"ท... ท่านเจ้านาย..." ใบหน้างดงามของสืออิงซับสีระเรื่อขึ้นมาทันที ร่างกายของนางสั่นสะท้านเล็กน้อยเมื่อสัมผัสได้ถึงฝ่ามืออันอบอุ่นของชายหนุ่มที่เริ่มลูบไล้ไปตามแนวบั้นเอวและไหล่ลาดเนียนของนางอย่างแผ่วเบา
"เจ้าต้องเหน็ดเหนื่อยกับการคุมงานฟักไข่และฝึกซ้อมทหารอสูรมาทั้งวัน ดูสิ ไหล่ของเจ้าตึงเขม็งไปหมดแล้ว" หลีเฮงพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนปนกะล่อน ขณะที่สองมือเริ่มขยับนวดเฟ้นไหล่ลาดของนางอย่างมีชั้นเชิง
นี่คือหนึ่งในทักษะเด็ดของเขา 'สัมผัสผ่อนคลาย' ร่วมกับ 'อุ้งมือมาร' ที่บัดนี้มีความชำนาญสูงมาก เพียงแค่ปลายนิ้วร้อนของเขากดลงไปบนจุดชีพจรสำคัญบริเวณไหล่และเอวของสืออิง พลังปราณอุ่นร้อนสายหนึ่งก็ซึมซาบเข้าสู่ร่างกายของนางทันที
"อ๊ะ... อ๊า..." สืออิงส่งเสียงครางแผ่วผ่อนคลายอย่างห้ามไม่อยู่ ร่างกายครึ่งงูครึ่งมนุษย์ของนางแทบจะอ่อนระทวย ไหล่ลาดลู่ลง และความเหน็ดเหนื่อยล้าที่สะสมมาตลอดหลายวันพลันมลายหายไปสิ้น พลังปราณปีศาจในร่างของนางกลับมาหมุนเวียนได้อย่างปรี่เปรมและคล่องตัวยิ่งขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า!
*[ติ๊ง! โฮสต์เปิดใช้งานทักษะ 'สัมผัสผ่อนคลาย ขั้น 4' และ 'อุ้งมือมาร ขั้น 2' กับข้ารับใช้สืออิง]*
*กระตุ้นสถานะพิเศษ: 'ลมปราณเกื้อหนุนเผ่าอสรพิษ' (เพิ่มพลังโจมตีและความเร็วในการเคลื่อนที่ให้อสูรพ่นพิษมาร 15% เป็นเวลา 3 ชั่วโมง)*
*ค่าความเสน่หาของสืออิงเพิ่มขึ้นเล็กน้อย! บัฟพลังเสริมของค่ายย่อยทำงานเสร็จสมบูรณ์!*
"เป็นอย่างไรบ้าง? รู้สึกผ่อนคลายขึ้นบ้างหรือไม่?" หลีเฮงกระซิบถามชิดริมหูของนางพลางขยับนิ้วโป้งคลึงเบาๆ ที่จุดกระสันบริเวณเอวบาง ทำเอาสืออิงสะดุ้งตัวโยนและซบหน้าลงกับอกกว้างของเขาด้วยความเขินอายจนไม่กล้าสบตา
"จ... เจ้าค่ะ... สบายตัวยิ่งนัก... พลังปราณของข้าไหลเวียนได้ดีขึ้นมากเลยเจ้าค่ะ... นายท่านช่างเมตตาสืออิงเหลือเกิน..." สืออิงละล่ำละลักตอบพลางกอดเอวหนาไว้หลวมๆ ใบหูแดงก่ำด้วยความขวยเขินปนเสียวซ่านในคราวเดียวกัน
เย่เจาจวินที่ยืนมองเหตุการณ์อยู่ด้านข้างถึงกับต้องถอนหายใจยาวพลางเอามือปิดหน้า "เฮ้อ... เจ้านี่นะ ต่อหน้ากองทัพปีศาจนับพันแท้ๆ ยังไม่วายหาเรื่องเอาเปรียบและนวดลวนลามสตรีได้อีก ข้าล่ะยอมใจในความหน้าหนาของเจ้าจริงๆ หลีเฮง!"
"ฮ่าๆ เจาจวิน เจ้ากล่าวเช่นนี้ได้อย่างไรกัน ข้าทำงานเพื่อความก้าวหน้าของค่ายทหารต่างหากเล่า เจ้ารู้หรือไม่ว่าการนวดของข้านั้นสามารถช่วยกระตุ้นพลังแกร่งและบัฟความเร็วให้กองทัพอสูรได้จริงนะ! หากเจ้าไม่เชื่อ... ให้ข้านวดกระตุ้นพลังให้เจ้าตรงนี้เลยดีไหม? ตรงสะโพกงอนๆ ของเจ้าน่าจะตึงเครียดไม่น้อยเลยนะ" หลีเฮงหัวเราะร่าพลางทำท่าจะเดินเข้าไปหาเย่เจาจวินด้วยแววตากรุ้มกริ้มสั่นระริก
"หยุดอยู่ตรงนั้นเลยนะ! หากเจ้าก้าวมาอีกก้าวเดียว ข้าจะให้ฝูงอสูรหมาป่าสองขารุมเหยียบหลังเจ้าแทน!" เย่เจาจวินสะบัดหน้าเชิดใส่พลางชี้พัดขู่ ทว่าดวงตาของนางกลับเต็มไปด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะขบขัน
บรรยากาศในค่ายเมืองย่อยเต็มไปด้วยความครึกครื้นและเฮฮาตามสไตล์อันแสนอบอุ่นปนทะลึ่งทะเล้นของหลีเฮง แม้ว่าจะอยู่ท่ามกลางดินแดนปีศาจอันแสนตึงเครียดและอันตราย ทว่าความเจ้าเล่ห์หน้าหนาและความกวนประสาทของเขากลับช่วยผ่อนคลายจิตใจของทุกคนให้มีความหวังและพร้อมที่จะก้าวข้ามผ่านอุปสรรคไปด้วยกันเสมอ
ทันใดนั้น หน้าจอระบบสีฟ้าระยิบระยับก็เด้งข้อความขึ้นมาอีกครั้งเพื่อป่วนประสาทโฮสต์หนุ่ม
*[ติ๊ง! ตรวจพบพฤติกรรมเกาะสตรีและเอาเปรียบสาวใช้ต่อหน้าสาธารณชน แต้มศักดิ์ศรีของโฮสต์ลดลง -1 แต้ม (แต้มศักดิ์ศรีปัจจุบัน: -55 แต้ม) ระบบขอแสดงความยินดีในความหน้าด้านหนาทนดั่งก้นกระทะทองแดงของโฮสต์ด้วย!]*
*[ระบบขอแจ้งเตือน: หากโฮสต์สามารถเอาชนะเผ่าแมงมุมไหมเพลิงและยึดเหมืองศิลาไฟโลกันตร์ได้สำเร็จ จะปลดล็อกการสร้างอาคารฐานทัพระดับสอง และปลดล็อกสตรีปีศาจระดับสูงคนใหม่เข้าสู่ฮาเร็ม โปรดเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการเดินทางอันร้อนแรง!]*
หลีเฮงอ่านข้อความแจ้งเตือนพลางสบถคำด่าระบบในใจเบาๆ ก่อนจะหันไปสบตากับเย่เจาจวินและสืออิงที่ยืนอยู่เคียงข้าง แววตาของเขาแปรเปลี่ยนเป็นความมุ่งมั่นและเด็ดเดี่ยวในทันที
"เอาล่ะ สาวๆ ในเมื่อกองทัพพร้อม ยุทธศาสตร์การรบพร้อม และเป้าหมายก็ชัดเจนแล้ว..." หลีเฮงชักกระบี่สั้นข้างกายขึ้นมาพลางชี้นำไปข้างหน้าด้วยท่าทางสง่างาม "พวกเราจะเคลื่อนทัพมุ่งหน้าสู่ถ้ำใต้ดินอัคคี ลุยรังแมงมุมเพลิง นำแร่ศิลาไฟโลกันตร์กลับมาเพื่อพัฒนาฐานทัพของเราให้เกรียงไกร!"
"น้อมรับคำสั่งของนายท่าน/สามี!" เสียงขานรับอันหนักแน่นของสตรีทั้งสองสอดประสานกับเสียงคำรามกึกก้องของทัพอสูรนับพันเบื้องล่างที่พร้อมจะบดขยี้ทุกสิ่งกีดขวาง!
ยุทธการขยายอาณาเขตและอัปเกรดฐานทัพขั้นสองได้เริ่มต้นขึ้นแล้วอย่างเป็นทางการ!
---------------------------------------------------
[ประเมินผลระบบเทพแมงดา ประจำตอน]
* แต้มแมงดาคงเหลือ: 34,500 แต้ม (คงเดิม)
* แต้มวิบัติสะสม: 47 แต้ม (คงเดิม)
* เกราะพลังเมีย: 7 หน่วย (คงเดิม สถานะของสืออิงยังเป็นสนมรับใช้/ฮีโร่ต่อสู้)
* ค่าศักดิ์ศรีสะสม: -55 แต้ม (ลดลง -1 จากการลวนลามนวดสืออิงต่อหน้าสาธารณชน)
* สถานะปัจจุบัน: 'ทัพผสมอสูรหมาป่าและอสูรพ่นพิษพร้อมรบ / เตรียมบุกถ้ำใต้ดินอัคคีเพื่อขุดแร่ศิลาไฟโลกันตร์'
---------------------------------------------------